19 มิถุนายน 2568

เปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Honeywell

บริษัท Secure Connection ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Honeywell อย่างเป็นทางการในตลาดประเทศไทย






กรุงเทพมหานคร โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ วันที่ 19 มิถุนายน 2568 –  บริษัท Secure Connection Limited ผู้ผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจากฮ่องกง ประกาศขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยผลิตภัณฑ์ครบวงจรภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Honeywell โดย Secure Connection เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าจาก Honeywell International Inc. แต่เพียงผู้เดียว สำหรับการผลิต การตลาด การจัดจำหน่ายและการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ได้แก่ เครื่องฟอกอากาศ ผลิตภัณฑ์เสียงสำหรับบ้านและบุคคลทั่วไป อุปกรณ์เสริมสำหรับมือถือและไอที รวมถึงระบบโครงสร้างสายสัญญาณ และสำหรับประเทศไทย คุณพงศ์ภูวัท วงศ์วัชรรักษ์ ดำรงตำแหน่ง Country Manager Thailand ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการในประเทศไทย

นายโมฮิต อนันต์ ซีอีโอของ Secure Connection Limited กล่าวถึงความสำคัญของการขยายตลาดครั้งนี้ว่า “ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Honeywell จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี การเข้าสู่ตลาดครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำของไทยได้แก่ บริษัท อินแกรม ไมโคร(ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท มาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โคแอน จำกัด และบริษัท ซี.เอส.ไอ. อินเตอร์เทรด จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และ บริษัท ออว์ซั่ม มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ในฐานะพันธมิตรในช่องทาง E-Commerce"

ทั้งห้าบริษัทล้วนเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชั้นนำของไทย ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของผลิตภัณฑ์ Honeywell ในตลาดเมืองไทย โดยทั้ง Secure Connection และพันธมิตรต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์ Honeywell ใดบ้างที่ทาง Secure Connection มุ่งเน้นทำตลาดในประเทศไทย นายโมฮิต กล่าวว่าเราจะมุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์หลักของ Honeywell ได้แก่ เครื่องฟอกอากาศ อุปกรณ์เครื่องเสียงสำหรับบ้านและบุคคล อุปกรณ์เสริมสำหรับโทรศัพท์มือถือและไอที รวมถึงระบบสายสัญญาณโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในด้านสุขภาพ ความบันเทิง การเชื่อมต่อ และโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล



“Secure Connection มีแผนขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายผ่านความร่วมมือกับร้านค้าปลีกรายใหญ่และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์บริการในกรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญ เสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดประเทศไทย และดำเนินโครงการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในแบรนด์อย่างยั่งยืน

เรามีแผนจัดตั้งศูนย์รับประกันสินค้าในกรุงเทพฯและหัวเมืองหลัก ผ่านทางตัวแทนจำหน่าย พร้อมพัฒนาทีมช่างเทคนิคมืออาชีพ และรวมถึงมีศูนย์รับฟังข้อเสนอแนะจากลูกค้าที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วจากช่องทางโซเชียลมีเดียของเราทั้งหมด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของ Honeywell ที่จำหน่ายในประเทศไทยได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ โปร่งใส และสม่ำเสมอ”




นายโมฮิต ยังกล่าวถึงการปิดยอดขายในไตรมาส 4 หลังสิ้นปี 2568 ในไทยว่า ตนยังตอบตัวเลขไม่ได้ สำหรับยอดขายในปี 2568 นี้ ทั้งนี้ตนหวังว่าประชาชนและผู้บริโภคชาวไทยจะเปิดใจและยอมรับในผลิตภัณฑ์และสินค้าของ Honeywell ซึ่งถ้าประชาชนชาวไทยให้การยอมรับมากขึ้นเท่าไร เราก็จะไม่หยุดพัฒนาสินค้า และพยายามหาสินค้าใหม่ๆมาตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อผลักดันให้เป็นแบรนด์ชั้นนำในไทย  และถ้าเป็นเช่นนั้น เป้าหมายสิ้นปี 2568 ที่เราต้องการ 19 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ คงจะเป็นไปได้อย่างแน่นอน

“เราฟันธงไม่ได้ว่า สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ตัวไหนของ Honeywell ที่จะก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ที่ทำรายได้หลักให้เรา เพราะเท่าที่ทำตลาดหรือวางจำหน่ายในแต่ละประเทศ สัดส่วนการจำหน่ายสินค้าแต่ละ Product จะเกาะกลุ่มอยู่ที่ 25-35 % ไม่เคยมีสินค้าตัวไหนที่สามารถทำยอดขายได้โดดเด่นสูงถึง 65 %เลย สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดของ Honeywell เราจะเน้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไป”

คุณพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว "เรามีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในครั้งนี้กับ Secure Connection ด้วยเป้าหมายและแนวทางที่สอดประสานกัน เรามั่นใจว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Honeywell จะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดไทยได้อย่างแท้จริง"

คุณศรัล ดุรงค์เดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า "การร่วมมือกับ Secure Connection ถือเป็นก้าวสำคัญของเราในการส่งมอบนวัตกรรมใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์ Honeywell ให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม"

คุณลักษณ์วัตร์ เหรียญเจริญสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคแอน จำกัด กล่าว"เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัท Secure Connection ความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันของเราจะช่วยส่งเสริมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจาก Honeywell ซึ่งมีความทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่เปลี่ยน แปลงไปอย่างต่อเนื่อง"

คุณจินห์ณิภา ศิริกุลประดิษฐ กรรมการบริษัท บริษัท ซี.เอส.ไอ.อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าว "เรารู้สึกยินดีที่ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Secure Connection ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ Honeywell ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคไทยในยุคปัจจุบัน"

คุณเจษฎา ภวภูตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออว์ซั่ม มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าว "ความร่วมมือครั้งนี้กับ Secure Connection เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ Honeywell สู่ตลาดไทย ด้วยความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคและความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายเรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างความพึงพอใจและคุณค่าให้แก่ลูกค้าได้อย่างยั่งยืน"


การขยายตลาดครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ Secure Connection ในการขับเคลื่อนแผนการเติบโตระดับโลกโดยแสดงถึงความมุ่งมั่นในการค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ พร้อมกับการลงทุนเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในตลาดเมืองไทย

18 มิถุนายน 2568

“พิชัย” เปิดงาน “Crafts Bangkok 2025”

“พิชัย” เปิดงาน “Crafts Bangkok 2025” หนุน SACIT ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมแห่งอาเซียน จุดประกายคนรุ่นใหม่ สู่ตลาดโลก


กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เดินหน้ายกระดับศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล เปิดตัวงาน “Crafts Bangkok 2025” อย่างยิ่งใหญ่ มุ่งผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมแห่งอาเซียน ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยและนวัตกรรม สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Crafts Bangkok 2025” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยในงานมี Mr.Melihcan Ersen อุปทูตสถานทูตตุรกีประจำประเทศไทย Ms. Soohyun Kim Regional Director (UNESCO) นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ดร.เสรี นนทสูติ ประธานกรรมการ SACIT  ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ SACIT และผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วม



นายพิชัย กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการพัฒนา “Soft Power” ของไทย โดยเฉพาะงานศิลปหัตถกรรมซึ่งมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มสูง และเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างลึกซึ้ง

 “SACIT ทำได้ดีมาก งานหัตถกรรมควรเป็นสิ่งที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน มีความร่วมสมัย และน่าภาคภูมิใจเหมือนสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก เราต้องการเห็นผลิตภัณฑ์แบบ ‘Louis Vuitton แห่งไทย’ ที่สามารถมอบเป็นของขวัญให้แขกบ้านแขกเมืองได้ ขอชื่นชมการพัฒนาของ SACIT ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจากรากฐานท้องถิ่นสู่ระดับสากล  ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พร้อมสนับสนุนเต็มที่ นี่คือภาพลักษณ์ของประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา และการพัฒนาที่ต้องแตกต่าง มีเอกลักษณ์ และมีมูลค่า” นายพิชัย กล่าว




โดยงาน “Crafts Bangkok 2025” จัดขึ้นโดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)หรือ SACIT ได้ผลักดันให้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 นับเป็นอีกหนึ่งงานแสดงสินค้าที่รวบรวมผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย จากทั่วทุกภูมิภาคของไทย จะช่วยสร้างการรับรู้ ความตระหนักในคุณค่าและภูมิปัญญางานหัตถกรรมไทย กระตุ้นให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ สู่การพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวถึง  การจัดงาน Crafts Bangkok 2025 ภายใต้แนวคิด “Weaving Past to the Future” การถักทออดีตสู่อนาคต ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของ SACIT ในการยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้ก้าวสู่ความเป็นสากล โดยการผสมผสานดีไซน์และการปรับองค์ประกอบใหม่ๆ เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการจับมือเดินเคียงข้างจากชุมชนสู่เมือง จากฝีมือสู่แบรนด์ จากท้องถิ่นสู่สากล เสมือนนักปั้นดาวแห่งหัตถศิลป์ไทย เพื่อให้ผลงานจากภูมิปัญญาไทยเหล่านี้ ยังคงอยู่และเติบโต เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง

สำหรับไฮไลต์และกิจกรรมภายในงาน Crafts Bangkok 2025 ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์ อันน่าประทับใจกับเสน่ห์แห่งหัตถศิลป์ไทยที่หลากหลาย จากผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย มากกว่า 320 คูหา โดยแบ่งออกเป็นโซนกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

1. Silpacheep : ส่วนจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

2. SACIT Craft Space : ส่วนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทยร่วมสมัย มากกว่า 300 คูหา ผู้เข้าชมงานจะได้เลือกซื้องานศิลปหัตถกรรมที่มีคุณภาพจากผู้ผลิตทั่วประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 โซน ดังนี้

• Meet the masters : งานฝีมือชั้นครู สะท้อนให้เห็นถึงทักษะฝีมือ แห่งมรดกภูมิปัญญา ตั้งแต่ต้นกำเนิดจนถึงการประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน

• Be conscious : งานฝีมือที่สะท้อนความยั่งยืนผสานความคิดสร้างสรรรค์ ผ่านคลื่นลูกใหม่ของงานฝีมือ สะท้อนศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของความคิดสร้างสรรค์

• Trendy look : งานฝีมือแห่งอนาคต สะท้อนเสน่ห์ของงานฝีมือที่เชื่อมต่อคนหลาย Generation ร้อยเรียงแก่นแท้ของงานฝีมือดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรม

3. SACIT Studio : พื้นที่แห่งการสร้างแรงบันดาลใจแบ่งเป็น 3 ส่วน 

• สร้างแรงบันดาลใจกับผลงานการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทย SACIT Concept 2025 

• ชื่นชมงานศิลปหัตถกรรมไทยกับช่างฝีมือรุ่นใหม่ New Young Craft 2025 ที่สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทยด้วยทักษะและภูมิปัญญาดั้งเดิมมาผสมผสานกับแนวคิดและนวัตกรรม

• ร่วมพูดคุยกับชุมชนที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และสืบทอดองค์ความรู้ด้านงานหัตถกรรมไทยจากรุ่นสู่รุ่น 

4. The Craft Connect : ส่วนจัดแสดงเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) ของ UNESCO ทั้ง 7 ประเภทเมืองสร้างสรรค์ของไทย ที่มีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม                   ของเมือง, การจัดแสดงงานศิลปหัตถกรรมจากประเทศตุรกีเป็นต้น

5. Weaving Past to the Future : พื้นที่่รวบรวมผลิตภัณฑ์ และเรื่องราวของช่างฝีมือไทยที่ฝึกฝนพัฒนาผลิตภัณฑ์งานศิลปหัตถกรรม สู่ชิ้นงานคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษภายในงานเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการงานศิลปหัตถกรรมไทย อีกมากมาย อาทิ กิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านงานศิลปหัตถกรรมไทยจากกลุ่ม New Young Craft 2025, กิจกรรมลุ้นรับของรางวัลทั้งในรูปแบบ On Ground และ Online, กิจกรรมจำหน่ายสินค้าผ่าน Social Media รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกและความบันเทิงจากศิลปิน และกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ตลอดการจัดงาน ทั้งนี้ SACIT คาดหวังว่าตลอดการจัดงานจะมีเงินสะพัดภายในงานมากกว่า 100 ล้านบาท และมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 30,000 ราย อีกทั้ง จะเป็นการสร้างโอกาสให้แก่ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ ไปสู่ตลาดโลก ผลักดันมูลค่าการส่งออกงานหัตถกรรมไทยให้เติบโตในตลาดสากลต่อไป






ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมร่วมสมัยฝีมือคนไทย ที่คงคุณค่าในอัตลักษณ์ความเป็นไทย ภายในงาน Crafts Bangkok 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 22 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


17 มิถุนายน 2568

กรมการท่องเที่ยวเผย “Jurassic World : Rebirth” ถ่ายทำในไทย ทุ่มทุนกว่า 400 ล้า

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลกเรื่อง “Jurassic World : Rebirth” ได้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2567 โดยเลือกโลเคชันอันงดงามใน 3 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ พังงา และตรัง พร้อมใช้งบถ่ายทำในประเทศไทยกว่า 400 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่มีมูลค่าเงินลงทุนในประเทศไทยหลักร้อยล้าน ซึ่งนอกจากการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านภาพยนตร์แล้ว การถ่ายทำครั้งนี้ยัง สร้างงานให้กับชาวไทยมากถึง 2,245 ราย ทั้งในด้านทีมงานเบื้องหลัง Production House และการให้บริการในพื้นที่ ซึ่งสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ




นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของการดึงดูดกองถ่ายภาพยนตร์ระดับโลกครั้งนี้ นอกจากความสวยงามของโลเคชัน และศักยภาพทีมงานของประเทศไทย แม่เหล็กสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ มาตรการจูงใจ (Incentive) ของประเทศไทย ที่ให้สิทธิประโยชน์คืนเงินแก่คณะถ่ายทำต่างประเทศที่เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของกรมการท่องเที่ยวในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยและประเทศชาติอย่างแท้จริง

“Jurassic World : Rebirth” มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 โดยแฟนๆ เหล่าไดโนเสาร์จากทั่วทุกมุมโลก จะได้เห็นความสวยงามของทัศนียภาพและธรรมชาติของประเทศไทยผ่านฉากสำคัญในภาพยนตร์ ทั้งความสวยงามของท้องทะเล และป่าเขาทางภาคใต้ ซึ่งคาดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังประเทศไทยในอนาคต

The Oasis Spa (ดิโอเอซิสสปา) สาขาสุขุมวิท 31


สปาหรูย่านสุขุมวิท ที่ได้รับความนิยมขอแนะนำThe Oasis Spa (ดิโอเอซิสสปา) สาขาสุขุมวิท 31 อยากชวนไปพักผ่อนสบายๆ หยุดพักจากชีวิตที่เร่งรีบและให้เวลาตัวเองได้เพลิดเพลินไปกับการนวดแผนไทยที่สปาที่วิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในบ้านสีขาวตกแต่งกลิ่นอายล้านนาท่ามกลางสนามหญ้าสีเขียวที่มีต้นไม้ใหญ่ และสระบัว แบบสวนในบ้านของโมเนต์รู้สึกเหมือนมาเที่ยวรีสอร์ทหรู ย่านสุขุมวิทใจกลางกรุงเทพฯ 


คืนสุขภาพดีให้ร่างกาย สัมผัสประสบการณ์การผ่อนคลายที่เหนือระดับ พักผ่อนที่ดีที่สุดกับห้องสปาทรีทเมนต์ จำนวน 12 ห้อง พร้อมให้บริการ ทั้งชาวเวอร์กลางแจ้ง อ่างอาบน้ำสำหรับแช่ตัว และเตียงนวด ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขสัมผัสความงามจากสระบัว ที่ให้ความรู้สึกสงบ รายล้อมด้วยแมกไม้น้อยใหญ่เขียวขจีพร้อมบรรยากาศสวนสวยที่ร่มรื่นซ่อนอยู่ใจกลางเมือง 




ดิโอเอซิสสปา พนักงานต้อนรับดูแลเป็นอย่างดี นั่งพักผ่อนในบริเวณส่วนห้องรับรอง พร้อมจิบเครื่องดื่มสมุนไพรที่เป็น welcome drink จากนั้นพนักงานจะให้ท่านกรอกข้อมูลด้านสุขภาพ ขอชวนคุณดื่มด่ำกับบรรยากาศในโอเอซิสแห่งนี้ไปด้วยกันนะคะ



KING OF OASIS ใช้เวลานวด 120 นาที
แพ็กเกจ King of Oasis เป็นการนวดไทยผสานการนวดแบบอโรม่า เทคนิคการนวดแก้อาการปวดเมื่อยเพื่อฟื้นฟูร่างกาย การนวดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกแบบหนึ่งของ โอเอซิส สปา มุ่งเน้นการปรับสมดุลร่างกาย กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ศีรษะ และส่วนที่สำคัญเพื่อบำบัดอาการเจ็บหรือตึงเครียดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ด้วยสัมผัสที่อ่อนโยน เวลา 2 ชั่วโมง สบายตัวทั่วร่างกาย หลังจบทรีตเมนต์ รู้สึกผ่อนคลาย ตัวเบาสบาย รู้สึกเลยว่าได้พักผ่อนร่างกายอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่ตึงเครียด จากนั้นเมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและนั่งรอในห้องรับรอง พนักงานจะนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ โดยครั้งนี้เป็นข้าวเหนียวมะม่วง เสริฟพร้อมกับชาร้อน  





ใครกำลังมองหาสถานที่ผ่อนคลาย สถานที่สวย สะอาด พนักงานมืออาชีพ บริการดี มาที่นี่รับรองประทับใจอย่างแน่นอนที่สาขาสุขุมวิท 31 ซอยสวัสดี แยก 4 สุขุมวิท 31 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ(มีที่จอดรถสำหรับคนที่นำรถส่วนตัว หรือสามารถใช้บริการรถรับส่งฟรีจาก BTS สถานีพร้อมพงศ์ สำหรับผู้ที่เดินทางโดยรถสาธารณะ)


ขอแจ้งโปรโมชั้นราคาตะลึง!!!

เปลี่ยนวันพุธของคุณให้เป็นวันว้าว คุณอยู่ห่างจากความสุขทั้งหมดเพียงหนึ่งสัปดาห์ เพลิดเพลินกับส่วนลด 50% สําหรับสปาทรีทเมนต์ที่ดีที่สุด 11 อันดับแรกมีทุกวันพุธ ถึงเดือน กรกฎาคม! ให้ Oasis Spa เติมพลังสัปดาห์ ด้วยมือผู้เชี่ยวชาญและช่วงเวลาอันสงบสุข เพราะคุณสมควรได้รับปาฏิหาริย์กลางสัปดาห์

จองการหลบหนีของคุณ: de1 เรา/D9Oftg2

Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31 ปัจจุบันเปิดถึงเที่ยงคืน

พิกัด : https://goo.gl/maps/LSGTNJFMhCmrdmzP6

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-24.00 น.
สอบถามเพิ่มเติม : https://oasisspa.net

#OasisSpa #TailoredToYou #BodyScrubRitual #SpaGlow #NaturalSkincare #WellnessJourney #SelfCareInStyle #SpaThailand