เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว! Hot คนดัง บันเทิง

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

Inspire French : THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK แนวคิดอาหารและไลฟ์สไตล์ 51 Tasty Mo

All Day Dining


แนวคิดอาหารและไลฟ์สไตล์ 51 Tasty Moments ด้วยร้านอาหารคุณภาพ Inspire French - อาหารเมดิเตอร์เรเนียน ใช้ว้ตถุดิบ organic  แนวคิดอาหารและไลฟ์สไตล์  การใช้วัตถุดิบออร์แกนิกที่ปลอดสารเคมี ผงชูรสและส่วนผสมจากสัตว์มีต้นกำเนิด ร้านเกิดจากกลุ่มผู้หลงใหลในอาหารและเครื่องดื่ม โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารเมนูสุดพิเศษ โดยใช้วัตถุดิบ organic หลังจากได้กระแสตอบรับที่ดีมาก ในการสร้างแรงบันดาลใจในการปรุงอาหารอาหารเข้ากับชีวิตของคนกรุงเทพ ที่ให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อน ทานอาหาร และดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย แถมยังเพิ่มความสว่างด้วยกระจกบานใหญ่แบบ Glasshouse ทำให้บรรยากาศโปร่ง โล่ง สบาย ให้คุณได้ทานอาหารอร่อย ๆ แบบจุใจอย่างผ่อนคลายในคอนเซ็ปต์ All Day Dining





ภายในร้านถูกตกแต่งแบบสไตล์เรียบง่ายและเท่  สะดุดตาด้วยดีไซน์ของร้านที่รับแสงจากธรรมชาติเข้ามาสร้างความสดใสมีชีวิตชีวา ตัวร้านถูกล้อมรอบด้วยกระจกใสบานใหญ่ เพื่อรับแสงธรรมชาติให้เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศอันแสนอบอุ่นตลอดวัน โดยเฉพาะมุมพักผ่อน ที่ยกพื้นสูงด้วยคอนกรีต มีเบาะนั่ง หมอนอิงนุ่มๆ และโต๊ะขนาดกะทัดรัดตั้งตรงกลางให้นั่งพักผ่อนแบบชิลล์ๆ

วันที่ toptotravel ไปทานอาหาร ร้านเกิดจากความหลงไหลในศิลปะ Photo Exhibition JOHPUR ของผู้เป็นเจ้าของร้าน ทำให้จุดประกายไอเดียสุดครีเอท สร้างพื้นที่ที่รวบรวมแบรนด์มัลติสโตร์ให้คนที่รักงานคราฟต์ ตั้งอยู่ในตอนท้ายของสุขุมวิท 51 หรือสองถนนขึ้นจากถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ที่เป็นสัญลักษณ์ The 51 Tasty Moments เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่เพื่อให้แฮงเอาท์ตลอดวันด้วยอาหารรสเลิศและแรงบันดาลใจ จากร้านใต้หลังคาเดียวกันซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง ด้านความบันเทิงที่แท้จริง สถานที่จัดงานมีศูนย์กลางอยู่ที่การใช้แสงสีและวัสดุอย่างลงตัวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม




ด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านที่เป็น All Day Dining ที่เน้นเสิร์ฟความหลากหลาย ทำให้มีตัวเลือกมากขึ้นในการเติมเต็มความอร่อยได้ตามความต้องการของคุณในทุกช่วงเวลา

ส่วน เมนูแนะนำของทางร้าน ล้วนคัดสรรวัตถุดิบต่าง ๆ ด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้ลิ้มรสความอร่อยและมีสุขภาพที่ดี เริ่มด้วยเมนูที่เหมาะจะนำมาทำเป็นอาหาร เริ่มต้นวันด้วยจานของสลัดที่เป็น Signature ของทางร้านอย่างสลัดจานโตที่เสิร์ฟผักสดกรอบหลากหลาย








สูตรเฉพาะของทางร้านอย่าง Chicken  ไก่ออร์แกนิกจากฟาร์มที่เขาใหญ่ ซึ่งถูกเลี้ยงให้เติบโตกับธรรมชาติ เสิร์ฟมาทั้งตัวบนจานใบใหญ่ตามสไตล์ ของทางร้านเคียงมากับมันฝรั่งอบและเนื้อไก่นุ่มฉ่ำและซอส Chicken Gravyให้คุณทานกันได้เพลิน ๆ

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานกับ ถัดมาเป็นอีกหนึ่งเมนูน่าทาน คือหรือชื่อเมนูเพียงเห็นแค่หน้าตาของเมนูนี้ก็รู้สึกชื่นใจแล้ว





The 51 Tasty Moments
64 SUKHUMVIT SOI 51, BANGKOK, THAILAND
email: bookings@the51tastymoments.com
BOOK A TABLE BY PHONE
TEL: 098 870 7051

The Origin of Valentine's Day .#ชัญญ่าว่าดี #happyvalentinesday #The51Tasty Moments

วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ส่งต่อ รอยยิ้ม ภายใต้โครงการ รักนี้ “ให้” เธอ


วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 10.00 น. ณ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ร่วมกับ ชมรมเว็บคลับ ไทยแลนด์ สมาชิกสื่อมวลชน มูลนิธิพระยูไลย และองค์กรภาคีเครือข่าย ขานรับเดือนแห่งความรัก จัดกิจกรรมการกุศลโครงการ รักนี้ “ให้” เธอ (สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี) แบ่งปันรอยยิ้ม ความสุข เสียงหัวเราะแก่ผู้ใช้บริการในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี












นายอุเทน ชนะกุล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต เปิดเผยว่า สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำเนินงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 และพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการในการอุปการะ 444 คน ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ คนพิการ และพิการซ้ำซ้อน ซึ่งร้อยละ 68 มีอาการทางจิตเวช โดยถูกส่งตัวมาจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำรวจ หน่วยงานท้องถิ่น และบุคคลที่สมัครใจเข้ามาขอรับบริการด้วยตนเอง ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 11 จังหวัด คือ จังหวัดปทุมธานี นครนายก สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี สมุทรปราการ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ตราด และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกทั้งรองรับการจัดระเบียบคนไร้ที่พึ่งและคนขอทานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การดำเนินงานภายในสถานคุ้มครองฯ มีการจัดสวัสดิการ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านปัจจัยสี่ ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านการฝึกอาชีพ และด้านการส่งเสริมสุขภาพนันทนาการ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับการดูแล บำบัดฟื้นฟูที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาความสามารถของคนไร้ที่พึ่ง ให้สามารถประกอบอาชีพบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง ส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคม เพื่อลดภาวะการณ์พึ่งพิง












นางสาวนาริฐา จ้อยเอม ประธาน ชมรม กล่าวว่า ชมรม " WebClub Thailand” เกิดจากการร่วมกลุ่มจากทีมสื่อมวลชนกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีจิตอาสาในการส่งต่อความรักให้กับกลุ่มเป้าหมาย “สื่อส่งต่อความสุข ลดทุกข์เข็ญ” ซึ่งประกอบด้วย สื่อมวลชนจากหลากหลายแขนง อาทิ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สำนักข่าวออนไลน์ ฯลฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแบ่งปันความรัก ความเอื้ออาทร เพื่อส่งต่อความสุข จึงจัดระดมทุนทรัพย์ หรือ ของใช้ที่มีความจำเป็นสำหรับสตรี
ายใต้โครงการ รักนี้ “ให้” เธอ เพื่อมอบให้แก่ผู้ใช้บริการในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี ในเทศกาลเดือนแห่งความรักนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีผู้ใจบุญสมทบทุนร่วมบริจาค ได้แก่ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารธนชาต, มูลนิธิพระยูไลย, ชมรมเว็บคลับ ไทยแลนด์, โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์, ธนาคารกรุงศรี, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด,โรงแรมฟอร์จูน, โรงแรมทีเค พาเลซ, CP RAM, สมาคมภัตตาคารไทย, ข้าวตราไก่แจ้, Travel Radio FM 104.5, สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 โดย รายการแฮปปี้ซีซั่น, , สถานรับรองคุณภาพสถานพยาบาล, รายการเที่ยวเป็น Travel Intrend แบ่งเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น138,725 บาท และสิ่งของที่จำเป็นอีกหลายรายการ อาทิ เช่น น้ำดื่ม ข้าวสาร ยาและเวชภัณฑ์ ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์สำหรับการบริหารกล้ามเนื้อมือ ฯลฯ

รักที่เริ่มต้น ด้วยการ “ให้” มีคุณค่า และยิ่งใหญ่เสมอ สนใจบริจาคเพิ่มเติมได้ 2 ช่องทาง
1) สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี
โทร 02-577-1148 หรือ 081-870-2188
2) ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขารังสิต-นครนายก คลอง 4 เลขที่บัญชี 148-6-01029-6
หลังจากโอนเงินบริจาค กรุณาโทรแจ้งชื่อ-สกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เพื่อออกใบบริจาคและใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

Valentine’s Day “เปิดบ้าน เปิดใจ สร้างสุขให้ คนไกลบ้าน”

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 18.00 น. ณ บ้านมิตรไมตรีธนบุรี กรุงเทพมหานคร นายชูรินทร์  ขวัญทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวทักทายในกิจกรรม Valentine’s Day “เปิดบ้าน เปิดใจ สร้างสุขให้ คนไกลบ้าน”



 นายชูรินทร์ฯ กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลกระทบให้คนจำนวนมาก ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อให้อยู่รอด ซึ่งประชาชนกลุ่มดังกล่าวจำนวนมากได้เดินทางเข้ามาหางาน และอาศัยในเมืองใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานคร เพื่อหารายได้ บางคนก็ประสบความสำเร็จ และยังมีส่วนหนึ่งที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ส่งผลให้ไม่มีที่อยู่อาศัย ทำให้ต้องอาศัยหลับนอนในที่สาธารณะซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จนอาจนำไปสู่ปัญหาด้านคุณภาพชีวิต  ด้านสุขอนามัย และขาดโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการต่าง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญกับสถานการณ์ดังกล่าว และได้มีการดำเนินงานเพื่อให้บริการสวัสดิการสังคมกับกลุ่มเป้าหมาย ให้ได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ทั้งในเรื่องการพักอาศัย ฟื้นฟูร่างกาย จิตใจ และพัฒนาศักยภาพ  ด้านทักษะชีวิตและอาชีพ




รวมทั้งช่วยเหลือให้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐาน และมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ ซึ่งในกรุงเทพมหานครจัดให้บริการในรูปแบบ “บ้านมิตรไมตรี” เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนที่อาศัยหลับนอนตามสถานที่สาธารณะมาใช้บริการ แต่เนื่องจากข้อจำกัดในด้านสถานที่ ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากแหล่งทำมาหากิน ทำให้มีคนไปใช้บริการไม่มากนัก

นายชูรินทร์ฯ กล่าวต่อว่า จากประเด็นดังกล่าวเพื่อให้การให้บริการมีความสอดคล้องกับความต้องการ  ของกลุ่มบุคคลดังกล่าว กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจึงได้จัดงาน “เปิดบ้าน เปิดใจ สร้างสุขให้ คนไกลบ้าน” ขึ้นโดยมี กิจกรรมที่สำคัญในวันนี้ คือ การจัดเวที รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มพี่น้องที่อาศัยอยู่ในที่สาธารณะ ซึ่งสถานที่จัดงานในวันนี้ เป็นสถานที่จริง ที่จะเปิดให้บริการให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของพี่น้องกลุ่มเป้าหมายต่อไป วันนี้จึงเป็นการเชิญกลุ่มเป้าหมายมาดูสถานที่ มาร่วมคิด ร่วมออกแบบการอยู่อาศัยร่วมกัน



ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก มูลนิธิกระจกเงา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิอิสรชน ศูนย์คนไร้บ้าน สุวิทย์ วัดหนู มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร  ตำรวจนครบาล ตำรวจรถไฟ ลุงดำ นายกสมาคมคนไร้บ้าน และภาคีเครือข่ายอื่น ๆ โดยหลังจากนี้ทางภาคีที่เกี่ยวข้อง จะได้นำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากผู้อาศัย ไปกำหนดรูปแบบการให้บริการที่ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง

วันแห่งความรักในวันนี้ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง  ของมนุษย์ ขอมอบความห่วงใย เปิดบ้านต้อนรับ เปิดใจแลกเปลี่ยน เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสุข
ให้กับพี่น้องที่อาศัยอยู่ในที่สาธารณะ ได้เข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงต่อไป นายชูรินทร์ ขวัญทอง  กล่าวในตอนท้าย

พม.มอบโล่ 13 นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นปี 62


วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานพิธีประกาศเกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ประจำปี 2562 เนื่องในวันปกรณ์ 2563 โดยมีนายสุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวรายงาน นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ร่วมให้การต้อนรับ และร่วมแสดงความยินดีแก่นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณ


นายสุทธิ กล่าวว่า การประกาศเกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2523 โดยสถาบันสังคมสงเคราะห์ 4 แห่ง ประกอบด้วย กรมประชาสงเคราะห์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันยกย่องเชิดชูบุคคลที่ได้สร้างผลงานดีเด่นในวงการสังคมสงเคราะห์ที่ปรากฏแก่สาธารณชน ซึ่งมีศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ ได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นคนแรก

และในปีนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ร่วมกับ มูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้จัดงานวันปกรณ์ 2563 และพิธีประกาศเกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ประจำปี 2562 ขึ้น เพื่อสดุดีและเผยแพร่เกียรติคุณของศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ อีกทั้งส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ที่มีความทุ่มเทในการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชนให้ได้รับการยกย่องและเชิดชูผู้ที่ได้สร้างผลงานดีเด่นในวงการสังคมสงเคราะห์ ซึ่งในครั้งนี้ นับเป็นปีที่ 39 มีผู้ได้รับการประกาศเกียรติคุณรวมในปีนี้ 13 ราย รวมทั้งสิ้น 298 ราย





นายสุทธิ กล่าวต่อไปว่า งานวันปกรณ์ในปีนี้ ได้จัดโครงการสัมมนาเชิงวิชาการในหัวข้อ สังคมดิจิทัล (Digital Social) “เปิดมิติการคุ้มครองทางสังคมในยุคสังคมดิจิทัลสู่การลดความเหลื่อมล้ำ  ในสังคมไทย” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เปิดกระบวนทัศน์ใหม่ในมิติการคุ้มครองทางสังคม และการเข้าถึงบริการสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐานของรัฐ  ในยุคสังคมดิจิทัล และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล  ลดความเหลื่อมล้ำ ให้มีความทั่วถึง เสมอภาค รวมทั้งนำความรู้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในการค้นหารูปแบบ (Model) การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น พร้อมประกาศเกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ประจำปี 2562 แบ่งออกเป็น 3 ประเภท จำนวน 13 ราย






ประกอบด้วย นักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ คุณสมบัติเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานประจำด้านสังคมสงเคราะห์ ไม่น้อยกว่า 5 ปี มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีในอนาคต ผู้ได้รับรางวัล จำนวน 5 ราย ได้แก่ ได้แก่ ศาสตราจารย์ศศิพัฒน์ ยอดเพชร นายพิรุณ น้อยอิ่มใจ นางสาวกฤษณา จุลสงค์ นางสาวพรรณิกา ปัญญานาค และ นางกนกรัตน์ เกื้อกิจ ประเภทผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ คุณสมบัติ เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานประจำ ด้านสังคมสงเคราะห์ ไม่น้อยกว่า 5 ปี

มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความเสียสละ มีความสามารถในการแก้ไขปัญหา และพัฒนางานสังคมสงเคราะห์ ผู้ได้รับรางวัล จำนวน 1 ราย ได้แก่ นางสาววรรณวนัช กันพรม และประเภทนักสังคมสงเคราะห์อาสาสมัคร คุณสมบัติเป็นอาสาสมัครที่ช่วยปฏิบัติงาน ด้านการจัดสวัสดิการสังคม ในองค์การสวัสดิการสังคม ไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยไม่มีค่าตอบแทน มีเทคนิคและกลยุทธ์ในการดำเนินงานเฉพาะตน จนผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม มีผู้ได้รับรางวัลจำนวน 7 ราย ได้แก่ นายจิรพัฒน์ ปุณยวุฒิวาณิชย์ นายพรหมมา กิที นางยุพา ล่ำซำ นายฉายวิชญ์ สุจริตกุล นางเรวดี กล่ำศิริ นางประนอม เกตุวรภัทรา และนายศักดา สัจจะมิตร


ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดย พส. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาสังคม สู่การพัฒนางานในรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ เพื่อให้การขับเคลื่อนระบบการคุ้มครองทางสังคมของประเทศไทย สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงพอ และประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างทั่วถึง เสมอภาค และเท่าเทียมกัน อันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน นายสุทธิ กล่าวในตอนท้าย