11 มกราคม 2567

ปี 66 ไทยเป็นโลเคชันถ่ายหนังต่างประเทศ 466 เรื่อง ทุบสถิติรายได้กว่า 6,600 ล้านบาท

กรุงเทพฯ อันดับ 1 จาก 5 จังหวัดยอดนิยมที่ถ่ายทำในไทย

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำหลักที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้สร้างภาพยนตร์ทุกประเภททั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา สารคดี รายการทีวี ไปจนถึงการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องยาว โดยจากสถิติการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566 ประเทศไทยเป็นโลเคชันถ่ายหนังต่างประเทศ 466 เรื่อง ทำเงินลงทุนกว่า 6,600 ล้านบาท ถือเป็นสถิติจำนวนรายได้สูงสุดนับตั้งแต่มีการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า จากรายงานสถิติการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566 ของกรมการท่องเที่ยว (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) พบว่า ประเทศไทยได้รับเลือก

ให้เป็นโลเคชันในการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศทั้งหมด 466 เรื่อง จาก 40 ประเทศทั่วโลก ซึ่งคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่เข้ามาถ่ายทำมากที่สุด ด้วยจำนวนภาพยนตร์ 34 เรื่อง เงินลงทุนกว่า 3,184 ล้านบาท ตามมาด้วยคณะถ่ายทำจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเงินลงทุนกว่า 707 ล้านบาท ตามด้วยสาธารณรัฐประชาชนจีน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐเกาหลี ตามลำดับ สร้างรายได้เข้าสู่อุตสาหกรรม

การท่องเที่ยวของประเทศในภาพรวมกว่า 6,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา เกือบ 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย (Incentive Measure) 

ในรูปแบบการคืนเงินสูงสุดร้อยละ 20 ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้กองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศตัดสินใจเข้ามาลุงทุนถ่ายทำในประเทศไทย




โดยกองกิจการภาพยนตร์และวิดีทัศน์ต่างประเทศ (TFO Thailand Film Office) ได้จัดอันดับ 5 จังหวัดของประเทศไทยที่ผู้สร้างภาพยนตร์จากทั่วโลกนิยมใช้เป็นโลเคชันหลักในการถ่ายทำ ดังนี้

อันดับที่ 1 กรุงเทพมหานคร จำนวน 282 เรื่อง อาทิ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร สถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นต้น

อันดับที่ 2 ชลบุรี จำนวน 77 เรื่อง อาทิ ถนนเรียบชาดหายพัทยา เกาะล้าน เกาะสีชัง เป็นต้น

อันดับที่ 3 สมุทรปราการ จำนวน 60 เรื่อง อาทิ เมืองโบราณ The Studio Park ท่าเรือศุภนาวา เป็นต้น

อันดับที่ 4 ปทุมธานี จำนวน 52 เรื่อง อาทิ ACTS Studio มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นต้น

และอันดับที่ 5 ภูเก็ต จำนวน 47 เรื่อง อาทิ หาดพาราไดซ์ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี เป็นต้น

นอกจากมาตรการส่งเสริมแรงจูงใจแล้ว คณะถ่ายทำต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นโลเคชันถ่ายทำภาพยนตร์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้สร้างหนังได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถกระจายรายได้ไปสู่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เกิดการจ้างงานทีมงานไทย การเช่าสถานที่และอุปกรณ์การถ่ายทำ หรือในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร สินค้าท้องถิ่น เป็นต้น รวมถึงการประชาสัมพันธ์ Soft power ด้านต่างๆ ของประเทศไทยผ่านกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้ให้กับผู้ชมทั่วโลก อันจะทำให้เกิดการท่องเที่ยวตามรอยการถ่ายทำภาพยนตร์ต่อไป

คิทโด้ ร่วมกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ส่งสุขฉลองวันเด็กแห่งชาติ

 แจกฟรีคิทโด้ และสติกเกอร์คิทโด้น่ารักให้กับเด็กๆ 

คิทโด้ วิตามินเม็ดเคี้ยว ร่วมกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ส่งสุขฉลองวันเด็ก เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 นี้ แจกฟรีผลิตภัณฑ์คิทโด้ วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร 2 รสชาติ สูตรแรก “คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” รสส้ม ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และสูตรที่ 2 “คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” รสมิกซ์เบอร์รี่ บำรุงสมองและสายตา จำนวน 4000 ซอง และแจกสติกเกอร์คิทโด้สุดน่ารัก ให้กับเด็กๆ ทุกคนที่มาในงานวันเด็กแห่งชาติ ที่บูธคิทโด้ เริ่มเวลาตั้งแต่ 08.00 - 18.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จ.ปทุมธานี 

สามารถดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : https://www.facebook.com/kitdoclub

09 มกราคม 2567

ททท. หารือร่วมกับสถานทูตจีนประจำประเทศไทย เตรียมจัดงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567 สุดยิ่งใหญ่ ฉลองปีมังกรทอง


วันนี้ (9 มกราคม 2567) เวลา 15.00 น. ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. พร้อมคณะฯ ได้หารือร่วมกับ Ms. Chang Yumeng ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อม Mr. Que Xiao Hua ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน และคณะ ในการเตรียมการจัดงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567 ณ ประเทศไทย เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 49 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน และฉลองครบรอบ 19 ปี ความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ระหว่าง ททท. กับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีน


โอกาสนี้ ททท. ได้นำเสนอกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-จีน ที่มุ่งเน้นให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้แก่ กิจกรรมตกแต่งประดับไฟ ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ถนนเยาวราช ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน สถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย พร้อมศูนย์วัฒนธรรมประเทศจีน ยินดีที่จะให้การสนับสนุนการแสดงสุดพิเศษจากมณฑลฝูเจี้ยน มาร่วมแสดงในงานเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ด้วย 


ททท . หวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศไทย-จีน ตามนโยบายยกเว้นวีซ่าการเข้าประเทศสำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์และความประทับใจ เกิดความเชื่อมั่นในการเดินทางและกระตุ้นนักท่องท่องเที่ยวชาวจีนท่องเที่ยวประเทศไทยตามเป้า 8 ล้านคน ในปี 2567

#chinesenewyear2024

08 มกราคม 2567

Oasis Spa สุขุมวิท 31 สปาของไทยเติบโตในระดับสากล


Toptotravel
 
อยู่ที่ Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31 โดยในครั้งนี้ ได้รับโอกาสอันดีจากคุณ เอิร์ธ สายสว่าง  ชวนผ่อนคลายอย่างมีความสุข ร่วมเดินทางพร้อมสัมผัสประสบการณ์ความพิเศษที่ทำให้ Oasis Spa เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน เติมพลังกายและใจในบรรยากาศอันสงบ

Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31 ไม่หยุดที่จะพัฒนาปรับปรุงคุณภาพบริการ และล่าสุดกับที่นี่ปรับปรุงตกแต่งสถานที่ใหม่แล้วเสร็จเพียง 2 เดือน โดยได้รับการตอบรับอย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นความสำเร็จของ โอเอซิส สปา ประเทศไทย




คุณ เอิร์ธ สายสว่าง พาเดินเยี่ยมชมชมทุกโซน โดยแต่ละโซนมีความโดดเด่น และสวยงาม บรรยากาศผ่อนคลายที่สุดแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ตั้งอยู่ในบ้านสีขาวตกแต่งกลิ่นอายล้านนาท่ามกลางสนามหญ้าสีเขียวที่มีต้นไม้ใหญ่ และสระบัว แบบสวนในบ้านของโมเนต์รู้สึกเหมือนมาเที่ยวรีสอร์ทหรู ย่านสุขุมวิทใจกลางกรุงเทพฯ บริการสปาแบบครบวงจรด้วยความใส่ใจ ตอกย้ำการเป็นเดสทิเนชันแห่งการพักผ่อนอย่างมีความสุข กับบรรยากาศใหม่ด้วยกัน การกลับมาใช้บริการที่ Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31 กับการพักผ่อนเงียบสงบ ที่มีบรรยากาศผ่อนคลายที่สุดแห่งหนึ่งกลางกรุง ภายใต้การบริหารจัดการของ Oasis Spa ด้วยการให้ความสำคัญกับคุณภาพสำหรับทรีทเม้นท์สูตรพิเศษ ผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยของร่างกาย คลายกล้ามเนื้อการบริการอย่างใส่ใจ ประณีต และความเป็นเลิศ พร้อมทั้งการเชิดชูเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างประสบการณ์สุดประทับใจ 

ไม่เพียงเท่านั้น ปีนี้เอง Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31 ปรับปรุงตกแต่งสถานที่ใหม่ พร้อมบรรยากาศสวนสวยที่ร่มรื่นซ่อนอยู่ใจกลางเมือง สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่หรูหรา แต่แฝงไปด้วยความผ่อนคลายและเป็นกันเองกับการพักผ่อนห้องสปาทรีทเมนต์ จำนวน 12 ห้อง ตกแต่งสวยความหรูหราและบริการที่ยอดเยี่ยมด้วยราคาที่คุ้มค่า






บรรยากาศแสนเรียบหรูและชวนผ่อนคลาย บริการของที่นี่หลากหลายที่ตอบโจทย์คนเมือง การนวดเป็นการบำบัดที่สืบทอดกันมายาวนาน ช่วยให้รู้สึกสบายทั้ง กายและใจ กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองดี




โอเอซิส สปา ได้บริการ นวดน้ำมันอโรม่า ทรีทเม้นท์บำรุงผิว นวดประคบสมุนไพร ขัดตัว นวดแผนไทย  การบริการด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตัว signature ของที่ โอเอซิส สปา คือ King of Oasis และ Queen of Oasis โดยแต่ละเซอร์วิส ได้บริการโดยเทอราปิสที่เชี่ยวชาญ รับรองว่าหลังจากใช้บริการ ลูกค้าจะรู้สึกผ่อนคลายทั้งร่างกาย



ไฮไลท์ เทคนิคการนวดบรรเทาอาการปวดเมื่อยที่ผสมผสานระหว่างเทคนิคตะวันออกและตะวันตก เพื่อฟื้นฟูร่างกายของคุณได้อย่างน่าทึ่ง การนวดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโอเอซิส สปา มุ่งเน้นการปรับสมดุลร่างกาย เพื่อผ่อนคลายและฟื้นฟูส่วนที่สำคัญเพื่อบำบัดอาการเจ็บหรือตึงเครียดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทุกรายละเอียดได้รับการดูแลอย่างใส่ใจเพื่อต้อนรับนักเดินทางทุกท่านจากทุกมุมโลก

โอเอซิส สปา ได้มีบริการ รับ-ส่งลูกค้าที่ BTS พร้อมพงษ์ ฟรี เมื่อมาใช้บริการนวดสปาในสาขากรุงเทพ (สุขุมวิท) และนอกจากนั้นยัง รับ-ส่ง ลูกค้าจากตัวเมืองฟรี เมื่อมาใช้บริการนวดสปาในสาขา ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา บอกเลยว่าเป็นการนวด 2 ชั่วโมง ที่ฟินจนอยากจะนวดต่อ!!

Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31 
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-24.00 น. Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31
สอบถามเพิ่มเติม : https://oasisspa.net

ที่อยู่: 64 สุขุมวิท 31 แยก 4, คลองตันเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพมหานคร 10110

พิกัด : https://goo.gl/maps/LSGTNJFMhCmrdmzP6

#oasisspathailand #oasisspa #spa #dayspa #Luxury #chiangmai #bangkok #pattaya #phuket 


พม. จับมือเครือข่าย สอนหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ”

ป้องกันตกเป็นเหยื่อ สแกมเมอร์ - แก๊งคอลเซนเตอร์ ถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว - หลอกให้ซื้อของไม่ได้คุณภาพ 


วันนี้ (8 ม.ค. 67) เวลา 11.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ” รูปแบบออนไซต์และออนไลน์ เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับประชาชนในสังคม เพื่อการสื่อสารอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ป้องกันการตกเป็น “เหยื่อ” ของผู้ไม่หวังดีในกระบวนการสื่อสาร โดยนำมาใช้เป็นหลักสูตรแกนกลางของโรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 2,456 แห่งทั่วประเทศ โดยมี นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ รศ.ดร.ภก.สมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนพัฒนาคุณภาพและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล นายวันชัย บุญประชา ที่ปรึกษา “กลุ่มคนตัว D” บริษัท ทำมาปัน จำกัด และนางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมเปิดงาน ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


นายวราวุธ กล่าวว่า ด้วยประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุตั้งแต่ปี 2548 และจากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2566 พบว่าผู้สูงอายุไทยมีจำนวน 13 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ นับว่าเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ และจากข้อมูลผลการสำรวจสถานการณ์และผลกระทบจากการเปิดรับสื่อของผู้สูงอายุไทย ปี 2566 โดยการเก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุทั่วประเทศ จำนวน 2,000 คน ของศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ (Intelligence Center for Elderly Media Literacy – ICEML) สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าสัดส่วนของผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงผ่านสื่อต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2566 มีจำนวนผู้สูงอายุไทยที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงผ่านสื่อมากถึง 22.40% โดยตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกให้ซื้อของที่ไม่ได้คุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ มีจำนวนมากถึงร้อยละ 70 ในขณะที่ผู้สูงอายุยังคงถูกหลอกลวงให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 14 และจากข้อมูลมติสมัชชาผู้สูงอายุระดับชาติรองรับสังคมสูงวัย ปี 2566 ยังพบอีกว่าความสามารถในการใช้งานสื่อเทคโนโลยีและการรู้เท่าทันภัยจากเทคโนโลยีดิจิทัลของผู้สูงอายุอยู่ในระดับต่ำ โดยผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยงและเป็นเป้าหมายต่อการถูกหลอกลวงจากโลกออนไลน์ได้ง่าย ทั้งจากเรื่องโรมานซ์สแคม (Romance Scam) และแก๊งคอลเซนเตอร์ (Call Center) ซึ่งเป็นการถูกหลอกลวงที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน



นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) จึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย 3 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มคนตัว D บริษัท ทำมาปัน จำกัด และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พัฒนาหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ” เพื่อนำมาใช้เป็นหลักสูตรแกนกลางของโรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 2,456 แห่งทั่วประเทศ ผ่านหลักการสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่ 1) การรู้จักและเข้าถึงสื่อ ผู้รับสารสามารถเลือกใช้สื่อได้ตามที่ต้องการ 2) การวิเคราะห์ทำความเข้าใจสื่อ ผู้รับสารสามารถทำความเข้าใจหรือตีความข้อมูลที่สื่อส่งมาได้  3) การประเมินผลกระทบจากสื่อ ผู้รับสารสามารถประเมินผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบได้ และ 4) การใช้สื่ออย่างปลอดภัย ผู้รับสารสามารถใช้ข้อมูลนั้นต่อไปอย่างปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทดลองหลักสูตรโดยจัดอบรมวิพากษ์หลักสูตรในพื้นที่โรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ครั้งที่ 2 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และครั้งที่ 3 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี  

นอกจากนี้ กระทรวง พม. โดย ผส. และภาคีเครือข่ายทั้ง 3 หน่วยงาน ได้ผลิตเล่มหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ (E – book) รวมทั้งการจัดทำเว็ปไซต์ (Website) เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ มีแผนการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสูงวัยรู้ทันสื่อ 4 ภูมิภาค ประกอบด้วย 1. ภาคกลาง ณ จังหวัดสุพรรณบุรี 2. ภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงราย 3. ภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา และ 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดร้อยเอ็ด 


นายวราวุธ กล่าวต่อไปอีกว่า จากสถานการณ์ที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบเรียบร้อยแล้ว วันนี้เกิดมิจฉาชีพมากมายที่เริ่มเข้ามาหาผลประโยชน์จากผู้สูงอายุ แม้จะเป็นผู้มากประสบการณ์ แต่ด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเล่ห์กลทั้งหลายที่มาในรูปแบบของออนไลน์ตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ถึงแม้ว่า เป็นสิ่งที่ดีที่ผู้สูงอายุได้ใช้เทคโนโลยีเทคโนโลยีใหม่ ๆ และโซเชียลมีเดีย แต่เปรียบเหมือนดาบสองคม ที่นำเอามิจฉาชีพมาถึงประตูบ้าน ทำให้เงินจำนวนมากต้องสูญเสียไปไม่ว่าจะเป็น เงินออม เงินบำนาญ ดังนั้น วันนี้ หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ” ต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยมหิดล สสส. และกลุ่มคนตัวดี เพราะว่าการที่ร่วมมือกันทำงานทำให้พี่น้องประชาชนในส่วนของผู้สูงอายุจะมีองค์ความรู้ มีเกราะป้องกัน ไม่เสียรู้ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพต่อไป และหวังว่าโครงการที่ดีเช่นนี้ จะได้รับการต่อยอดและขยายผลไปยังผู้สูงอายุกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ กลาง อีสาน และใต้ และในอนาคตจากนี้ไป ผู้สูงอายุในประเทศประเทศไทยจะไม่หลงกลให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่หากินกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าหากได้รับข้อความ SMS หรือทางแอปพลิเคชัน LINE หรือ WhatsApp อย่าพึ่งเชื่อ และขอให้ลบทิ้งไปจะปลอดภัยที่สุด



นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับหลักสูตรนี้ จะมีทั้งที่เป็นรูปเล่มหนังสือให้อ่าน และ E – book อีกทั้งจะมีวิทยากร ซึ่งจริง ๆ แล้ว การทำความเข้าใจกับหลักสูตรที่ว่า “หยุด คิด ถาม ทำ” หากว่าได้มีการพูดคุยและฟังจากประสบการณ์จริง ตนเชื่อว่าจะสอนผู้ที่เข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าวได้อย่างชัดเจน และจำแม่นขึ้น ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ทางออนไลน์ โดยจะมีทั้งของมหาวิทยาลัยมหิดล สสส. และกลุ่มคนตัว
ดี รวมทั้งกรมกิจการผู้สูงอายุ จะมีการส่งข้อมูลไปยังโรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศอีกด้วย

#ช่วย24ชั่วโมง #พม24ชม #ข่าวพม #esshelpme #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม #พมหนึ่งเดียว #ศรส #พม #ผู้สูงอายุ #หยุดคิดถามทำ #ผส

07 มกราคม 2567

SMILE RADIO ส่งคอนเสิร์ตรับปี 2567 “คิดถึง...THE IMPOSSIBLES”

ชวนศิลปินชื่อดังร่วมย้อนรอยเส้นทางคนดนตรีวงดังในตำนานยุคสตริงคอมโบ  หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นทุกครั้ง ในฐานะผู้จัดคอนเสิร์ต SMILE RADIO เปิดรับศักราชใหม่ 2567 ประเดิมด้วยคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอย “คิดถึง THE IMPOSSIBLES”

ย้อนกลับไปช่วงปี พ.ศ. 2509 จุดเริ่มต้นของกลุ่มคนดนตรีที่ได้ร่วมกันตั้งวงดนตรีชื่อ Holiday J-3 อันประกอบด้วย วินัย พันธุรักษ์ (กีตาร์) พิชัย ทองเนียม (เบส) อนุสรณ์ พัฒนกุล (กลอง) สุเมธ แมนสรวง (ออร์แกน) และเศรษฐา ศิระฉายา (นักร้องนำ) เล่นและร้องเพลงสากลตามสถานบันเทิง เพื่อขับกล่อมทหารอเมริกัน GI ในบาร์ย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อ วงเป็น Join Reaction จนในปี 2512 เศรษฐา ศิระฉายา หัวหน้าวงได้เปลี่ยนชื่อวงอีกครั้งตามชื่อหนังการ์ตูน "The Impossibles" ที่ฉายทางทีวีอยู่ในขณะนั้น พร้อมทั้งเข้าประกวดวงดนตรีสตริงคอมโบชิงถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งจัดโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสามารถคว้า ตำแหน่งชนะเลิศ ได้ถ้วยพระราชทานเป็นปีแรก จนได้รับความสนใจจากผู้กำกับภาพยนตร์ "เปี๊ยก โปสเตอร์" ให้มาทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "โทน" ทำให้ ภาพยนตร์เรื่อง "โทน" และวง The Impossibles ได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลงและแฟนหนังอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เพลงชื่นรัก เริงรถไฟและปิดเทอมเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการเพลงไทยสากลที่เป็นสากลมากขึ้น หลังจากนั้น The Impossibles ได้รับการติดต่อให้ทำเพลงประกอบ และร่วมแสดงในภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง มีเพลงที่ได้รับความนิยมมากมายอาทิเช่น ไปตามดวง หนาวเนื้อ ผม ผม ผม เจ้าพระยา เริงสายชล ล่องวารี หนึ่งในดวงใจ ระเริงชล จูบฟ้าลาดิน มิสเตอร์สโลย์ โอ้รัก ทะเลไม่เคยหลับ หาดสีทอง โลกมายา รวมๆกันแล้วกว่า 60 เพลง ร่วมปรากฏตัวในภาพยนตร์เช่น โทน ดวง หนึ่งนุช จันทร์เพ็ญ ระเริงชล ลานสาวกอด ค่าของคน เป็นอาทิ นอกจากนั้น The Impossibles ยังสามารถชนะเลิศการประกวดวงดนตรีสตริงคอมโบในปีถัดมาคือ 2513 และ 2515 จนได้ถ้วยพระราชทานเป็นกรรมสิทธิ์และในปีนั้น The Impossibles ได้ทำอัลบั้มแรกของวงชื่อชุด "เป็นไปไม่ได้" แต่งโดย ครูพยงค์ มุกดา หลังจากนั้นจึงเดินทางไปแสดงดนตรีประจำที่รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอยู่พักใหญ่ โดยไม่ทราบเลยว่าเพลง "เป็นไปไม่ได้" และเพลงอื่นๆในอัลบั้มแรกของวงได้รับความนิยมจากแฟนเพลงในไทย จนกลับมาประเทศไทยอีกครั้งและได้ทำอัลบั้มชื่อ "หมื่นไมล์แค่ใจเอื้อม" แล้วเดินทางไปแสดงที่ฮาวายอีกครั้ง จนปี 2517 จึงได้ไปแสดงที่ประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปโดยปีการปรับเปลี่ยนนักดนตรีในวงไปบ้างตามความเหมาะสม จนปี 2518 วง The Impossibles ได้ทำอัลบั้มเพลงสากลล้วนๆ ชื่อชุด Hot Pepper บันทึกเสียงที่ประเทศสวีเดน หลังจากนั้นได้บินกลับมาเล่นประจำที่กรุงเทพฯในปี 2519 และประกาศยุบวง The Impossibles ในปี 2520 โดยนักดนตรีทั้งหมดของ The Impossibles จากปี 2509-2020 รวมทั้งสิ้น 12 คน ได้แก่ เศรษฐา ศิระฉายา วินัย พันธุรักษ์ พิชัย ทองเนียม อนุสรณ์ พัฒนกุล สุเมธ แมนสรวง ปราจีน ทรงเผ่า สิทธิพร อมรพันธุ์ ยงยุทธ มีแสง เรวัต พุทธินันทน์ สมชาย กฤษณะเศรณี ปรีดิ์เทพ มาลากุลและไพฑูรย์ วาทยากร 

ตำนานอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการเพลงไทย ด้วยลีลาการร้อง ของเศรษฐา ศิระฉายา วินัย พันธุรักษ์ เรวัต พุทธินันทน์ การร้องประสานเสียงของสมาชิกในวง การบรรเลงจากการเรียบเรียงเสียงประสานของ "ปราจีน ทรงเผ่า" อันเป็นสัดส่วนและส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดของวงดนตรีสตริงคอมโบที่ประเทศไทยเคยมีมา                                                          

คอนเสิร์ตแห่งปี ที่ไม่ควรพลาด !!! “คิดถึง...THE IMPOSSIBLES” 

ยกทัพศิลปิน 2 ยุค ร่วมขึ้นเวทีคอนเสิร์ตแห่งปี ให้สมกับความคิดถึง กับบทเพลงที่ทรงคุณค่า ผ่านศิลปินคุณภาพคับ เวที ทั้งในอดีตและปัจจุบัน พบกับ.. วินัย พันธุรักษ์ พิชัย ทองเนียม  นันทิดา แก้วบัวสาย ชมพู ฟรุตตี้ อุเทน พรหมมินทร์ เจี๊ยบ พิสุทธิ์ เป้ ไฮร๊อค / พุทธธิดา ศิระฉายา ดา เอ็นโดรฟิน หนึ่ง ETC นก KPN และสปาย ภาสกรณ์                                                                             

***สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของคอนเสิร์ต ได้ที่เพจหลัก Smile Radio : https://www.facebook.com/smileradio1988

ตื่นตา ตื่นใจ กับความอลังการ แสง สี เสียง พร้อมบทเพลงอันทรงคุณค่าที่เป็นอมตะตลอดกาล
“THE IMPOSSIBLES” กับ เนื้อเพลงที่เรารักและคิดถึง ท่วงทำนองเพลงที่เราคุ้นหู ความประทับใจและความทรงจำกำลังจะกลับมาบนเวทีคอนเสิร์ตอีกครั้ง...

CONCERT 

“คิดถึง...THE IMPOSSIBLES”

วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เริ่มแสดงเวลา 15.00 น.

ที่ TRUE ICON HALL  [ ICON SIAM ]

บัตรราคา 2,000.- / 3,000.- / 3,500.- / 4,000.- และ 5,000.- บาท

ซื้อบัตรได้ที่  THAITICKET

“คิทโด้” วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร 2 รสชาติ อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์ที่หลากหลาย

โปรพิเศษ "Happy Children's Day 2024" ซื้อ 1 แถม 1 ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขา

“คิทโด้” วิตามินเม็ดเคี้ยว มี 2 สูตร 2 รสชาติ หอมอร่อย อัดแน่นไปด้วยคุณภาพพร้อมประโยชน์เน้นๆ ตัวช่วยของคุณพ่อคุณแม่เพื่อการดูแลหนูๆ น้องๆ อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนในแต่ละวัน สูตรแรก “คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” รสส้ม ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และสูตรที่ 2 “คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” รสมิกซ์เบอร์รี่ บำรุงสมองและสายตา หนูๆ น้องๆ ทานดี มีสารอาหารเสริมสร้างพัฒนาการเติบโตต่อร่างกาย ทุกคนในครอบครัวทานได้ มีประโยชน์ทุกช่วงวัย ปลอดภัย มีงานวิจัยรองรับ และการรับรองจาก อย. ประเทศไทย

“คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” (KITDO IMU Acerola C Plus Mutivitamin) วิตามินเม็ดเคี้ยว รสส้ม ประกอบด้วย วิตามินซีจากธรรมชาติ อะเซโรลา เชอรี่ สกัด นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีงานวิจัยรับรองว่าเป็นวิตามินซีที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว และคงอยู่ในร่างกายได้นานกว่าวิตามินซีสังเคราะห์ทั่วไป  โดยวิตามินซีธรรมชาตินี้จะไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและไต และไม่ทำลายสารเคลือบฟัน ผสานกับ ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์, ซิงค์ และวิตามินรวม 13 ชนิด เพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อหวัด ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด ลดอาการภูมิแพ้ และป้องกันการขาดวิตามินในร่างกาย เพิ่มความแข็งแรง 

“คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” (KITDO Pro DHA plus Bilberry) วิตามินเม็ดเคี้ยว รสมิกซ์เบอร์รี่ ประกอบด้วย น้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์ นำเข้าจากออสเตรเลียที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 (Omega 3) ได้แก่ ดีเอชเอ (DHA) ที่มีคุณสมบัติทำให้การเชื่อมต่อและสื่อสารระหว่างเซลล์สมองมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ยิ่งเซลล์สมองมีการเชื่อมต่อได้มากขึ้น ส่งผลให้การเรียนรู้เร็วขึ้นและความจำดีขึ้น ผสานกับ โคลีน ที่ช่วยเพิ่มสารสื่อนำประสาท พร้อมด้วย แอล-ไลซีน และ วิตามินบีรวม 7 ชนิด ได้แก่ วิตามินบี 1, วิตามินบี 3, วิตามินบี 5, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12, กรดโฟลิค และไบโอติน ผสานกับ สารสกัดจากบิลเบอร์รี่, เบอร์รี่รวม 6 ชนิด และวิตามินเอ เพื่อการดูแลสมองและสายตา เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง บำรุงสายตา ช่วยในการมองเห็น ลดอาการตาแห้ง ลดความอ่อนล้าจากการใช้สายตาเป็นเวลานาน



เพื่อให้ร่างกายได้รับปริมาณสารอาหารและวิตามินครบถ้วนในแต่ละวัน แนะนำให้รับประทานสูตรละ 1-3 เม็ดต่อวัน เม็ดเคี้ยว อร่อยดีมีประโยชน์ ทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สารกันเสีย เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว 

พิเศษกับโปรโมชั่นสุดคุ้ม สุขสันต์วันเด็กแห่งชาติ "Happy Children's Day 2024" ไปกับคิทโด้ วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร 2 รส เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง บำรุงสมองและสายตาที่ดีของน้องๆ หนูๆ ด้วยราคาพิเศษ คิทโด้ 1 ซอง บรรจุ 12 เม็ด แถมฟรีอีก 3 เม็ด (แถมในซอง) รวมเป็น 15 เม็ด/ซอง “ซื้อ 1 แถม 1” คละรสชาติได้ เพียง 49 บาท จากปกติ 98 บาท ตั้งแต่วันนี้ - 23 มกราคม 2567 สามารถซื้อได้ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ 

“คิทโด้” วิตามินเม็ดเคี้ยว เคี้ยวอร่อย ประโ ยชน์เน้นๆ 2 สูตร 2 รสชาติ จัดจำหน่ายโดย บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด สามารถดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bshine.co.th/kitdo/
FB : https://www.facebook.com/kitdoclub และ Line : @Kitdo