19 มกราคม 2569

ทีมแพทย์โรงพยาบาลพญาไท 1 ร่วมสวัสดีปีใหม่ผู้บริหาร วางแนวทางดูแลผู้ป่วยปี 2569


พญ.ชุติญา เกิดศิริ ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ป้องกันและชะลอวัย Revital Life Center และ ดร.พญ.พลินี รัตนศิริวิไล แพทย์เฉพาะทางด้านความงามผิวพรรณ เส้นผม และหนังศีรษะ จาก โรงพยาบาลพญาไท 1 รวมถึง พญ.สุขุมาลย์ สว่างวารี สูตินรีแพทย์และแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวช จาก โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ได้พร้อมใจกันเข้าพบผู้บริหารเพื่อสวัสดีปีใหม่ และรับคำแนะนำในการพัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยในปี 2569


โอกาสนี้ คณะทีมแพทย์ได้พบกับ นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1 และ
คุณอภิวัฒน์ อาระยานิมิตสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารธุรกิจ โรงพยาบาลพญาไท1 ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง แนวทางการพัฒนาคุณภาพบริการทางการแพทย์ และยกระดับประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยให้มีมาตรฐาน ครอบคลุม และตอบโจทย์สุขภาพในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน


กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เปิดกิจกรรมฝึกอบรม “DIPROM BIZ MARKET 2026”

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เดินหน้าเปิดตัวกิจกรรมฝึกอบรม "DIPROM BIZ MARKET 2026: ตลาดนอกกรอบ ไม่นอกเทรนด์ 2026" เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมเสริมความสามารถในด้านการตลาดยุคใหม่ การเพิ่มช่องทางการจำหน่าย การสร้างการรับรู้แบรนด์ และการขยายโอกาสทางธุรกิจ

กรุงเทพฯ 17 มกราคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดฝึกอบรม หลักสูตร "DIPROM BIZ MARKET 2026: ตลาดนอกกรอบ ไม่นอกเทรนด์ 2026" ใน

กิจกรรมสร้างโอกาสทางธุรกิจและทดสอบตลาด ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมด้วยวิทยากร นายสิทธิพล สืบสีมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและเชื่อมโยงเครือข่าย และคณะเจ้าหน้าที่ (DIPROM) โดยมี นายบูรณะศักดิ์ มาดหมาย ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนเกษตรอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 6 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter)


กิจกรรมนี้มุ่งเสริมความรู้และแนวทางการพัฒนาธุรกิจแบบครบวงจรให้กับผู้ประกอบการ ผ่านการทดสอบตลาดจริง และเปิดโอกาสให้สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การปั้นแบรนด์ให้โดดเด่นในตลาด ทั้งนี้ยังเน้นการใช้เทรนด์ยุคใหม่เพื่อให้ธุรกิจไทยพร้อมแข่งในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กิจกรรมนี้ถือเป็นการตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลในการใช้ "Soft Power" และ "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้เรียนรู้กลยุทธ์การตลาดที่ทันสมัยจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสร้างโอกาสให้แบรนด์เติบโตและสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  กิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 มกราคม 2569 โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 17 กิจการ 

โดยในกิจกรรมจะมีการอบรมในหัวข้อสำคัญ ได้แก่ "Networking PLUS++", "E-Commerce Marketing", "Packaging ที่ใช่" และ "ปั้นแบรนด์ปัง..ดังเหมือนมือโปร" โดยหลังจากการฝึกอบรมฯ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม จะร่วมทดสอบการตลาดจริง ณ เซ็นทรัล ศาลายาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2569 DIPROM BIZ MARKET 2026 จึงเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปของไทย ต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต.




อัพเดท 75 ชุมชนมาตรฐาน CBT Thailand ใหม่ล่าสุด

กรมการท่องเที่ยวชวนแพลนทริปเที่ยวคุณภาพ สัมผัสวิถีชุมชนอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอแสดงความยินดีกับชุมชนท่องเที่ยวจำนวน 75 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับการประกาศรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand Standard) ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของชุมชนไทยในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และเป็นทางเลือกสำคัญในการวางแผนทริปท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน



นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยวได้ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยนำเกณฑ์การตรวจประเมินตามมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand Standard) มาใช้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของชุมชนไทยให้ทัดเทียมระดับสากล ครอบคลุมมิติด้านการบริหารจัดการ การมีส่วนร่วมของชุมชน ความปลอดภัย การดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว

ที่มีคุณค่า ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และสนับสนุนการท่องเที่ยวมูลค่าสูงควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งล่าสุดมีชุมชนท่องเที่ยวที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐาน จำนวนทั้งสิ้น 75 ชุมชน ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ 10 ชุมชน ภาคกลาง 22 ชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 ชุมชน ภาคตะวันออก 13 ชุมชน ภาคตะวันตก 4 ชุมชน และภาคใต้ 12 ชุมชน โดยแบ่งเป็นชุมชนที่ได้รับการรับรองในระดับดีเยี่ยม จำนวน 56 ชุมชน และระดับดี จำนวน 19 ชุมชน ซึ่งแต่ละแห่งมีอัตลักษณ์และรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการวางแผนเดินทางในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป (Slow Travel) เรียนรู้วิถีชุมชน พักผ่อนอย่างมีคุณภาพ ช่วยเอื้อต่อการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงหลายพื้นที่ (Community-based Tourism Route) ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และการมีส่วนร่วมกับชุมชนเจ้าบ้าน ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น นำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน




ปัจจุบันมีชุมชนที่อยู่ระหว่างการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน จำนวนทั้งสิ้น 151 แห่งทั่วประเทศ และกรมการท่องเที่ยวมีแผนดำเนินการตรวจประเมินอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อขยายเครือข่ายชุมชนท่องเที่ยวมาตรฐานให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น อันจะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งสร้างรายได้ให้กับชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวและวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน CBT Thailand Standard ได้ที่เฟซบุ๊กเพจ Thailand Tourism Standard  (ช้างชูงวงเริงร่า)

16 มกราคม 2569

เสนา–ฮันคิว ฮันชิน พร้อมโอน “Niche Mono บางโพ” คอนโดวิวโค้งเจ้าพระยา ติดรถไฟฟ้า

 เสนา–ฮันคิว ฮันชิน พร้อมโอน “Niche Mono บางโพ” คอนโดวิวโค้งเจ้าพระยา ติดรถไฟฟ้ามูลค่าโครงการ  2,139 ล้านบาท มี Backlog รอรับรู้รายได้ไตรมาส 1 มูลค่า 650 ล้านบาท

‘คอนโด นิช โมโน บางโพ (Niche Mono Bangpo)’ โดย เสนา – ฮันคิว ฮันชิน บริษัทร่วมทุนระหว่าง บมจ. เสนาดีเวลลอปเม้นท์ และ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากญี่ปุ่น นำโดย มิสเตอร์ เคจิ ฮารากาว่า กรรมการผู้จัดการ ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ (ประเทศไทย) และ นายประกิต อัครเสรีนนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ตรวจความพร้อมโครงการ “นิช โมโน บางโพ” ก่อนเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์และพร้อมส่งมอบห้องพักอาศัยให้ลูกค้าในเดือนมกราคมนี้ ซึ่งถือว่าแล้วเสร็จเร็วกว่าแผนที่กำหนด สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการและการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างอย่างเข้มงวด โดยการทยอยโอนกรรมสิทธิ์จะช่วยสนับสนุนการรับรู้รายได้ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

โครงการ นิช โมโน บางโพ พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างเสนาและฮันคิว ฮันชิน ภายใต้องค์ความรู้ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น และกรอบมาตรฐาน SENA Quality Check ระบบตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพทุกตารางเมตรให้กับผู้อยู่อาศัย พัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด REVIVED BY THE RIVER เริ่มต้นวันดี ๆ กับชีวิตริมน้ำอย่างมีคุณภาพ ควบคู่แนวคิด SENA Low Carbon ที่ออกแบบอาคารให้ช่วยลดการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน สนับสนุนการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนในระยะยาว




ทั้งนี้ นิช โมโน บางโพ เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 37 ชั้น พร้อมชั้น Rooftop และอาคารพาณิชย์หน้าโครงการสูง 2 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมจำนวนห้องพักอาศัย 450 ยูนิต ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ที่ใกล้โครงการเพียง 50 ม.* มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และระบบ Smart Living ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย โดยห้องพักอาศัยมีให้เลือกทั้งแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 27–37 ตารางเมตร, 1 ห้องนอน พลัส ขนาด 31.5–33 ตารางเมตร และ 2 ห้องนอน ขนาด 53.50–62.60 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท 

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ และนัดชมโครงการได้ที่ ไลน์แอด @nichemonobangpo (Add Line: https://lin.ee/I5Fgz3A) และ https://sena.ltd/DTNQl9m หรือ โทร 1775 กด 26 และ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ของเสนาได้ที่ 

www.sena.co.th 

www.facebook.com/senadevelopmentpcl  

“SEE ISAN EXPO 2026” เปิดเวทีมหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน

กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับเศรษฐกิจฐานรากภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นรูปธรรม เตรียมจัดงาน “SEE ISAN EXPO 2026 (ศรีอีสานเอ็กซ์โป)” ภายใต้โครงการยกระดับการค้าภาคอีสานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) สู่โอกาสทางการค้าในระดับประเทศ   และนานาชาติ (Global Opportunity) ระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลาระหว่าง 10.00–20.00 น.

มหกรรมสินค้าดีศรีอีสาน SEE ISAN EXPO 2026 ถือเป็นหนึ่งในกลไกเชิงนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมถึงแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านเศรษฐกิจฐานราก และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งเสริมสร้างเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าและเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นฐานการผลิตสำคัญของประเทศ ทั้งด้านการเกษตรและวัตถุดิบต้นน้ำ อาทิ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง อีกทั้งมีศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งในการเชื่อมโยงการค้า กับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคดังกล่าวยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านรายได้เฉลี่ยต่อหัว โอกาสทางการตลาด และขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในระดับพื้นที่ SEE ISAN EXPO จึงถูกพัฒนาให้เป็น แพลตฟอร์มเศรษฐกิจเชิงบูรณาการ ที่ผสานการแสดงสินค้า การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และการเชื่อมโยงตลาดเข้าไว้ด้วยกัน โดยภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการจากกว่า 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   รวมทั้ง 4 จังหวัดที่ได้รับผลจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 210 คูหา ครอบคลุมสินค้าเกษตรสร้างมูลค่า อาหาร สินค้านวัตกรรม ผ้าทออัตลักษณ์ และสินค้า Local Plus สินค้าท้องถิ่นเพิ่มมูลค่าที่มีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์และขยายตลาดในระยะยาว



         

ไฮไลท์ของงานประกอบด้วยกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ กิจกรรมส่งเสริมการค้าดิจิทัล อาทิ Live Commerce และคลินิกให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาสินค้า บรรจุภัณฑ์ การตลาดออนไลน์ และการส่งออก ควบคู่กับ Pavilion Showcase ที่สะท้อนศักยภาพเศรษฐกิจอีสานผ่านการออกแบบเชิงกลยุทธ์ โดย “SEE ISAN Pavilion” นำเสนออัตลักษณ์และห่วงโซ่มูลค่าของสินค้าอีสาน ตั้งแต่ฐานการผลิต ภูมิปัญญา ไปจนถึงสินค้าที่พร้อมแข่งขันในตลาดสากล ครอบคลุมสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป สิ่งทอ หัตถกรรม และสินค้า GI จาก 20 จังหวัด ขณะที่ “พนมดงรัก Pavilion” ชูบทบาทอีสานใต้ในฐานะประตูการค้าชายแดน เชื่อมโยงศักยภาพ สินค้า และวัฒนธรรมของ 4 จังหวัด สู่โอกาสทางการค้าและการลงทุนในระดับภูมิภาคและนานาชาติ


 กระทรวงพาณิชย์คาดว่า SEE ISAN EXPO 2026 จะเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ และสนับสนุนบทบาทของอีสาน

ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในระยะต่อไป 

ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ info.seeisanexpo2026@gmail.com 

#toptotravel

12 มกราคม 2569

ชวนปักหมุดจุดเช็คอิน 5 จังหวัดภาคใต้ ที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสโลว์ไลฟ์ต้องห้ามพลาด

 

ภาคใต้ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันหลากหลายของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึง สงขลา เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ วิถีชุมชน และร้านค้าท้องถิ่นมากมาย ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยเติมพลังใจด้วยความงดงามของภาคใต้ แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมชวนนักท่องเที่ยวเตรียมตัวออกเดินทาง เลือกจุดหมายปลายทางที่ใช่ ตามสไตล์ที่ชอบ พร้อมเก็บโมเมนต์ดี ๆ กับมุมเก๋ ๆ ทั่วภาคใต้


ปักหมุดจุดที่ 1: ชุมพร-ระนอง เปิดประตูสู่ภาคใต้ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ ปักหมุดจุดแรกกับจังหวัดชุมพร เมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ใครมีเวลาเยอะแวะเที่ยวชุมพรก่อนได้เลย เพราะมีสถานท่องเที่ยวหลากหลาย สำหรับเส้นทางวันนี้ เราจะไม่เข้าเมืองชุมพร แต่หักเลี้ยวไปทางตะวันตกสู่เมืองระนอง เมืองเงียบสงบที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ในฐานะหนึ่งในประตูสู่ภาคใต้ ระนองซ่อนธรรมชาติสมบูรณ์ไว้มากมาย ทั้งภูเขา ลำธาร และน้ำตกหลายแห่ง เหมาะสำหรับการจัดทริปแบบสบาย ๆ ขับรถชิล ๆ ไปบนเส้นทางที่สวยและท้าทายสำหรับคนที่ชอบขับรถเที่ยวเอง รับรองว่าสนุกและประทับใจแน่นอน
ทริปครั้งนี้เรามากับ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ที่ช่วยให้การเดินทางระยะยาวผ่อนคลายขึ้นตั้งแต่เริ่มออกจากตัวเมือง จังหวะขึ้นเขาและโค้งคดเคี้ยวให้ฟีลนุ่ม เงียบ และมั่นใจ เพราะกำลังจากระบบ e-POWER ตอบสนองทันทีที่แตะคันเร่งพลาดไม่ได้กับหนึ่งในจุดที่ต้องแวะคือ น้ำตกปุญญบาล สายน้ำใสที่ไหลรินริมถนนเพชรเกษมตลอดทั้งปี เป็นมุมพักขาและเก็บภาพบรรยากาศได้อย่างลงตัวการขับผ่านเส้นทางธรรมชาติแบบนี้ยิ่งทำให้เห็นความสบายของเซเรน่าได้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นั่งที่กว้าง หรือกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร ที่ทำให้การเร่งขึ้นเนินและการขับต่อเนื่องหลายร้อยกิโลเมตรเป็นไปอย่างลื่นไหลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่ชาร์จ
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารพื้นบ้านและร้านค้าชุมชนให้แวะชิมรสมือท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเมนูพื้นเมืองรสเข้มหรืออาหารทะเลสด ๆ ทำให้ระนองไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้น แต่เป็นหนึ่งในจังหวัดที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกของการเดินทางสู่ภาคใต้
ปักหมุดจุดที่ 2: ตะกั่วป่า พังงา เมืองกลางหุบเขาที่ต้องหลงรัก
เมื่อพูดถึงพังงา หลายคนอาจนึกถึงทะเลและภูเขา แต่สำหรับสายชอบเมืองเก่าและบรรยากาศเงียบสงบแล้ว ต้องยกให้ ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า เมืองเล็กในหุบเขาที่อบอวลด้วยเสน่ห์เรียบง่าย เหมาะทั้งสำหรับการแวะเที่ยวแบบวันเดียว หรือจะใช้เวลาพักผ่อนช้า ๆ สักคืนเพื่อดื่มด่ำกับวิถีท้องถิ่นก็ลงตัวสุด ๆ เมืองเก่าย่านนี้รายล้อมด้วยอาคารชิโน–โปรตุกีสเก่าแก่ ร้านเล็ก ๆ ของชุมชน และศาลเจ้าจีนที่สะท้อนรากวัฒนธรรมในพื้นที่อย่าง ศาลเจ้าซินใช่ตึ๋ง เดินเล่นไม่กี่นาทีก็เจอมุมถ่ายรูปใหม่ ทั้ง Street Art, โรงเรียนเต้าหมิง, และ สะพานเหล็กบุญสูง ที่เห็นวิวภูเขาสวยแบบเต็มตา เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์แบบพิเศษของตะกั่วป่าที่ แม้อยู่ในเมือง ก็ยังมองเห็นภูเขาได้ใกล้จนเหมือนเอื้อมถึง
ส่วนหนึ่งที่ทำให้การเดินชิล ๆ ในเมืองเก่าเพลินขึ้นกว่าเดิม คือการเดินทางที่ไม่ต้องลุ้นหรือเหนื่อยตั้งแต่ต้นทาง คนขับเองก็สบายขึ้นด้วยฟังก์ชันอย่างปุ่มควบคุมเกียร์แบบไฟเรืองแสง เบรกมือไฟฟ้า Auto Brake Hold และ N-Hold ที่ช่วยให้จอดหรือเข็นรถในตรอกแคบ ๆ ของเมืองเก่าได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีระบบ Adaptive Cruise Control ที่ช่วยผ่อนแรงในช่วงขับทางไกลก่อนจะเข้าตัวเมือง ทำให้รักษาความเร็วและระยะห่างรถคันหน้าได้อย่างสบาย ๆ รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยลดภาระการขับลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ยังมีแรงเหลือไปเดินเที่ยวและสนุกกับบรรยากาศของตะกั่วป่าต่อทั้งวัน
สายกินเองก็มีแผนที่แน่นไม่แพ้กัน ตั้งแต่ ขนมจีนหน้าศาล, ไส้กรอกตะกั่วป่า, ไปจนถึง สะเต๊ะร้านเก่าแก่ที่ยังคงรสมือดั้งเดิม ทำให้การเดินเที่ยวในเมืองเก่าเต็มไปด้วยรสชาติและเรื่องราวในทุกจุดแวะ ตะกั่วป่าจึงเป็นอีกมุมหนึ่งของพังงาที่ให้จังหวะชีวิตช้าลงแบบพอดี และเติมเสน่ห์ใหม่ ๆ ให้การเดินทางภาคใต้มีมิติที่อบอุ่นมากขึ้น
ปักหมุดจุดที่ 3: สุราษฎร์ธานี ธรรมชาติอิ่มตา บรรยากาศอิ่มใจ
สุราษฎร์ธานีคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติไม่ควรพลาด โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาสก หนึ่งในผืนป่าฝนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของไทย อายุนับร้อยล้านปี โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนและป่าเขียวชอุ่ม บรรยากาศเงียบสงบรายล้อมด้วยธรรมชาติรอบตัว เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบสบาย ๆ หรือใช้เป็นที่เติมเต็มความสงบได้เป็นอย่างดี
ระหว่างทางที่ขับผ่านแนวภูเขาและผืนป่า ห้องโดยสารที่นั่งสบายของเซเรน่าทำให้การเดินทางรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้พักตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดหมาย ความโปร่ง โล่งของพื้นที่ภายในช่วยให้การนั่งรถยาว ๆ ไม่รู้สึกอึดอัด กระจกใสบานใหญ่รอบคันเปิดมุมมองให้เห็นวิวเขาสกแบบเต็มตา และยิ่งสบายขึ้นไปอีกเมื่อมี ม่านบังแดดที่ช่วยกรองแสงแรงระหว่างขับผ่านพื้นที่โล่ง เหมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับธรรมชาติ
พื้นที่รอบเขาสกมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ ขับรถชมวิวเข้าไปยังจุดเดินป่าต่าง ๆ ไปจนถึง ล่องแพชมวิวที่ เขื่อนเชี่ยวหลาน ทะเลสาบสีมรกตซึ่งโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดของภาคใต้
ในตัวอำเภอบ้านตาขุนและพื้นที่รอบเขาสกยังมีคาเฟ่บ้านไม้ ร้านอาหารพื้นบ้าน และโฮมสเตย์ชุมชนที่แวะได้ระหว่างทางให้สัมผัสวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของคนท้องถิ่น สุราษฎร์ธานีจึงเป็นปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับการใช้เวลาร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะขับรถเพื่อมาพักผ่อนหรือออกไปทำกิจกรรมสนุก ๆ ก็ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ของคนที่รักการเดินทาง
ปักหมุดจุดที่ 4: นครศรีธรรมราช เมืองวิวสวยที่ต้องแวะ
นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ โดยเฉพาะที่ หมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านเล็กกลางหุบเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศดีมีโอโซนเยอะที่สุดในประเทศ และลำธารใสเป็นพิเศษ ขับรถขึ้นมาเพื่อปูเสื่อปิกนิกริมลำธาร นั่งจุ่มเท้าในน้ำเย็น ๆ จิบกาแฟจากคาเฟ่ในหมู่บ้าน หรือ แวะตามร้านงานหัตถกรรมท้องถิ่น ที่ขายผ้าย้อมสีธรรมชาติ บรรยากาศเรียบง่ายแต่ผ่อนคลาย เหมาะกับการใช้เวลาในช่วงเทศกาลที่สุด
การเดินทางแบบครอบครัวก็ยิ่งสบายขึ้น เมื่อมีพื้นที่ภายในนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ปรับได้หลากหลาย เบาะที่ปรับได้ถึง 13 รูปแบบ โต๊ะพับ และช่องชาร์จไฟครบทุกแถว ช่วยให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จัดท่านั่งตามสบายได้ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะเบาะแถวสามแบบแขวนที่ยิ่งทำให้ยิ่งสะดวกเข้าไปอีก เด็ก ๆ นั่งดูวิวได้เพลิน ผู้ใหญ่เองก็เอนนอนได้เต็มที่
จากบรรยากาศสดชื่นของลำธารคีรีวง หาก ขับลงสู่โซนชายฝั่ง จะพบกับอีกมุมที่ต่างออกไปแต่งดงามไม่แพ้กัน นั่นคือจุดชมวิวอ่าวท้องยาง มุมเงียบ ๆ ที่มองเห็นทั้งทะเลและภูเขาในฉากเดียว ไม่ว่าจะ ขับมาช่วงเช้าเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น หรือแวะพักระหว่างวัน ก็ได้บรรยากาศผ่อนคลายในคนละแบบ
การแวะตามทางก็สะดวกขึ้นมากด้วยประตูท้าย Dual Door ที่เปิดครึ่งบานได้ แม้พื้นที่จอดแคบ ก็สามารถหยิบของปิกนิก หรือกระเป๋ากล้องออกมาได้ง่าย ๆ อีกทั้งช่องเก็บของและหลุมใส่ขวดน้ำที่กระจายทั่วรถยังช่วยเก็บของจุกจิกได้ดี ไม่ต้องวุ่นวายหาของระหว่างทริปรอบอ่าวยังเต็มไปด้วย ร้านอาหารทะเลสไตล์บ้าน ๆ ที่จอดรถแวะได้สะดวก เน้นวัตถุดิบสดใหม่ ทั้งปลาย่าง ต้มส้ม ผักพื้นบ้าน และเมนูทะเลนึ่งรสเรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยความสด นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่บรรยากาศสบาย ๆ ให้ ขับไปแวะถ่ายรูปกับทะเล และเอนจอยช่วงเวลาชิล ๆ ได้ตลอดวัน




ปักหมุดจุดที่ 5: สงขลา เมืองเล็กที่มีเสน่ห์ใหญ่
ใครที่ขับรถจากนครศรีธรรมราชมุ่งหน้าสู่สงขลา ตอนขับผ่านจังหวัดพัทลุง มีจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้ คือ สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือสะพานเอกชัย คือหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุด สะพานยาวกว่า 5 กิโลเมตรทอดข้ามทะเลสาบสงขลา–ทะเลน้อย เชื่อมต่อจังหวัดพัทลุงกับสงขลา เหมาะทั้งสำหรับแวะถ่ายภาพหรือหยุดพักสายตาระหว่างการเดินทาง ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมพอเข้าใกล้ตัวเมืองที่ถนนเริ่มแคบขึ้น ระบบอย่างวงเลี้ยวแคบของเซเรน่าก็ช่วยให้กลับรถหรือเลี้ยวในซอยเล็ก ๆ ได้คล่องตัวมากขึ้น ยิ่งเวลาหยุดริมสะพานเพื่อถ่ายภาพ รถยังถอยเข้าซองได้ง่ายด้วยกล้องรอบคัน 360 องศาและกระจกมองหลังแบบกล้องที่ให้ภาพชัดเจนแม้แสงจะย้อนจากทะเลสาบก็ตาม
เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองเก่าสงขลา ความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีสกับวัฒนธรรมจีนจะสะดุดตาทันที อาคารเก่าอายุนับร้อยปีที่เรียงรายสองฝั่งถนนทำให้การเดินเล่นในย่านนี้มีเสน่ห์แบบเรียบง่าย และเต็มไปด้วยมุมให้หยุดชมอย่างเพลิน ๆ ไฮไลต์แรกที่หลายคนเลือก เริ่มต้นที่ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำริมทะเลสาบสงขลา ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมก่อนเข้าสู่ย่านเมืองเก่า จากนั้นตามด้วยพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ (บ้านตระกูลติณสูลานนท์) ซึ่งเล่าเรื่องราวรากวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนและบทบาทของสงขลาในฐานะเมืองท่าเก่าแก่ ระหว่างขับเลียบซอยต่าง ๆ ในย่านนี้ที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างแคบ ระบบ Blind Spot Warning, Rear Cross Traffic Alert และ Intelligent Forward Collision Warning จึงช่วยให้ขับได้มั่นใจขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาจะออกจากซองหรือมีคนเดินตัดหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว แถมประตูสไลด์ไฟฟ้าที่เตะเปิดได้ยังสะดวกสุด ๆ เวลาถือของฝากหรือของกินเต็มมือจากร้านดังของเมืองเก่า
ระหว่างขับสำรวจในย่านเมืองเก่า กลิ่นอาหารท้องถิ่นจะลอยมาเรียกให้ต้องแวะเสมอ ไม่ว่าจะเป็น โรตี ร้อน ๆ ไอติมโอ่งสูตรโบราณ หรือ ขนมจีบ–ซาลาเปาร้านเก่าแก่ ที่มีให้เลือกแทบทุกซอย รวมถึงร้านคาเฟ่และของกินเล่นอีกหลากหลายแบบที่ทำให้การเดินชมเมืองสนุกขึ้นไปอีกขั้น
ปิดท้ายทริปด้วยการแวะบ้านนครในและโซน Street Art เมืองเก่า ที่มีงานศิลปะกระจายอยู่ตามกำแพงให้ค่อย ๆ เดินชมและเก็บภาพระหว่างจอดรถ อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อาคารสีแดงอายุกว่าศตวรรษที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงสีข้าวสำคัญของภาคใต้ และปัจจุบันถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์และพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน บรรยากาศของพื้นที่เหล่านี้ยิ่งเดินยิ่งเพลิน ขับเข้า–ออกหลายรอบก็ไม่รู้สึกลำบาก เพราะมีผู้ช่วยส่องรอบตัวของเซเรน่าคอยดูมุมอับและเตือนรถสวน ทำให้การหาที่จอดในซอยแคบ การวนรถดูงานศิลปะ หรือการถอยจอดหน้าโรงสีแดงเป็นเรื่องง่ายไปหมด ตลอดทั้งวันจึงขับเที่ยวได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องกังวลกับความแออัดหรือพื้นที่จอดจำกัด
ท้ายที่สุดการขับโร้ดทริปจะสนุกขึ้นมาก เมื่อรถที่ใช้ “เข้าใจเส้นทาง” พอ ๆ กับคนขับ ไม่ว่าจะเป็นโค้งคดเคี้ยวของภูเขา หรือทางเลียบทะเลใต้ลมแรง นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ทำให้ทุกช่วงทางรู้สึกเบาสบายขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยระบบ e-POWER ความเป็น Made in Japan และการดูแลของเครือข่ายดีลเลอร์นิสสันทั่วประเทศคือสิ่งที่ทำให้ขับไปไกลแค่ไหนก็ไม่รู้สึกกังวล ไม่ว่าจะล่องเหนือ ลงใต้ หรือไปอีสาน ก็มั่นใจได้ว่ามีทีมบริการอยู่ไม่ไกล พร้อมดูแลตลอดการเดินทาง เซเรน่า อี-พาวเวอร์ จึงไม่ใช่แค่รถสำหรับไปถึงจุดหมาย แต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่ทำให้ทุกกิโลเมตรสนุกตั้งแต่ช่วงเลี้ยวออกจากบ้าน

เฮอริเทจ เชียงราย เปิด Early Year Dealโปรโมชั่นห้องพักพิเศษ


เฮอริเทจ เชียงราย เปิด Early Year Dealโปรโมชั่นห้องพักพิเศษ เริ่มต้น 2,000 บาท ต้อนรับปีใหม่ด้วยการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ในบรรยากาศสงบ เป็นส่วนตัว ใจกลางจังหวัดเชียงราย กับโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับปีใหม่ Early Year Deal ลูกค้าสามารถจองห้องพักประเภท ดีลักซ์ พร้อมอาหารเช้า ในราคาพิเศษเพียง 2,000 บาท/ต่อห้องต่อคืน พร้อมรับสิทธิพิเศษ ฟรีอัพเกรดเป็นห้อง Executive Suite (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องว่าง) โปรโมชั่นนี้สำหรับลูกค้าที่ทำการจองตรงกับโรงแรมเท่านั้น  มีจำนวนจำกัด และสามารถเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น พร้อมมอบช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่ผ่อนคลายและน่าประทับใจ ท่ามกลางความสะดวกสบายที่ผสานกับธรรมชาติอย่างลงตัว




สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่

เว็บไซต์: bit.ly/3eCYMKY
โทรศัพท์: 052 055 888

อีเมล: reservation@heritagechiangrai.com
Line ID: @335tkcsv