07 มิถุนายน 2568

Thai SELECT signature award 2024 ร้านอาหารไทยที่ได้รับรางวัล หนึ่งเดียวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กระทรวงพาณิชย์ผลักดันและส่งเสริมร้านอาหารไทยให้เข้มแข็ง สามารถยกระดับสู่มาตรฐานสากลประกอบกับการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ซึ่งจะสร้างจุดขายสำคัญให้กับประเทศไทย และผลักดัน Soft power อาหารไทยนำไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ขอแนะนำร้านอาหารไทย ซึ่งเป็นร้านเดียวในจังหวัดอยุธยาที่ได้รับรางวัล Thai SELECT Signature award 2024 โดยรางวัล Thai SELECT Signature Award เป็นรางวัลที่แสดงถึงคุณภาพและมาตรฐานของร้านอาหารไทยที่มีความโดดเด่นในด้านรสชาติ ความเป็นเอกลักษณ์ และการบริการที่ดีเยี่ยม คือร้าน The Artisans Ayutthaya: ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 


เนตรนภางค์  หงษ์อุปถัมภ์ไชยCMO ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด 

เนตรนภางค์  หงษ์อุปถัมภ์ไชยCMO ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ร้าน The Artisans Ayutthaya เกิดจากแนวคิดที่ต้องการช่วยเหลือคนในชุมชน โดยเฉพาะเหล่าป้า ๆ ยาย ๆ ที่มีฝีมือทำอาหารแต่ขาดโอกาสสร้างรายได้ ร้านจึงเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้เข้ามาปรุงอาหารไทยด้วยรสมือและตำรับดั้งเดิม เพื่อเสิร์ฟให้ลูกค้า พร้อมเติมเต็มคุณค่าและความหมายให้กับผู้สูงวัยในชุมชน 

"แรงบันดาลใจในการสร้าง The Artisans อยุธยา เราต้องการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้นซึ่งเราเชื่อว่าตั้งแต่ที่เราอยู่มา เราได้สัมผัสกับคนในชุมชนที่มีองค์ความรู้ภูมิปัญญาที่ตกทอดรุ่นสู่รุ่นแล้วเราเชื่อว่ามีคุณค่าและมีพลังมากพอที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนของความสำเร็จของไทยอย่างแท้จริง แต่ถูกซ่อนตัวอยู่ในชุมชนที่เป็นชายขอบของอยุธยาซึ่งตอนนั้นที่เจอป้า ๆ บางคนก็รับจ้างรายวัน บางคนก็ทำไร่ทำนา  ส่วนคุณป้าที่หุงข้าวคือป้าที่เข็นรถขายน้ำแก้วละสิบบาทซึ่งแต่ละคนมีองค์ความรู้ที่ซ่อนอยู่ในตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร งานฝีมือหรือว่าวิถีชีวิตวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่หลอมรวมอยู่ในคนคนนึง เพราะที่นี่เราไม่ได้มีเพดานอายุ สูงสุดตอนนี้อยู่ที่อายุเจ็ดสิบสี่ เราก็ให้ทำงานกับเราซึ่งก็ปรับแต่งตำแหน่งที่เหมาะสมให้ประมาณนี้ และในเรื่องของบางจังหวัด เช่น อ่างทอง สุพรรณบุรีและเริ่มไปที่สุโขทัย เราสามารถที่จะช่วยส่วนไหนได้เราช่วย ถ้าไม่ได้มาทำงานที่นี่ เหมือนป้าๆ  ยายๆ ที่เห็นเราส่งวัตถุดิบส่งสินค้ามาให้เรา ซึ่งอย่างอรัญญิกยังมีอีกประมาณสิบครอบครัว เนื่องจากอรัญญิกเมื่อก่อนตีแต่ดาบ เราจะเคยเห็นแต่มีดอรัญญิก แต่ว่าตอนนี้มีดอรัญญิกไม่มีใครเลือกซื้อเยอะ ก็ต้องปรับตัวเป็นทำจานช้อนส้อมที่เห็นด้จะเป็นจานของอรัญญิก และเราเอาวิธีการทานแบบสมัยก่อนที่ชาวบ้านรองด้วยใบตอง เพราะว่าวิธีการกินแบบนี้ก็เป็นวัฒนธรรมเก่า ๆ ดั้งเดิมและอยากให้คนได้สัมผัสเพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างใช้ฝีมือในการทำ ข้าวหุงหม้อดินเช็ดน้ำไม่ง่ายนะคะ ต้องมีความเชี่ยวชาญ คือเหมือนเป็นช่างฝีมือที่เกี่ยวกับด้านอาหารและขนมโดยเฉพาะ  คำว่า ไทย คราฟท์ทีซานส์ คูซีน เหมาะกับเรามาก ๆ เวลาใครถามเราบอกว่า เราไม่ใช่ authentic เราไม่ใช่ royal เราไม่ใช่ progressive  เราไม่สามารถนิยามตัวเราเองว่าอะไรเลย จนกระทั่ง เรามาคุยกันเองในครอบครัวว่าเราแยกทุกอย่างออกจากกันไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหารแต่มีภูมิปัญญา มีองค์ความรู้ดั้งเดิม วิถีการกิน หรือ วัฒนธรรมการทานแบบเก่า ๆ ที่ยังมีอยู่ที่นี่  ดังนั้นแล้วถ้าเกิดมาสัมผัสแล้วไม่ใช่เข้ามาทานอาหารแล้วจบ ทุกคนจะได้พบกับประสบการณ์อื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ในอยุธยา 




ส่วนเมนูที่ประทับใจ รังสรรค์ทีไรแล้วปลื้มใจทุกครั้ง  เมนูข้าวปลาเกลือย่างถ่าน เริ่มจากข้าวใช้ข้าวหุงหม้อดิน ก็เป็นวิธีแบบเช็ดน้ำ ที่ป้าๆ ยายๆ หุง เวลาเช็ดน้ำเสร็จแล้วก็จะมีน้ำข้าว เราเสิร์ฟร้อมน้ำข้าวและงบน้ำอ้อย กับดอกเกลือ อันนี้เป็นวิธีการทานแบบดั้งเดิม แล้วก็มีผงโรยข้าว ชื่อว่า พริก กับเกลือ มีส่วนผสมของ น้ำตาลมะพร้าว มะพร้าว แล้วก็ดอกเกลือ 3 อย่าง เป็นพริกกับเกลือที่ไม่มีพริก อีกอันนึง ก็จะเป็นพริกขิงแห้งที่ไม่มีขิง ความหมายคือเผ็ดเท่าขิง แต่ไม่มีขิง ใช้คำว่า พริกขิงแห้ง ก็เป็นผงโรยข้าวอีกอันนึง ต่อมาก็จะเป็นตัวปลาเกลือย่างถ่าน ตัวปลาเกลือ เราเอามาจากเสนา เป็นอำเภอที่อยู่ในอยุธยา เราก็นำปลาไปย่างใช้เวลาย่างประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง ย่างด้วยไฟอ่อนๆ จะมีความหอมของควัน เเล้วก็กลิ่นของใบตอง และตัวเนื้อปลา เนื่องจากเราค่อย ๆ ย่างให้มันสุกมีความฟู มีความเค็มอ่อน ๆ แล้วก็ทานคู่กับแตงโมแล้วก็มะม่วงสุก อันนี้เป็นเมนูที่ทำให้เพลิดเพลิน เพราะว่าเราใช้มือทานได้เลย เป็นวัฒนธรรม คือมันมีครบทุกองค์ประกอบที่อยู่ในนั้น เราจะได้สัมผัสถึง ข้าวหุงหม้อดินแบบเช็ดน้ำ ปลาเกลือทานพร้อมแตงโม หรือ มะม่วงสุก แล้วก็ใช้มือทาน ยกนิ้วให้เลยค่ะเมนูนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด 






เมนูเด็ดที่อยากแนะนำและทำเป็น Thai Select คือ แกงขี้เหล็กเนื้อย่าง เมนูนี้กะทิคั้นเอง ใช้กะทิสด ตำพริกแกงเอง ขี้เหล็กปลูกเองเป็นของชาวบ้าน ใช้ใบเพสลาด เพราะว่าถ้าอ่อนเกินไปไปต้มแล้วก็จะเป็นโคลนแข็งเกินไปก็จะทานไม่อร่อย เพราะฉะนั้นที่นี่ก็ทุกองค์ประกอบเราทำเองหมด แล้วก็ปกติบางร้านจะใช้น้ำปลาร้าแต่ของเราเป็นปลาอินทรีย์แล้วก็ใส่เนื้อปลากดย่างเข้าไปอีกต้องบอกว่าเป็นเมนูที่ใครไม่เคยทานขี้เหล็ก หรือ เคยทานแล้วบอกว่าไม่ชอบมาทานที่นี่ทานได้ทุกคนเราไม่ขมแน่ ๆ แต่เรายังมีสรรพคุณเดิมอยู่ เพราะว่าป้าและยายที่นี่ สมมุติว่าไปวัด เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย พรุ่งนี้จะต้มแกงขี้เหล็กอันนี้เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ถ้าเกิดนอนไม่หลับกินแกงขี้เหล็กจะช่วยได้ มีประโยชน์สำหรับร่างกายของเราด้วย

ทั้งนี้ขอขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ ที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนทางกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้มอบสัญลักษณ์ Thai select ซึ่งเป็นการการันตีได้ว่าร้านมีคุณภาพด้านการบริการ อาหาร และรสชาติ และก็ยังช่วยให้เราได้มีพื้นที่ในการบอกต่อแล้วก็กล้าที่จะออกมาพูดว่าเราเป็นร้านอาหารไทยได้อย่างภาคภูมิใจ รวมถึงยังช่วยสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ให้ร้านเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย

สำหรับ ทุกท่านที่อยากสัมผัสประสบการณ์ อาหารไทยพื้นบ้าน งานฝีมือโดยคนในชุมชน วัตถุดิบจากชุมชน แล้วก็เพื่อคนในชุมชน เรามั่นใจว่าที่นี่จะมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้แน่นอนค่ะ กล่าว"




กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายขยายร้านอาหาร Thai SELECT เพิ่มขึ้นอีก 100 ร้านทั่วประเทศ ภายใน
ปี 2568 จากเดิมที่มีอยู่ 496 ร้าน สำหรับร้าน Thai SELECT จะได้รับการส่งเสริมจากกระทรวงฯ เพื่อ
กระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้น การเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายอาหาร และการประชาสัมพันธ์ร้านให้เป็น
ที่รู้จักมากขึ้น

06 มิถุนายน 2568

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” วิตามินซีธรรมชาติ 100%

โปรราคาพิเศษ ขวดละ 189 บาท พร้อมดูแลสุขภาพคุณในทุกวัน แข็งแรง สดใสทุกวัน สู้ฝนและโควิด ซื้อได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

ช่วงนี้ทั้งฝนตกบ่อย และโควิด-19 ก็ยังต้องระวัง การดูแลตัวเองจึงสำคัญเป็นพิเศษ บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด จัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” วิตามินซีจากธรรมชาติ 100% ขนาดบรรจุ 30 เม็ด แถมฟรีอีก 5 เม็ดในขวด รวมเป็น 35 เม็ด ทานได้นาน 1 เดือน เหลือเพียง 189 บาท จากปกติ ราคา 249 บาท ช่วยประหยัดถึง 60 บาท และสมาชิก All Member รับ 1 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ - 23 มิถุนายน 2568 หาซื้อได้ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ      บีไชน์ เนเจอร์ซี ช่วยดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น เหมาะกับช่วงที่ต้องใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ ให้คุณมีสุขภาพที่ดี พร้อมเผชิญทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจและสดใสในแบบที่เป็นคุณ

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” (B Shine NaturC) ผลิตภัณฑ์วิตามินซีจากธรรมชาติ ด้วยสารสกัดอะเซโรลา เชอร์รี่ 1000 มก. เทียบเท่ากับผลอะเซโรลาเชอร์รี่สด 4000 มก. จากสวิตเซอร์แลนด์ ผสานคุณค่าจากสารสกัดผลไม้หลากหลายชนิด และยังเพิ่มปริมาณสารสกัดจากทับทิมมากถึง 70 มก. ซึ่งสารสกัดจากทับทิมนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยดูแลผิวพรรณให้แลดูสดใส และเหมาะสำหรับการดูแลสุขภาพในทุกวัน 


“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” มีสารสกัดที่มีประโยชน์จากผลไม้และผักหลากชนิด ส่วนประกอบสำคัญใน 1 เม็ด : ประกอบด้วย อะเซโรลา เชอร์รี่ สกัด 1000 มก., ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 มก., เบอร์รี่มิกซ์ 120 มก. (สตรอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสพ์เบอร์รี่, เอลเดอร์เบอร์รี่, แบล็คเคอร์เรนท์, เรดบีท), สารสกัดจากทับทิม 70  มก., สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ 23.75 มก., แคโรทีนอยด์ 7.5% 23.75 มก.

รับประทานเพียงวันละ 1 เม็ด หลังอาหารมื้อเช้าหรือเย็นทันที เริ่มต้นวันที่สดใสและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจกับบีไชน์ เนเจอร์ซี ที่ช่วยดูแลสุขภาพของคุณให้แข็งแรงสมดุลจากภายในสู่ภายนอก ให้คุณพร้อมใช้ชีวิตในทุกวันได้อย่างมั่นใจ 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bshine.co.th,
FB : https://www.facebook.com/BnpHealth และ Line : @Bshine

05 มิถุนายน 2568

ดร.วรวัฒน์ จากสีเบเยอร์ภาคภูมิใจ ในนามผู้ชนะหนึ่งเดียวในรอบ 20 ปี


ดร.วรวัฒน์ จากสีเบเยอร์ภาคภูมิใจ ในนามผู้ชนะหนึ่งเดียวในรอบ 20 ปี รางวัลเกียรติยศนวัตกรรมแห่งชาติ ร่วมเสวนา “เส้นทางสู่รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” ถ่ายทอดวิสัยทัศน์สู่ความสำเร็จในงานแถลงข่าวการประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 2568

ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สีเบเยอร์ ภาคภูมิใจได้รับเกียรติร่วมเป็นหนึ่งในวิทยากรในงานเสวนาหัวข้อ “เส้นทางสู่รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ...รางวัลทรงเกียรติสูงสุดของวงการนวัตกรรมไทย” ภายในงานแถลงข่าวการจัดประกวด รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568 ณ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ในฐานะผู้ได้รับรางวัล “รางวัลเกียรติยศ นวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2567” หนึ่งเดียวในรอบ 20 ปี ดร.วรวัฒน์ ได้ถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เบื้องหลังความสำเร็จของนวัตกรรม “Beger Cool UV Shield”
สีสะท้อนความร้อนและรังสียูวีที่ช่วยลดอุณหภูมิในอาคารและประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยี "AeroTech"และ Ceramic Cooling วัสดุแห่งอนาคตเข้ามาเสริมแกร่งให้กับผนังบ้าน ภายใต้แนวคิด "เย็นขึ้น ทนกว่า" เพื่อยืนหยัดการเป็น The Best Cool Paint พร้อมปักธงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจด้วยสีรักษ์โลก ปูพรมเติมเต็มอาคารรักษ์โลกหรือ "Low Carbon Building Design" ในห่วงโซ่อุปทานทางธุรกิจ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions พร้อมแนวคิดในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดีเบเยอร์ยังคง มุ่งเน้นการผลิตสินค้าคาร์บอนต่ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิต (embodied carbon) ให้น้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในการทำความเย็นในบ้านหรือในตัวอาคารหลังจากผู้อยู่อาศัยย้ายเข้ามา (operational carbon)  ส่งผลให้ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา เบเยอร์สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้วกว่า 350,000,000 กิโลกรัมคาร์บอนหรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ชดเชยมากกว่า 5,594,492 ต้น โดยวันนี้ถือได้ว่า เบเยอร์เป็นผู้ผลิตสีรายแรกในประเทศที่ผลักดันให้เกิดสินค้าสีที่ช่วยสะท้อนความร้อนและเป็นฟันเฟืองสำคัญในอุตสาหกรรมสีที่ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม"

ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบเยอร์ จำกัด กล่าวว่า“ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา วิสัยทัศน์ของเราคือการมองไปข้างหน้า คาดการณ์ผลกระทบจากวิกฤตภูมิอากาศจากอดีตถึงปัจจุบัน และเชื่อมั่นว่า ‘ความยั่งยืน’ ไม่ใช่แค่แนวทาง แต่คือการมองหา solution ที่ช่วยแก้ปัญหาทั้งวันนี้และอนาคต ซึ่งนั่นคือ Brand DNA ของ BegerCool เราจึงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง จากแนวคิดสู่การลงมือทำจริง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืนและจับต้องได้ ขอบคุณ NIA ที่มองเห็นความตั้งใจของเรา และมอบรางวัลนี้เป็นกำลังใจสำคัญในการก้าวต่อไปครับ”


เวทีเสวนาครั้งนี้ยังได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการซึ่งล้วนเป็นผู้ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติในปีที่ผ่านมา ได้แก่

นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ กรรมการ บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด (Finnomena)
วินิจ ฤทธิ์ฉิ้ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออโธพีเซีย จำกัด
นายอติชาญ เชิงชวโน (คุณอู๋ SPIN9)
นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีไอจี จำกัด 

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของนวัตกรรมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การสื่อสาร หรือการบริหารจัดการองค์กร โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติฯ มุ่งหวังให้เวทีประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาตินี้ เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้พัฒนานวัตกรรมทั่วประเทศ เดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย

02 มิถุนายน 2568

‘พังงา’ จุดกระแสกีฬาโต้คลื่นไทย ชูความสำเร็จงานแข่งขันเซิร์ฟ “Khaolak Grom Patrol 2025”

เขาหลัก พังงา – [2 มิถุนายน 3568] สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา ผนึกกลุ่มชุมชนโต้คลื่นในเขาหลัก และองค์กรโต้คลื่นนานาชาติ Asian Surf Co บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ประกาศความสำเร็จการจัดงาน Khaolak Grom Patrol 2025 การแข่งขันกีฬาโต้คลื่นเยาวชน ณ หาดปะการัง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา รวมตัวนักเซิร์ฟรุ่นใหม่จาก 10 ประเทศทั่วโลก ลุยแมตช์สุดท้าทายบนผืนท้องทะเลภาคใต้ พร้อมยกระดับเวทีการแข่งขันโต้คลื่นเยาวชนไทยสู่ระดับนานาชาติ รวมถึงปักหมุด “เขาหลัก” ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอีเวนต์กีฬาโต้คลื่นมาตรฐานโลก

จบลงอย่างสวยงามกับงาน Khaolak Grom Patrol 2025 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 - 31 พฤษภาคม 2568 ณ หาดปะการัง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ภายใต้แนวคิด “Surf with Respect – Compete with Heart” ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่พิเศษมากกว่าที่เคย โดยได้จับมือร่วมการแข่งขันกับองค์กรโต้คลื่นระดับนานาชาติอย่าง Asian Surf Co บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจาก 10 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ มาเลเซียและอีกหลายประเทศ

ตลอดสองวันของกิจกรรมเต็มไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ รวมถึงประชาชนท้องถิ่นเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ภายในงานมีกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นแก่ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก อาทิ เวิร์กช็อปศิลปะสำหรับเยาวชน นิทรรศการเกี่ยวกับทะเล กิจกรรมเก็บขยะบริเวณชายหาด “Beach Clean Together” เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันของชาวโต้คลื่นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำอย่าง อาร์มแชร์ และ Serious Bacon ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม

ในขณะที่การแข่งขันโต้คลื่นเยาวชนซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมและนักกีฬาอย่างมาก โดยปีนี้มีคลื่นขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ทำให้ทุกแมตช์การแข่งขันเต็มไปด้วยความท้าทาย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความกล้าหาญของนักกีฬาแต่ละคนได้อย่างชัดเจน โดย 3 เยาวชนไทยกวาดแชมป์มาได้ถึง 4 รายการ ได้แก่ เอิง จิราภัทร รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี หญิง (Shortboard), ณัฐกร แซ่เอียว รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชาย (Shortboard) และ ระมิล อารมณ์ชื่น คว้าแชมป์ 2 รายการ จากรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ชาย (Shortboard) และ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชาย (Longboard)


การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดพังงา รวมถึงกลุ่มชุมชนโต้คลื่นในเขาหลักที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง โดยใช้เวลากว่า 6 เดือนในการเตรียมการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับเยาวชน นักกีฬา ครอบครัว และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งในด้านการแข่งขัน ความปลอดภัย การสร้างความเข้าใจ และการให้ความเคารพต่อธรรมชาติและชุมชนในท้องถิ่น

ติดตามการกิจกรรมการโต้คลื่นจังหวัดพังงา ได้ทาง
Facebook: https://www.facebook.com/khaolaksurftown

#Khaolakgrompatrol2025 #สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา

สมาคมสตรีมุสลิมจังหวัดพัทลุง ร่วมงาน “93 ปี อนุบาลป่าบอน”


วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2568 สมาคมสตรีมุสลิม (มุสลิมะฮ์) จังหวัดพัทลุง ร่วมงานโรงเรียนอนุบาล

ป่าบอน “93 ปี เหลียวหลัง แลน้อง  มองอนาคตอนุบาลป่าบอน”

โดยได้รับเกียรติจากคณะที่ปรึกษา รมต.กระทรวงแรงงาน คุณเขมพล อุ้ยตยะกุล (คุณมุนินทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลป่าบอน ผอ.จรูญ ศรีก่อเกื้อ และอดีตนางสาวไทย คุณอรอนงค์  ปัญญาวงศ์ ในการร่วมงานครั้งนี้ ขอขอบคุณผู้อำนวยการและคณะครูทุกท่านในการต้อนรับอย่างอบอุ่น

ขอขอบคุณผู้อำนวยการและคณะครูทุกท่านในการต้อนรับอย่างอบอุ่น

01 มิถุนายน 2568

สค. ร่วมเดินขบวนพาเหรด Bangkok Pride 2025 ประกาศจุดยืนสนับสนุนความหลากหลายทางเพศและสิทธิมนุษยชน

วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เวลา 15.00 น. นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมด้วย นางสาวกุรุพิน สิงห์น้อย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสตรี นางสาวอนัญญา อัตชู เลขานุการกรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สค. ร่วมเดินขบวนพาเหรด Bangkok Pride 2025 เส้นทางจากสนามกีฬาแห่งชาติไปยังแยกราชประสงค์

เพื่อประกาศจุดยืนของภาครัฐในการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศและสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมความเข้าใจในอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลาย และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนสามารถแสดงออกได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง สนับสนุนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมอย่างสร้างสรรค์และสันติ รณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของบุคคลหลากหลายทางเพศอย่างเป็นธรรม ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะสังคมที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลาย




พร้อมทั้งเฉลิมฉลองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความภาคภูมิใจในตัวตนของทุกคนผ่านกิจกรรมที่เปี่ยมพลังและความหวัง Bangkok Pride 2025 เป็นเวทีสำคัญที่ผู้คนจากทุกอัตลักษณ์ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว นักเคลื่อนไหว นักวัฒนธรรม ศิลปิน ภาครัฐ ท้องถิ่น องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน นักวิชาการ นักศึกษา และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้ร่วมเดินขบวนอย่างสง่างามภายใต้สายรุ้งแห่งความหลากหลาย เพื่อประกาศตัวตนและเรียกร้องความเท่าเทียมอย่างสันติและสร้างสรรค์ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวยืนยันพันธกิจในการส่งเสริมสังคมที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยืนหยัดเคียงข้างทุกอัตลักษณ์เพื่อสร้างประเทศไทยที่ทุกคนสามารถภาคภูมิใจในความเป็นตัวเองได้อย่างแท้จริง

แชงกรี-ลา เชียงใหม่ เปิดตัว “The Hive-Ternoon Tea”


ชุดชายามบ่ายสุดพิเศษครั้งแรกในเชียงใหม่สัมผัสประสบการณ์น้ำชาสุดหรู ที่ผสานความหวานละมุนของน้ำผึ้งธรรมชาติเข้ากับแนวคิดแห่งความยั่งยืน

โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ ขอนำเสนอประสบการณ์ใหม่ล่าสุดที่ทั้งอร่อยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกับการเปิดตัว “The Hive-Ternoon Tea” ชุดน้ำชายามบ่ายสุดพิเศษครั้งแรกของเมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ และการทำงานร่วมกับ “99 Hives” โครงการพัฒนาและอนุรักษ์ผึ้งท้องถิ่น
ชุดน้ำชานี้ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดย เชฟ Guillaume Comparat ด้วยการผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูงใน เชียงใหม่ อาทิ น้ำผึ้งออร์แกนิก 100% และแบลคเบอรรี่ จากอำเภอแม่ริม ชาออร์แกนิกจาก Araksa Tea Garden อำเภอแม่แตง ช๊อคโกแลตจาก Skugga Estate อำเภอแม่ออน ชีสจาก Jartisann Cheeserie อำเภอหางดง ข้าวเหนียวจากเผ่าลาหู่ รวมถึงไก่ออแกนิกจากฟาร์มคลองไผ่ และวนิลลาจาก Sam’s Vanilla จากสระบุรี เพื่อมอบรสชาติอันกลมกล่อมผ่านเมนูของหวานและของว่างสุดประณีต ที่ไม่เพียงแต่เอาใจคนรักของหวานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ผลิตในชุมชนอีกด้วย

The Hive-Ternoon Tea ไม่ใช่เพียงแค่น้ำชายามบ่าย แต่คือส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือกับ 99 Hives ช่วยสนับสนุนผู้เลี้ยงผึ้งในท้องถิ่น ส่งเสริมการรับประทานอาหารแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพภายในโรงแรม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของ “ผึ้งชันโรง. ซึ่งเป็นผึ้งที่ไม่มีเหล็กไน” หรือทางภาคเหนือเรียกว่า ผึ้งมิ้ม ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศในเมือง ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศวิวสวนร่มรื่นของโรงแรมฯ พร้อมเก็บภาพความประทับใจในมุมถ่ายภาพสุดชิค

สถานที่: ล็อบบี้เลาจน์ ชั้น 2 โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่
ให้บริการทุกวัน เวลา 13:00 – 17:00 น.
ราคา: 1,388 บาทสุทธิ สำหรับ 2 ท่าน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.slcm.online/hive-ternoon-tea
สำรองที่นั่ง: โทร. 053-253 888