10 มกราคม 2569

เปิดมุมคิดทีมเขียนบทและผู้กำกับ “Return to Reset” เมื่อเรื่องสูงวัยถูกเล่าผ่านภาษาภาพยนตร์


“เมื่อความสุขไม่ใช่ปลายทาง แต่คือการเริ่มต้นใหม่”
“Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่)ได้?

ในยุคที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” อย่างเต็มรูปแบบ หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “เราจะใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างไรให้มีความสุข?” และนี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการ “Happy Me” ที่รวมพลังของนักสร้างสรรค์หลากหลายสาขา ทั้งนักวิชาการด้านประชากรศาสตร์ ทีมที่ปรึกษาด้านสุขภาพ ผู้สูงอายุ ทีมนักเขียน และมี “ผู้กำกับละครสั้น” คนสำคัญอยู่เบื้องหลังความประทับใจและความหมายลึกซึ้งในแต่ละตอน


วันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว หัวหน้าโครงการ เพื่อถอดรหัสว่า “ความสุข” ในมุมมองของเขาคืออะไร และอะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผลงานชุดนี้เข้าถึงหัวใจผู้ชม

จุดเริ่มต้นของ Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่) ได้  “เป้าหมายหลักของโครงการนี้ คือการสื่อสารแนวคิด สูงวัยเชิงรุก Active aging Policy Approach ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญในการเตรียมพร้อมประชากรทั่วโลกให้พร้อมใช้ชีวิตในยุคสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้เรื่องวิชาการกลายเป็นเนื้อหาที่สร้างสรรค์ เราจึงตั้งโจทย์กับทีมงานทั้งทีมเขียนบท และผู้กำกับว่า อยากเล่าเรื่องที่เล่นกับเวลา เพราะอายุของคนเราที่เพิ่มขึ้น ก็เหมือนกับนาฬิกาชีวิตที่เดินถอยหลัง เหมือนสายน้ำที่ไหลไปไม่ย้อนกลับ เลยอยากให้ตัวละครเป็นตัวแทนของชีวิตที่ดำเนินไปแล้ว เกิดอยากจะเปลี่ยนตัวเอง อยากกลับไปค้นหาความสุขในชีวิต  โดยกำหนดตัวละครหลักชื่อ “เนรัญชรา” ชื่อเดียวกับชื่อแม่น้ำในประเทศอินเดียครั้งพุทธกาล หมายถึง แม่น้ำที่ใสสะอาด การทำในใจ, ใส่ใจ, พิจารณา แม่น้ำเนรัญชรา คือ สายน้ำที่พระพุทธเจ้าตั้งจิต อธิษฐานว่าจะตรัสรู้ได้อย่างไร และสายน้ำนั้นนำทางพระองค์ไปตรัสรู้ธรรมที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ แม่น้ำเนรัญชราในความจริงเต็มไปด้วยผืนทราย กอหญ้า ขวากหนาม น้ำไม่ได้ใสเย็นไหลรินตลอดปี สะท้อนถึงเป้าหมายและชีวิตจริงว่า เราอาจต้องผ่านชีวิตที่ลำบาก อุปสรรคขวากหนาม และการเตรียมพร้อมชีวิต เพื่อความสุขแท้จริงอันเป็นนิรันดร์ที่รออยู่ข้างหน้าได้

เนรัญชรา จึงเป็นตัวแทนของการสื่อถึงความหมายของตัวละครในการเล่นคำว่า นิรันดร์ ชรา คือ การแก่เฒ่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และเป็นเสมอ ไม่มีผู้ใดหลีกหนีความแก่ชราได้ ส่วนความหมายตามคำ ที่แปลว่าใจที่ใสสะอาดนั้น คือ แนวคิดหลักของเรื่องที่หมายถึงใจที่เป็นสุข จากตัวละคร จะพบว่า ไม่ว่าใช้ชีวิตในหนทางใด ท้ายที่สุดแล้ว ใจที่เป็นสุข สงบเท่านั้น จะทำให้ชีวิตมีความสุขในทุกช่วงวัย แม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิตของชีวิต คือ ตัวเราที่มีความสุข Happy Me ทุกเรื่องราวที่ดำเนินไป จะมุ่งไปสู่คำตอบของการมีชีวิตที่มีความสุขนั้น อยู่ที่ตัวของเราเท่านั้น เพราะในชีวิตของมนุษย์ทุกคนไม่มีใครหลีกหนีการเกิดแก่เจ็บตาย และสามารถชีวิตโดยปราศจากทุกข์ได้ และการมีความสุขที่แท้จริง คือ การมีความสามารถใช้ชีวิตและพึ่งตนเอง และเน้นชีวิตที่มีความสุขในวัยชรา ด้วยแนวคิดสูงวัยเชิงรุก คือ การมีความสุขภาพกายและจิตที่ดี มีความมั่นคงในความสัมพันธ์ การเงิน ที่อยู่อาศัย และการมีส่วนร่วมในสังคม  โดยเป้าหมายของภาพยนตร์จะไม่แยกผู้สูงอายุให้อยู่ลำพัง แต่จะช่วยให้ผู้สูงอายุที่รู้สึกว่าแม้ตัวเองอยู่ลำพัง แต่ยังสามารถมีส่วนร่วม เป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อย่างไร เพราะตามทฤษฎีและงานวิจัยนั้น การที่ผู้สูงอายุเริ่มแยกตัวเอง อยู่คนเดียว หรือแม้กระทั่งในวัยทำงาน วัยเด็ก ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเจ็บป่วยทางจิตได้  เมื่อทุกคนสามารถมีความสุขได้ ก็จะแบ่งปันความสุขนั้นไปสู่สังคมได้

เมื่อกำหนดพล๊อตของตัวละครหลักได้แล้ว จากนั้น ทีมนักเขียน คือ คุณปราณปริยา กำจัดภัย ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. ซึ่งเป็นนักเขียนหลักและคุณศดานันท์ สมอัจฉริยกุล นักเขียนรอง ได้ช่วยกันออกแบบเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่เดินทางย้อนอดีตกลับไปเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิต เหมือนกับว่า...ถ้าเราได้โอกาสอีกครั้ง เราจะเลือกมีความสุขยังไง?” โดยเลือกให้ดอกลำดวน เป็นสัญลักษณ์ของการย้อนเวลาย้อนเวลาเพื่อค้นหาความสุขแท้จริง


ภาพยนตร์ “Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่) ได้” ดำเนินเรื่องผ่าน 3 ช่วงชีวิต โดยมีตัวละครหลักได้โอกาส “ย้อนเวลา” กลับไปเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ – ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนอดีต แต่เพื่อเข้าใจและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างแท้จริง “มันไม่ใช่ละครแฟนตาซีที่พาย้อนอดีตเพื่อแก้ไขความผิดพลาด แต่มันคือการย้อนกลับไปเข้าใจว่า ความสุขที่เราตามหาทั้งชีวิต จริง ๆ แล้ว...อาจอยู่กับเราเสมอ เพียงแต่เรามองข้ามมันไป”

“สูงวัยเชิงรุก” ในแบบของคนทำภาพยนตร์  ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ คุณตฤณริช หนองหิน เล่าว่า “ผมมองว่า สูงวัยเชิงรุก ไม่ได้แปลว่าต้องลุกขึ้นมาเต้นแอโรบิกหรือทำกิจกรรมอะไรทุกวัน มันเริ่มจากการ ‘ไม่ละเลยหัวใจตัวเอง’ เช่น เลือกที่จะกินดี นอนดี เคลื่อนไหวร่างกายบ้าง แต่อย่าลืมดูแล ‘ความคิด’ และ ‘ความสัมพันธ์’ กับคนรอบข้างด้วย” เขาเสริมว่า ตัวละครในละครสั้นทุกคนคือ “ตัวแทนของพวกเรา” ที่ต้องผ่านทั้งความล้มเหลว ความฝันที่พังทลาย และการกลับมารักตัวเองอีกครั้งในตอนที่หลายคนคิดว่า “สายเกินไป”

เบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา “ทีมงานต้องทำงานหนักพอสมควรครับ เพราะละครแต่ละตอนไม่ใช่แค่ถ่ายทำให้สวย แต่เราต้องใส่ใจอารมณ์ และความหมายทุกฉาก เราใช้เวลาเกือบ 6 เดือนในการพัฒนาบท จนได้ละครที่เราเชื่อว่าคนดูจะได้ทั้งความบันเทิง น้ำตา และแรงบันดาลใจ” ซึ่งหัวหน้าโครงการย้ำกับทีมถ่ายทำว่า ทุกบททุกตอน เมื่อดูจนจบแล้ว อยากให้คนที่นั่งดูรู้สึกรักตัวเองให้มากขึ้น และหันไปกอดคนที่เรารักได้เร็วขึ้น

ฝากถึงคนดูก่อนจบบทสนทนา ทีมโครงการทิ้งท้ายว่า...“ความสุขไม่ใช่ปลายทาง แต่มันเริ่มได้ตรงที่คุณยอมรับตัวเองและพร้อมใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพตั้งแต่วันนี้ เพราะเมื่อคุณมีความสุข คนรอบตัวก็จะสัมผัสได้เช่นกัน”  “Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่) ได้”

พร้อมแล้วให้คุณร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวของคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อเวลา

และค้นพบว่า “ชีวิตดีได้เสมอ...ถ้าเราเริ่มต้นใหม่กับตัวเอง”

ติดตามภาพยนตร์และเบื้องหลังได้ที่ 
https://www.youtube.com/playlist?list=PLhBnFUqXsjnigdLOyGQCF7RrsUangSouG



คอนเสิร์ตเปียโนเฉลิมฉลอง 25 ปีแห่งเส้นทางดนตรี การถ่ายทอด และการให้คืนสู่สังคม

วันที่ 20 มกราคม 2569 ขอเชิญร่วมสัมผัสค่ำคืนแห่งดนตรีคลาสสิกในคอนเสิร์ต Hearts in Harmony: A 25 Years Celebration for a Cause ณ Yamaha Music Hall คอนเสิร์ตเปียโนพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของการอุทิศตนในเส้นทางการสอนและการสร้างสรรค์ทางดนตรีของอาจารย์ Artas Balakauskas และ อาจารย์อินทุอร ศรีกรานนท์ ร่วมกับ ลูกศิษย์รุ่นแรก (First Generation of Students) ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างครูและศิษย์ที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานผ่านเสียงดนตรี 

ภายในคอนเสิร์ตประกอบด้วยการแสดงเปียโนหลากหลายรูปแบบ ได้แก่การแสดงเปียโนเดี่ยว (Solo), เปียโนดูโอ (Duet) และ Piano Ensemble โดยนำเสนอผลงานของคีตกวีเอก อาทิ Ravel, Beethoven, Mendelssohn, Mozartรวมถึงบทเพลงจากคีตกวีท่านอื่น ๆ ที่ได้รับการคัดสรรอย่างประณีต เพื่อถ่ายทอดทั้งมิติของศิลปะการแสดงเดี่ยวและพลังของการบรรเลงร่วมกัน


รายชื่อลูกศิษย์รุ่นแรกที่ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต ได้แก่ ธารินทร์ สุภประกร, วศิน ประเสิรฐลาภ, ณิชาพัชร วลัยพัชรา, ผลิกา เหลืองเรืองรอง, สุมิดา อังศวานนท์, วัชรพัฐ เมตตานันท, ธนิศา ดุรงคเวโรจน์, Asta Balakauskas และ Indre Balakauskas คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จทางดนตรีตลอด 25 ปี หากยังเป็นการรวมพลังของเสียงดนตรีเพื่อการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตรจะนำไปสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยเด็ก

📅 วันอังคารที่ 20 มกราคม 2569

🕖 เวลา 19.00 น

📍 Yamaha Music Hall  (https://maps.app.goo.gl/qBQFeDVJPXrDnxV48)

🎫 บัตรราคา

• บัตรทั่วไป 1,000 บาท

• บัตรนักเรียน / นักศึกษา 500 บาท

💖 รายได้ทั้งหมดมอบให้กองทุนโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

การจำหน่ายบัตร
สามารถซื้อบัตรได้ทาง Ticketmelon ที่เว็บไซต์ https://www.ticketmelon.com/th/25YearsMusicalJourney/HeartsinHarmony

กรมการท่องเที่ยวย้ายสู่ที่ทำการใหม่อาคาร C ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ 9 มกราคม 2569


กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ย้ายสถานที่ทำการจากอาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ไปยังสถานที่ทำการแห่งใหม่ อาคาร C ทิศเหนือ N5 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569 เป็นต้นไป 

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ในโอกาสย้ายสถานที่ทำการมายังอาคาร C ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ จึงได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นการปฏิบัติราชการ ณ สถานที่ทำการแห่งใหม่ พร้อมทั้งยกระดับสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความเหมาะสม พร้อมอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น



สำหรับการเดินทางมายังส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C ประชาชนและผู้มาติดต่อสามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล หรือระบบขนส่งสาธารณะอื่น ทั้งรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟฟ้าสายสีชมพู จากนั้นสามารถใช้บริการรถ EV-Shuttle Bus (ฟรี) หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อเดินทางต่อไปยังอาคารโซน C ได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม






สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2141 3333
ในวันและเวลาราชการ หรือทาง inbox เฟซบุ๊กเพจกรมการท่องเที่ยว


09 มกราคม 2569

ตุนได้เลย "คิทโด้” วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 รสชาติ โปรแรง! ถูกและคุ้ม 1 แถม 1

"คิทโด้” วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 รสชาติ เสริมโภชนาการเด็กวัยเรียน โปรแรง! ถูกและคุ้ม 1 แถม 1 ตุนได้เลยที่เซเว่น อีเลฟเว่น พร้อมชวนร่วมสนุกกิจกรรม Happy Children’s Day กับ KITDO ลุ้นรับของรางวัลฟรี!!  

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและพัฒนาการสมองของเด็กวัยเรียน จึงได้พัฒนา “คิทโด้” (Kitdo) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบเม็ดเคี้ยวที่รับประทานง่าย อร่อย หอมกลิ่นผลไม้ โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ ด้วยสูตรไม่เติมน้ำตาลและไม่ใส่สารกันเสีย ผลิตภายใต้มาตรฐานการรับรองจาก อย. เพื่อเป็นทางเลือกเสริมสารอาหารที่จำเป็นให้แก่บุตรหลาน  

“คิทโด้” นำเสนอ 2 สูตรที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ที่แตกต่าง:  สูตร ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน (รสส้ม) : เน้นการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ด้วยวิตามินซีสูงจากธรรมชาติจาก อะเซโรลา เชอรี่ สกัด นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้ดี ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ผสานกับซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์, ซิงค์ และวิตามินรวม 13 ชนิด เพื่อส่งเสริมความแข็งแรงของร่างกาย  

สูตร โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่ (รสมิกซ์เบอร์รี่) : เน้นการดูแลสมองและสายตา อุดมด้วย DHA จากน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์ นำเข้าจากออสเตรเลีย ทำงานร่วมกับโคลีน, แอล-ไลซีน และวิตามินบีรวม เพื่อเสริมพัฒนาการสมองด้านการเรียนรู้ สมาธิและความจำ และช่วยในการเจริญเติบโต พร้อมด้วยสารสกัดจากบิลเบอร์รี่และเบอร์รี่รวม 6 ชนิด เพื่อช่วยปกป้องถนอมดวงตา ลดความอ่อนล้าของดวงตาจากการใช้สายตาหน้าจอนาน  

ายละเอียดโปรโมชั่นพิเศษ :
คิทโด้ 1 ซอง บรรจุ 15 เม็ด (12 เม็ด พร้อมแถมฟรี 3 เม็ดภายในซอง) จัดโปรสุดคุ้ม! เพื่อหนูๆ น้องๆ “ซื้อ 1 แถม 1” (คละรสชาติได้) ในราคาเพียง 49 บาท (จากราคาปกติ 98 บาท) และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก All Member ลดเพิ่มเหลือเพียง 48 บาท เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 23 มกราคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
www.bshine.co.th/kitdo/, FB: kitdoclub หรือ Line: @Kitdo และคิทโด้ ชวนคุณพ่อคุณแม่พาลูกๆ ฉลองวันเด็ก ร่วมกิจกรรม "Happy Children’s Day" กับ KITDO พร้อมลุ้นรับฟรี!! ชุดของขวัญพิเศษจากคิทโด้ 

กติการ่วมสนุกเพียง 

1. กด Like เพจ KITDO 

2. กด Like & Share โพสต์ https://www.facebook.com/share/14ThrGwJP6R/ นี้ (ตั้งค่าเป็นสาธารณะ) 

3. คอมเมนต์บอกว่า “อยากพาลูกๆไปเที่ยวที่ไหน เพราะอะไร”  

เพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับชุดของขวัญผลิตภัณฑ์ KITDO จำนวน 20 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 11,000 บาท! ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ - 25 ม.ค. 69  

สามารถดูข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
www.bshine.co.th/kitdo/, FB: kitdoclub หรือ Line: @Kitdo 

02 มกราคม 2569

เอปสันจับมือสยามเซ็นเตอร์ เสริมทักษะยังก์ดีไซเนอร์ไทย ผสานเทคโนโลยีกับความคิดสร้างสรรค์

เอปสัน ร่วมกับ สยามเซ็นเตอร์ เดินหน้าสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านเวที VISIONARY STAGE at Siam Center 2025 เวทีแห่งโอกาสสำหรับยังก์ดีไซเนอร์ นิสิต–นักศึกษาสาขาการออกแบบและแฟชั่นจากทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ และประสบการณ์จริง ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบไปจนถึงการผลิตผลงานที่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมต่อยอดสู่เวทีแฟชั่นระดับประเทศและสากล




เวที VISIONARY STAGE at Siam Center จัดขึ้นต่อเนื่องสู่ปีที่ 18 ในปีนี้ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างสรรค์โครงการเพื่อสนับสนุนไทยสร้างสรรค์ โดยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ เอปสัน นำเสนอคอลเล็กชันพิเศษที่ครีเอตสำหรับรันเวย์นี้โดยเฉพาะ Siam Center x ททท. ตอน Thai Creative Experience – เที่ยวไทยสร้างสรรค์ ในรูปแบบ Absolute Siam Collection ซึ่งเฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์และมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ผ่านแฟชั่นร่วมสมัยที่ผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรม

คอลเล็กชันดังกล่าวเกิดจากผลงานของนิสิต–นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านการออกแบบและแฟชั่น รวม 12 สถาบันทั่วประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (CIDI) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหา วิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา

ที่ได้ร่วมกันถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากผ้าทอหัตถกรรม ลวดลาย และเรื่องราวจากจังหวัดที่มีผ้าทอหัตถกรรมอันมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ น่าน ยะลา อุบลราชธานี มุกดาหาร และเลย เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้กับผ้าพื้นเมือง และยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แฟชั่นระดับสากล

หนึ่งในบทบาทสำคัญของเอปสัน คือการสนับสนุนการเรียนรู้แบบครบวงจรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำผ่านการจัด Digital Textile Workshop ณ ศูนย์การเรียนรู้ Nexttech ผู้จำหน่ายและให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์งานพิมพ์สกรีนแบบครบวงจรของเอปสัน โดยเปิดโอกาสให้นิสิต-นักศึกษาได้สัมผัสกระบวนการผลิตจริง ตั้งแต่การออกแบบลวดลาย การพิมพ์สิ่งทอด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ไปจนถึงการตัดเย็บเป็นผลงานจริงบนรันเวย์ Visionary Stage  ศูนย์การเรียนรู้ Nexttech ทำหน้าที่เป็นมากกว่าโชว์รูม แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ “เห็นของจริง และลองทำจริง” เพื่อทำความเข้าใจว่าเทคโนโลยีการพิมพ์สิ่งทอแบบดิจิทัลสามารถช่วยต่อยอดจินตนาการให้กลายเป็นวัสดุที่จับต้องได้อย่างไร พร้อมทั้งช่วยลดของเสียจากกระบวนการผลิต และตอบโจทย์แนวคิดแฟชั่นอย่างยั่งยืน

เวที VISIONARY STAGE at Siam Center 2025 จบลงอย่างสวยงามเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีผู้สนใจผลงานแฟชั่นจากยังก์ดีไซเนอร์ที่ถูกจัดแสดงบนรันเวย์ และวางจำหน่ายจริงผ่าน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ รวมถึง ONESIAM SuperApp เป็นจำนวนมาก นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย และเปิดโอกาสให้ผลงานของคนรุ่นใหม่ก้าวสู่ตลาดจริง ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของเอปสัน ในการเป็น “ตัวกลางระหว่างนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์” พร้อมผลักดันศักยภาพของยังก์ดีไซเนอร์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมก้าวสู่เวทีแฟชั่นระดับโลกในอนาคต

เอส แอนด์ พี” มอบผลิตภัณฑ์ S&P แด่กองบัญชาการกองทัพไทย

เพื่อสนับสนุนกิจการทหารพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และจัดทำถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยมูลค่ารวมทั้งสิ้น 356,208 บาท

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) โดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร มอบผลิตภัณฑ์ S&P ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ขนมปังรสช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์ขนมปังใบเตยไส้ถั่วแดง ผลิตภัณฑ์พัฟเค้กครีมกลิ่นใบเตยมะพร้าว ผลิตภัณฑ์พัฟเค้กครีมกลิ่นส้ม ผลิตภัณฑ์กุนเชียงรสซีอิ๊ว และ ผลิตภัณฑ์คางกุ้งทอดกรอบรสหมาล่า รวมจำนวน 11,172 ชิ้น มูลค่ารวม 300,228 บาท เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพ และร่วมส่งกำลังใจให้แก่ทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา



โดยมี พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (กลาง) พลเอก นพดล  ปิ่นทอง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ที่ 4 จากขวา) พลเอก ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร (ที่ 3 จากขวา) พลเอก กิตติพงศ์  ชื่นใจชน รองเสนาธิการทหาร (ที่ 2 จากขวา) พลโท นนธวัฒน์ ภักดิพงศ์พิชญะ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ขวาสุด) ให้เกียรติรับมอบ ณ ห้องรับรอง 12 อาคารกองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมอบผลิตภัณฑ์ S&P จำนวน 2,400 ชิ้น สำหรับจัดทำถุงยังชีพจำนวน 700 ชุด มูลค่ารวม 56,592 บาท ในนามหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยที่ศูนย์พักพิง และกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ จังหวัดอุบลราชธานี



เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองทัพ และขอร่วมส่งกำลังใจให้แก่ประชาชน และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ก้าวผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้อย่างเข้มแข็งไปด้วยกัน

26 ธันวาคม 2568

Mantra.AI ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ BytePlus เปิดตัว Mantra Easy Media แพลตฟอร์มสื่ออัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI

สะเทือนวงการไอทีไทย: Mantra.AI ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ BytePlus ประเทศไทย เปิดตัว “Mantra Easy Media” แพลตฟอร์ม AI เจเนอเรชันใหม่ ใช้ง่าย ใช้ได้จริง รวดเร็ว ออกแบบเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ

Mantra.AI ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ BytePlus ประเทศไทย เปิดตัว Mantra Easy Media แพลตฟอร์มสื่ออัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งถูกออกแบบมาให้ ใช้งานง่าย ใช้ได้จริง และรวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ SMEs และธุรกิจออนไลน์ โดยพัฒนาให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานชาวไทยและบริบทของตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ

คุณชลิตา สมุทรรัตน์ Senior Vice President จาก BytePlus ประเทศไทย กล่าวว่า  “BytePlus มองประเทศไทยเป็น ตลาดเชิงกลยุทธ์ ที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านอุตสาหกรรมสื่อ บุคลากร และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ในวันนี้ การแข่งขันด้าน AI ไม่ได้อยู่ที่ใครมีโมเดลที่ล้ำที่สุด แต่คือใครสามารถนำ AI ไปใช้งานจริง สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ และขยายการใช้งานในระดับประเทศได้ ซึ่งความร่วมมือระหว่าง Mantra Easy Media และ BytePlus สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจน”



แพลตฟอร์ม Mantra Easy Media ผสานเทคโนโลยี AI หลักของ BytePlus ที่ครอบคลุมมากกว่าการสร้างคอนเทนต์ แต่รวมไปถึงการผลิต การสื่อสาร และประสบการณ์แบบโต้ตอบ โดยประกอบด้วยเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่

● Seedance: เทคโนโลยี AI สำหรับการสร้างวิดีโอระดับองค์กร ที่ช่วยให้การผลิตคอนเทนต์สามารถขยายขนาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

● Seedream: AI Creative Engine ที่ยกระดับการเล่าเรื่องและการสื่อสารด้วยภาพ (Visual Storytelling)

● OmniHuman: เทคโนโลยี AI Digital Human ที่สามารถทำหน้าที่เป็นพิธีกร ผู้ประกาศข่าว หรือพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ได้อย่างสมจริง

● Real-time Conversational AI: ระบบสื่อสารแบบโต้ตอบทันที สำหรับการตอบคำถาม การนำเสนอข้อมูล และการให้บริการผู้ชมแบบเรียลไทม์

เมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกรวมอยู่ในแพลตฟอร์ม Mantra Easy Media จะช่วยให้องค์กรสามารถ ลดต้นทุน เพิ่มความเร็วในการทำงาน และสร้างโมเดลรายได้ใหม่ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในมุมมองการขยายตลาด Mantra Easy Media ถือเป็น แพลตฟอร์ม AI ด้านสื่อ ที่สามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอื่นได้ เช่น การศึกษา การท่องเที่ยว และองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการคอนเทนต์คุณภาพสูงและการสื่อสารแบบเรียลไทม์ ในระดับประเทศ การนำ AI มาใช้งานในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มผลิตภาพแรงงาน เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทไทย และเปิดโอกาสใหม่ให้กับนักพัฒนาและผู้สร้างเทคโนโลยีในประเทศ

คุณชลิตา กล่าวเพิ่มเติมว่า  “BytePlus เชื่อว่าการเติบโตของ AI อย่างยั่งยืน ต้องขับเคลื่อนด้วยการใช้งานจริง การสร้างรายได้จริง และการมี Ecosystem ที่แข็งแรง นั่นคือเหตุผลที่เราเลือกทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Local Partner อย่าง Mantra เพื่อให้เทคโนโลยีระดับโลกกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง”

ด้านคุณอธิราช ชูเรือง CEO ของ Mantra กล่าวว่า  “ผมขอขอบคุณ BytePlus อย่างจริงใจ ที่ช่วยทำให้แนวคิดของเราและพาร์ทเนอร์เกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นความร่วมมือที่นำ AI ไปสู่การใช้งานในโลกจริง Mantra Easy Media คือความท้าทายครั้งสำคัญและก้าวที่กล้าหาญ เราเริ่มต้นจากทีมเล็ก ๆ ดึงผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ผสานระบบดิจิทัลและการตลาด เพื่อให้ AI สามารถช่วยมนุษย์ทำงาน และในบางส่วนสามารถทำงานแทนได้อย่างน่าเชื่อถือ ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรอย่างมาก”

Mantra ได้ลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มมากกว่า 50 ล้านบาท โดยออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับสตาร์ทอัป SMEs และองค์กรธุรกิจ ช่วยให้ผู้ค้าออนไลน์และ SMEs สามารถสร้างวิดีโอ อินโฟกราฟฟิก และผู้ช่วยแชทที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างง่ายดาย คาดการณ์รายได้ในปี 2569 มากกว่า 200 ล้านบาท และมีผู้ใช้งานมากกว่า 20,000 ราย

Mantra Easy Media ประกอบด้วย 3 โมดูลหลัก ได้แก่

● Mantra เนรมิต: เครื่องมือสร้างภาพและวิดีโอเสมือนจริง พร้อมเสียงและภาพที่สมจริง

● Mantra สนทนา: เครื่องมือ Conversational AI สำหรับการสื่อสารกับลูกค้า การจัดการข้อมูล และเป็นฐานความรู้ที่สามารถค้นหาได้

● Mantra ปล่อยของ: ตลาดกลางของผู้มีความสามารถ ที่ช่วยสร้างสรรค์ภาพ รีทัช หรือวิดีโอในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถมีสื่อโฆษณามืออาชีพได้

คุณอธิราช กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตว่า

“เรากำลังพัฒนา Mantra Easy Media ให้ผู้พิการทางสายตาสามารถใช้งานได้ผ่านมือถือ ด้วยเมนูและคำสั่งเสียง รวมถึงการพัฒนา AI Books เช่น หนังสือนิทานสำหรับเด็ก และหนังสือธรรมะที่อ้างอิงตามพระไตรปิฎกอย่างถูกต้อง”

ด้านคุณณัฐพศุตม์ ภัทรคุณธีรสิริ CTO ของ Mantra กล่าวสรุปว่า “Mantra Easy Media กำลังสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า ‘Invisible Tech’ คือเทคโนโลยีที่ทรงพลัง แต่ซ่อนความซับซ้อนไว้เบื้องหลัง ให้ผู้ใช้สัมผัสเพียงผลลัพธ์ที่ ‘ง่าย’ และ ‘ตรงจุดที่สุด’ นี่ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ใหม่ แต่คือ Intelligent Operating System ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งผสาน Engine ระดับโลกของ BytePlus เข้ากับประสบการณ์ผู้ใช้ที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ”

แพลตฟอร์มนี้ถูกพัฒนาบน 3 แกนหลัก ได้แก่

1. Hyper-Personalization – ระบบเรียนรู้พฤติกรรม บริบทธุรกิจ และความต้องการของผู้ใช้

2. Seamless Integration – เชื่อมต่อข้อมูลจากทุกแพลตฟอร์มไว้ในที่เดียว ไม่ต้องสลับหน้าจอ

3. Generative Capability – ด้วยพลังของ GenAI การสร้างคอนเทนต์ วิเคราะห์ข้อมูล และจัดการระบบหลังบ้าน เหลือเพียงคลิกเดียวคุณปัญชลี ตรีตราเพ็ชร Partner Director จาก BytePlus ประเทศไทย กล่าวปิดท้ายว่า

“วันนี้ไม่ใช่เพียงการเปิดตัว AI Platform ใหม่ แต่คือการเปิดตัว แนวทางการสร้าง AI Ecosystem ที่เติบโตไปพร้อมกับบริษัทไทยBytePlus เป็นหน่วยธุรกิจด้าน Enterprise Services ของ ByteDance ที่ให้บริการ AI ในระดับโลก แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี คือการทำงานผ่าน Local Partner และการเติบโตไปพร้อมกับ Ecosystem ของประเทศนั้น ๆ

Mantra ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยี แต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจตลาดสื่อไทยอย่างลึกซึ้ง และสามารถแปลง AI ให้เป็นโซลูชันที่ ใช้ง่าย และใช้ได้จริง สำหรับสื่อมวลชนและผู้ประกอบการไทย”  Mantra ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยี แต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจตลาดสื่อไทยอย่างลึกซึ้ง และสามารถแปลง AI ให้เป็นโซลูชันที่ ใช้ง่าย และใช้ได้จริง สำหรับสื่อมวลชนและผู้ประกอบการไทย”