28 กรกฎาคม 2568

สค. จัดกิจกรรมเสวนาสัญจรเสริมสร้างพลังทางสังคม

สค. จัดกิจกรรมเสวนาสัญจรเสริมสร้างพลังทางสังคม เพื่อขับเคลื่อนงานด้านสตรี ครอบครัว และความเสมอภาคระหว่างเพศ

วันนี้ (29 ก.ค. 68) เวลา 9.30 น. นางสุดา  สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสวนาสัญจรเสริมสร้างพลังทางสังคมเพื่อขับเคลื่อนงานด้านสตรี ครอบครัว และความเสมอภาคระหว่างเพศ พร้อมด้วย นางสาวอนัญญา อัตชู เลขานุการกรม กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมฯ      

โดยมีผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนนทบุรี บุคลากร สค. จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ภาคีเครือข่าย กลุ่มอาชีพ และประชาชน รวมจำนวนทั้งสิ้น 150 คน เข้าร่วมงาน  ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี








นางสุดา 
กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมความเสมอภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศ ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อสตรี และความรุนแรงในครอบครัว การพัฒนาศักยภาพ การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิ และมุ่งสร้างสถาบันครอบครัวให้มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นเพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการส่งเสริมศักยภาพของหญิงชายและการพัฒนาครอบครัว ทั้งนี้ สค. เล็งเห็น ถึงความสำคัญของการให้บริการประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง และการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จึงได้ขับเคลื่อนภารกิจของ สค. ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนอย่างตรงจุด หน่วยงานในสังกัด สค. มีทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนภูมิภาคมีศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว จำนวน 8 แห่ง และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 4 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งในวันนี้ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนได้มาเห็นการทำงานจริงในพื้นที่ ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี โดยศูนย์เรียนรู้ฯ ทั้ง 8แห่ง มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพสตรีและครอบครัว เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาสตรีและครอบครัวในระดับพื้นที่ ดำเนินการฝึกอบรมอาชีพให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่ขาดโอกาสทางสังคม ควบคู่กับการส่งเสริมการจัดสวัสดิการและบริการด้านสังคมสงเคราะห์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
    



นางสุดา
 กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเสวนาสัญจรฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา  ดูงานด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี เปิดอบรมทั้งหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว หลักสูตรที่เปิดอบรม อาทิ หลักสูตรเสริมสวย ตัดผมชาย เบเกอรี่ และนวดแผนไทย เป็นต้น พร้อมมีบริการอาหารและที่พักฟรี (เฉพาะสตรี) การอบรมเน้นการเรียนรู้ จากรูปแบบการจัดอบรมที่มีประสิทธิภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ในการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่ของตนเอง และเป็นแนวทางสร้างรายได้ที่มั่นคงพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว และพาเยี่ยมชมบูธกิจกรรมและผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพ จำนวน 6 บูธ ได้แก่ 1) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาอาชีพ อาทิ กระเป๋าผ้า หมวกผ้า 





 


2) กลุ่มอาชีพบ้านหัวเด่น จังหวัดชัยนาท อาทิ กระเป๋าสาน เสื้ออีโค่ปรินท์ เสื้อบาติก 3) กลุ่มอาชีพบ้านวัดตาลเหนือ จังหวัดอ่างทอง อาทิ ดอกไม้ประดิษฐ์กระดาษสาใบมะม่วง เครื่องแขวน 4) บริการนวดแผนไทย 5) Workshop  ตัดเย็บงาน DIY อาทิ กระเป๋า พวงกุญแจ และ 6) Workshop การทำคัพเค้ก จากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สำคัญได้แก่ 1) กิจกรรม CSR มอบกล่องของขวัญ (Pink Box) จำนวน 50 กล่อง ซึ่งบรรจุสิ่งของที่จำเป็นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันแก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและบรรเทาความเดือนร้อน และเพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้ตระหนักถึงปัญหาและความต้องการของสตรีกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงสิทธิ โอกาสและ  มีคุณภาพชีวิตที่ดี 2) กิจกรรมเสวนา "สค. x สื่อ: พลังขับเคลื่อนสังคมอย่างสร้างสรรค์" ภายใต้แนวคิด"พลังสื่อ สานสุขครอบครัวไทย: รายได้มั่นคง สังคมเท่าเทียม ไร้ความรุนแรง" เพี่อแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้บริหารและสื่อมวลชนถึงแนวทางการทำงานร่วมกันตลอดจนสร้างการรับรู้ และขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ และ3) กิจกรรม “สื่อ(สาน)สร้างสรรค์ เสริมสร้างทักษะการสื่อสาร” เสริมสร้างทักษะการสื่อสารเชิงบวก และสร้างสัมพันธภาพระหว่างกัน  เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในงานด้านสตรีและครอบครัวและสร้างความตระหนักให้กับบุคลากร สื่อมวลชน และภาคีเครือข่ายในการเผยแพร่สื่อสร้างสรรค์ต่อสังคมโดยได้รับเกียรติจากคุณฐาปกรณ์ ก้อนทองคำ วิทยากรภาคเอกชน ให้ความรู้ในการทำ Content ผ่านช่องทาง TikTok




นางสุดา กล่าวต่อไปว่า การจัดกิจกรรมเสวนาฯ ในครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจในประเด็นด้านสตรี ครอบครัว และความเสมอภาคระหว่างเพศแก่เครือข่ายสื่อมวลชน และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการทำงานร่วมกับเครือข่ายสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวสารที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ การดำเนินงานตามภารกิจของ สค. จะประสบผลสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และอีกหนึ่งกลไกที่สำคัญคือ“สื่อมวลชน” สค. เองได้ตระหนักถึงความสำคัญของสื่อมวลชนมาโดยตลอด พลังของสื่อมวลชนเป็นพลังที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชน และสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้

ในวงกว้าง 








สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน ภาคีเครือข่ายทั้งกลุ่มอาชีพ เจ้าหน้าที่ทุกคน ที่อำนวยความสะดวกและให้ความอนุเคราะห์ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ รวมทั้งสื่อมวลชนทุกท่านทุกแขนง ที่มีส่วนสำคัญในการนำเสนอข่าวสาร ข้อเท็จจริง และสะท้อนปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนทราบ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่าง สค. และเครือข่ายสื่อมวลชนจะยังคงแน่นแฟ้น และจะได้รับความอนุเคราะห์และความร่วมมือที่ดีจากทุกท่านในการขับเคลื่อนงานด้านสตรี ครอบครัว และความเสมอภาคระหว่างเพศ
นางสุดากล่าวตอนท้าย

27 กรกฎาคม 2568

วิริยะประกันภัย นำวิริยะจิตอาสาร่วมส่งกำลังใจผู้ประสบภัย กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา

นายธีราทร แสงเงิน ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนศรีสะเกษ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำกลุ่มวิริยะจิตอาสา มอบถุงยังชีพและเครื่องอุปโภค – บริโภค แก่ศูนย์รับบริจาคที่ว่าการอำเภอโนนคูณ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และอำนวยความสะดวกด้านการดำรงชีวิตให้กับผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และจิตอาสาทุกภาคส่วน ในการทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด ณ ที่ว่าการอำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ 





นอกจากนี้ กลุ่มวิริยะจิตอาสา และตัวแทนสาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน ในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ยังได้ร่วมสนับสนุนเครื่องอุปโภค – บริโภค และจัดเตรียมอาหารปรุงสุก แก่ผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมที่จะสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะกลับคืนเข้าสู่สภาวะปกติได้โดยเร็วที่สุด

26 กรกฎาคม 2568

SACIT Sacit พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ เยี่ยมชม กลุ่มสตรีทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม



SACIT ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรม กก พร้อมมุ่งเชื่อมโยงพัฒนาเครือข่ายในพื้นที่อย่างยั่งยืน

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT จัดงาน “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จันทบุรี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากครูช่างศิลป์และคนรุ่นใหม่ พร้อมเสวนาสุดเข้มข้นที่จะทำให้มองเห็นอนาคตใหม่ของงานหัตถกรรมไทย และส่งเสริมการเยี่ยมชมแหล่งผลิตเสื่อกกและผลิตภัณฑ์จากกก แหล่งเพาะปลูกกก และศูนย์หัตถกรรม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี
 



Sacit พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ เยี่ยมชม กลุ่มสตรีทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม หมู่ 10 ชมกรรมวิธีการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมจาก นางจุไรรัตน์ สรรพสุข ครูช่าศิลปหัตถกรรม มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน "ครูศิลป์ของแผ่นดิน และครูช่างศิลปหัตถกรรม"  และมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับ ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น  มุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้กับเครือข่ายต่างๆ ให้ได้ร่วมคิด ร่วมทำ เกิดความคิดและทางเลือกใหม่ ๆ เกิดพลังชุมชนที่เข้มแข็งจากฐานราก  มีความพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมในพื้นที่ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม วิถีชุมชน กับการท่องเที่ยวได้อย่างสมดุล 

ดร.พิณทิพย์ วัชโรทัย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมศักยภาพสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) Sacit พาสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มสตรีทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม ชมวิธีสร้างสรรค์หัตถกรรม จาก นางจุไรรัตน์ สรรพสุข ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2558 ประเภทเครื่องจักสาน และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม ชมวิธีสร้างสรรค์หัตถกรรมจาก นางมะลิ เพชรกุล ประธานกลุ่ม และ ชมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จาก  นายอิสระ ชูภักดี ( New Young Craft ) ปี 2567  เจ้าของแบรนด์ กอกก ( korkok) จังหวัดจันทบุรี พร้อมพาคณะลงพื้นที่ต้นน้ำ บริเวณปลูกกกวัตถุดิบสำคัญของงาน



นางจุไรรัตน์ สรรพสุข ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2558 ประเภทเครื่องจักสาน

เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยผ่านงานกกและเสื่อจันทบูรสู่ผลงานสร้างสรรค์ร่วมสมัย จากงาน “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จันทบุรี สัมผัสเรื่องราวของการทอเสื่อกกอันเป็นเอกลักษณ์ ชมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากเส้นกกที่ผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและการออกแบบสมัยใหม่ พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปผ่านการสาธิตจริงจากช่างฝีมือท้องถิ่นที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง


นอกจากนี้ ดร.พิณทิพย์ วัชโรทัย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมศักยภาพ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) Sacit ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมงานของกลุ่มสตรีทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม ชมวิธีสร้างสรรค์หัตถกรรม จากนางจุไรรัตน์ สรรพสุข ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2558 ประเภทเครื่องจักสาน และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม ชมวิธีสร้างสรรค์หัตถกรรมจาก นางมะลิ เพชรกุล ประธานกลุ่ม และ ชมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จาก  นายอิสระ ชูภักดี ( New Young Craft ) ปี 2567 เจ้าของแบรนด์ กอกก ( korkok) จังหวัดจันทบุรี พร้อมพาคณะลงพื้นที่ต้นน้ำ บริเวณปลูกกกวัตถุดิบสำคัญ ขั้นตอนการผลิตภัณฑ์จากต้นกกอีกด้วย 




เสน่ห์ “กก” และ “เสื่อจันทบูร” หัตถศิลป์ทรงคุณค่าคู่ชุมชนจันทบุรี “กก” คือพืชท้องถิ่นที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัดจันทบุรี ชาวบ้านนำมาผ่านกระบวนการเก็บเกี่ยว ตากแห้ง จัดเส้น และย้อมสีอย่างประณีต ก่อนนำมาทอเป็นเสื่อและของใช้ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมาอย่างยาวนาน “เสื่อจันทบูร” อยู่ที่ความละเอียดในการทอ ลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และสีสันที่สดใสไม่ซ้ำใคร โดยฝีมือช่างผู้มีประสบการณ์ ประกอบกับคุณสมบัติของต้นกกในพื้นที่จันทบุรีที่มีลักษณะเฉพาะ มีความแข็งแรง คงทน ทำให้เสื่อมีความทนทาน มันวาว เหมาะสำหรับการใช้งานจริง และยังเป็นงานศิลป์ที่สะท้อนถึงรสนิยมและอัตลักษณ์ของชุมชน


นายอิสระ ชูภักดี ( New Young Craft ) ปี 2567 เจ้าของแบรนด์ กอกก ( korkok) จังหวัดจันทบุรี 



จากสิ่งของที่เป็นเพียงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน วันนี้เสื่อจันทบูรถูกพัฒนาต่อยอดเป็นของตกแต่ง ของที่ระลึก และสินค้าไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย อาทิ กระเป๋า พรม ปลอกหมอน และของประดับบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอีกด้วย



25 กรกฎาคม 2568

เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล จัดโครงการ "ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อเธอ มอบด้วยใจ ให้ด้วยรัก"

เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลจัดโครงการ "ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อเธอ มอบด้วยใจ ให้ด้วยรัก" ปีที่ 10  ณ สถานสงเคราะห์คนชราวาสนะเวศม์ เพื่อตอบแมนดูแลสังคมให้น่าอยู่มีความสุข รอยยิ้ม และความอบอุ่นใกล้ชิดกับสังคมไม่ถูกทอดทิ้ง



โดยมีสื่อมวลชนมาร่วม ไทยรัฐ เดลินิวส์ สยามรัฐ MVTV ครอบครัวข่าว 3 Nation ในการกุศลครั้งนี้ดั่งเช่นทุกปี ขอขอบคุณ นพ.อภิรักษ์  ปาลวัฒน์วิไชย ผอ.โรงพยาบาลพญาไท 1 ท่านมอบเงินบริจาคให้มูลนิธิ และที่ต่างๆ ตลอดเวลาที่ทำกันมา และ พญ.สุขุมาลย์  สว่างวารี แพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวช โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน และนายธัชธรรม์  ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการกลยุทธ์การตลาดสร้างความผูกพันลูกค้าอาวุโส โรงพยาบาลพญาไท 1. เจ้าของโครงการและร่วมสนับสนุน จัดขนมอาหาร มาดูแล 

ทั้งนี้ทีมงานพันธมิตร อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์นมโอ๊ต goodmate และผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตธรรมชาติ Butterflyพร้อมดูแลช่วยเหลือสังคมในงานนี้ด้วยร่วม  221 ชุด รวม 442 ชุด