24 มกราคม 2569

อย.เอ็กซ์โปคึกคัก! “อภัยภูเบศร” ปลื้ม นายกฯ การันตีวางยาแก้ไอมะขามป้อมข้างเตียง


อย.เอ็กซ์โปคึกคัก! “อภัยภูเบศร” ปลื้ม นายกฯ การันตีวางยาแก้ไอมะขามป้อมข้างเตียง ทูตนานาชาติจับตา ‘มัสคูลสเปรย์’ กระดูกไก่ดำ – นวัตกรรมสมุนไพรไทยสู่เวทีโลก

วานนี้ (23 มกราคม 2569) - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับประเทศ ประจำปี 2569 หรือ อย. EXPO 2026 ภายใต้แนวคิด “From Local to Global” โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และคณะทูตจากหลายประเทศเข้าร่วมอย่างคึกคัก



นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและผลิตภัณฑ์สุขภาพของภูมิภาค ใช้เศรษฐกิจสุขภาพเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ สร้างงาน และขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยหัวใจของการขับเคลื่อนคือ มาตรฐาน ความปลอดภัย และความเชื่อมั่น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีบทบาททั้งในการคุ้มครองผู้บริโภค และการทำงานเชิงรุกเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์คุณภาพ นวัตกรรม และศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก”
ด้าน พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการและประธานมูลนิธิ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “อภัยภูเบศรดำเนินงานด้านสมุนไพรมายาวนานกว่า 40 ปี มุ่งพัฒนาครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การอนุรักษ์พันธุ์พืช และการปลูกวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ การพัฒนานวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีเภสัชกรรม ไปจนถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ประชาชนดูแลสุขภาพและพึ่งพาตนเองได้ พร้อมย้ำว่าสมุนไพรไทยคือฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ภายในงาน นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมบูธอภัยภูเบศร และกล่าวถึง ยาแก้ไอมะขามป้อมอภัยภูเบศร ที่ตนเองใช้เป็นประจำ วางไว้ข้างเตียงเพื่อจิบเมื่อมีอาการระคายคอ ไอ หรือเจ็บคอ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อคุณภาพยาไทย ขณะเดียวกัน บูธอภัยภูเบศรยังได้รับความสนใจจากคณะทูตนานาประเทศ อาทิ ประเทศลาว ชิลี ศรีลังกา สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไนจีเรีย และโรมาเนีย โดยเฉพาะ สมุนไพรพื้นบ้าน “กระดูกไก่ดำ” ที่ได้รับการพัฒนาสูตรตำรับให้มีสารสำคัญสม่ำเสมอ ผ่านการวิจัยทางคลินิก และให้ผลการรักษาไม่แตกต่างจากยาแผนปัจจุบัน หลายประเทศยังประหลาดใจที่สมุนไพรใกล้ตัว เช่น เปลือกมังคุด สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ยาที่มีมาตรฐานได้
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตโรมาเนียและชิลีประจำประเทศไทย ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากมลภาวะ “อภัยPollushield” ที่พัฒนาโดยทีมวิจัยเภสัชกรอภัยภูเบศร ผลิตจากสมุนไพรไทย ได้แก่ รางจืด บัวบก ผักเบี้ยใหญ่ และฟ้าทะลายโจร ผสานเทคโนโลยี Pollustop ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระบนผิว เหมาะอย่างยิ่งในช่วงที่ปัญหา PM 2.5 อยู่ในระดับสูง
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ เวทีกิจกรรมอภัยภูเบศร ที่ถ่ายทอดแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม มีการสาธิตการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท เสริมสมดุลสมอง–ลำไส้ ลดความเครียด และสนับสนุนการควบคุมโรคเรื้อรัง ควบคู่กับการสาธิตการปรุงอาหารและตำรับสมุนไพรเพื่อการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน ในส่วนของอาหารเพื่อสุขภาพ มีการสาธิตเมนูจาก มะระขี้นก และ กะเพราป่า โดย คุณสตังค์ จากรายการ ภัตตาคารบ้านทุ่ง ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะมะระขี้นก ซึ่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ศึกษาวิจัยเชิงคลินิก ใช้ เนื้อผลมะระขี้นกที่ควบคุมสารสำคัญ charantin อย่างสม่ำเสมอ ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงก่อนเป็นเบาหวาน (Prediabetes) ผลพบว่าสามารถ ควบคุมระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร และลดน้ำตาลสะสม (HbA1c) ได้ และเมื่อรับประทานต่อเนื่อง 6 เดือน ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง รวมถึงไม่พบความเป็นพิษต่อตับและไต


พร้อมกันนี้ ยังมีการสาธิตเครื่องดื่มสุขภาพ เช่น คอมบูชามะขามป้อม–ขมิ้นชัน ที่มีจุลินทรีย์ดีต่อระบบลำไส้ ช่วยการขับถ่าย สุขภาพสมอง และลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึง ลาเต้อัญชัน ที่อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน ต้านอนุมูลอิสระและเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือด ภายในงานยังมีการแจกหนังสือความรู้สมุนไพรวันละ 100 เล่มแก่ผู้เข้าร่วมงาน
ท่านที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรีที่ งานมหกรรม อย. EXPO 2026 “From Local to Global” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 มกราคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

22 มกราคม 2569

พาณิชย์จัดมหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026”

เปิดอีสานในทุกมุมมอง เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดสากล

กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี จัดใหญ่มหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026” รวบรวมสินค้าดีศรีอีสานมาไว้ในที่เดียว พร้อมด้วยกิจกรรมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจมากมาย ภายใต้โครงการยกระดับการค้าภาคอีสานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) สู่โอกาสทางการค้าในระดับประเทศ   และนานาชาติ (Global Opportunity) ระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชม ช้อป ฟรีทุกวัน เวลาระหว่าง 10.00–20.00 น. 




วันนี้ (22 มกราคม 2569) ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน
“SEE ISAN EXPO 2026” พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด พร้อมด้วย ภาคเอกชน อาทิ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (TOPS) จำกัด, บริษัท สหลอว์สัน จำกัด, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด ฯลฯ รวมถึงผู้บริหารจากศูนย์รวบรวมสินค้าโดดเด่นจีน-อาเซียน   (China ASEAN Mercantile Exchange - CARMEX) จากสาธารณรัฐประชาขนจีน และหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย (Indonesia-Thai Chamber of Commerce – ITCC) เข้าร่วมงาน

รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า SEE ISAN EXPO 2026 เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการนำศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาเชื่อมโยงกับโอกาสทางการค้า การลงทุน และตลาดใหม่ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่มีส่วนช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในพื้นที่อพยพจากเหตุการณ์ปะทะไทย-กัมพูชา 



มหกรรมสินค้าดีศรีอีสาน SEE ISAN EXPO 2026 ถือเป็นหนึ่งในกลไกเชิงนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมถึงแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านเศรษฐกิจฐานราก และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งเสริมสร้างเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าและเติบโตอย่างมีคุณภาพ”




ภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการจากกว่า 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้ง 4 จังหวัดที่ได้รับผลจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวม 210 คูหา ครอบคลุมสินค้าเกษตรสร้างมูลค่า อาหาร สินค้านวัตกรรม ผ้าทออัตลักษณ์ และสินค้า  Local Plus สินค้าท้องถิ่นเพิ่มมูลค่าที่มีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์และขยายตลาดในระยะยาว ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ  นำเสนอสินค้า หรือ Market Pitchingที่เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าต่อผู้ค้ารายใหญ่ และแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

ไฮไลต์เด่นได้แก่กิจกรรมส่งเสริมการค้าดิจิทัล Live Commerce ซึ่งได้อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของไทย อาทิ เจนนื่ ได้หมดถ้าสดชื่น ดีเจมะตูม ซานิ ดีเจบุ๊คโกะ มา Live ขายของ ตลอด 4 วันจัดงาน รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ที่จะมาสอนการทำ   คอนเทนต์ การไลฟ์ขายของ การใช้ตะกร้าสินค้า ตลอดจนรายการบันเทิงและกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทองบนเวทีกลาง เต็มอิ่ม 4 วันจัดงาน และยังมีคลินิกให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาสินค้า บรรจุภัณฑ์ การตลาดออนไลน์ ตลาดต่างประเทศ โดยวิทยากรรับเชิญมากมาย 

ผู้เข้าชมงานสามารถเข้าชม Pavilion Showcase สินค้า “SEE ISAN Pavilion” ผ่านเรื่องราวที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณอีสานเข้ากับสินค้าและภูมิปัญญาอีสาน ตั้งแต่ ‘Root of ISAN’ วิถีชาวนาไทยและข้าวอีสาน ‘Joyful ISAN’ รื่นรมย์กับ ประเพณี ความสนุกสนาน และอาหารอีสาน ‘Spirit & Nature’ งานหัตถศิลป์จากธรรมชาติและความศรัทธาอกเฉียงเหนือให้มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ และสนับสนุนบทบาท   ของอีสาน ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในระยะต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชนมาเลือกซื้อสิ ‘ISAN Textiles’ ร่วมภาคภูมิใจกับผ้าไทยสู่แฟชั่นโลก และ ‘ISAN GI’ สินค้า GI จาก 20 จังหวัด ขณะที่ “พนมดงรัก Pavilion” ชูบทบาทอีสานใต้ในฐานะประตูการค้าชายแดน เชื่อมโยงศักยภาพสินค้าและวัฒนธรรมของ   4 จังหวัด สู่โอกาสทางการค้าและการลงทุนในระดับภูมิภาคและนานาชาติ พร้อมเต็มอิ่มกับการเซลฟี่ที่จุดแชะภาพกับปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทตาควายจำลอง ผามออีแดง และเสาเฉลียง เลื่องชื่อในภาคอีสาน

ร้อยตรี จักรา กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน SEE ISAN EXPO 2026 จะเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันอนค้าดีสินค้าเด่นจากภาคอีสานในงานนี้ หรือเลือกซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์ และขอเชิญชวน ผู้ประกอบการ รุ่นใหม่มาเยี่ยมชมงานได้ฟรีทุกวัน


มหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026” จัดระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569   ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชม ช้อป ฟรีทุกวัน เวลาระหว่าง 10.00–20.00 น. ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ info.seeisanexpo2026@gmail.com

ผส. เปิดศูนย์ DAY CARE CENTER เปิดศูนย์ DAY CARE CENTER Kick-off

ลดรายจ่ายผู้สูงอายุ สร้างสวัสดิการใกล้คุณ

วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นประธานในพิธีเปิด ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระหว่างวัน ระหว่างวัยในชุมชน (DAY CARE CENTER) เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในระดับชุมชน พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย “พม. ใกล้คุณ” ภายใต้แนวคิด ผส. TRAIN CONNECT ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิตผู้สูงอายุ โดยมีนางสาวสุทธิรัตน์ โทชนบท ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค นางตะติยา ไกรศรศรี เลขานุการกรม ผู้บริหารกรมกิจการผู้สูงอายุ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่ายด้านผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุ เข้าร่วมงาน ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กรุงเทพมหานคร



ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของศูนย์ DAY CARE CENTER ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุออกมาทำกิจกรรม ชะลอการเจ็บป่วย และลดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม พร้อมทั้งเป็นต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุในระดับชุมชน ที่มุ่งสร้างสังคมแห่งการเกื้อกูลระหว่างคนทุกช่วงวัย เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และมีความสุขอย่างยั่งยืน

จากนั้น อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุและคณะ ได้ร่วมเยี่ยมชมบูธนิทรรศการกิจกรรมจากหน่วยงานและเครือข่ายต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี กลุ่มบำเพ็ญประโยชน์ชุมชนโรตารีหนองแขม  ชมรมผู้สูงอายุวิจิตรสามัคคี โรงเรียนผู้สูงอายุชุมชนวัดไชยทิศ ชมรมผู้สูงอายุชุมชนเลิศสุขสม และชมรมผู้สูงอายุบางแค






สำหรับการดำเนินงานของศูนย์ DAY CARE CENTER ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กำหนดจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกวันอังคาร เวลา 09.00–12.00 น. โดยมีกิจกรรมครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ มิติด้านสังคม สุขภาพ เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และเทคโนโลยีและนวัตกรรม กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้สูงอายุ ชมรมผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

21 มกราคม 2569

กรมการท่องเที่ยวผนึกความร่วมมือ “ยกระดับการประกอบกิจการอุมเราะห์ไทย”

กรมการท่องเที่ยวผนึกความร่วมมือ “ยกระดับการประกอบกิจการอุมเราะห์ไทย” สร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวคุณภาพ

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ายกระดับการประกอบกิจการอุมเราะห์ของประเทศไทย โดยลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกรอบการดำเนินกิจการ  อุมเราะห์ให้มีมาตรฐาน มีคุณภาพ สร้างความปลอดภัย และคุ้มครองสิทธิผู้เดินทาง อันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

การลงนามความร่วมมือดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยเกริก โดยมี นายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นผู้แทนกรมการท่องเที่ยว ร่วมลงนามกับ นางนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร. จรัญ มะลูลีม รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศและคณบดีวิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเกริก นายจำนงค์ สุขถาวร นายกสมาคมผู้ประกอบการกิจการฮัจย์ และนางสาวกาญจนา เอี่ยมโสภา ผู้จัดการโครงการวิริยะตะกาฟุล บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็น   ก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ในการยกระดับการประกอบกิจการอุมเราะห์ของประเทศไทย ให้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว มีการให้บริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงจากการท่องเที่ยวที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง สร้างความเชื่อมั่น คุ้มครองความปลอดภัยให้กับผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวชาวไทยมุสลิม และยกระดับคุณภาพการประกอบกิจการอุมเราะห์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน  

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกรมการท่องเที่ยวในการส่งเสริม สนับสนุนการประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการบริการจัดนำเที่ยวที่มีคุณภาพมาตรฐาน คุ้มครองความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยว รวมถึงยกระดับการประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานในทุกมิติ อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการท่องเที่ยวไทยในภาพรวม



ทั้งนี้ ภายในงานดังกล่าว นายอุดม มัตสยะวนิชกูล ผู้อำนวยการกองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ได้บรรยายพิเศษให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการอุมเราะห์ของประเทศไทย ควบคู่กับการให้บริการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อให้คำปรึกษาและรับยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวนอกสถานที่ ของสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคกลาง ให้แก่ผู้ประกอบการกว่า 40 ราย ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมการท่องเที่ยวในการยกระดับมาตรฐานการประกอบกิจการอุมเราะห์ของไทย และส่งเสริมการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

โตชิบา ตั้งเป้าโต 30% ก้าวทะยานขึ้นสู่ที่ 1

โตชิบา ไทยแลนด์ เผยผลการดำเนินงานปี 2568 โตเกินคาด 22% ทะลุเพดานตลาด และ   โตต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ พร้อมประกาศทิศทาง ปี 2569 ตั้งเป้าเติบโตกว่า 30% และมุ่งสู่การเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในประเทศไทย

นางสาวเสาวณีย์ สิราริยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของประเทศไทยปี 2568 (เดือนมกราคม-พฤศจิกายน)     ซึ่งรวมสินค้ากลุ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดเล็ก (ไม่รวมทีวี) จะมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 70,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ประมาณ 7.1%  โดยมีผลกระทบส่วนใหญ่จากยอดจำหน่ายของเครื่องปรับอากาศซึ่งไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากจากสภาพอากาศไม่ร้อนนานเท่าที่ควร ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคลดลง 




สำหรับผลการดำเนินงานของโตชิบา ไทยแลนด์ในปี 2568 ที่ผ่านมา นางสาวเสาวณีย์ เผยว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่ยังคงรุนแรง โตชิบา สามารถสร้างการเติบโตโดดเด่นเหนืออุตสาหกรรม โดยบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตสูงถึง 22% สูงกว่าตลาด ความสำเร็จดังกล่าว ที่ทำให้โตชิบาเติบโตถึง 22% เกิดจากการที่ผู้บริโภคตอบรับสินค้าโตชิบาในกลุ่มที่พรีเมียมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตู้เย็นมัลติดอร์ ซึ่งมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 60% เครื่องซักผ้าฝาหน้า เพิ่มขึ้น 61% หม้อหุงข้าว เพิ่มขึ้น 11%  ไมโครเวฟ เพิ่มขึ้น 17%  พัดลม เพิ่มขึ้น 166% และเครื่องทำน้ำอุ่น เพิ่มขึ้น 60% นอกจากนี้ ยังเป็นปีที่บริษัทฯ สามารถทำยอดขายรวมได้สูงถึง 2.4 ล้านเครื่องต่อปี 

นอกจากยอดขายเติบโต 22% บริษัทฯ ยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 16% สูงกว่าตลาดมาก ตัวเลขดังกล่าวช่วยสะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์  แบรนด์ พอร์ตโฟลิโอสินค้า และการทำตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยอย่างแท้จริง และจากการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันโตชิบามีส่วนแบ่งการตลาดสูงขึ้นในทุกปี 


สำหรับในปี 2569 นางสาวเสาวณีย์ กล่าวเสริมว่า “คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ของตลาดรวม น่าจะโตประมาณ 3.8% (นับจากปี 2566-2571) โดยคาดว่าน่าจะมีมูลค่าสูงถึง 105,600 ล้านบาท โดยสัดส่วนของเครื่องปรับอากาศ ประมาณ 30% เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก 28% ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า อย่างละ 17% และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำ ประมาณ 8% จากสัดส่วนดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก มีสัดส่วนที่ใหญ่มาก ใกล้เคียงเครื่องปรับอากาศ และมีโอกาสในการเติบโตสูง  

“สำหรับโตชิบา ไทยแลนด์ ปีนี้ เราตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยมุ่งหวังรักษาตำแหน่งแชมป์ ยอดขายอันดับ 1 และเพิ่มสัดส่วนการตลาดมากขึ้น ดังรายละเอียด

นอกจากนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าโตขึ้นกว่า 30% โดยมีแผนขยายทั้งในส่วนผลิตภัณฑ์ ที่จะเติบโตทั้งในเชิงกว้าง (เพิ่มกลุ่มประเภทสินค้า) และเชิงลึก (ขยายไลน์อัพในกลุ่มสินค้าเดิม) โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ดีไซน์ ขนาด และความหลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย รวมถึงมุ่งมั่นสร้างความเป็นเลิศทางช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า เพิ่มพนักงานขายหน้าร้านค้า และการให้ความสำคัญกับการพัฒนารีเทล  รวมไปถึงการปรับโฉมหน้าร้านค้าใหม่ ให้ดูทันสมัย และสร้างประสบการณ์ ณ จุดขาย มากไปกว่านั้นการสร้างแบรนด์ เป็นสิ่งที่บริษัทฯ ไม่เคยมองข้าม สำหรับปีนี้ เราตั้งใจสร้างแบรนด์ให้เด็กลง เจาะกลุ่มตลาดพรีเมียมมากขึ้น และเน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น  สิ่งสุดท้ายที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญ คือการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริการ โดยเพิ่มบริการหลังการขายที่บ้านสำหรับสินค้ากลุ่มพรีเมียม การการันตีงานซ่อมภายใน 24 ชั่วโมง การเพิ่มช่องทางในการติดต่อแผนกลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น เหล่านี้ คือ พันธกิจที่บริษัทฯ มุ่งมั่น และจะก้าวเข้าสู่ความเป็นที่ 1” นางสาวเสาวณีย์ กล่าวปิดท้าย

นายอรุณพงศ์ ทองสุทธิ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า “โตชิบาวางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการเพิ่ม Product Portfolio ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก โดยแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เป็น 4 กลุ่ม เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย โดยเริ่มจากกลุ่ม Entry หรือกลุ่มเริ่มต้น ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เหมาะสำหรับคนที่พึ่งเริ่มต้นซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นแรก ราคาไม่สูงนัก ไม่ต้องการฟังก์ชันมากมาย กลุ่มถัดมาเป็นกลุ่มแมส เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกบ้านต้องมี ขนาดอาจใหญ่ขึ้น ต้องการคุณสมบัติที่ดีขึ้น ในราคาที่จับต้องได้ เน้นความคุ้มค่า  กลุ่มที่ 3 คือสินค้ากลุ่มพรีเมียม รูปลักษณ์ ดีไซน์ และวัสดุเป็นสิ่งสำคัญ อัพฟีเจอร์สูงขึ้น เน้นจับตลาดที่มีกำลังซื้อสูง และกลุ่มสุดท้าย คือสินค้าเรือธง (Flagship) เป็นสินค้าไฮไลท์ ที่ดีที่สุด เป็นตัวแทนระดับสูงสุดที่สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์มากที่สุด มักเป็นรุ่นที่มีสเปกแรง วัสดุพรีเมียม และราคาสูงสุด 

สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2569 นี้   โตชิบามีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 60 รุ่น โดยผลิตภัณฑ์หลัก กลุ่มตู้เย็น ตั้งเป้าเติบโต 25% โดยมุ่งหวังได้มาร์เก็ตแชร์ของตู้เย็นทั้งในกลุ่มตู้เย็น 2 ประตู ตู้เย็นไซด์บายไซด์ และตู้เย็นมัลติดอร์ สูงถึง 20% ทั้งนี้ได้เตรียมเปิดตัวตู้เย็นเจแปนดิ เจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้ชื่อ “KUMO Series” รุ่น GR-RF681WI-PGTH  ซึ่งเป็นตู้เย็นมัลติดอร์สีขาวนวลอ่อนโยนเหมือนปุยเมฆ  โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ Seamless เรียบหรู ลงตัว เหมาะสำหรับการบิลท์อิน มาพร้อม Dual Cooling System ที่เป็นระบบทำความเย็นแยกกันระหว่างช่องแช่เย็น และช่องแช่แข็ง ช่วยควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ รวดเร็ว และทำให้ไม่มีกลิ่นปะปนกัน และฟังก์ชัน -30°C Deep Freeze รวมถึงการควบคุมผ่านแอป TSmartLife ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มครอบครัวยุคใหม่

สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องซักผ้า บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโต 30% โดยเน้นที่เครื่องซักผ้าและอบผ้าฝาหน้าซีรีส์ใหม่ที่มาด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา กับคอนเซปต์ Flat design ออกแบบหน้าบานให้เรียบไปกับตัวเครื่อง ผสานเข้ากับทุกพื้นที่บิลท์อินได้อย่างลงตัว มาพร้อมเทคโนโลยี Origin Color ที่ปกป้องผ้าสีได้ดียิ่งขึ้น ผ้าขาวอย่างล้ำลึก และ Aroma+ กดเพียงครั้งเดียวเพื่อล็อคกลิ่นและความสดชื่น เพื่อผ้าหอมขึ้นและนานกว่า 

สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องครัว ตั้งเป้าโตกว่า 30% โดยไฮไลท์ที่สินค้า 3 กลุ่ม ได้แก่ ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว และหม้อทอดไร้น้ำมัน ไมโครเวฟ ซีรีส์ใหม่ รุ่น MM และ AM ซีรีส์ จะมาพร้อมดีไซน์ที่หรูหรา ยกระดับให้ครัวดูพิเศษยิ่งขึ้นพร้อมปุ่มหมุนดีไซน์ใหม่ ห้องอบแบบไร้จานหมุน ทำให้เพิ่มพื้นที่ในการอบอุ่นอาหาร และไฮไลท์สำคัญ Origin Inverter ที่ช่วยประหยัดไฟ และให้ความร้อนสม่ำเสมอทั่วถึงทั้งตู้อบ ทำให้ทำอาหารได้สุกถ้วนทั่ว และคงรสชาติอาหารให้อร่อย  

หม้อหุงข้าว ดีไซน์ปิ่นโต ที่ตั้งใจออกแบบเพื่อความสะดวกในการใช้งาน รุ่น JS ซีรีส์ ที่มีระบบทำความร้อนแบบ 3D ให้ความร้อนกระจายทั่วหม้อ ทำให้ข้าวสุกเร็ว และเก็บความร้อนได้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมการเคลือบตัวหม้อมากถึง 5 ชั้น เพิ่มความทนทาน ไม่เป็นรอยขีดข่วนง่าย

หม้อทอดไร้น้ำมัน รุ่น AF-50THVRTH ดีไซน์หรูหรา ขนาดใหญ่ จุใจ ถึง 5 ลิตร มาพร้อมช่องหน้าต่างที่โชว์การทำงานภายในเครื่องได้ง่าย ตะกร้าทอดเคลือบกันอาหารติด  และเทคโนโลยี Heat-Q ให้ความร้อนกระจายตัวอย่างทั่วถึง ให้ทุกเมนูสุกเสมอทั่วถึง 

สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องใช้ในบ้าน ตั้งเป้าโต 30% โดยสินค้าไฮไลท์ได้แก่  พัดลม ที่ตั้งเป้าเติบโตเท่าตัว  มาด้วยขนาด16 นิ้ว 5 ใบพัดรุ่นฮอตฮิต ดีไซน์ไซโคลน แรงบันดาลใจจากเครื่องบินเจ็ท กระจายลมอย่างทรงพลังไกลถึง 12 เมตร ปรับความแรงได้ถึง 4 ระดับ มอเตอร์ลูกปืนบอลแบริง อายุการใช้งานทนทาน มีให้เลือก 3 สีใหม่ คือ สีดำ สีครีม สีฟ้า และเขียว

เครื่องฟอกอากาศ รุ่น TAP-YE130OTH ขนาด XL เหมาะกับห้องขนาด 84 ตร.ม. อัตราสร้างอากาศบริสุทธิ์ CADR 800 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง กรองแบบ 360 องศา และให้อากาศสะอาดด้วยระบบกรอง HEPA 5 ขั้นตอน รวมถึงไลน์สินค้าใหม่ 

เครื่องทำน้ำอุ่น ตั้งเป้าโต สูงถึง 30% รุ่น TWH-35MTNTH กำลังไฟ 3,500 วัตต์ และ

TWH-45MTNTH กำลังไฟ 4,500 วัตต์ มาพร้อมเทคโนโลยี SensTemp  มีเซนเซอร์ที่วาล์วน้ำเข้าและน้ำออก เพื่อตรวจจับอุณหภูมิ หมดกังวลเรื่องน้ำร้อนเกินมาตรฐาน ตัวหม้อต้มเป็นทองแดง ทนทาน อายุการใช้งานนาน ตัวเครื่องทำจากวัสดุป้องกันการลามไฟ อีกทั้งยังมี ELCB ตัดไฟอัตโนมัติเมื่อพบไฟรั่ว การป้องกันน้ำเข้าตัวเครื่องระดับ IP25 และระบบตรวจเช็กสายดินอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เครื่องกรองน้ำ รุ่น TWP-W2255TTH(W) สามารถทำน้ำร้อน น้ำเย็นและน้ำอุณหภูมิห้องได้ ในเครื่องเดียว มั่นใจด้วยระบบการกรองแบบ Nano และ UV สำหรับฆ่าเชื้อในถังเก็บน้ำ และระบบทำความสะอาดตัวเองด้วยความร้อน 75◦c สะดวกสบาย เชื่อมต่อการสั่งผ่านแอป TSmartLife

นางสาวธัญปภัสส์  อริยะวรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายยังเจน ขยายฐานผู้ลูกค้ากลุ่มเดิม สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยแคมเปญ #GoodforBetterLife เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และพึงพอใจ มากกว่าเทคโนโลยีที่เกินจำเป็น ถ้าเทคโนโลยีนั้นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง แคมเปญดังกล่าวได้ผู้กำกับคนดัง อย่าง คุณเต๋อ นวพล มาช่วยสร้างคอนเทนต์ได้ตรงใจ และเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น กับแผนการลงทุน โดยเน้นหนักที่สื่อบิลบอร์ดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงในออฟฟิศสำนักงาน กว่า 5,000 สกรีน พร้อมทั้งสื่อทางดิจิทัล โซเชียลมาร์เก็ตติ้ง และเสริมทัพด้วย KOLs ที่จะมาทำให้ผู้บริโภครู้จัก เข้าใจ และเข้าถึง ผลิตภัณฑ์โตชิบามากยิ่งขึ้น

“เราเตรียมงบส่งเสริมการตลาดสูงถึง 12.5% ซึ่งนอกจากสื่อนอกบ้านแล้ว ก็ยังเตรียมพร้อมลงทุนสำหรับสื่อ ณ จุดขายด้วยเช่นกัน อย่างโรดโชว์ และโปรโมชันต่าง ๆ ที่จะมาตอบแทนผู้บริโภคตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีแผนการปรับโฉมหน้าร้านค้าใหม่ อัพเกรดให้ดูทันสมัยขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยังเจนได้มากยิ่งขึ้นด้วย”



นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศที่ผันผวน ต้นทุนการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในทุกมิติ อย่างไรก็ตาม โตชิบา ไทยแลนด์ สามารถก้าวผ่านทุกความท้าทายมาได้ ด้วยพลังความร่วมมือของทีมผู้บริหาร ทีมงานโตชิบาทุกคน คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และความไว้วางใจจากผู้บริโภค ที่ร่วมกันทำงานอย่างมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ จนสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับปี 2569  โตชิบา ไทยแลนด์ ยังคงเชื่อมั่นว่า ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างแข็งแกร่งดังเช่นที่ผ่านมา บริษัทฯ จะสามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมยกระดับแบรนด์และธุรกิจสู่การเป็น ผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ปรัชญา ‘นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต’ ด้วยการส่งมอบนวัตกรรม มาตรฐานคุณภาพญี่ปุ่น และคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้บริโภค คู่ค้า และสังคมไทยต่อไป”


19 มกราคม 2569

“ไบโอ โปร ซี” วิตามินซี 1000 มก. จัดโปรแรง พิเศษเพียง 39 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

“ไบโอ โปร ซี” วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่ บำรุงร่างกาย ผิวพรรณ และดวงตา แบบซองจัดโปรแรง พิเศษเพียง 39 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น พร้อมชวนร่วมสนุกกับกิจกรรม "ปีใหม่นี้..รักใคร ต้องมอบ Bio Pro C" บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ส่งต่อความห่วงใยด้านสุขภาพรับเทศบาลปีใหม่ จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ยอดนิยม “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” (Bio Pro C) วิตามินซีสูตรเฉพาะที่ตอบโจทย์คนยุคดิจิทัล ด้วยคุณสมบัติแบบ 3-in-1 ที่ช่วยดูแลทั้งระบบภูมิคุ้มกัน ผิวพรรณ และถนอมดวงตาในหนึ่งเดียว

“ไบโอ โปร ซี” โดดเด่นด้วยส่วนผสมพรีเมียมเพื่อการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร : ดูแลระบบภูมิคุ้มกัน: ด้วยวิตามินซีรูปแบบแคลเซียม แอสคอร์เบต ที่ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ผสานผลคามู คามูสกัด และผลโรส์ฮิปส์สกัดที่มีวิตามินซีสูง และมีแคลเซียม 15%
บำรุงผิวพรรณ : ช่วยสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ส่งผลให้ผิวตึงกระชับ ด้วยสารสกัดจากส้มสีแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากรังสียูวีในแสงแดด ช่วยบำรุงผิวให้สดใส
ถนอมดวงตาจากการใช้หน้าจอ : ด้วยสารสกัดจาก บิลเบอร์รี่ นำเข้าจาก USA และวิตามินเอ ช่วยลดอาการตาล้าและเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น
รูปแบบพกพาสะดวก : เพียงรับประทานวันละ 1 เม็ด เหมาะสำหรับวัยทำงาน วัยเรียน และผู้ที่ใช้สายตาหนัก
รายละเอียดโปรโมชั่น :
เพื่อเป็นของขวัญสุขภาพดีรับปีใหม่ บีไชน์จัดโปรโมชั่น “ไบโอ โปร ซี” แบบซอง (บรรจุ 7 เม็ด) ลดราคาพิเศษเหลือเพียง 39 บาท (จากราคาปกติ 49 บาท) และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก All Member ลดเพิ่มเหลือเพียง 38 บาท สามารถหาซื้อได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 23 มกราคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ



ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนุกกับกิจกรรม "ปีใหม่นี้..รักใคร ต้องมอบ Bio Pro C" บีไชน์ชวนทุกคนมาแชร์เหตุผลดีๆ ว่าปีนี้อยากดูแลใครเป็นพิเศษ ลุ้นรับฟรี! Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry บำรุงผิวใส เสริมภูมิคุ้มกัน ดูแลดวงตาแบบครบสูตร
กติกาการร่วมสนุก
1️. กด Like เพจ B Shine
2. Like & Share โพสต์ https://www.facebook.com/share/188cXaTCQP/ กิจกรรมนี้ พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ
3️. คอมเมนต์บอกเหตุผลว่า “อยากมอบ Bio Pro C ให้ใคร เพราะอะไร”
พร้อม Tag คนที่คุณอยากมอบให้
4. รอลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษจากบีไชน
ของรางวัลที่จะได้รับประกอบด้วยไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่ แบบขวด (30 เม็ด) และแบบซอง (7 เม็ด) พกพาสะดวก จำนวน 3 ซอง
แจกทั้งหมด 20 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 7,000 บาท
ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ – 25 ม.ค. 2569
ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 29 ม.ค. 2569 ทาง LINE: @bshine
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://bshine.co.th/bioproc/,
FB : B Shine, และ Line : @Bshine

CP LAND ดึง “Paul” AI Presenter ร่วมคิกออฟแคมเปญ own it. this moment.

#CPLANDดีลดีต้นปี

19 มกราคม 2569, กรุงเทพฯ — บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดตัวแคมเปญต้นปี “own it. this moment. #CPLANDดีลดีต้นปี” ครอบคลุมบ้านและคอนโดทั้งโครงการใหม่และโครงการพร้อมอยู่ทั่วประเทศ ต้อนรับการเริ่มต้นปีด้วยข้อเสนอพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

คุณ ดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริการหลังการขายและลูกค้าสัมพันธ์ CP LAND เปิดเผยว่า CP LAND เชื่อว่าบ้านที่ดี คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มีความสุข แคมเปญ own it. this moment. #CPLANDดีลดีต้นปี  จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ทุกคนเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ ด้วยโครงการที่มีคุณภาพ ข้อเสนอที่ดีที่สุดในช่วงต้นปี และการดูแลที่ครบตั้งแต่วันแรกไปจนถึงระยะยาว

หนึ่งในไฮไลต์ของแคมเปญนี้ คือการนำ ‘Paul’ AI Presenter เข้ามาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวและสิทธิประโยชน์ของแคมเปญ เพื่อช่วยสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ ให้เข้าใจง่าย ชัดเจน และเข้าถึงได้ในทุกแพลตฟอร์ม โดย Paul ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือน ผู้ช่วยให้คำแนะนำด้านคุณภาพและการอยู่อาศัยช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหาบ้านเห็นภาพและเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ “Paul” AI Presenter มีบทบาทต่อเนื่องในฐานะ AI Design Expert และตัวแทนด้านคุณภาพของ CP LAND ผ่านคอนเทนต์ซีรีส์ “Archi-Talks by Paul” ที่เล่าเรื่องสถาปัตยกรรม การออกแบบ และการอยู่อาศัยในมุมที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิด Design Meets Everyday Life โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมในด้านความเข้าใจง่ายและความน่าเชื่อถือของข้อมูล

คุณ ดำรงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แคมเปญนี้มาพร้อม ข้อเสนอพิเศษต้อนรับต้นปี ทั้งส่วนลดและของแถมมากมาย เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาบ้านสามารถเป็นเจ้าของบ้านและคอนโดคุณภาพในราคาที่ดีที่สุดพร้อมย้ำความตั้งใจของ CP LAND ในการพัฒนาโครงการที่ อยู่แล้วสบายใจ ไม่เป็นภาระในระยะยาว 

ภายใต้แคมเปญนี้ CP LAND ได้รวบรวมสิทธิประโยชน์สำหรับบ้านและคอนโด อาทิ

* การรับประกันคุณภาพโครงสร้างนาน 10 ปี* เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการอยู่อาศัยระยะยาว

* ส่วนลดสูงสุด 3 ล้านบาท* ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของบ้านช่วงต้นปี

* บ้านและคอนโดจาก CP LAND ในช่วงราคา เริ่มต้น 9.9 แสนบาท ถึง 20 ล้านบาท* ครอบคลุมหลากหลายไลฟ์สไตล์และงบประมาณ

นอกจากนี้ CP LAND ยังมี ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้าน ที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การประเมินความพร้อมเบื้องต้น ไปจนถึงการประสานงานกับสถาบันการเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยดูแลให้ลูกค้าได้รับ เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ทำให้กระบวนการเป็นเจ้าของบ้านเป็นเรื่องง่าย สบาย และมั่นใจมากยิ่งขึ้น

บ้านและคอนโดจาก CP LAND มาพร้อม การรับประกันโครงสร้างนาน 10 ปี* และบริการหลังการขายจากทีม Welcome Home Club by CP LAND ที่พร้อมดูแลลูกค้าตลอดการอยู่อาศัย เพราะเราเชื่อว่าบ้านที่ดี ไม่ใช่แค่สวยในวันโอน แต่ต้องอยู่แล้วมีความสุขในทุกวัน ภายใต้แนวคิด ‘คุณภาพเพื่อทุกชีวิต’ ที่ CP LAND ยึดถือมาอย่างต่อเนื่อง

คว้าโปรโมชันและดีลดีต้นปีก่อนใคร กับบ้านและคอนโดคุณภาพจาก CP LAND ตั้งแต่ 15 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ที่ https://bit.ly/4pG7fMq

#CPLAND #OwnItThisMoment #CPLANDดีลดีต้นปี #PaulAI #บ้านและคอนโดคุณภาพ #AccessibleCommunitiesForLife  #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต