เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle บันเทิง ทันทุกกระแสข่าว!

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

“สุขสยาม” เปิดรับสมัครประกวดนางนพมาศ 2 วัย ประชันความสามารถตามวิถีไทย

เทศกาลลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” 
ณ ไอคอนสยาม สมัครด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคมศกนี้ 

“เมืองสุขสยาม”  ชั้น G  ไอคอนสยาม เมืองสารพัดสุข สนุกแบบไทย ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและอนุรักษ์วัฒนธรรมแห่งสายน้ำเจ้าพระยาในเทศกาล “ลอยกระทง” ชูมหกรรมศิลปวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ใน

งาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ระหว่างวันที่  30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 ณ เมืองสุขสยาม 
ชั้น G ไอคอนสยาม  พร้อมไฮไลท์ “การประกวดนางนพมาศ 2 วัย” ซึ่งคู่ที่คว้ารางวัลชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัล พร้อมสายสะพายและเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท  ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับสายสะพาย พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 7,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2  ได้รับสายสะพาย และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท 




สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าประกวดต้องเป็นเพศหญิงคู่แม่ลูก หรือ คู่ยาย-ย่า+หลาน (เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี / ผู้ใหญ่อายุ 35 ปีขึ้นไป) โดยส่งหลักฐานการสมัคร ด้วยการกรอกประวัติส่วนตัว พร้อมภาพถ่ายคู่ เป็นภาพสีจำนวน 1 ภาพ และคลิปวีดิโอแนะนำตัว(คู่) ความยาวไม่เกิน 1 นาที ภายในวันที่ 26 ตุลาคม 2563 โดยจะประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบในวันที่ 27 ตุลาคม 2563 เพื่อขึ้นเวทีประกวดรอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 ณ ลานเมือง 1 เมืองสุขสยาม ชั้น G  ไอคอนสยาม

เกณฑ์การตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาจากการแต่งกาย ความสวยงาม บุคลิกภาพ กิริยามารยาท และความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนรอบชิงชนะเลิศผู้ผ่านเข้ารอบจะต้องเตรียมการแสดงความสามารถพิเศษเพื่อสืบสานประเพณี อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยบนเวที โดยคณะกรรมการจะพิจารณาจาก ทักษะความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ความพร้อมเพรียงของคู่ประกวด และปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม



ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประกวดนางนพมาศ 2 วัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ในงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม

กรอกข้อมูลสมัครได้ที่ https://bit.ly/2HlB4CI หรือ QR Code ที่ปรากฏบนแพลทฟอร์ม
Facebook Fanpage :: sooksiam หรือ
สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ คุณณัฏฐ์ธิดา โกสุมขจรเกียรติ์ 062-790-5467 (เวลาราชการ)
ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคม 2563

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เทรนด์มาแรง “เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ” อุดมด้วยโปรตีนจากพืช

รับกระแส “วีแกน” ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ ลดเสี่ยงโรคห่างไกลมะเร็ง

กระแส “No Animal Products” ของพวกวีแกน ซึ่งไม่บริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลย ไม่ว่าจะเป็น เนื้อเนยนมไข่ชีสน้ำผึ้ง และเจลาติน กำลังเป็นเทรนด์ฮอตมาแรงไปทั่วทุกมุมโลก ถึงขนาดมีการยกให้ปี 2019 เป็น ปีทองของ “เทรนด์วีแกน”ปลุกกระแสวงการอาหารเพื่อสุขภาพให้คึกคักขึ้นอย่างผิดหูผิดตา โดยผู้ผลิตอาหารและผู้นำวงการสุขภาพความงามรายใหญ่ๆ รวมถึง “กิฟฟารีน”ต่างหันมาบุกเบิกตลาดวีแกนกันอย่างจริงจัง มุ่งคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ปลอดเนื้อสัตว์ แต่ยังอุดมด้วยโปรตีนจากพืช เพื่อตอบสนองความต้องการที่สูงขึ้นเรื่อยๆของชาววีแกน 


จากข้อมูลของ “เวิลด์ แคนเซอร์ รีเสิร์ช ฟันด์” (World Cancer Research Fund) บ่งชี้ว่า การไม่บริโภคเนื้อสัตว์ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 35% ขณะเดียวกัน การทานมังสวิรัติและทานเจอย่างเคร่งครัดแบบชาววีแกน ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

อย่างไรก็ดี “โปรตีน” มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างมาก นอกจากจะช่วยเรื่องการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆของร่างกาย โปรตีนยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อผิวหนังกระดูกอวัยวะต่างๆ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วจากอาการเหนื่อยล้าและเจ็บป่วย หากร่างกายของเราได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ย่อมจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยข้อมูลจาก สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล บ่งชี้ว่า ผู้ที่ได้รับโปรตีนในร่างกายไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่างกายอ่อนเพลียไม่สดชื่นภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อได้ง่ายแผลหายช้า ผิวหนังไม่แข็งแรง และระบบฮอร์โมน เอนไซม์ ทำงานผิดปกติ เสี่ยงต่อการเสียชีวิต 

พูดถึงคำว่า “โปรตีน” ไม่ได้มีแหล่งที่มาจากสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่ “โปรตีนจากพืช”ที่พบได้ในถั่วและธัญพืชต่างๆ ยังอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ถือเป็นโปรตีนสะอาดไม่ก่อให้เกิดโรคภัย เพราะมีพฤกษเคมีที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ตรงกันข้ามกับ “โปรตีนจากสัตว์”ทั้งเนื้อสัตว์นมผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ จะย่อยได้ยากเมื่อเราอายุมากขึ้น จึงอาจกระตุ้นให้เกิดมะเร็งลำไส้ ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า การทานโปรตีนจากพืชยังส่งผลดีต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากโปรตีนจากพืชย่อยง่ายดูดซึมง่ายแคลอรี่น้อยกว่าโปรตีนสัตว์

ไขมันดีมีมากกว่าโปรตีนสัตว์ไม่มีโคเลสเตอรอล แถมให้ปริมาณโปรตีนเข้มข้นสูง ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เทียบเท่ากับโปรตีนจากไข่ขาวและนม ที่สำคัญยังช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งลำไส้

ในฐานะผู้นำธุรกิจเครือข่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม “กิฟฟารีน”มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพื่อเอาใจกลุ่มคนรักสุขภาพและชาววีแกนมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรตีนจากถั่วเหลืองและถั่วลันเตาสีทอง “วีแกน มัลติ แพลนท์ โปรตีน”ผสมแคลเซียมและวิตามินดี มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่ปราศจากไขมันแลคโตส และโคเลสเตอรอล ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล  “อิริทริทอล” ในหนึ่งซอง (ขนาด 16 กรัม) มีโปรตีนสูงถึง 11 กรัม และ BCAAs 1,951 มิลลิกรัม แต่ให้พลังงานเพียง 50 กิโลแคลอรี่ โดย “วีแกน มัลติ แพลนท์ โปรตีน” เลือกใช้โปรตีนจากแหล่งที่ดีที่สุดเท่านั้น คือ โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา และโปรตีนสกัดจากถั่วลันเตาสีทอง ไม่ตัดแต่งทางพันธุกรรม นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ให้ปริมาณโปรตีนเข้มข้นสูง

นอกจากจะเหมาะสำหรับ “ชาววีแกน” ที่ต้องการลดการบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ตลอดจนกลุ่มผู้บริโภคที่ทานมังสวิรัติและทานเจ “วีแกน มัลติ แพลนท์ โปรตีน” ยังตอบโจทย์คนรักสุขภาพผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนให้ร่างกาย และคนรักการออกกำลังกายที่อยากเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มความฟิต เช่นเดียวกับคนที่แพ้แลคโตสจากนมผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นร่างกายผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างและผิวพรรณผู้สูงอายุ และเด็กวัยเรียน ก็สามารถเสริมโปรตีนจากพืชได้ง่ายๆ ด้วยการชง “วีแกน มัลติ แพลนท์ โปรตีน” ดื่มเป็นประจำทุกวัน จะชงกับน้ำอุ่นน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำเย็น ก็ได้รสชาติหอมอร่อยดื่มง่ายดีต่อสุขภาพ สามารถเสริมความอร่อยให้ฟินยิ่งขึ้นด้วยการปรุงเป็นเมนูเครื่องดื่มหลากหลายสไตล์  ดื่มได้ไม่ต้องกังวลเรื่องความหวาน  และให้โปรตีนที่สามารถดูดซึมเร็ว ทำให้ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่

พม. ร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

จัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย 2563
สานต่อพระราชปณิธาน  “การให้” ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

       วันนี้ (21 ต.ค. 63) เวลา 13.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดให้ พลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ทรงประทานโล่ประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น เนื่องในวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2563 จำนวนทั้งสิ้น 247 ราย โดยมี นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) และพลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กราบทูลรายงาน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

         นางพัชรี กล่าวว่า วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย เนื่องจากพระองค์ทรงอุทิศพระวรกายและเวลาเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมิได้ทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยาก และสมควรนำมาเป็นแบบอย่างในการประพฤติตนและการปฏิบัติงานเพื่อสังคมส่วนรวม ซึ่งในปี 2542 องค์การวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้เฉลิมพระเกียรติยกย่องให้ทรงเป็น “บุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ : การพัฒนามนุษย์ สังคมและสิ่งแวดล้อม” ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้ร่วมกันจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยเป็นประจำทุกปี เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อีกทั้งเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจด้านการจัดสวัสดิการสังคม สังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาสังคม ตลอดจนเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเป็นแบบอย่างแก่อาสาสมัครและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคม



          นางพัชรี กล่าวต่อไปว่า งานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2563 จัดขึ้นเป็นปีที่ 28 นับตั้งแต่ปี 2544 โดยมีอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่นที่ได้รับรางวัล รวมทั้งสิ้น 4,085 ราย ประกอบด้วย อาสาสมัครดีเด่น จำนวน 3,850 คน และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวน 235 องค์การ สำหรับ ปี 2563 มีการประทานโล่เกียรติคุณแก่อาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวนทั้งสิ้น 247 ราย ได้แก่ 1) อาสาสมัครดีเด่น จำนวน 226 คน เป็นผู้ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในเรื่องการพัฒนาสังคม และการจัดสวัสดิการสังคม ทั้งในด้านการให้คำปรึกษาปัญหาทางสังคม และประสานการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน โดยทำงานในทุกมิติ ทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูคุณภาพชีวิต อาทิ 1.1) นางทองเปาว์ นาคะสันต์ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดปทุมธานี 1.2) นายชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์ อาสาสมัครมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ 1.3) นางเทพี ไวประดับ อาสาสมัครดีเด่นจากจังหวัดสิงห์บุรี และ 1.4) นางสาวรัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ อาสาสมัครช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และสตรีที่มีความเดือดร้อน เป็นต้น และ 2) องค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวน 21 องค์การ เป็นองค์การที่มีการจัดกิจกรรมทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาสังคม การพัฒนาสังคม การจัดสวัสดิการสังคม และเป็นที่ยอมรับจากสาธารณชน อีกทั้งยังมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และสามารถเป็นแบบอย่างให้แก่หน่วยงานต่างๆได้ ประกอบไปด้วย หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรสาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชน และองค์กรภาคธุรกิจ อาทิ 2.1) บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด (กะทิชาวเกาะ) 2.2) บริษัท ไทยบิทูเมน จำกัด 2.3) นิคมสร้างตนเองท้ายเหมือง จังหวัดพังงา 2.4) เหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี และ 2.5) กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลสมอทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จนครินทราบรมราชชนนี นิทรรศการอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น และบูธของศูนย์อาสาสมัครแห่งชาติ 




       นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. ขอแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติอาสาสมัครดีเด่น และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น นับเป็นแบบอย่างของสังคมที่แสดงให้เห็นถึงความวิริยะ อุตสาหะ และความเสียสละ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการตอบแทนคุณแผ่นดินและสานต่อพระราชปณิธาน “การให้” ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

เที่ยวน่าน ตักตวงประสบการณ์ “อิ่มบุญอุ่นใจ” ในดินแดนแห่งศรัทธาล้านนาไทย

น่านเมืองท่องเที่ยวทางเหนือที่หลายคนให้สมญานามว่า “จิ๋วแต่แจ๋ว” หากยังไม่เคยมาก็ตั้งใจว่าจะต้องมาน่านให้ได้สักครั้ง คนที่มาแล้วก็อยากมาอีกซ้ำ ๆ เรื่อย ๆ บ่อย ๆ เพราะความเงียบสงบ อบอุ่น แฝงด้วยความงดงามทั้งทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และธรรมชาติอย่างครบครัน และที่สำคัญสาธุชนทั้งหลายปรารถนาที่จะเดินทางเพื่อมาสักการะศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดน่านเพื่อขอพร และความเป็นสิริมงคลชีวิต น่านจึงเป็นสถานที่ที่สร้างความประทับใจ ได้บุญ และประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางได้เสมอ 

“แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง” คำขวัญประจำจังหวัดน่านกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้นักท่องเที่ยวใช้วางแผนทริปเที่ยว หากสามารถแพลนเที่ยวได้ตรงกับช่วงเวลาที่จัด “ประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน” ก็ถือเป็นโชคดีของนักท่องเที่ยวที่จะได้สัมผัสประเพณีเก่าแก่สืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาลอย่างใกล้ชิด โดยแต่ละปีจะกำหนดจัด ณ จุดต่าง ๆ  ตลอดแนวริมแม่น้ำน่าน

ส่วน “งาช้างดำ” นั้น เป็นวัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน เป็นสมบัติที่ตกทอดมาจากเจ้าผู้ครองเมืองน่านหลายชั่วอายุคนซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดน่าน และไม่ควรพลาด อุโมงค์ลีลาวดี ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทมอยู่บริเวณใกล้ๆ กัน สัมผัสความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ เหมาะกับการเก็บภาพ ถ่ายรูปสวย ๆ เช็คอิน และหากถามว่าน่านมีจุดขายเรื่องเกษตรหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า “ส้มสีทอง” นั่นไง คือของฝากที่ควรซื้อติดไม้ติดมือกลับไป ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่เปลือกสีทองอร่าม มีรสชาติหอมและหวานให้ผลผลิตหนาแน่นช่วงปลายปี


คราวนี้ก็ถึงเวลาของสายบุญกันบ้าง แน่นอนว่า วัดภูมินทร์ และ พระธาตุแช่แห้ง คือเป้าหมายสำคัญที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนถิ่นล้านนา ดินแดนวัฒนธรรม สำหรับ วัดภูมินทร์ นั้น นับเป็นแลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของน่านก็ว่าได้ กับการค้นหาภาพจิตรกรรมฝาผนัง “กระซิบรักบันลือโลก” หรือภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ภายในอุโบสถ แต่ที่ดีเลิศไป

กว่านั้นคือการได้สักการะกราบขอพรพระประธานจตุรทิศปางมารวิชัย 4 องค์ ว่ากันว่าจะมีอยู่เพียงทิศเดียวเท่านั้นที่หน้าองค์พระประธานจะมีลักษณะยิ้มแย้มมากที่สุด และอีกหนึ่งสถานที่ไฮไลท์ พระธาตุแช่แห้ง ซึ่งชาวเมืองล้านนามีความเชื่อกันว่าการได้เดินทางไปสักการบูชากราบไหว้นมัสการองค์พระธาตุแซ่แห้ง หรือชาวล้านนาจะเรียกกันว่า การชูธาตุแล้วนั้น จะทำได้รับอานิสงค์อย่างแรงกล้าทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่าง ๆ หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า 

นอกจากนั้นยังมีสถานที่ชมสถาปัตยกรรมอันวิจิตรและเข้าไปไหว้พระขอพรอีกมากมาย เริ่มต้นเอาฤกษ์เอาชัยกันที่ ศาลหลักเมือง และวัดมิ่งเมือง ต่อด้วย วัดศรีพันต้น เด่นด้วยสีทองระยิบระยับ กับ จิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงาม โดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันได และยังมีสถานที่ให้ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมวิวเป็นของแถม อย่าง วัดภูเก็ต ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้หลายคนหลงใหลไปกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ อันเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา” อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวน่าน เช่นเดียวกับ วัดศรีมงคลที่นักท่องเที่ยวมักเดินทางเพื่อขึ้นไปชื่นชมความงามของวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สลับกับทัศนียภาพที่สวยงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน และที่ควรค่าแก่การไปสักการะอย่างยิ่งเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิต คือ วัดพระธาตุเขาน้อยซึ่งเป็นองค์พระธาตุได้รับอิทธิพลศิลปะพม่าผสมล้านนา ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรืออีกหนึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน อย่าง วัดพระธาตุช้างค้ำ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยเจดีย์รูปปั้นช้างปูนปั้นเพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ ซึ่งได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามทางศิลปะด้วยเช่นกัน

อย่าลืมว่า น่านก็มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่โดดเด่นไม่แพ้กัน สถานที่ต้องไปให้ได้ คือ บ่อเกลือสินเธาว์ แหล่งผลิตเกลือภูเขาที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกเท่านั้น และมีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปีโดยชาวบ้านยังคงสืบทอดภูมิปัญญาการทำเกลือโบราณไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ทดลองทำ และชอปปิ้งผลิตภัณฑ์กลับไปได้ และถ้ายังอยากจับจ่ายใช้สอยต่อ ก็ต้องแวะซื้อของพื้นเมืองที่ ลำดวนผ้าทอ โดยเฉพาะผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหลลายโบราณ ชื่อดังแห่งอำเภอปัว หากต้องการสัมผัสตัวตนของคนน่าน ต้องไปเดิน ถนนคนเดินเมืองน่านรับรองว่าต้องได้ของที่ระลึกทำให้นึกถึงเมืองน่าน ของแฮนด์เมดต่างๆ รวมไปถึงของอร่อยเมืองน่านอย่างแน่นอน

การเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดน่านสามารถไปได้ด้วยตนเองก็จริง แต่สำหรับคนที่ต้องการจะไปช่วงปลายปีนี้ ต้องทำใจยอมรับว่าการแพลนเที่ยวกันเองนั้นยุ่งยากมากกว่าเดิม ทั้งเรื่องที่พักกับการอัพราคาขึ้นเป็นเท่าตัว และอาจไม่ได้ที่พักดังที่ตั้งใจไว้ เพราะใคร ๆ ก็ต่างมุ่งเที่ยวเหนือสัมผัสลมหนาวกันทั้งนั้น หรือเรื่องการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินก็แพงขึ้น การเดินทางภายในจังหวัดจำเป็นต้องใช้คนในพื้นที่ เพื่อทำให้สามารถเที่ยวได้ครบตามแพลน และปลอดภัย ไม่ทำให้หงุดหงิดกังวลใจ

ทางที่ดีแนะนำว่าควรไปกับบริษัทนำเที่ยวที่มีประสบการณ์และเข้าใจนักท่องเที่ยวจริง ๆ เลยดีกว่า ซึ่งเร็ว ๆ นี้ Happy Experience ได้จัดทัวร์แลนด์มาร์คของเมืองน่านแบบครบจบในทริปเดียว 3 วัน 2 คืน ในวันที่ 17-19 ธันวาคมนี้ พร้อมพาทุกคนไหว้พระขอพร 

เดินตามรอยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สัมผัสกับวิถีชีวิต อาหารพื้นเมืองต้นตำรับอาหารเหนือตระกูลเจ้า เต็มไปด้วยความปลอดภัย ได้มาตรฐานแบบนิว นอร์มัล ตลอดการเดินทาง

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-113-1919
 Line : @happyexperience

คาราเพซ หัวหิน-เขาเต่า มอบส่วนลดทันที 1 ล้าน พร้อมอยู่ปลายปีนี้ จองด่วน!

โครงการ “คาราเพช หัวหิน-เขาเต่า”
(CARAPACE Huahin-Khaotao)คอนโดมิเนียมหรูริมชายหาด 

หัวหิน-เขาเต่า พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ปฏิวัติการพักผ่อน สู่ความมั่งคั่ง (Vacation Inspires Wealth Revolution)ที่ให้คุณสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการลงทุนที่เป็นดั่งรางวัลชีวิต พร้อมสัมผัสสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนที่หาที่เปรียบมิได้มีความน่าสนใจ ด้วยพื้นที่ชายหาดส่วนตัว เงียบ สงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ ติดหาดเขาเต่า โดดเด่นด้วยสวนน้ำ และมีพื้นที่สระน้ำขนาดใหญ่ถึง 1,400 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน Services และ Facilities ระดับ World Class มีการแบ่งเป็นโซนที่พักอาศัยสำหรับการพักผ่อน และโซนที่สร้างผลตอบแทนระยะยาว บริหารโดยเชนโรงแรมระดับโลก BEST WESTERN PLUS แบรนด์โรงแรมระดับโลก ที่มีความเป็นมืออาชีพมากประสบการณ์นำห้องชุดมาให้เช่า ในมาตรฐานการบริการโรงแรมระดับ 4 ดาวที่พร้อมมอบความคุ้มค่าด้านการลงทุนและสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนพิเศษสุด จองวันนี้รับส่วนลดทันที 1 ล้านบาทโซนพักอาศัย ผ่อนดาวน์เบาๆเพียงเดือนละ 9,999 บาท ฟรี เฟอร์นิเจอร์ ฟรี โอนกรรมสิทธิ์ พร้อมเข้าอยู่ปลายปี2563นี้ พิเศษสุด สำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกThe 1รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีกมากมาย ทั้งรับฟรี! ทันที 299 คะแนน เมื่อเข้าชมโครงการพร้อมรับสิทธิจองห้องชุดโครงการฯ เพียงใช้คะแนน The 1 จำนวน 3,000 คะแนน พร้อมเงินจอง 5,000 บาท(จากปกติ 10,000 บาท)นอกจากนี้สมาชิก The 1 ยังมีโอกาสรับคะแนนเพิ่มรวมกว่า 100,000 คะแนนเมื่อทำตามเงื่อนไข ได้แก่1) รับ 10,000 คะแนนเมื่อจองห้องชุดสำเร็จ2) รับคะแนนสูงสุด 40,000 คะแนน เมื่อทำสัญญาจะซื้อจะขายสำเร็จ โดยแบ่งลำดับการรับคะแนนตามราคาห้องชุด ได้แก่รับ 20,000คะแนน สำหรับห้องราคาไม่เกิน 4 ล้านบาท รับ 30,000คะแนนสำหรับห้องราคา 4-6 ล้านบาทและรับ 40,000คะแนนสำหรับห้องราคา 6 ล้านบาทขึ้นไป3)รับเพิ่มอีก50,000 คะแนน เมื่อชำระเงินดาวน์ครบ 20%ของราคาห้องชุดฯภายในระยะเวลา1 เดือนหลังการทำการจองตามเงื่อนไขโครงการฯโดยสมาชิกที่สนใจร่วมกิจกรรมรับคะแนนพิเศษนี้เพียงดำเนินการจองห้องชุดและทำสัญญาจะซื้อจะขายภายในวันที่20 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 63 นี้เท่านั้น


โครงการ “คาราเพช หัวหิน-เขาเต่า”ผ่าน EIA คอนโดเทล เจ้าแรกในหัวหินเปิดให้เยี่ยมชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 18.00 น.บริหารงานโดยบริษัท วันเพลส เอสเตท จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่า 20 ปี

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดชมโครงการ ได้ที่โทร.086 996 6662 , 086 996 6663
หรือ คลิก www.carapacehuahin.com  Inbox : m.me/CarapaceHuahinLine OA : @carapace หรือ https://lin.ee/1uEtsxKuI

Website :https://www.carapacehuahin.com/

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด


วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล รุกตลาดบิวตี้สโตร์ เปิด LOOKS (ลุคส์) ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต สแตนด์อโลนแห่งแรก

รองรับกลุ่มลูกค้าเจน Yและ Z ชูไฮไลท์ศูนย์รวมสกินแคร์ เมคอัพเอเชี่ยนสไตล์ครบในที่เดียว

(20 
ตุลาคม 2563) : บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด  ในเครือเซ็นทรัล รีเทลรุกตลาดบิวตี้สโตร์ เปิดตัว “LOOKS”ศูนย์รวม
สกินแคร์ เครื่องสำอางฮอตฮิตเอเชี่ยนสไตล์จากเกาหลีและญี่ปุ่นรูปแบบ
สแตนด์อโลน สาขาแรก ชั้น ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
(ฝั่งเซ็นทรัล) มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ความงามให้ลูกค้าเลือกได้ในรูปแบบเฉพาะตน ตามคอนเซปต์ 
Discover your best look ครบครันสินค้าเพื่อความสวยความงามทุกหมวดหมู่ และไอเท็มสุดฮอตในโซเชียลแบบไม่ต้องรอพรีออเดอร์ มากกว่า 5,000 รายการ  ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวเจน Yและ Z
       

(20 ตุลาคม 2563) : บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด  ในเครือเซ็นทรัล รีเทลรุกตลาดบิวตี้สโตร์ เปิดตัว “LOOKS”ศูนย์รวม
สกินแคร์ เครื่องสำอางฮอตฮิตเอเชี่ยนสไตล์จากเกาหลีและญี่ปุ่นรูปแบบ
สแตนด์อโลน สาขาแรก ชั้น 1 ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
(ฝั่งเซ็นทรัล) มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ความงามให้ลูกค้าเลือกได้ในรูปแบบเฉพาะตน ตามคอนเซปต์
Discover your best look ครบครันสินค้าเพื่อความสวยความงามทุกหมวดหมู่ และไอเท็มสุดฮอตในโซเชียลแบบไม่ต้องรอพรีออเดอร์ มากกว่า 5,000 รายการ  ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวเจน Yและ Z

นายสเตฟาน คูมประธานเจ้าหน้าที่บริหารฟู้ด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล
กล่าวถึงการเปิด LOOKS (ลุคส์) สแตนด์อโลนสาขาแรกว่า ปัจจุบันตลาด Health & Beauty Care มีการปรับตัวที่ค่อนข้างรวดเร็ว อีกทั้งกลุ่มลูกค้าหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรมความงามในยุคสมัยนี้เป็นกลุ่มเจเนอเรชั่น Y และ Z เป็นหลัก ซึ่งมีพฤติกรรมการเสพข่าวสาร ค้นหาข้อมูลใหม่ๆ เปรียบเทียบสินค้า โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ความเหมาะสมกับตนเองก่อนการตัดสินซื้อ ส่งผลให้ความต้องการทั้งในตัวสินค้าและพฤติกรรมในการซื้อสินค้ากลุ่มด้านสุขภาพและความงามเปลี่ยนไปในรูปแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น  LOOKS (ลุคส์) บิวตี้สโตร์สแตนด์อโลนเต็ม
รูปแบบสาขาแรกจึงเปิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้ทันท่วงทีโดยเลือกทำเลตั้งอยู่ในศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น
1 โซนเซ็นทรัล ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหนุ่มสาวเจน Y
และ Z ที่สนใจสินค้าความงามและสุขภาพเป็นหลัก พร้อมการตกแต่งร้านเทรนด์สีมิลเลนเนียลพิงค์(Millennial Pink)เทรนด์สีชมพูที่ไม่ได้มีแค่ความหวานแต่แฝงไว้ซึ่งความชิค เปรี้ยวซ่า ผสมกับ สีโรสโกลด์ (Rose Gold) ซึ่ง
เป็นธีมสีหลักของ
LOOKS และการตกแต่งสวยเรียบเนี๊ยบ เป็นความเก๋ที่ลงตัว เพื่อ
มอบประสบการณ์ความงามที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ในรูปแบบเฉพาะตน ในคอนเซปต์ Discover your best look สำหรับหนุ่มสาวยุคมิลเลนเนียล



LOOKS
รูปแบบสแตนด์อโลนสาขาแรก ชูไฮไลท์ศูนย์รวมสกินแคร์และเครื่องสำอางยอดนิยมจากเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นหลัก แบ่งเป็น 5 หมวดหมู่ มีสินค้าให้เลือกช้อปมากกว่า 5,000 รายการ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า ตั้งแต่กลุ่มดูแลเส้นผม ผิวกาย เครื่องสำอาง วิตามิน รวมทั้งสินค้าที่ฮิตเป็นที่นิยมมาแรงในโลกโซเชียล และสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟจากเกาหลี ก็มีให้เลือกสรรโดยไม่ต้องรอพรีออเดอร์ และเน้นสินค้าในกลุ่มสกินแคร์เป็นหลัก เพราะเราต้องการเน้นถึงพื้นฐานของ

 ความงามที่ง่ายที่สุด และเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทุกคนให้ความสำคัญที่สุดเช่นกัน ซึ่งที่นี่มีSkincare bar และ Skincare Lounge ให้ลูกค้าได้ทดลองสินค้า โดยมี Beauty Advisor เป็นผู้แนะนำให้คำปรึกษากับลูกค้า เพื่อค้นพบความงามในแบบเฉพาะตนที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งจัดวางหมวดหมู่ของสินค้าตามกลุ่มประเภทสินค้า เพื่อง่ายต่อการเลือกซื้อพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า (Product information) อย่างครบถ้วน ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจถึงตัวสินค้าได้เป็นอย่างดี พร้อมโปรโมชั่นเปิดร้านรับฟรี LOOKS Beauty Bag  ใบ มูลค่า 250 บาท เมื่อช็อปสินค้าครบ 600 บาท ขึ้นไป/ใบเสร็จ นอกจาก LOOKS รูปแบบสแตนด์อโลนแล้ว  บริษัทฯ  ยังเปิดให้บริการ LOOKS แบบ Shop in shop อีก 14  สาขาในท็อปส์ มาร์เก็ต อีกด้วย”            

พิเศษ ! ฉลองเปิด LOOKS ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต วันที่ 31  ตุลาคม 2563เวลา 15.00 น. พบกิจกรรม Meet&Greet
กับนักแสดงหนุ่มวัยรุ่นหน้าใส  มีน
-พีรวิชญ์
            

มาติดตาม #LOOKS ในทุกๆ ช่องทางได้ที่ LOOKS Thailand
เฟชบุ๊ก
,แอปพลิเคชันไลน์,อินสตาแกรม และ ทวิตเตอร์ 

 

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สวนผึ้ง ไฮแลนด์ เคาท์ดาวน์ เฟสติวัล 2021

 
ใครที่กำลังมองหาสถานที่เคาท์ดาวน์ต้อนรับปี 2021.....เราขอแนะนำ คอนเสิร์ตสุดโรแมนติกแบบใกล้ชิดศิลปินท่ามกลางลมหนาวและหมู่ดาวในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ! "สวนผึ้ง ไฮแลนด์ เคาท์ดาวน์ เฟสติวัล 2021" มาสัมผัสลมหนาวแรกของสวนผึ้ง พร้อมปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า ในสองค่ำคืนแห่งความทรงจำ ร่วมกันนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2021ไปพร้อมๆกันกับศิลปินสุดพิเศษ

วันที่ 30 ธันวาคม พบกับ อิ้งค์ วรันธร ,วง MEANและวง Polycat

วันที่ 31 ธันวาคม พบกับ วง Tilly Birds ,วง Three Man downและอะตอม  ชนกันต์

พบกันที่ สวนผึ้งไฮแลนด์” แลนมาร์คแห่งใหม่ของอ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี บนลานคอนเสิร์ต แบบ Amphitheater บนพื้นหญ้านุ่มๆ เขียวชะอุ่มและร่มรื่น พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ที่จะทำให้การฉลองปีใหม่ปีนี้ไม่ซ้ำใครแน่นอนภายในงานยังมีซุ้มอาหารมากมายให้เลือกสรรและกิจกรรมขึ้นบอลลูนที่จะทำให้คุณสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่อีกด้วย

สนใจซื้อบัตรได้ที่ 7-11 (เพียงแจ้งชื่อคอนเสิร์ตกับพนักงาน) หรือ www.allticketthailand.com***
เริ่มขายบัตร 
Early Birdระหว่างวันที่ 17ตุลาคม– 30 พฤศจิกายน ในราคาเพียง 600 บาท
(จากราคาปกติ 700 บาท)และจำหน่ายบัตรราคาปกติ 700 บาท ตั้งแต่ ธันวาคม เป็นต้นไป
ซึ่งสามารถเข้างานได้ทั้ง 2 วันสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 
Facebook : Suanphueng Highland