ทั้งนี้ ทางจังหวัดชุมพรได้มีการแต่งตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจระดับจังหวัด อำเภอ ระดับตำบล และระดับหมู่บ้าน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการซื้อขายทุเรียนด้อยคุณภาพ ที่โรงคัดบรรจุตลาดค้าส่ง ร้านค้าปลีก และร้านขายของฝาก ตลอดจนสวนของเกษตรกร เพื่อป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นทุกปี โดยจังหวัดชุมพรได้ออกกฎประกาศให้มีวันเก็บเกี่ยวทุเรียนพันธุ์หมอนทองประจำปี 2565 ไว้ให้เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2565 หากพบว่ามีผู้หนึ่งผู้ใดฝ่าฝืนเก็บเกี่ยวก่อนวันที่กำหนด จะมีการดำเนินการจัดการขั้นเด็ดขาดแก่ผู้ฝ่าฝืนตามข้อกำหนดจดแจ้ง และหากพบว่ามีการจำหน่ายทุเรียนด้อยคุณภาพ(ทุเรียนอ่อน ทุเรียนหนอน ทุเรียนเน่า) จะมีการดำเนินความผิดแก่ผู้จำหน่าย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2563 อย่างถึงที่สุด ดังนั้น นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าจะได้พบกับผลไม้หลากหลายชนิด และทุเรียนหมอนทองชุมพร คุณภาพดี ตลอดงานเทศกาลผลไม้ดี ทุเรียนเด่น ชุมพร แบบไม่ผิดหวัง ได้ภายในงานระหว่างวันที่ 16-26 มิถุนายน 2565 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร ถนนพิศิษฐพยาบาล ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
03 มิถุนายน 2565
ครั้งแรกบนหน้าประวัติศาสตร์เมืองชุมพรกับงานเทศกาลผลไม้ดี ทุเรียนเด่นชุมพร ปี 2565
ทั้งนี้ ทางจังหวัดชุมพรได้มีการแต่งตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจระดับจังหวัด อำเภอ ระดับตำบล และระดับหมู่บ้าน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการซื้อขายทุเรียนด้อยคุณภาพ ที่โรงคัดบรรจุตลาดค้าส่ง ร้านค้าปลีก และร้านขายของฝาก ตลอดจนสวนของเกษตรกร เพื่อป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นทุกปี โดยจังหวัดชุมพรได้ออกกฎประกาศให้มีวันเก็บเกี่ยวทุเรียนพันธุ์หมอนทองประจำปี 2565 ไว้ให้เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2565 หากพบว่ามีผู้หนึ่งผู้ใดฝ่าฝืนเก็บเกี่ยวก่อนวันที่กำหนด จะมีการดำเนินการจัดการขั้นเด็ดขาดแก่ผู้ฝ่าฝืนตามข้อกำหนดจดแจ้ง และหากพบว่ามีการจำหน่ายทุเรียนด้อยคุณภาพ(ทุเรียนอ่อน ทุเรียนหนอน ทุเรียนเน่า) จะมีการดำเนินความผิดแก่ผู้จำหน่าย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2563 อย่างถึงที่สุด ดังนั้น นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าจะได้พบกับผลไม้หลากหลายชนิด และทุเรียนหมอนทองชุมพร คุณภาพดี ตลอดงานเทศกาลผลไม้ดี ทุเรียนเด่น ชุมพร แบบไม่ผิดหวัง ได้ภายในงานระหว่างวันที่ 16-26 มิถุนายน 2565 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร ถนนพิศิษฐพยาบาล ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
02 มิถุนายน 2565
เอิร์ธ สายสว่าง นำ สมาชิก นมธ.14 ธรรมศาสตร์ เพื่อสังคม เลี้ยงสังสรรค์
เอิร์ธ สายสว่าง นำ สมาชิก นมธ.14 ธรรมศาสตร์ เพื่อสังคม เลี้ยงสังสรรค์น่าประทับใจ ไปจนถึงงานมื้ออาหารสุดพิเศษ กับบรรยากกาศสวยงามริมแม่น้ำ ที่ ร้านอำแดง ไต้ฝุ่น (by The River) หลังจาก ไม่ได้พบกันนาน...อำแดงไต้ฝุ่น(ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ร้านอำแดงไต้ฝุ่น กลับมาเปิดใหม่โซนพระรามสาม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมนูเด็ด ปูก้อนสไปร์ซี่แครป กุ้งแม่น้ำเผา ยังคงความสดอร่อย เสริมเพิ่มทัพด้วย เมนูอาหารทะเลหลากหลาย หอยลาย หอยแมลงภู่
ปลาเก๋า ปลาอินทรี ให้ลูกค้าได้เลือกมากขึ้น
ร้านอำแดง ไต้ฝุ่น (by The River)
www.amdangtyphoon.net
Tel. 095 716 4712
id line: @amdangtyphoon
Fb / ig : Amdangtypoon by the river
ทริปปฐมฤกษ์หลังโควิด True World Travel พาคนไทย เยือนเกาะเชจู
นับเป็นเครื่องบินเหมาลำเที่ยวบินแรกจากเมืองไทยภายใต้การบริหารงานบริษัท True World Travel ที่นำนักท่องเที่ยวชาวไทยไปเยือนเกาะเชจู เมื่อค่ำวันก่อน โดยได้รับการต้อนรับจากสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ของเกาะเชจูที่มารอต้อนรับกันอย่างคึกคัก ด้านผู้บริหารยืนยันความพร้อมเตรียมทริปถัดไปอย่างต่อเนื่อง
คุณพธู ณ สงขลา ผู้บริหารบริษัท True World Travel เปิดใจว่า สำหรับประเทศเกาหลีใต้ตอนนี้เปิดประเทศแล้ว เข้าประเทศต้องตรวจ k-eta แต่เกาะเชจูเป็นเขตปกครองพิเศษ ไม่ต้องใช้ k-eta เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เราจึงเริ่มเปิดเส้นทางบินตรงสู่เกาะเชจูซึ่งเป็นไฟล์ทพิเศษที่เราเปิดขึ้นมา ไฟล์ทเดียวเที่ยวเดียว เดินทางห้าวันสามคืน จากกรุงเทพฯ บินตรงไปลงเกาะเชจูโดยสายการบิน เชจูแอร์ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกไฮเดนเยียบานทั้งเกาะ ซึ่งเราได้กระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยว ลูกทัวร์เป็นอย่างดีมาก เปิดให้จองปุ๊บก็เต็มอย่างรวดเร็ว
และเราก็จะเปิดอีกในอนาคตอันใกล้นี้ ก็อยากชวนเพื่อนๆทุกคนมาเที่ยวเกาะเชจูกันเป็นธรรมชาติมรดกโลก ไปแล้วได้พักผ่อนจริงๆ เริ่มเดินทางอีกครั้งในวันที่ 7 กรกฎาคม เป็นโปรแกรมสี่วันสองคืน ใครที่อยากจะจองทัวร์ สามารถเข้าไปได้ที่ www.trueworld.com หรือ จองกับบริษัททัวร์ทั่วประเทศไทย เพียงแค่ท่านบอกทัวร์เกาะเชจู ก็จะได้ร่วมทัวร์ไปกับเราแล้วคะ”
นักท่องเที่ยวชาวไทยไปเยือนเกาะเชจู เมื่อค่ำวันก่อน โดยได้รับการต้อนรับจากสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ของเกาะเชจูที่มารอต้อนรับกันอย่างคึกคัก ด้านผู้บริหารยืนยันความพร้อมเตรียมทริปถัดไปอย่างต่อเนื่อง
คุณพธู ณ สงขลา ผู้บริหารบริษัท True World Travel เปิดใจว่า สำหรับประเทศเกาหลีใต้ตอนนี้เปิดประเทศแล้ว เข้าประเทศต้องตรวจ k-eta แต่เกาะเชจูเป็นเขตปกครองพิเศษ ไม่ต้องใช้ k-eta เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เราจึงเริ่มเปิดเส้นทางบินตรงสู่เกาะเชจูซึ่งเป็นไฟล์ทพิเศษที่เราเปิดขึ้นมา ไฟล์ทเดียวเที่ยวเดียว เดินทางห้าวันสามคืน จากกรุงเทพฯ บินตรงไปลงเกาะเชจูโดยสายการบิน เชจูแอร์ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกไฮเดนเยียบานทั้งเกาะ ซึ่งเราได้กระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยว ลูกทัวร์เป็นอย่างดีมาก เปิดให้จองปุ๊บก็เต็มอย่างรวดเร็ว และเราก็จะเปิดอีกในอนาคตอันใกล้นี้ ก็อยากชวนเพื่อนๆทุกคนมาเที่ยวเกาะเชจูกันเป็นธรรมชาติมรดกลก ไปแล้วได้พักผ่อนจริงๆ เริ่มเดินทางอีกครั้งในวันที่ 7 กรกฎาคม เป็นโปรแกรมสี่วันสองคืน ใครที่อยากจะจองทัวร์ สามารถเข้าไปได้ที่ www.trueworld.com หรือ จองกับบริษัททัวร์ทั่วประเทศไทย เพียงแค่ท่านบอกทัวร์เกาะเชจู ก็จะได้ร่วมทัวร์ไปกับเราแล้วคะ”
นับว่าเป็นเครื่องบินเหมาลำเที่ยวบินแรกจากเมืองไทย ภายใต้การบริหารงานบริษัท True World Travel ที่นำการเดินทางท่องเที่ยวเกาะเชจูทริปพิเศษนี้ ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยกรุ๊ปแรกที่เดินทางเข้าไปยังเกาะเชจูภายหลังจากสถานการณ์โควิด 19 และมีการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวเกาะเชจู ทำให้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเกาหลีที่มารอทำข่าวประชาสัมพันธ์กันอย่างคับคั่ง รวมถึงการได้รับกระแสการต้อนรับจากชาวเกาหลีบนเกาะเชจูอย่างดียิ่ง
สำหรับผู้สนใจจะเดินทางท่องเที่ยวไปกับ True World Travel สามารถเข้าไปดูแพคเกจทัวร์ต่างๆ ที่น่าสนใจ ล่าสุดทางเพจ True World Travel รวมโปรแกรมเที่ยวเกาหลีเอาไว้ครบจบที่เดียว ทั้ง โซล เชจู ปูซาน ด้วยราคาสุดพิเศษ เริ่มต้นเพียง 12999 บาท โดยสายการบิน Jeju Air/ Asiana Airlines รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ/โรงแรมที่พัก/สถานที่ท่องเที่ยว/อาหารที่ระบุในโปรแกรม
#เชจู โปรแกรม Jeju Gold Package 4วัน 2 คืน วันที่ 7 ก.ค. และ 23 ก.ย. 2565 : https://bit.ly/3KCr7fB
วันที่ 24 กย. และ 4 พ.ย. 2565 : https://bit.ly/3O4NNY3
วันที่ 5 ธค. และ 10 ธ.ค. 2565 : https://bit.ly/3KESxBB
#โซล 4 วัน 2 คืน JEJU AIR
PDF : https://bit.ly/38q4kpo
โซลถูกมาก 5 วัน 3 คืน JEJU AIR
PDF : https://bit.ly/3wnmHUd
I SEOUL U JUNE (OZ)
PDF : https://bit.ly/3wqejEs
#ปูซาน ปูซาน 4D2N (7C)
PDF : https://bit.ly/3lp8P6x
ปูซาน 5D3N (7C)
PDF : https://bit.ly/38Dp9hd
ดูราคาและจองทัวร์ได้ที่ www.gotrueworld.com
สนใจสอบถามเพิ่มเติมทาง Line : คลิ้ก https://lin.ee/5fR25rL
Hotline : 084-147-0875, 098-827-7522
Facebook : True World Travel m.me/346807932059210
ผลสำรวจความพึงพอใจ และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
ด้วยผลสำรวจความพึงพอใจ และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ปีที่ 12 ด้วยมาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากลทุกมิติ ยกระดับการให้บริการผู้โดยสารอย่างมีประสิทธิภาพ
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่านับตั้งแต่เป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีต่อเนื่องมาถึงการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ที่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์มาเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน นั้น สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลอดก็คือการนำมาตรฐานระดับสากลที่บริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 ขอบเขต : วิศวกรรมและซ่อมบำรุงและงานปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า จาก BV ( Bureau Veritas ) มาใช้ในการให้บริการเดินรถไฟฟ้า เพื่อให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการได้รับความสะดวกสบายสูงสุด และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าหมายเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากสถิติความตรงต่อเวลา และยอดผู้โดยสารที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ รวมทั้งผลสำรวจความพึงพอใจผู้โดยสาร
โดยสถิติความตรงต่อเวลา และความน่าเชื่อถือของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงตั้งแต่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 99.96% และ 99.70% ส่วนจำนวนผู้โดยสารก็เพิ่มสูงขึ้นหลังเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ช่วงแรกอยู่ที่ประมาณ 8,000 – 9000 คนต่อวันเป็นสูงสุดกว่า 13,000 คนต่อวันในปัจจุบัน และผลสำรวจวามพึงพอใจผู้โดยสารที่จากคะแนนเต็ม 5 ปรากฎว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทุกด้าน ด้านการให้บริการโดยรวม 4.40 , ด้านความปลอดภัย 4.39 , ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานีและในขบวนรถ 4.39 , ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.26 , ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.25 และด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.23
ด้วยความสำเร็จดังกล่าว ทำให้บริษัทมีความมั่นใจในการก้าวสู่ปีที่ 12 ของการดำเนินงาน อีกทั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา บริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 ในขอบเขตการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า ความปลอดภัย และวิศวกรรมซ่อมบำรุง จากหน่วยรับรอง Bureau Veritas (BV) ทำให้เชื่อว่าบริษัทพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ปีที่ 12 ด้วยมาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากลทุกมิติ และยกระดับการให้บริการผู้โดยสารอย่างมีประสิทธิภาพ
เริ่มด้วยการยกระดับองค์กรให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านระบบขนส่งทางรางที่สำคัญของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมกับสถาบันการศึกษา และหน่วยงานภายนอกในการจัดฝึกอบรมความรู้ให้แก่นักศึกษา และผู้ที่สนใจในองค์ความรู้ด้านระบบขนส่งทางราง โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของบริษัท ซึ่งบริษัทผ่านการรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ให้เป็นองค์กรที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานวิชาชีพ สาขาวิชาชีพรถไฟความเร็วสูงและระบบราง ใน 5 สาขาวิชา จึงมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะสามารถถ่ายทอดองค์วามรู้ระบบรางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการความร่วมมือทางวิชาการ “การผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านระบบราง การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านระบบรางเพื่อรองรับอุตสาหกรรมระบบราง” ซึ่งร่วมกับกรมการขนส่งทางราง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบรางทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง , มหาวิทยาลัยมหิดล , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฯลฯ หรือ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านพื้นฐานการซ่อมบำรุงช่วงล่างรถไฟฟ้า และพื้นฐานระบบอาณัติสัญญาณรถไฟฟ้าร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ส่วนในอนาคตบริษัทมีแผนเตรียมเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาชีพรถไฟความเร็วสูงและระบบรางกับ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และเตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันการศึกษาอื่นๆเพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ด้านระบบราง อาทิ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
นอกจากนั้นบริษัทยังมีแผนงานในการยกระดับการให้บริการด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่เจ้าหน้าที่ โดยมีโครงการ Smile Service ที่บริษัทดำเนินการมาตลอดหลายปี และยังคงมีแผนที่จะดำเนินการต่อไป เพื่อสร้างความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานที่ปฏิบัติงานด้านการให้บริการแก่ผู้โดยสาร รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจให้แก่พนักงาน อันจะส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่งานบริการ
นอกจากนี้ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่มอบหมายให้บริษัทดำเนินการใน 2 เรื่องสำคัญคือการจัดระบบเชื่อมต่อ ( Feeder ) ของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ และการหากิจกรรมหรือนิทรรศการมาจัดที่สถานีกลางบางซื่อนั้น บริษัทได้เตรียมแผนการดำเนินงานทั้ง ในส่วนการจัดระบบเชื่อมต่อ ( Feeder ) ของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ซึ่งที่เพิ่งเปิดให้บริการไปก็คือ ชัตเทิ้ลเทรน เชื่อมต่อนครปฐม-รังสิตด้วยรถไฟทางไกลและรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ส่วนลด 50% รถไฟทางไกลเส้นทางนครปฐม – ธนบุรี ตามระยะทาง และตามประเภทผู้โดยสารจากปกติราคา 20 – 40 บาท โดยขบวนรถดังกล่าวจะหยุดจอดทุกสถานี รวมถึงสถานีตลิ่งชัน ซึ่งผู้โดยสารสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเพื่อเชื่อมต่อไปยังเส้นทาง ตลิ่งชัน – บางซื่อ – รังสิต ได้ในราคา 12 - 42 บาท นอกจากนั้นบริษัทเตรียมร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพิ่มจุดจอดเส้นทางรถชัตเทิ้ลบัส “ศาลายาลิงค์” ที่ปกติวิ่งในเส้นทาง ศาลายา – บางหว้า เป็นศาลายา – ตลิ่งชัน – บางหว้า โดยเพิ่มจุดจอดที่รถไฟฟ้าสายสีแดงสถานีตลิ่งชัน ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการเพิ่มช่องทางการชำระเงินด้วยการใช้บัตร บัตร EMV Contactless ซึ่งคาดว่าสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2565
ส่วนการหากิจกรรมหรือนิทรรศการต่างๆมาจัดในพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ เหมือนเช่นงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินั้น ในอนาคตบริษัทได้เตรียมดำเนินการพูดคุยกับหน่วยงานเอกชนที่สนใจจำนวนมากเพื่อหากิจกรรมหรือนิทรรศการต่างๆมาจัดในพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ อาทิเช่น งาน Cat T-Shirt เป็นต้น
ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าด้วยแผนงานดังกล่าวและมาตรฐานระดับสากลที่บริษัทนำมาใช้ขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติจะส่งผลให้บริษัทสามารถก้าวสู่ปีที่ 12 และยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
01 มิถุนายน 2565
เสวนาวิชาการ “โลกคู่ขนานของการสอนจรรยาบรรณสื่อ”
วงวิชาการรับสอนสื่อยุคใหม่ ปลูกจริยธรรมยากที่สุด เหตุโลกในตำรากับชีวิตจริงแตกต่าง พร้อมสะท้อน 6 พฤติกรรมผลิตสื่อยุคใหม่ เน้น เร็ว แรง แฝงโฆษณา ใกล้ชิดสนิทแหล่งข่าว ยังเชื่อ “จริยธรรม” สำคัญที่สุด มี “หลักการ” ในใจให้ตัวสื่อเลือกทำหน้าที่
การเสวนาวิชาการ “โลกคู่ขนานของการสอนจรรยาบรรณสื่อ” โดยคณาจารย์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พูดคุยในประเด็นการทำข่าว การนำเสนอข่าว ประเด็นจรรยาบรรณสื่อ โดย ดร.ดวงแก้ว เธียรสวัสดิ์กิจ ผู้อำนวยการโครงการบัณฑิตศึกษาและอาจารย์ประจำกลุ่มวิชาสื่อสารองค์กร กล่าวว่า กรณีบ้านกกกอก กรณีคุณแตงโม มาจนถึงกรณีการจัดฉากในข่าวหลวงปู่แสง ทำให้เห็นเหมือนกับเราอยู่บนขอบของจรรยาบรรณและกำลังจะเกินขอบออกไป เราเห็นโลกคู่ขนานของการสอนจรรยาบรรณสื่อในห้องเรียน มีโลกคู่ขนานของเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น เหมือนเกิดมีโลกอีกใบหนึ่งที่มีจุดซ้อนทับกันกับโลกที่เราอยู่ อาจารย์ที่สอนสื่อได้รับแรงกระเพื่อมจากสิ่งนี้จึงเป็นที่มาของการเสวนาในวันนี้ งานวิจัยในต่างประเทศหลายชิ้น บอกว่า ที่ที่จะเรียนในเรื่องจริยธรรม คือที่ที่ออกไปทำงาน การเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาสะท้อนความเห็นออกมาจะทำให้เกิดความเข้าใจในการสอนวิชากฎหมายเคยมีนักศึกษาสะท้อนว่าข้อกฎหมายบางข้อไม่ควรเอามาใช้ในประเทศไทย เพราะข้อกฎหมายเหล่านี้เราเอามาจากต่างประเทศซึ่งไม่หมือนกับบริบทของประเทศไทย กฎหมายสื่อมวลชนหลายครั้งเป็นดุลยพินิจ บางเรื่องมีคณะกรรมการเป็นคนวินิจฉัย ซึ่งคนในรุ่นของคณะกรรมการเป็นคนละรุ่นกับนักศึกษา
ผศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม ประธานหลักสูตรวารสารศาสตรบัณฑิต และอาจารย์ประจำกลุ่มวิชาวิทยุและโทรทัศน์ กล่าวว่า เมื่อก่อนโลกที่ยิ่งใหญ่ของวิชาการคือตำรา เวลาที่เราบอกความรู้ในตำราเหมือนเป็นความจริงอันสูงสุด แต่วันนี้ เมื่อเราบอกว่าหลักการเป็นอย่างนี้ แต่โลกการทำงานของสื่อในยุคปัจจุบันไม่ใช่อย่างนั้น การทำงานของสื่อเมื่อก่อนเราเข้าไม่ถึงจะเห็นเมื่อถูกนำเสนอแล้ว แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว หลายสิ่งหลายอย่างทำให้มาคิดว่าเวลาที่อาจารย์สอนเรื่องจริยธรรมเหมือนจะเป็นยาขม แล้วเกิดสงครามขึ้นในห้องเรียน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหวยสามสิบล้าน กรณีแตงโม มาถึงการจัดฉากหลวงปู่แสง มันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราบอกกับนักศึกษา
“เวลามีของสองสิ่งมาเจอกันเราเรียกว่า ปรากฏการณ์ แล้วเมื่อมีทฤษฎีเข้ามามันทำให้ปรากฏการณ์ชัดขึ้น แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เราบอกถึงปรากฏการณ์มันไม่ชัดแต่มันเบลอ ได้สนทนากับสื่อมวลชนอาวุโส ได้รับมุมมองเรื่องนี้ว่า จริยธรรม ไม่ใช่เรื่องสูงส่งแต่อยู่ในตัวเรา สิ่งสำคัญคือความแข็งแกร่งของกองบรรณาธิการต่างหากที่ต้องมีจริยธรรมมีบรรทัดฐาน”
การเรียนรู้เรื่องจริยธรรม เกิดขึ้นเมื่อไปทำหน้าที่ผู้สื่อข่าว เรามักสอนว่าเวลาเราทำข่าวหนึ่งข่าวนอกจากจะคำนึงถึงประโยชน์ต่อสังคมแล้ว ต้องคิดต่อด้วยว่าข่าวนั้นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้หรือไม่ ที่สำคัญวิธีการได้ข่าวมาต้องไม่ได้มาด้วยวิธีที่ผิดแม้จะไม่ผิดกฎหมายแต่อาจจะผิดจริยธรรม ถึงได้ข่าวมาก็คือว่าเป็นการได้มาที่ผิด กฎหมายกำกับเราในความเป็นมนุษย์ จริยธรรมเป็นสิ่งที่กำกับสิ่งที่อยู่ภายในตัวเรา การได้ข่าวมาอาจจะมีเทคนิคในหาข่าว แต่เทคนิคตรงนั้นควรต้องมีจริยธรรมกำกับด้วย
“คนที่รู้ข้อกฎหมายมากๆ จะมีชั้นเชิงในการทำผิดจริยธรรมได้มาก เพราะรู้ข้อกฎหมาย สิ่งที่กำกับความเป็นมนุษย์นอกจากจะมีกฎหมายแล้ว จริยธรรมมีความสำคัญสูงสุด เราสอนเรื่องของความเป็นมนุษย์ต่อให้ข่าวชิ้นนั้นเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ข่าวนั้นต้องไม่ไปฆ่าใครทางอ้อม การเข้าใจเรื่องจริยธรรมต้องอยู่ในความรู้สึกของตัวสื่อ เพราะเมื่อเจอสถานการณ์นักข่าวจะตัดสินใจให้ได้ว่าจะวางตัวอย่างไร การสอนเรื่องจริยธรรมไม่ใช่เรื่องง่าย วัฒนธรรมในการทำข่าวในปัจจุบันยิ่งเข้าใจได้ยาก จริยธรรมควรเป็นสิ่งที่อยู่ในจิตใจ เส้นแบ่งระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวควรจะมีเส้นแบ่งเพื่อให้มีความเป็นกลางและไม่มีอคติในการเสนอข่าว วัฒนธรรมการทำงานของวิชาชีพนี้กำลังเปลี่ยน เป็นความท้าทายของคนสอนที่ไม่อาจสอนแต่หลักการและอุดมคติ แต่ต้องเอาสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมาสอนให้เขาเข้าใจแล้วเลือกที่จะอยู่ตรงไหน”
รศ.รุจน์ โกมลบุตร อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาวารสารศาสตร์ กล่าวว่า โลกสองใบที่เรากำลังพูดถึง คือ โลกของการเรียนรู้ กับโลกของการทำงาน ไม่ควรเหมือนกัน เพราะโลกทางธุรกิจและโลกวิชาการเป็นโลกของการสร้างความรู้ ซึ่งทั้งสองโลกมีเป้าหมายแตกต่างกัน ควรจะให้โลกทั้งสองโลกต่างกันต่อไป ถ้าเข้ามาใกล้กันแล้วมันจะเกิดความเอนเอียงเกิดขึ้น การที่สื่อเรียนรู้ในห้องเรียนอย่างหนึ่ง แต่เมื่อถูกส่งออกไปทำงานเจออีกอย่างหนึ่ง หน้าที่ของอาจารย์คงเป็นผู้เตรียมการให้นักศึกษาได้เข้าถึงอุดมคติที่สูงสุดเมื่อออกไปปฏิบัติงานจริงก็ต้องปรับตัวและทำงานให้ได้ ไม่ว่าในโลกของการทำงานจะเจออะไร ถ้ามีหลักการอยู่ เชื่อว่า จะสามารถพลิกแพลงไปได้ด้วยตัวเอง ถ้าสื่อต้องเข้าไปอยู่ในองค์กรที่แตกต่างจากสิ่งที่เราเรียนมา สื่อคงต้องขายตัวเอง คือต้องทำตัวเองให้ชัดว่าเราถนัดเรื่องอะไร แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาเพื่อให้หัวหน้างานรู้ว่าตัวเราเป็นอย่างไรและควรจะส่งไปทำงานแบบไหน
“ถ้ามีการสร้างการเรียนรู้ที่ดีสื่อจะพร้อมในการทำงานในสนามจริง สมัยก่อนการเรียนการสอนทางสื่อสารมวลชนไม่มีวิชาจริยธรรม อาจารย์จะสอดแทรกผ่านเรื่องเล่าในวิชาที่เรียนทำให้เกิดความรู้สึก จำได้และมีอิทธิพลต่อทัศนะและการทำงาน วันนี้เรื่องเล่าคงไม่พอเพราะบริบทและคุณค่าต่างไปจากอดีต เรื่องเล่าของอาจารย์อาจจะใช้ไม่ได้กับปัจจุบัน คงต้องให้ลงมือทำงานแล้วเอาบทเรียนมาสอนกันตรงหน้างานเลย สมัยก่อนคำว่าสิทธิส่วนบุคคลเป็นเรื่องเข้าใจยาก แต่วันนี้เข้าใจได้ง่าย แต่มีคำหนึ่งที่สอนให้เข้าใจได้ยากมาคือคำว่า ผลประโยชน์ทับซ้อน คงต้องให้นักศึกษามีความรู้ให้ครุ่นคิดกับตัวเองว่าเขาให้คุณค่ากับเรื่องราวต่างๆ อย่างไร เห็นความแตกต่างของคนที่ไม่เหมือนกัน การยกตัวอย่างในการทำงานเพื่อให้ลองประเมินคุณค่าตัวเอง น่าจะทำให้ตัวผู้เรียนได้ประเมินตัวเองและสำรวจตัวเองได้ อยากจะชวนให้ผู้เรียนเขียนบันทึกประจำในการทำงานแล้วส่งให้อาจารย์ เพราะจะเป็นสิ่งที่ช่วยประเมินและเห็นวิธีคิดจากการเรียนรู้ หรือการฝึกงานแต่ละวัน ถ้าเขาสะท้อนออกมาเราจะได้รู้ว่าเขาได้เรียนรู้อะไร และต้องเติมอะไรให้”
กองบก.หรือผู้ประกอบเรียกร้องการทำงานของสื่อทำให้เกิดวัฒนธรรมในการผลิตงานของสื่อมวลชนที่พบอยู่ 6 เรื่อง คือ เน้นความเร็วสุดๆ ความจริงเอาไว้ทีหลัง, ให้ความสำคัญกับความแรงของข่าวทั้งภาพและเรื่อง, ลดระยะห่างด้วยการนับญาติกับแหล่งข่าว, ตัดสินประเด็นข่าวให้เห็นขาวและดำกันไปเลย, แปลงร่างโฆษณาให้กลายเป็นข่าวหรือการโฆษณาลงไปในข่าวขายของลงไปตรงๆ ในเวลาข่าว และข้อกฎหมายทำให้นักข่าวทำงานไม่เต็มที่ต้องคอยเซ็นเซอร์ตัวเอง
ดร.คันธิรา ฉายาวงศ์ อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาบริหารการสื่อสาร กล่าวว่า นักศึกษามักตั้งคำถามว่าประเด็นใดเป็นการทำผิดกฎหมาย เพื่อที่เขาจะระวัง ในโลกของวิชาการเราสอนให้สื่อเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ ขณะที่สิ่งที่เกิดขึ้นหน้างานเราไม่อาจบอกได้ถ้าเจอแบบนี้ต้องทำแบบนี้ นักข่าวต้องพิจารณาเองว่าควรทำหน้าที่อย่างไร วิชากฎหมายไม่ได้มีแค่ตัวกฎหมายแต่มีจริยธรรมด้วย เราจึงยกตัวอย่างว่ากฎหมายและจริยธรรมแตกต่างกันอย่างไร วิธีเปรียบเทียบในการสอน กฎหมายเหมือนเปลือกไข่ที่หุ้มวุ้นข้างในคือจริยธรรมไว้ จริยธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นแก่นที่อยู่ภายใน การเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทำให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจมากขึ้น
พอร์โต้ ชิโน่ เติมความคึกคักให้มหาชัยตลอด 24ชม.ควงสุกี้ตี๋น้อยเปิดสาขาใหม่ พร้อมแบรนด์ดังทั่วโครงการ
1 มิถุนายน 2565 – พอร์โต้ ชิโน่ เติมความคึกคักให้ย่านมหาชัยและเส้นพระราม 2 ด้วยการควงแบรนด์ดังเปิดสาขาใหม่ทั่วโครงการ โดยไฮไลท์อยู่ที่ “สุกี้ตี๋น้อย” สาขาแรกของสมุทรสาคร พร้อมเปิดให้บริการแก่ชาวมหาชัยผู้เดินทางลงใต้ และคนรักบุฟเฟ่ต์สุกี้ ตลอด 24 ชั่วโมง
นายสุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ “พอร์โต้ ชิโน่” ไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งแรกของมหาชัย เปิดเผยว่า “โครงการฯ ได้เปิดให้บริการมาเป็นเวลา 10 ปี จึงเป็นโอกาสดีที่จะ refresh ตัวเอง เพื่อเติมความมีชีวิตชีวาและสิ่งใหม่ๆ ให้กับลูกค้า โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะทำให้พอร์โต้
![]() |
| นายสุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด |
ชิโน่ เป็นไลฟ์สไตล์มอลล์ 24 ชั่วโมงเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป้าหมายได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากโครงการฯ จะมี Foodland ที่เปิด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว ล่าสุด สุกี้ตี๋น้อย บุฟเฟ่ต์สุกี้ชาบู ยอดฮิตของคนทุกวัย ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องคุณภาพ ความอร่อย และราคาแล้ว ยังเปิดให้บริการแบบเที่ยงวันยันเช้า ได้มาเปิดสาขาแรกของจังหวัดสมุทรสาครที่โครงการฯ ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำถึงจุดยืนใหม่ของพอร์โต้ ชิโน่ได้เป็นอย่างดี”
“การมาของสุกี้ตี๋น้อยจะยิ่งช่วยเพิ่มทราฟฟิกลูกค้า โดยเฉพาะหลัง 20.00 น. ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้ามาใช้บริการที่โครงการฯ มากขึ้นอีกราว 1,500 คนต่อวัน รวมถึงดึงดูดลูกค้าที่เป็นผู้เดินทางผ่านไปยังจังหวัดภาคใต้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ดึงร้านค้าแบรนด์ดังหรือแบรนด์น้องใหม่อื่นๆ มาเติมความหลากหลายให้กับ Night Life ที่โครงการฯ ขึ้นอีก อาทิ ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งเนย ทองการ์เด้นท์ Mikka Café & Bakery และ The Bliss Clinic เป็นต้น อีกทั้งได้ทำการปรับพื้นที่ชั้น 1 บริเวณด้านหน้าโครงการฯ จัดงาน “ตลาดชื่นใจ” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Morning Market ตลาดของกินยามเช้าที่จะเปิดให้บริการทุกเช้าวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 11.00 น. และ “ตลาดโชว์ของ” Night Market แหล่งแฮงค์เอาท์แห่งใหม่ในช่วงกลางคืน ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 15.00 – 22.00 น. ซึ่งจะทำให้ลูกค้าแวะมาอิ่มมาเติมพลังที่พอร์โต้ ชิโน่ได้ทุกเวลาที่ต้องการ ตอกย้ำภาพความเป็น Community Mall 24 Hrs.”
นางสาวนัทธมน พิศาลกิจวนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “การเปิดสาขาใหม่กับโครงการพอร์โต้ ชิโน่ เป็นอีกก้าวของแผนการขยายธุรกิจเพื่อให้ครบ 60 สาขา ซึ่งสาขานี้เป็นสาขาที่ 37 และสาขาแรกที่มหาชัย มีพื้นที่ขนาด 700 ตร.ม. ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 โซนด้านหน้าของโครงการฯ และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์สุกี้ตี๋น้อย ในเรื่องการตกแต่งที่หรูหรา โอ่โถง โปร่งสบาย จำนวน 48 โต๊ะ สามารถรองรับลูกค้าได้มากถึง 168 ที่นั่ง”
![]() |
| นางสาวนัทธมน พิศาลกิจวนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด |
“พอร์โต้ ชิโน่ มีทั้งความพร้อมและศักยภาพของทำเลที่ตั้ง ที่ติดริมถนนพระรามสอง มีจราจรด้านหน้าโครงการฯ ด้วยปริมาณรถเฉลี่ยมากกว่า 2,500 คันต่อวัน เป็นที่รู้จักอย่างดีของชาวมหาชัย เพราะเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งแรก มีร้านค้าครบครันและที่จอดรถจำนวนมาก ทั้งยังเป็นจุดแวะพักสำหรับผู้สัญจรและนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปอัมพวา ชะอำ หัวหิน และจังหวัดทางภาคใต้
นอกจากนี้ พอร์โต้ ชิโน่ ยังเป็นโครงการรีเทลที่มีความยืดหยุ่นในด้านเวลาเปิดทำการ มีร้านที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว อย่าง Foodland จึงเหมาะกับคอนเซ็ปต์ของสุกี้ตี๋น้อย ที่มีช่วงเวลาเปิดให้บริการนานถึง 17 ชั่วโมง ตั้งแต่เที่ยงวันถึงตี 5” นางสาวนัทธมน กล่าวทิ้งท้าย
#สุกี้ตี๋น้อย #บุฟเฟ่ต์สุกี้ชาบู #พอร์โต้ชิโน่
“โอรีโอ” ฉลองครบรอบ 110 ปี จับมือ 6 คาเฟ่ดัง ครีเอท 14 เมนูสุดฟิน ครั้งแรกในไทย! พร้อมตอกย้ำความพิเศษด้วย “OREO Birthday Sprinkles”
พร้อมตอกย้ำความพิเศษด้วย “OREO Birthday Sprinkles” รสชาติใหม่ สุดลิมิเต็ด คุกกี้สอดไส้ครีมกลิ่นวานิลลา ผสมเกล็ดน้ำตาลหลากสี
“โอรีโอ” คุกกี้แสนอร่อยในตำนานที่ครองใจคนทั่วโลก ฉลองครบรอบ 110 ปีทั้งทีต้องไม่ธรรมดา สร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกในเมืองไทย! จับมือ 6 คาเฟ่ดัง รังสรรค์ 14 เมนูโอรีโอสุดพิเศษ ที่จะสลับกันมามอบความอร่อยและความสนุกให้คนไทยตามไปฟิน พร้อมถ่ายรูปเช็คอินกันถ้วนหน้า ทั้งเมนูขนมน่าลิ้มลองและเครื่องดื่มหลากหลาย ตอกย้ำความพิเศษด้วยคุกกี้โอรีโอสุดพิเศษรสชาติใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น “Oreo Birthday Sprinkles” (โอรีโอ เบิร์ดเดย์ สปริงเคิลส์) ให้การเฉลิมฉลอง ครั้งนี้เพลิดเพลินกว่าครั้งไหนๆ พร้อมชวนคนไทยร่วมสนุกและลุ้นรับของรางวัลพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 กรกฎาคม 2565
คุณณัฐธิดา อนันต์นาท ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์บิสกิตและชีส บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “คุกกี้โอรีโอ เป็นความสุขของทุกคนมาอย่างยาวนานถึง 110 ปี ที่ผ่านมาเราได้สร้างประสบการณ์ความสนุกแสนอร่อยให้แก่หลายครอบครัวทั่วโลก ในโอกาสพิเศษเช่นนี้ โอรีโอ (ประเทศไทย) จึงผุดแคมเปญความอร่อย จับมือ 6 ร้านขนมและคาเฟ่ชื่อดัง รังสรรค์ 14 เมนูสุดพิเศษ เพื่อเป็นการมอบประสบการณ์การเฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองความอร่อยของคุกกี้โอรีโอในหลายรูปแบบ ทั้ง Krispy Kreme (คริสปี้ ครีม) ที่ผสมผสานโดนัทอันเลื่องชื่อเข้ากับคุกกี้โอรีโอได้อย่างลงตัว Beard Papa’s (เบียร์ด ปาป้าส์) มาพร้อมพัฟแสนอร่อยสอดไส้ด้วยครีมผสมคุกกี้ โอรีโอ Gram Pancakes (แกรม แพนเค้ก) เมนูแพนเค้กที่ผสานความอร่อยแบบคูณสอง ด้วยวัตถุดิบหลักจากโอรีโอ Olino (โอลิโนะ) ดื่มด่ำไปกับเมนูเครื่องดื่มแสนอร่อย และเครปเย็นโรยด้วยโอรีโอที่อร่อยจนคำสุดท้าย Cheevit Cheeva (ชีวิต ชีวา) พร้อมเสิร์ฟขนมและเครื่องดื่มรสละมุน ที่ยกระดับความฟินด้วยโอรีโอ และ Captain Squid (กัปตัน สควิด) ชวนชิมครัวซองต์โอรีโอ กรอบนอกนุ่มใน พร้อมไส้ครีมผสมโอรีโอเน้นๆ ซึ่งความอร่อยยังไม่หมดเท่านี้ เพราะในเดือนมิถุนายนยังมีเมนูใหม่มาให้ลิ้มลองอีกเพียบ
นอกจากนี้ เรายังกิจกรรมพิเศษเพื่อให้กลุ่มลูกค้า แฟนๆ โอรีโอและทุกคาเฟ่ได้ร่วมสนุกกับการตามล่าภารกิจลับ ‘Share It With OREO’ และ ‘Hunt It With OREO’ เช็คอินคาเฟ่สุดเก๋ พร้อมแชะ แชร์ภาพ ร่วมกับเมนู OREO Birthday เพื่อลุ้นรับรางวัลพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เตาอบไฟฟ้า HAFELE, เตาไฟฟ้าปิ้งย่างและหม้อชาบู My Home พร้อมรางวัลพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย”
การเฉลิมฉลองวันเกิดโอรีโอครบรอบ 110 ปีนี้ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ให้แฟนๆ โอรีโอทุกประเทศทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ฉลองไปพร้อมๆ กัน โดยเริ่มจากการเปิดประสบการณ์ความสนุกต่อแรกคือการเปิดตัวคุกกี้โอรีโอ รสชาติใหม่ ซึ่งเป็นลิมิเต็ด เอดิชั่น “Oreo Birthday Sprinkles” (โอรีโอ เบิร์ดเดย์ สปริงเคิลส์) คุกกี้โอรีโอสอดไส้ครีม วนิลากลิ่นเค้กปอนด์ โรยหน้าด้วยเกล็ดน้ำตาลหลากสี ความสนุกต่อที่สองคือการชวนทุกคนมาร่วมสร้างโมเมนต์สุดประทับใจ ด้วยการเป่าเค้กวันเกิดที่ประกอบไปด้วยเทียน 110 เล่ม และอวยพรผ่าน ไอจี ฟิลเตอร์ (IG Filter) ที่มีชื่อว่า #WishOREO110 ซึ่งโอรีโอตั้งใจให้ทุกคนได้ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษนี้ไปด้วยกัน พร้อมร่วมลุ้นของรางวัลพิเศษต่างๆ มากมาย อาทิ กล่องดนตรี โอรีโอ (Oreo Music Box) และผลิตภัณฑ์โอรีโอ เป็นต้น
นอกจากนี้ โอรีโอยังได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณาชุดพิเศษทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉลองครบรอบ 110 ปี โอรีโอ ซึ่งออนแอร์พร้อมกัน 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งโฆษณาชุดนี้สื่อถึงเรื่องราวการเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 110 ปี ที่ลูกสาวชวนคุณพ่อเป่าเทียนวันเกิด เหมือนอย่างเช่นในไอจี ฟิลเตอร์ (IG Filter) อีกด้วยสามารถรับชมได้ที่ Youtube: Oreo Asia
ร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 110 ปี ของคุกกี้โอรีโอ และลิ้มลองความอร่อยไปกับเมนูสุดพิเศษได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2565 ติดตามละเอียดเพิ่มเติมและวิธีการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/OreoTH หรือ www.instagram.com/oreo_thailand
#ShareItWithOREO #HuntItWithOREO #WishOREO110 #OreoTH










































