18 กรกฎาคม 2568

นิทรรศการศิลปะเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ

นิทรรศการศิลปะเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และการประกาศผลการประกวดวาดภาพบนพัดจีบ สะท้อนสังคมยั่งยืนด้วย “พลังบวร”


กลุ่มศิลปาศรี ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน บวร ๑๐ นิทรรศการศิลปะเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และการประกวดวาดภาพบนพัดจีบครั้งที่ 2/2568 ในโครงการ

“กล้า ๙ ท่องกรุง” เพื่อร่วมถวายพระเกียรติ พระอัจฉริยภาพ และพระราชกรณียกิจด้วยศิลปะ เนื่องในวโรกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และแสดงถึงอุดมการณ์แห่งความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันกษัตริย์ของปวงชนชาวไทยที่มุ่งสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่อย่างยั่งยืนด้วย “พลังบวร” รายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่ายสมทบสร้างอาคารเรียนศูนย์การเรียนปลูกรากแก้วศาสนทายาท (รร.สามเณร) ภายในธรรมสถานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๙ กาญจนาภิเษก



นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การประกวดในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อแสดงความจงรักภักดี รวมถึงอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดให้เห็นถึงคุณค่าความเป็นไทย อีกทั้งกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านศิลปะบนพัดจีบจากโครงการในพระราชดําริที่มีอยู่ทั่วประเทศ



การจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 400 คน  ในนามของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เราขอชื่นชมในความตั้งใจของทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งสอดคล้องกับการดําเนินงานของ ททท.ที่ได้ให้ความสําคัญในการเผยแพร่และสร้างการรับรู้วัฒนธรรมประเพณีของไทย


ถือเป็น Soft Power ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ททท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานในครั้งนี้ จะเป็นแรงสนับสนุนให้เกิดการสืบทอด อนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป”





การจัดงานครั้งนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงอุดมการณ์แห่งความจงรักภักดี อันเป็นวิถีแห่งการสร้างสังคมที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนด้วย “พลังบวร” ที่มีการเกื้อกูล ส่งเสริม ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับการประกวดครั้งนี้ ชิงรางวัลในโครงการ “กล้า ๙ ท่องกรุง” นี้เปิดโอกาสให้โรงเรียนระดับต่าง ๆ เข้าร่วมแข่งขัน ได้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนมัธยมศึกษา ตอนต้น และโรงเรียนมัธยมศึกษา ตอนปลาย รวม 34 โรงเรียน และมีนักเรียนที่สนใจเข้าประกวดร่วม 300 คน




เพื่อเข้าชิงรางวัลกว่า 20 รางวัล ส่วนผู้ชนะเลิศจะได้รางวัลถ้วยรางวัลเกียรติยศ, โล่รางวัลเกียรติยศ, ประกาศนียบัตรสำหรับผู้เข้าร่วมการประกวด และอาจารย์ที่ปรึกษาทุกท่าน อีกทั้งได้รับทุนการศึกษาจำนวน 20 รางวัล รวมทั้งสิ้น 80,000 บาท ได้แก่ รางวัลชนะเลิศสำหรับโรงเรียนทุกประเภท รวม 4 รางวัล ๆ ละ 10,000บาท, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 สำหรับโรงเรียนทุกประเภท รวม 4 รางวัล ๆ ละ 5,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 สำหรับโรงเรียนทุกประเภท รวม 4 รางวัล ๆ ละ 3,000 บาท และรางวัลชมเชย สำหรับโรงเรียนทุกประเภท รวม 8 รางวัล ๆ ละ 1,000 บาท


ผลประกวดผู้ชนะคือดังนี้

1.โรงเรียนพระปริยัติธรรม ผู้ชนะเลิศการแข่งขันได้รับถ้วยประทานจากสมเด็จพระสังฆราช และโล่เกียรติยศสำหรับรางวัลรองชนะเลิศ

ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศได้แก่ สามเณรคณพศ ผุดผ่อง โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธรรมมงคล

2.โรงเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย ผู้ชนะเลิศการแข่งขันรับถ้วยเกียรติยศจากผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร และโล่เกียรติยศสำหรับรางวัลรองชนะเลิศ

ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประถมศึกษาตอนปลายได้แก่ ด.ญ.วรชยา นักเรียนชั้นป.4 โรงเรียนวัดภาษี

3.โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผู้ชนะเลิศการแข่งขันรับถ้วยเกียรติยศจากกระทรวงวัฒนธรรม และโล่เกียรติยศสำหรับรางวัลรองชนะเลิศ






ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนต้นได้แก่ ด.ช.ณิฐิพงศ์  ลักขษร

โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย

4.โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน รับถ้วยเกียรติยศจากผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และโล่เกียรติยศสำหรับรางวัลรองชนะเลิศ


ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้แก่ นางสาวศุภาณิน  เสริมสุขโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร

16 กรกฎาคม 2568

เปิดประสบการณ์รสชาติระดับไฮเอนด์ที่ REIGNWOOD PARK

REIGNWOOD PARK กับสองจุดหมายปลายทางใหม่ของนักชิม “SILVERSKIN CAFÉ AND BISTRO ” และ “THECHAMPIONSHIP RESTAURANT” ที่ผสานศิลปะการกินกับไลฟ์สไตล์เหนือระดับ



REIGNWOOD PARK แลนด์มาร์กใหม่ของการใช้ชีวิตคุณภาพระดับเวิล์ดคลาส ชวนสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยจาก 2 ร้าน SILVERSKIN CAFÉ AND BISTRO คาเฟ่และอาหารนานาชาติสุดสร้างสรรค์ที่
โดดเด่นด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ และ THE CHAMPIONSHIP RESTAURANT ร้านอาหารที่สะท้อนความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบจากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก เพื่อรังสรรค์เมนูหลากหลายทั้งอาหารไทย อาหารจีน และนานาชาติ ผสานการนำเสนอในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ตอบโจทย์นักชิมสายลักชัวรี ภายใต้แนวคิด “ REIGNWOOD LIFE ” ที่ออกแบบ “วิถีชีวิต” ที่ให้ได้ใช้เวลาได้อย่างมีคุณภาพในทุกวัน ผ่านหลากหลายมิติ ทั้งธรรมชาติ กีฬา สุขภาพ ศิลปะ และอาหารพร้อมเครื่องดื่มที่สะท้อนอัตลักษณ์ระดับโลก










หนึ่งในประสบการณ์ที่โดดเด่นที่สุดของ REIGNWOOD LIFE คือการได้ใช้เวลากับอาหารที่ไม่เพียงแต่รสชาติดี แต่ยังเต็มไปด้วยความหมาย ทั้งในเรื่องวัตถุดิบ เรื่องเล่า และแรงบันดาลใจที่ใส่ลงไปในทุกจานทุกแก้ว โดยมี SILVERSKIN CAFÉ AND BISTRO และ THE CHAMPIONSHIP RESTAURANT เป็นตัวแทนของแนวคิดนี้อย่างชัดเจน









SILVERSKIN CAFÉ AND BISTRO คาเฟ่และร้านอาหารที่หอมกรุ่นไปด้วยความใส่ใจ ที่ SILVERSKIN CAFÉ AND BISTRO ทุกเมนูคือการบอกเล่าเรื่องราว ผ่านวัตถุดิบท้องถิ่นที่ถูกนำมาแปรรูปด้วยความคิดสร้างสรรค์ อาทิ BAITOIE BREWED น้ำใบเตยหอม GI จากปทุมธานีที่มีกลิ่นกาแฟอ่อน ๆ โดยไร้คาเฟอีน และ MATCHA BAITOIE ที่กลมกล่อมละมุนระหว่างมัทฉะและกลิ่นใบเตยอย่างพอดี นอกจากนี้ยังมี SILVERSKIN’S COPY-CHAM เครื่องดื่มที่หอมละมุนด้วยชาไทยผสมกาแฟแบบโบราณ,YUZU LYCHEEและ YUZU COLD BREW ที่สดชื่นด้วยผลไม้จริง รสเปรี้ยวหวานละมุนซ่อนกลิ่นน้ำผึ้งและกาแฟสกัดเย็น และสำหรับใครที่รักอาหารสไตล์โฮมเมด พลาดไม่ได้กับ HOMEMADE NEAPOLITAN PIZZA พิซซ่าสูตรดั้งเดิมจากอิตาลี แป้งสดใหม่อบในเตาไฟแรง แป้งบางฟู ขอบนุ่ม มาพร้อมกลิ่นหอมแบบต้นตำรับที่สัมผัสได้ตั้งแคำแรก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรสชาติที่หาที่ไหนไม่ได้





THE CHAMPIONSHIP RESTAURANT เมนูอาหารที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจสุดประณีตจากครัวโลกสู่ครัวไทย  หาก SILVERSKIN CAFÉ AND BISTRO คือบทกวี THE CHAMPIONSHIP RESTAURANT คือบทละครของรสชาติที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องเล่า จากครัวไทยสู่ยุโรป จากกลิ่นเครื่องเทศสู่ไวน์แดง ทุกจานล้วนถูกออกแบบมาเพื่อให้คนที่ได้ลิ้มลอง รู้สึกถึงความหมาย THE CHAMPIONSHIP RESTAURANT นิยามใหม่ของการรังสรรค์อาหารที่ส่งมอบทั้งรสชาติและสุนทรียแห่งอารมณ์ที่รังสรรค์จากแนวคิด  WORLD-INSPIRED CUISINE  ที่นำวัฒนธรรมอาหารจากทั่วโลกมาสร้างสรรค์อย่างมีเอกลักษณ์ เริ่มด้วย สลัดปูนิ่มทอดกรอบ สะท้อนความลงตัวของผักหลากสี ผลไม้สด และน้ำสลัดรสจัดจ้านแกงเขียวหวานพริกแกงตำสด เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของพริกแกง สมุนไพร และกะทิที่คล้ายพาเราย้อนกลับไปในครัวของบ้านในวัยเด็ก ซุปกระเพาะปลา บทพิสูจน์ของความเรียบหรูในแบบจีนคลาสสิก และซี่โครงแกะย่าง หรือ สเต็กเนื้อวากิวเกรดพรีเมียม ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของมื้อค่ำที่ต้องการให้รสชาติอยู่ในความทรงจำไปแสนนาน ทุกจานถูกเสิร์ฟด้วยความตั้งใจในรายละเอียด ตั้งแต่วัตถุดิบ การย่าง ไปจนถึงการพักเนื้อและการเลือกซอสคู่จาน อย่างลงตัว


สำหรับท่านใดที่สนใจอยากไปลิ้มลองความอร่อย ในโครงการ Reignwood Park ขนาดโครงการจำนวน 2,000 ไร่ ลำลูกกาคลอง11  เพียงแจ้งชื่อช่อง www.toptotravelvariety.com รับฟรี .....HOMEMADE NEAPOLITAN PIZZA หน้า HAWAIIAN 1 ถาด *เมื่อใช้บริการครบ 500 บาท ขึ้นไป ที่ร้าน SILVERSKIN CAFÉ AND BISTRO ระยะเวลาโปรโมชั่น 15/07/2568 – 30/09/2568


15 กรกฎาคม 2568

กรมการท่องเที่ยวร่วมงาน TCX 2025 หนุนไทยสู่ศูนย์กลางการถ่ายทำระดับโลก ชูประโยชน์กองถ่ายต่างชาติ

กรมการท่องเที่ยวร่วมออกบูธในงาน Thai Content Experience 2025 (TCX 2025) มหกรรมด้านคอนเทนต์ไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 11 – 13 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อร่วมส่งเสริมและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่เวทีโลก
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ว่า "การที่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยนั้นก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศเฉลี่ยกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ การจ้างงานบุคลากรท้องถิ่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวในแหล่งถ่ายทำ และการเผยแพร่วัฒนธรรมรวมถึงความสวยงามของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก เราจึงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศอย่างเต็มที่"


ภายในบูธของกรมการท่องเที่ยว ได้มีการนำเสนอข้อมูลสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่น่าสนใจทั่วประเทศไทย รวมถึงให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการเป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการนำเสนอภาพยนตร์ระดับโลกที่กำลังอยู่ในกระแสและมีศักยภาพในการเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย อาทิ Jurassic World Rebirth และ The White Lotus season 3 ทำให้กรมการท่องเที่ยวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก

งาน TCX 2025 เป็นมหกรรมด้านคอนเทนต์ไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ จัดโดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งการเข้าร่วมงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสร้างการรับรู้ภารกิจด้านการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยของกรมการท่องเที่ยว มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนคนไทยได้รับทราบถึงประโยชน์มหาศาลที่ประเทศไทยได้รับจากภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นโลเคชั่นถ่ายทำ และตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับสากล

DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง “ทำนาลดคาร์บอน” ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต

15 กรกฎาคม 2568 – ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT แถลงข่าวเปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Tollway Better Way – ยกระดับคุณภาพชีวิต” และ “Tollway Green Way – ยกระดับสิ่งแวดล้อมและสังคม” โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการส่งเสริมการทำนาแบบลดการใช้น้ำ (Alternate Wetting and Drying: AWD) เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ โดยเริ่มดำเนินงานในพื้นที่ต้นแบบ 20 ไร่ ที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งสนับสนุนเกษตรกรรมปลอดสารเคมี เสริมสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน และวางรากฐานด้านเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร ณ ทับขวัญรีสอร์ท แอนด์ สปา จ. นนทบุรี


ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT 
เปิดเผยว่า DMT ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการจัดทำบัญชีคาร์บอนขององค์กร (CFO) และแผนลดคาร์บอน (Decarbonization Roadmap) โดยในปี 2565 มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3,463 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมตั้งเป้าเป็นองค์กร Carbon Neutral ภายในปี 2050 และเริ่มติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดการปล่อยก๊าซ CO₂e ได้กว่า 348 ตันต่อปี นอกจากนี้ DMT ยังได้รับกรประเมิน SET ESG Ratings ระดับ “AA” ในกลุ่มธุรกิจบริการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตั้งเป้าภายในปี 2568 ที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวก 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และชุมชนโดยรอบพันธมิตรผนึกกำลังขับเคลื่อนโครงการต้นแบบ โครงการ “ทำนาลดคาร์บอน” ดำเนินการโดยบริษัท เนตซีโรคาร์บอน จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ พร้อมความร่วมมือจากบริษัท สไปโร คาร์บอน จำกัด ผู้ให้บริการระบบติดตามและประเมินผลแบบดิจิทัล (dMRV) ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจวัดผลการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างแม่นยำ



ในภาพจากซ้ายไปขวา

1) เกษตรกรนาลดคาร์บอน ลุงเล็ก นายสุภณ ทองไพสิฐ

2) ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)

3) นายธนนนท์ เตรียมชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนตซีโรคาร์บอน จำกัด 

4) นายพินิจ เข็มทอง เกษตรกรนาลดคาร์บอน

นายธนนนท์ เตรียมชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนตซีโรคาร์บอน จำกัด กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกำลังผลักดัน NBS (Nature Based Solutions) เป็นการนำเอาทรัพยากรในระบบนิเวศน์ที่มีอยู่แล้วมาฟื้นฟูเพื่อแก้ปัญหาสังคม เช่น การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) มาตอบโจทย์ในภาคเกษตร การทำนาโดยปรับเปลี่ยนสังคมในหลายมิติ เพื่อลดปัญหาโลกร้อน เช่นการลดการใช้น้ำ การลดการปล่อยก๊าซมีเทน ลดฝุ่นควัน เพิ่มความเท่าเทียมทางเพศ ตลอดจนการสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร และพัฒนาทักษะความรู้ การใช้วิธี AWD ช่วยลดการใช้น้ำ เพิ่มผลผลิต และลดการปล่อย PM2.5 และก๊าซเรือนกระจก โดยจะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ผ่านการทำนาวิธีนี้ และระบบ dMRV นี้เองคือหัวใจสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในระดับสากล เพราะข้อมูลสามารถตรวจสอบได้จากดาวเทียมและ AI ในการนำไปใช้จัดทำรายงานคาร์บอนเครดิตในอนาคต

11 กรกฎาคม 2568

MILKLAB ร่วมส่งเสริมผลักดันวัฒนธรรมคาเฟ่ในไทยกับงาน “Brew Your Vibes” ที่สยามเซ็นเตอร์

MILKLAB แบรนด์นมทางเลือกชั้นนำจากออสเตรเลียที่พัฒนาจากพืช เตรียมมอบประสบการณ์คาเฟ่สุดพิเศษให้กับคอกาแฟชาวไทย ในงาน “Brew Your Vibes” ในวันที่ 19–20 กรกฎาคม 2568 ณ บริเวณ Atrium 2 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสวัฒนธรรมคาเฟ่แนวใหม่ พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์นมพืชระดับพรีเมียมจาก MILKLAB ที่โดดเด่นทั้งในด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และความสามารถในการเข้ากับกาแฟอย่างลงตัว โดยเฉพาะเมนู Iced Strawberry Matcha และ Iced Pistachio Latte ที่พร้อมเสิร์ฟฟรีในงานวันละ 200 แก้ว (จนกว่าของจะหมด)



ในงานมีกิจกรรรมให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการลิ้มมลองรสชาติกาแฟที่แตกต่าง และถ่ายภาพเช็คอินสุดสวยเป็นที่ระลึก ไฮไลต์ของงาน พบกับ Mikael Jasin แชมป์โลกบาริสต้า 2024 แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ MILKLAB ที่จะมาจัดกิจกรรม “Omakafe” เพื่อส่งมอบประสบการณ์การจับคู่กาแฟกับนมพืชผ่านรสชาติใหม่ที่ไม่คาดคิดมาก่อนให้กับผู้โชคดี


ในงานยังมีการสาธิตลาเต้อาร์ตและเมนูพิเศษจาก คุณมุก MILKLAB Brand Ambassador ของไทย พร้อมดื่มด่ำกับเสียงเพลงจากดีเจชื่อดังอย่าง Taidy, Patra, Bestboi และ Esspee ที่จะมาสร้างบรรยากาศชิล ๆ ตลอดงาน นอกจากนี้ยังมีของขวัญ ของที่ระลึก และส่วนลดสำหรับ กาแฟ อีกมากมายเตรียมมอบให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ 

MILKLAB ได้รับการยอมรับจากร้านกาแฟในออสเตรเลียว่าเป็นแบรนด์นมพืชสำหรับบาริสต้าอันดับ 1  และยังขยายตลาดสู่กว่า 20 ประเทศทั่วโลก การจัดงานครั้งนี้จึงไม่เพียงตอกย้ำความสำคัญของตลาดกาแฟและวัฒนธรรมคาเฟ่ที่แข็งแกร่งในประเทศไทย แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงชุมชนคอกาแฟ บาริสต้า และผู้ประกอบการร้านกาแฟให้ร่วมสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ยั่งยืนและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน


กิจกรรม Brew Your Vibes โดย MILKLAB เปิดให้เข้าร่วมฟรี ระหว่างเวลา 10:30–18:00 น.
วันที่ 19 และ 20 กรกฎาคม 2568 ที่สยามเซ็นเตอร์ Atrium 2 ผู้สนใจเข้าร่วม Omakafe กับ Mikael Jasin

สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSebFauk-X7hXSdsPkLDx_VGckmeSjC6Q7UtcXSBNi_pUZcHXQ/viewform

08 กรกฎาคม 2568

ครั้งแรกในไทย! เบเยอร์ คิกออฟ ร่วมสร้างอาคารต้นแบบในเขตกรุงเทพฯ

เบเยอร์ คิกออฟ ร่วมสร้างอาคารต้นแบบในเขตกรุงเทพฯ ให้เย็นขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยสีทาภายในที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนสูงและหน่วงไฟในตัว พร้อมยกระดับ “คุณสมบัติสีหน่วงไฟ” ด้วยนวัตกรรมจากขยะอาหาร สร้างโรงเรียนปลอดภัยต้นแบบเพื่อสังคม

บริษัท เบเยอร์ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมสีรักษ์โลก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปิดตัวโครงการ “โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลอัคคีภัยด้วยนวัตกรรมจากขยะอาหาร” ณ ศูนย์เด็กปฐมวัยเมอร์ซี่ คลองเตย ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้แก่ ศูนย์นาโนเทค สวทช., โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และกรุงเทพมหานคร

หัวใจของโครงการนี้ คือการต่อยอดโดยผนึกกำลัง ขยะอาหาร (Food waste) จากเปลือกหอยนางรม สู่ “สารชีวภาพหน่วงไฟ” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอัคคีภัย กับ ผลิตภัณฑ์ BegerCool All-Plus for Interior สีทาภายในระดับพรีเมียมที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ทั้งด้านการสะท้อนความร้อน และคุณสมบัติหน่วงไฟ เพื่อลดความเสี่ยงอัคคีภัยในแหล่งชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีเด็กเล็กซึ่งมีข้อจำกัดในการอพยพย้ายในภาวะฉุกเฉิน พร้อมยังมีสุขภาวะการอยู่อาศัยที่ดีด้วยอุณหภูมิที่เย็นสบาย (Thermal Comfort)
การเติมสารชีวภาพที่พัฒนาจากขยะอาหารในครั้งนี้ ยังช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการหน่วงไฟอีกระดับ ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL94 V-0 สามารถดับไฟได้ภายใน 10 วินาทีโดยไม่เกิดเปลวไฟหยด ทั้งยังปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่ปล่อยสารระเหยอันตราย
ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าสีที่ดีควรเป็นมากกว่าความสวยงาม แต่ต้องปกป้องคนในบ้าน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ต้องการความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการเรียนรู้ BegerCool All-Plus for Interior ไม่เพียงแค่ช่วยให้อาคารเย็นสบาย แต่ยังมีคุณสมบัติหน่วงไฟ และยกระดับด้วยนวัตกรรมจากวัสดุเหลือใช้ทางอาหาร โครงการนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าเราสามารถใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด สร้างคุณค่าที่ทั้งปลอดภัย ยั่งยืน และเกิดประโยชน์ต่อสังคมจริง เหมาะกับการดูแลเด็ก ๆ ในโรงเรียน หรือ แม้แต่นำไปใช้กับกลุ่มอาคารที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น เช่น โรงพยาบาล อาคารสาธารณะอื่น ๆ เป็นต้น”



เบเยอร์ยังมีแผนขยายผลนวัตกรรมสีเพื่อความปลอดภัยนี้ สู่พื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะอาคารสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อยกระดับมาตรฐานอาคารไทยให้ “เย็น ปลอดภัย และยั่งยืน” อย่างแท้จริง
สามารถเข้าชมกิจกรรมต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์จากทางเบเยอร์ได้ที่ https://www.beger.co.th/.../BegerCool-All-Plus-for-Interior