05 กรกฎาคม 2562

Thailand Social Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน


วันนี้ (5 ก.ค. 62) เวลา 10.00 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานีจังหวัดนนทบุรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน Thailand Social Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน – Partnership for Sustainability”


โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม จากประเทศไทยและอาเซียนกว่า
100 หน่วยงาน เพื่อแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งที่ 2 ของประเทศไทย เป็นการต่อยอดและ ขยายผลของการรวบรวมผลงานนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาสังคมและประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย รวมทั้งผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของประเทศไทยและอาเซียน

โดยมี นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัยเข้าร่วมงาน



จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2562

เวลา 09.00 - 20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2
ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี


พม. จับมือ ASEAN


พม. จับมือ ASEAN จัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมความร่วมมือความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสวัสดิการและการพัฒนาของภาคธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562 เวลา 13.30 น. ณ ห้องจูปิเตอร์ 11 - 13 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมความร่วมมือความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสวัสดิการและการพัฒนาของภาคธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Workshop on the Promotion of CSR in Social Welfare and Development) โดยมี นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวรายงาน 

นายปรเมธี กล่าวว่า ประชาคมอาเซียนมีเป้าหมายให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี รวมทั้งส่งเสริมอัตลักษณ์ของอาเซียน ซึ่งแผนประชาคมอาเซียน ปี 2552 - 2568 ระบุเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR) ในประเด็นสิทธิและความเป็นธรรม ประกอบด้วย 4 มาตรการ ที่สำคัญ คือ (1) พัฒนานโยบายสาธารณะที่เป็นตัวแบบด้าน CSR หรือเครื่องมือทางกฎหมายสำหรับใช้อ้างอิงในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียน โดยอาจอ้างถึงมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากลที่เกี่ยวข้อง อาทิ ISO 26000 : แนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (2) ประสานภาคเอกชนให้ร่วมสนับสนุนในกิจกรรมขององค์กรรายสาขาของอาเซียนและมูลนิธิอาเซียนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (3) สนับสนุนให้เกิดการรับและนำมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจที่เป็นสากลมาใช้และ (4) เพิ่มการรับรู้ในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจในอาเซียนไปจนถึงความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างกิจกรรมเชิงพาณิชย์กับชุมชนในถิ่นที่ตั้งโดยเฉพาะการสนับสนุนการพัฒนาที่มีชุมชนเป็นฐาน



นายปรเมธี กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่ามีองค์กรธุรกิจมากกว่า 81% ที่มีนโยบายด้าน CSR แสดงให้เห็นว่าทุกวันนี้ภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น นอกจากนี้ ปัจจุบันมีการประกาศใช้เรื่องมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม ISO 26000 จึงส่งเสริมให้เกิดการปรับตัวขนานใหญ่ของภาคธุรกิจทุกองค์กร ทั้งในองค์กรขนาดกลาง หรือองค์กรขนาดเล็ก ก็จำเป็นต้องเร่งปรับตัว และเป็นการปรับตัวไปสู่การเดินตามแนวปฏิบัติด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร และการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น การดำเนินการเกี่ยวกับ CSR ในระดับอาเซียนควรเป็นการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม และเป็นการทำให้เกิดความยั่งยืนทั้งองค์กรและสังคมควบคู่กันไป ซึ่งสอดคล้องกับกรอบทิศทางการพัฒนาของโลกที่องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาตามกระบวนทัศน์ “การพัฒนาที่ยั่งยืน”

ประเทศไทยได้มีการจัดประชุมระดับภูมิภาคอาเซียนเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติงานส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ เมื่อปี 2554 ตามแผนจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ปี 2552 - 2558 ในแผนปฏิบัติงานอาเซียนด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนา ปี 2559 - 2563 (Strategic Framework on Social Welfare and Development ๒๐๑๖ - ๒๐๒๐) กำหนดให้ประเทศไทยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาของภาคธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน (Workshop on the Promotion of CSR in Social Welfare and Development) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รับผิดชอบการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ กำหนดจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมความร่วมมือความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาของภาคธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนในครั้งนี้ขึ้น ระหว่างวันที่ 5 - 7 กรกฎาคม 2562 ณ ห้อง Jupiter 11 - 13 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของภาครัฐและภาคธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ที่ดำเนินงานด้านการความรับผิดชอบต่อสังคมในงานด้าน สวัสดิการสังคมและการพัฒนาสังคม รวมทั้งสร้างเครือข่ายในการทำงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะการขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจของภูมิภาคอาเซียนเพื่อเสนอต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาอาเซียนต่อไป กลุ่มเป้าหมายประมาณ 300 คน ประกอบด้วย 1) ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม 2) ผู้แทนเครือข่ายภาคธุรกิจของไทยที่ดำเนินงานด้านCSR และนักวิชาการ (3) ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐของไทยที่ดำเนินงานด้าน CSR คณะอนุกรรมการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ


นางนภากล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“Global Situation on Corporate Social Responsibility in Social Welfare and Development” โดย Ms. Elaine Tan (Executive Director of ASEAN Foundation) การอภิปราย : เรื่อง “การขับเคลื่อนการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมขอ ภาคธุรกิจให้เป็นกลไกในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน” โดย Mr. Lee Yoong Yoong (Director of Community Affairs , ASEAN Secretariat) , Mr. Thomas Thomas (CEO of the ASEAN CSR Network Ltd., Singapore), Mrs Chompan Kulnides (Vice Shairman of CSR Club and VP of Investment and Sustainability Minor International Public Company Limited, Thailand) และดำเนินการอภิปราย โดย Mr. Chris Oestereich (Director of ASEAN Innovation Review, School of Global studies , Thammasat University, Thailand) การแบ่งกลุ่มย่อย เพื่อแสวงหาแนวทางการขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจตามแผนงานประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน และการศึกษาดูงานในองค์กรภาคธุรกิจ ที่มีผลการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่เป็นที่ประจักษ์จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท บีพีซีจี จำกัด และการพิจารณายกร่างข้อเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจตามแผนงานประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนของผู้เข้าร่วมจากประเทศสมาชิกอาเซียน

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หวังว่าการประชุมครั้งนี้จะทำให้เกิดการพัฒนากิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจในงานด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาสังคมในระดับอาเซียน รวมทั้งมีภาคีเครือข่ายความร่วมมือ และมีข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนประเด็นความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมต่อที่ประชุมอาเซียน

“Women in Renewables of The Year” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2


ซีอีโอหญิงแห่ง “นอร์ติสกรุ๊ป” (Nortis Group) กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการด้านการประหยัดพลังงานแบบครบวงจรในเมืองไทย คว้ารางวัล Women in Renewables of The Year” สุดยอดผู้นำหญิงด้านพลังงานทดแทนระดับเอเชีย ปีซ้อจากงาน Global Solar+ Energy Storage 2019 ครั้งที่ 5 การประชุมสัมมนาระดับโลกด้านพลังงานแสงอาทิตย์และการจัดเก็บพลังงาน ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเร็ว ๆ นี้

นางสาวประภารัตน์ ตังควัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นอร์ติส กรุ๊ป สร้างชื่อให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังเป็น ใน 11 ผู้นำหญิงในอุตสาหกรรมด้านพลังงานทดแทนจากทั่วโลกที่ได้รับรางวัล Women in Renewables of The Year” ต่อเนื่องเป็นปีที่  จากการเฟ้นหาสตรีจากทั่วทุกภาคอุตสาหกรรมพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ให้บริการทางวิชาการ ที่ปฏิบัติหน้าที่และมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการขยายตัว การพัฒนา และการปรับปรุงของภาคพลังงาน เพื่อเพิ่มบทบาทและการยอมรับของสตรีที่ทำงานในภาคพลังงาน ในขณะเดียวกันก็เป็นแรงผลักดันให้แก่ผู้หญิงในการพัฒนาตนเองและการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนต่อไป



ในปีนี้นางสาวประภารัตน์ยังได้เป็นตัวแทนผู้นำหญิงหนึ่งเดียวจากภาคอุตสาหกรรมพลังงาน ร่วมเสวนากับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากทั่วเอเชีย ภายใต้หัวข้อ “Challenges in Developing Sustainable and Profitable Renewable Projects” โดยกล่าวถึงสถานการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานระดับโลกว่า ทั่วโลกกำลังจัดหาพลังงานทดแทนจากแหล่งพลังงานสะอาดมาใช้ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุก ๆ ด้าน โดยได้นำเทคโนโลยีอย่าง IoT Big Data และ AI มาช่วยสนับสนุนในการคาดการณ์และควบคุมแหล่งทรัพยากรเหล่านั้น รวมทั้งช่วยให้ผู้บริโภคและผู้ให้บริการด้านพลังงานสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้น นำไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน 

“ในปี 
2562 นี้ โซลาร์รูฟท็อปหรือการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคานับเป็นเทรนด์พลังงานที่ใกล้ตัวมากที่สุดและมีการใช้เพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลายในไทย โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นโมเดลนำร่องได้แสดงให้เห็นว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์มีความคุ้มค่า ประหยัดค่าไฟฟ้า และดีต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น การแข่งขันทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้ราคาการติดตั้งโซลาร์เซลล์ถูกลงหลายเท่าตัว เหลือเพียง 30,000 - 50,000 บาทต่อกิโลวัตต์ สามารถคืนทุนได้ภายใน 4 - ปี เหล่านี้ทำให้ภาคประชาชนเริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์มากขึ้นนั่นเอง” ประภารัตน์กล่าว
 
นอกจากนั้น ยังให้แนวทางในการเติบโตของธุรกิจพลังทดแทนไทย ซึ่งได้นำมาใช้กับโมเดลธุรกิจของ “นอร์ติสกรุ๊ป” และประสบความสำเร็จอย่างมาก คือการขยายการให้บริการด้านการประหยัดพลังงานแบบครบวงจร ทั้งการติดตั้ง ให้คำปรึกษาการลงทุนระบบโซลาร์เซลล์ การบริหารจัดการพลังงาน และยังเป็นผู้นำนวัตกรรม IoT ด้านพลังงานเจ้าแรกในเมืองไทย ด้วยการเป็นผู้ริเริ่มแอพพลิเคชั่น “โซลาร์ลา”(SOLARLAA) ที่ช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำในการตัดสินใจลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์และการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ซึ่งมีผู้ใช้แล้วกว่า 53อำเภอในประเทศไทย และช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้กว่าเดือนละ 20%  

“เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาส” ยนตรกรรมสุดหรูที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

สวนหลวง ออโต้เฮาส์ ชวนเซเลบริตี้ สัมผัสประสบการณ์การขับขี่กับกิจกรรม “Friends Trip” with Benz Suanluang

       
ประสบการณ์การขับขี่ยนตรกรรมสุดหรู Mercedes-Benz E-Class เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับกิจกรรม “Friends Trip” with Benz Suanluang โดย สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ (Suanluang Autohaus) ผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ของ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้จัดรถยนต์ระดับหรู อี-คลาส ครบทั้ง 3 รุ่น คือ E 350 e Avantgarde E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic พร้อมเชิญเซเลบริตี้ชั้นนำของไทย อาทิ แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, ดวงใจ โพธิ์อินทร์, มัสลิน พึ่งรัศมี, ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, จรสพรรณ สวัสดิวัฒน์ ณ อยุธยา, ณรงค์ฤทธิ์ ศรีตลานนท์, เฉลิมพล อัครภิญโญกกุล, นริศา คุโบตะ ควงคู่เพื่อนรักคนพิเศษร่วมทริปสุดเก๋สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาส” ยนตรกรรมสุดหรูที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว   


งานนี้แท็คทีมผู้บริหารคนเก่งนำโดย คุณกฤตรินทร์ ลิ้มราบรื่น กรรมการบริหาร บริษัท  สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด และ คุณก่อเกียรติ ลิ้มราบรื่น กรรมการบริหาร บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด สร้างสรรค์กิจกรรมแบบวันเดย์ทริป ให้เซเลบริตี้และเพื่อนรัก ได้ใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ดีไซน์ขึ้นเองไปพร้อมกับการขับขี่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาส คู่ใจ โดยคุณกฤตรินทร์ เล่าว่า     
 

ก่อเกียรติ ลิ้มราบรื่น กรรมการบริหาร บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด

 “เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาส ที่ทำตลาดในปัจจุบันเป็นเจเนอเรชั่นที่ 10 ซึ่งเป็นยนตรกรรมหรูภายใต้กลุ่ม คอนเทมโพรารี่ ลัคชัวรี่ (Contemporary Luxury) ที่ออกแบบโดยมุ่งเน้นดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกและภายในที่โดดเด่นเป็นสง่าตอบโจทย์ทั้งวัยรุ่นและเอ็กเซ็คคิวทีฟ ไม่ว่าจะขับเองก็ง่ายหรือมีคนขับรถก็ดี    โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาส รุ่นนี้มีความคล่องตัวสูง ขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป มีพื้นที่เก็บสัมภาระเพียงพอสำหรับการเก็บของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เสื้อผ้า-รองเท้า สำหรับการออกงาน พบปะลูกค้า นอกจากขนาดของตัวรถแล้วสิ่งที่เป็นไฮไลท์อีกย่างของรถรุ่นนี้คือระบบอินโฟเทนเมนท์ เช่น Apple CarPlay เนื่องจากปัจจุบันสิ่งแรกที่คนส่วนมากทำก่อนออกเดินทางก็คือตรวจสอบเส้นทางใน Google  Map เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางรถติดและระบบ Apple CarPlay นี้เองสามารถเชื่อมต่อ Google Map จากจอมือถือมาขึ้นอยู่ที่หน้าจอวิทยุขนาด 12.3 นิ้วได้”

คุณกฤตรินทร์ ลิ้มราบรื่น กรรมการบริหาร บริษัท  สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด 
โดยกิจกรรม “Friends Trip” with Benz Suanluang เป็นการเชิญเซเลบริตี้ได้มีโอกาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาส” พร้อมมอบพิชิตภารกิจ 5 mission ไม่ว่าจะเป็น เซเลบริตี้สายคาเฟ่ฮอปปิ้ง แวะคาเฟ่ที่ชื่นชอบ โพสต์รูปถ่ายเก๋ๆ กับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่หน้าร้าน หรือกับกาแฟแก้วโปรด หรือจะเป็นท่องเที่ยวสถานที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ อาทิ พิพิธภัณฑ์ บูทีคโฮเท็ล แหล่งช้อปปิ้ง แกลอรี จากนั้นโพสถ่ายรูปสถานที่นั้นคู่กับรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์คันเก่ง นอกจากนี้ยังมีภารกิจของการถ่ายภาพตัวเองจากภายนอก หรือภายในรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สะท้อนให้เห็นถึงความหรูหรา สะดวกสบาย หรือฟังก์ชั่นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ เป็นต้น


ปิดท้ายกิจกรรมยามค่ำคืน ด้วยดินเนอร์ในบรรยากาศสุดลักซ์ชัวรี่ ทั้งผู้บริหารและกลุ่มเซเลบริตี้  พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การขับขี่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ กับกิจกรรม “Friends Trip” with Benz Suanluang แบบวันเดย์ทริป เรียกได้ว่าสร้างรอยยิ้มและความประทับใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ กันเลยทีเดียว โดย หนูนา นริศา คุโบตะ เซเลบริตี้สาวสวยเล่าถึงความประทับใจวันนี้ว่า “วันนี้สนุกมากเลยค่ะ ได้มาทดลองขับเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาส รุ่นใหม่ล่าสุดแล้วประทับใจมาก พวงมาลัยเบาขับนุ่มสบาย ภายในดีไซน์ออกมาดีมาก มีความหรูหรา โดยส่วนตัวหนูนาประทับใจโหมด Apple CarPlay ที่สามารถต่อมือถือขึ้นกับสกรีนได้เลย สะดวกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากค่ะ”

มาย แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เล่าว่า “มายด์ประทับใจกิจกรรมวันนี้ และเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาส มากเลยค่ะ ภายในสวยงามมาก แถมมีมัลติฟังก์ชั่นครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างมายด์กับเพื่อนสุดๆ ต้องขอขอบคุณสวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ ที่ให้มายด์ได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้นะคะ”

ปอนด์ หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เล่าถึงความประทับใจกับทริปนี้ว่า “วันนี้สนุกมากค่ะ ประทับใจเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาสมาก นุ่มมาก ขับสบาย มีหลายฟังก์ชั่นให้เลือก และที่สำคัญกว้างมากเลยค่ะ ปกติปอนด์จะชอบไปเที่ยวกับเพื่อนเยอะๆ นั่งกันไปหลายคน นับว่าเป็นรุ่นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเองมากค่ะ”

Benz suanluang ,Mercedes-Benz , Benz ,เบนซ์สวนหลวง, รถเบนซ์ , โชว์รูมเบนซ์
ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ของบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่นี่… เราพร้อมให้บริการคุณด้วย โชว์รูมทันสมัย

ร่วมสัมผัสยนตรกรรมหรูหราระดับโลกกับ รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่โชว์รูม สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ www.benzsuanluang.com

04 กรกฎาคม 2562

บินตรงเกาะเจจู เฉพาะในงาน GOGO Travel ทรู เวิลด์ ทราเวล ร่วมกับ เจจูแอร์ เปิดตัวแพคเกจสุดว้าว!!

กรี๊ดด... ลดถล่ม บูท ทรูเวิลด์ ทราเวล
พันธมิตรใหม่จับมือบินตรงลงเกาะเชจู 



เปิดเเล้ว OPENING อย่างยิ่งใหญ่ GOGO Travel เที่ยวไทยครั้งที่ 1 บอกเลยว่า น่าโดนมาก ลดหนักมากจริงๆ ขอโทษเถอะ Hot Pro Jeju Summer 4 วัน 2 คืน ราคานี้ ลดแรงยิ่งกว่างานใด ใครจะเที่ยวเกาหลีรีบมาจองที่งานเลยจ้า

ทรู เวิลด์ ทราเวล​ จับมือสายการบินเจจูแอร์ ประเทศไทยพันธมิตรใหม่ชวนสัมผัสธรรมชาติเกาะเชจู เปิดบินตรงครั้งแรกเจ้าแรกในไทย ผ่านแคมเปญ​  "เที่ยว Jeju บิน Jeju Air" ใน  "งาน Gogo Travel   เที่ยวทั่วไทย ครั้งที่1" ณ​ รอยัลสยามพารากอน ฮอลล์ ชั้น5 สยามพารากอน บูธ T51   จัดถูกที่สุดเพื่อให้คนไทยเข้าถึงได้ เริ่มต้นที่​  5,000บาท​  เฉพาะจองในงาน 4-7ก.ค. เท่านั้น เริ่มไฟลท์แรก 19 ก.ค.62 สนามบินสุวรรณภูมิ  จองวันนี้  ใช้เดินทางได้ถึง 31​พ.ค.ปี 63

 ​คุณ คิม มยองจิน (Mr Kim Myongjin)​ ผู้จัดการสายการบินเจจูแอร์
คุณ​ พธู ณ สงขลา ผู้บริหารบริษัท ทรู เวิลด์ ทราเวลพร้อมด้วย  ​คุณ คิม มยองจิน (Mr Kim Myongjin)​
ผู้จัดการสายการบินเจจูแอร์ ประเทศไทยพันธมิตรใหม่ประกาศความร่วมมือเปิดเที่ยวบิน​ บินตรงลงเกาะเชจู เป็นครั้งแรก​กับแคมเปญ​ "เที่ยว Jeju บิน Jeju Air" ที่​ "งาน Gogo Travel เที่ยวทั่วไทย ครั้งที่1"   

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม 2562 ณ​ รอยัลสยามพารากอน ฮอลล์ ชั้น5 สยามพารากอน บูธ T51


คุณพธู  กล่าวเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเชิญไปสัมผัสเกาะเชจู ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็น 1 ใน7 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกด้านธรรมชาติ บรรยากาศต่างจากกรุงโซลที่เป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้ โดย
ทางทรูเวิลด์ ทราเวล ได้ร่วมกับ เจจูแอร์ สายการบินอันดับต้น ๆ ของเกาหลีใต้เปิดบินตรงครั้งแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการประชาสัมพันธ์เกาะเชจู ด้วยการบินแบบเหมาลำเครื่องบินโบอิ้ง 747 จำนวน 183 ที่นั่ง เดินทางทุกวัน วันละ 1 เที่ยว จากสนามบินสุวรรณภูมิ  จากสนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางออกจากไทยเวลาประมาณ 03:00 น. ไฟท์บินออกจากเกาะเชจู  เวลาประมาณ 22:00 น. เที่ยวบินปฐมฤกษ์ คือ วันที่ 19 กรกฎาคม ปี 2562 นี้

การมาร่วมออกบูธครั้งนี้ บริษัทฯ  มีโปรแกรมท่องเที่ยวให้เลือกมากถึง 30 โปรแกรม ราคาเริ่มต้นที่มา
จองภายในงาน 4 วันนี้  จะได้ราคาสุดพิเศษเพียง 5,000 บาท (เท่านั้น) สามารถเดินทางได้ถึงเดือนพฤษภาคม 2563 โดยราคา 5,000 บาทนี้  รวมตั๋วเครื่องบินไปกลับ โรงแรมที่พัก อาหาร และทัวร์เต็ม
รูปแบบคือ มีรถโค้ช 40 ที่นั่ง และไกด์นำเที่ยว โปรแกรมถูกสุด เป็น 3 วัน 1 คืน

พธู ณ สงขลา ผู้บริหาร บริษัท ทรู เวิลด์ ทราเวล






งานระดับอินเตอร์ดีที่สุดในโลก 2019 แต่ขาย ไป-กลับแค่ 5,000 บาท หั่นอย่างโหด ลดสะบั้นกันแบบนี้ คุณพี่ต้องไปแล้วล่ะ! สายทัวร์ ขาเที่ยวได้เฮ!! ทัวร์เมืองนอกปีนี้ รีบจัดทริปเร๊ว!!  ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน บูธ T51 งานนี้จัดหนักจัดเต็ม ลุ้นแพคเกจท่องเที่ยวเกาะเชจูฟรีๆ ลุ้นรับทองคำ และของที่ระลึกอีกมากมาย ....บอกเลยว่าฟินแน่นอน




"การท่องเที่ยวช่วงนี้นักท่องเที่ยวจะได้ไปชมบรรยากาศช่วงซัมเมอร์ที่เป็นช่วงไฮซีซันของเกาหลีใต้ เกาะเชจู ที่จะมีคนไปเที่ยวกันมาก อยู่ในช่วงประมาณมิถุนายน-กรกฎาคม มีดอกไม้ออกสวยงามและมีอากาศร้อนไม่มากเหมือนในไทย"

คุณพธู ยังให้ความมั่นใจเรื่องการเข้าเกาะเชจูว่า เนื่องจากเกาะเชจูเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรม คนเดินทางไปเชจูเป็นนักท่องเที่ยว 95% จึงไม่มีปัญหาในการเข้าเมือง ทรูเวิลด์ ทราเวล เป็นบริษัทใหญ่ที่ดำเนินการ ส่งนักท่องเที่ยวไปวันละมากกว่า 100 คน มีการคัดกรองนักท่องเที่ยวด้วยการติดสติกเกอร์ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)รับรู้

สำหรับ บริษัททรูเวิลด์ ทราเวล นั้น  เปิดดำเนินการมาเป็นเวลา 8 ปี  เป็นเจ้าเดียวในประเทศไทยที่ส่งคนไทยไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้มากเป็นอันดับ 1 และเคยได้รับรางวัล โล่ห์จากสวนสนุกล้อตเต้เวิลด์ และเปิดท่องเที่ยวเกาะเชจูมาเป็นเวลา7 ปี  ส่วนโปรแกรมท่องเที่ยวอื่นๆ ที่บริษัททำได้แก่ ท่องเที่ยวกรุงโซล เมืองปูซาน แต่พาไปเชจูเป็นหลักเพราะเป็นเจ้าเดียวที่ดำเนินธุรกิจเหมาลำ




"เชิญชวนให้มาเที่ยวงาน Gogo Travel เที่ยวทั่วไทย ครั้งที่1  แวะที่บูทแล้วจะรู้ว่า.... ต้องไปเที่ยวเกาะ
เชจูสักครั้งในชีวิตให้ได้  เพราะเป็นเกาะมรดกโลก ซึ่งยังมีความเป็นธรรมชาติที่หาเที่ยวได้ยากแล้ว เรามาเพื่อโปรโมทเชจู ราคานี้หาที่ไหนไม่ได้แล้ว ถูกที่สุดในโลก ส่วนการเที่ยวกับเรา เป็นทัวร์เต็มรูปแบบ ไม่ต้องกลัวลำบาก ฟินมากกับการพักที่โรงแรมระดับ 3 ดาว + อาหารการกิน คนนำเที่ยวน่ารัก อยากชวนให้มาเที่ยวงาน มาที่บูธ T51"

พิเศษจากงานนี้ ใครที่จองเดินทางเดือนกรกฎาคม 2562 นี้ ทุกรายชื่อยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัล เป็นทอง​คำแท่งมูลค่า 6,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นแจกทัวร์เต็มรูปแบบฟรี  ทั้งหมด 5 รางวัลด้วย

HOT PRO JEJU SUMMER .....
โปรโมชั่นในงานลดสูงสุดถึง 3,500 บาท ถูกกว่านี้ไม่มีเเล้วจ้าา กินดี พักดี ถูกดี ชีวิตดี๊ดี

Toptotravel จอง Package Romantic Summer In Jeju เรียบร้อย
แล้วพบกันนะคะ

ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้จากเวบไซต์ของบริษัทTrue World Travel 
โทร.02-286-2732   ,ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจได้  True World Travel และไลน์





รีบเลย....ราคานี้เฉพาะในงาน 4-7 กค 62 นี้ เท่านั้น 
เริ่มเดินทางบินไฟลท์แรก 19 กค. 62 จากสนามบินสุวรรณภูมิ
จองหรือสอบถามรายละเอียดได้  www.trueworldbooking.com

#ถูกที่สุดในสามโลกแล้วTrueWorldTravel



03 กรกฎาคม 2562

เชียงราย หนุนสินค้าเกษตรปลอดภัย ยกขบวนจากดอย สู่ใจกลางเมือง



จังหวัดเชียงรายกำหนดจัดงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย” ซึ่งจัดระหว่าง วันที่ 11-15 กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เวลา 11.00 – 21.00 น.
ร่วมแถลงข่าวโดย นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางสาวชูจิต ทองย้อย เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย นางแก้วพา คุ้มกล่ำ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย
นายจารุวัฒน์ ผึ้งทอง ประมงจังหวัดเชียงราย สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย นายนพพร มหากันธา ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย


นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในการผลิตสินค้าเกษตร เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมเอื้อต่อการเป็นแหล่งพัฒนาพันธุ์พืชและ พันธุ์สัตว์ สามารถผลิตอาหารและสินค้าเกษตร ที่สำคัญ มีพืชเฉพาะถิ่นที่มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับสากล เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียวเขี้ยวงู ชา กาแฟ สับปะรดภูแล/นางแล ลำไย ลิ้นจี่ ส้มโอเวียงแก่น ปลานิล โคเนื้อ และโคนม อีกทั้งยังมีพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรมากเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยมีพื้นที่ 3,726,667 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 51.5% ของพื้นที่ทั้งหมด (พื้นที่ทั้งหมดจังหวัดเชียงราย 7,240,121 ไร่) เป็นพื้นที่ ปลูกข้าว 1,407,286 ไร่ พืชไร่ 1,111,006 ไร่ พืชสวน 905,40ไร่ และอื่นๆ 1,208,374 ไร่ (ข้อมูลการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน 2558-2559) และสามารถผลิตเพื่อเป็นสินค้าส่งออกไปจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตร มีสัดส่วนมากเป็นอันดับ ๑ ตลอดมา รวมถึงในปี พ.ศ. 2560 สาขาที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมมากที่สุด คือ เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 31,228 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 29.90 (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
จังหวัดเชียงราย มีแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ (Positioning) ในการที่จะพัฒนาจังหวัดเชียงรายให้เป็นเมืองเกษตรกรรมสีเขียวและอาหารปลอดภัย พัฒนาศักยภาพของตัวเกษตรกร และตัวสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัด ทั้งด้านการพัฒนากระบวนการผลิต การแปรรูป และการตลาด เพื่อให้จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน มีความสามารถในการแข่งขัน ทันต่อสถานการณ์ และให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการสินค้าเกษตร และความมั่นคงด้านอาหาร การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาการสื่อสารและช่องทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อให้สามารถกระจายผลผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดเชียงรายได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนการสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงราย ให้รู้จักอย่างแพร่หลาย และได้การยอมรับจากผู้บริโภ ดังนั้น จึงได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยจังหวัดเชียงราย ภายใต้ชื่องาน “มหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยจังหวัดเชียงราย” ขึ้นในวันนี้ 


ด้านนางสาวชูจิต ทองย้อย เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย กล่าวถึง วัตถุประสงค์ของการจัดงานและกิจกรรมภายในงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยจังหวัดเชียงราย”
จังหวัดเชียงราย ได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดเชียงราย กิจกรรม ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรคุณภาพและอาหารปลอดภัยจังหวัดเชียงราย ในชื่องาน “มหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยจังหวัดเชียงราย” ภายใต้แนวคิด เกษตรยุคใหม่ สินค้าเกษตรคุณภาพ อาหารปลอดภัย สู่ตลาดสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ แสดงและนำเสนอกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้สินค้าเกษตรคุณภาพ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร และอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงราย และเพิ่มโอกาสในการขยายช่องทางการตลาดภายในประเทศ ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 11 - 15 กรกฎาคม 2562 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี กิจกรรมการจัดงาน แบ่งเป็น 4 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย

กิจกรรมที่ ๑ การจัดนิทรรศการ
การจัดนิทรรศการ อาทิ นิทรรศการทางวิชาการ เช่น พันธุ์พืช/ ปศุสัตว์/ประมง สรรพคุณแต่ละสายพันธุ์ ศักยภาพ เอกลักษณ์พิเศษ การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมการนำเสนอกระบวนการแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ รวมถึงการนำเสนอกระบวนการผลิตสู่อาหารปลอดภัย

กิจกรรมที่ ๒ จัดแสดงและสาธิตการแปรรูปอาหารจากผลผลิตทางการเกษตร
นำเสนอสินค้าเกษตร/ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร/อาหารปลอดภัย ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียวเขี้ยวงู สับปะรดนางแล/ภูแล ส้มโอเวียงแก่น ชา กาแฟ สมุนไพร ปลานิล โคเนื้อ เป็นต้น โดยการนำมาแสดง สาธิตให้เห็นบนเวที และเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงาน ได้ทดลองชิม โดยเชฟที่มีชื่อเสียงจากรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ซีซัน 3 ทุกวันๆละ 3 รอบ

กิจกรรมที่ 3 การจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย จังหวัดเชียงราย
จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย ได้แก่ ผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร และอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงราย มากกว่า 20 ร้านค้า
ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี
กิจกรรมที่ 4 จัดกิจกรรมการเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) จัดกิจกรรมการเจรจาทางธุรกิจ(Business Matching) ระหว่างเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร/ผู้ประกอบการ ที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร และอาหารปลอดภัย กับผู้ประกอบการธุรกิจ/ผู้รับซื้อสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร และอาหารปลอดภัย 

อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมต่างๆมากมาย การแสดงวงดนตรี สะล้อ ซอ ซึง ดนตรีโฟล์คซอง กิจกรรมคืนกำไรสู่ลูกค้า / เล่นเกมส์แจกของรางวัล / สินค้านาทีทอง และ จับรางวัลผู้โชคดีรางวัล Gift Voucher สำหรับซื้อสินค้าภายในงาน จำนวน 10 รางวัลๆละ 1,000บาท ทุกวัน ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ทางจังหวัดเชียงรายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานในครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากประชาชน และนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และจะสามารถสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคเรื่องสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงราย รวมถึงตอกย้ำถึงการเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก ให้เป็นที่รับรู้มากยิ่งขึ้นต่อไป


จึงขอประชาสัมพันธ์ และเชิญร่วมชม ชิม ช๊อป แชะ ในงานมหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐– ๒๐.๐๐ น.