เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle บันเทิง ทันทุกกระแสข่าว!

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564

DITP เปิดแผนงานปี 64 เพิ่มเติม ลุยปั้นผู้ส่งออกรายใหม่ อัดกิจกรรมดันส่งออกสินค้า-บริการ

          กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดแผนทำงานปี 64 รับมือโควิด-19 เตรียมลุยพัฒนาผู้ประกอบการ ปั้น Gen Z เป็น CEO เป้า 12,000 ราย เพิ่มผู้ประกอบการกลุ่ม 60+ ดันผู้ประกอบการท้องถิ่นโกอินเตอร์ พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นสินค้าไทย ทั้งคุณภาพมาตรฐาน ปลอดโควิด-19 และลุยกิจกรรมออนไลน์ ออฟไลน์ เพิ่มโอกาสส่งออก

          นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ปรับแผนการทำงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของปี 2564 ตามนโยบายที่ได้รับจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ โดยมีแผนที่จะขับเคลื่อนการทำงานออกเป็น 2 ด้าน คือ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และการส่งเสริมสินค้าและธุรกิจบริการของไทยออกสู่ตลาดโลก

          สำหรับการพัฒนาผู้ประกอบการ กรมฯ จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการรายใหม่ 

เข้าสู่เวทีการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้เป็นผู้มีส่วนช่วยขับเคลื่อนการส่งออกและนำรายได้เข้าประเทศ โดยจะเร่งพัฒนานักศึกษา Gen Z เป็น CEO มีเป้าหมาย 12,000 รายในปี 2564 พัฒนาผู้ประกอบการสูงอายุ 60+ 

ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น และผุดโครงการใหม่ๆ ในการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถทำหน้าที่เสมือนเซลส์แมนของจังหวัดให้โกอินเตอร์ได้อีกคน

          ทั้งนี้ กรมฯ ยังจะพัฒนาการให้บริการทางด้านการค้าระหว่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้
ผู้ประกอบการใช้งานได้ง่าย เช่น รวมบริการต่างๆ ของกรมฯ ไว้ในแอปพลิเคชันเดียว (DITP One) เปิดให้ปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศได้ 24 ชั่วโมง และยังได้พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลและโอกาสด้านการค้าระหว่างประเทศอัจฉริยะ (DITP Business AI) เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์

          ส่วนด้านการส่งเสริมสินค้าและบริการ จะเน้นการสร้างภาพลักษณ์สินค้าและธุรกิจบริการของไทยผ่านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เช่น แคมเปญ Trust Thailand เพื่อสร้างความมั่นใจต่อสินค้าไทย การรับรองมาตรฐาน COVID-19 Prevention Best Practice ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก และสร้างความเชื่อมั่นผ่านการมอบตราสัญลักษณ์ต่างๆ ให้กับสินค้าและบริการไทยที่มีคุณภาพ ได้แก่ TMark / Demark / Thai Select และ PM Award เป็นต้น

นอกจากนี้ จะเดินหน้าผลักดันการค้าออนไลน์และออฟไลน์ในรูปแบบต่างๆอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการขับเคลื่อนการส่งออกของไทย เช่น จัดกิจกรรม Online Business Matching ในทุกกลุ่มสินค้า ตลาดที่มีศักยภาพ , ต่อยอดกิจกรรม Virtual/Hybrid Exhibition , ส่งเสริมการค้าออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์ม Thaitrade.com และขยายหน้าร้าน TOPTHAI Flagship Store บนแพลตฟอร์มพันธมิตรในต่างประเทศ , ต่อยอดกิจกรรมส่งเสริมการขาย In-store Promotion ผ่านทั้งออนไลน์และออฟไลน์ , จัดกิจกรรมรูปแบบ Mirror & Mirror ที่ตอบโจทย์ยุค New Normal ได้อย่างดี , ขยายการค้าสู่เมืองรองในตลาดที่มีศักยภาพ ผ่านการลงนามความร่วมมือกับเมืองและมณฑลต่างๆ ได้แก่ รัฐเตลังคานา (อินเดีย) มณฑลไห่หนาน (จีน) เมืองคยองกี (เกาหลีใต้) และผลักดันการขยายตลาดต่างประเทศผ่านโครงการ SMEs Pro-active ที่ขยายหลักเกณฑ์โครงการให้ครอบคลุมกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์

ขณะเดียวกัน มีแผนผลักดันให้เกิดตัวแทนผู้ขายสินค้าออนไลน์ (Online Reseller) เพื่อเป็นตัวกลางในการเป็นผู้แทนจำหน่าย โดยการหาสินค้าไทยจากผู้ผลิตแล้วนำไปจำหน่ายต่อในต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตรายกลางและรายเล็กของไทย มีโอกาสส่งออกได้เพิ่มขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)
กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th  หรือ สายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169

โอเอซิสสปา ลดสูงสุด!!


สุขกายและสบายใจ ด้วย กิฟว้าวเชอร์โอเอซิสสปา ราคาขำๆ จ่ายเพียง 555 บาท ได้มูลค่าถึง  2,000 บาท ควรมีไว้ แพ็คเกจสปาที่ดีที่สุด..... Gift Voucher นี้คุ้มมาก เพราะลดกันแบบสุดๆ

คุ้มมากเลยแม่  สามารถใช้แทนเงินสดทำสปา ทุกแพคเกจ นวด ทรีทเมนต์อะไรก็ได้ในราคาปกติ ยอมทุกอย่างเลย  ซึ่งสามารถใช้ใช้ได้ทุกวันที่ โอเอซิสสปาทุกสาขาทั่วประเทศ  เก็บไว้ฮาๆ 555 วัน ไม่ต้องกลัวหมดอายุว้าวเชอร์ใช้ได้ยาวข้ามปี ...  กับแพ็กเกจสปาสุดคุ้ม เพื่อปรับเปลี่ยนใช้เงินให้คุ้มค่ามากขึ้น ยกระดับการพักผ่อนของคุณแบบขีดสุด 





โอเอซิสสปา  Oasis Spa เป็นสถานที่พักร้อนอันทันสมัยที่ออกแบบมาเพื่อการผ่อนคลาย เมนูการทำทรีทเมนต์ที่ออกแบบมาเพื่อความมีสุขภาพที่ดีของทั้งร่างกายและจิตใจ เหมาะกับการปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจ ผสมผสานเสน่ห์อันน่ารื่นรมย์ความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวระหว่างการพักผ่อน

โปรนี้คุ้มมากที่สุดในปฐพี  ให้ผู้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น กับสปาไทยที่มีความหรูหราอลังการระดับ 5 ดาว
คลิ๊กซื้อว้าวเชอร์ด่วน  คลิ๊กเลย - de1.us/LINT555 

รีบซื้อก่อน 15 กพ 64 นี้ เท่านั้น 
สอบถามโทร +6653920111 (จำกัดการซื้อต่อครั้งไม่เกิน 10 ใบ)


นูริชเมท เยลลี่บุกผสมน้ำผลไม้ รูปแบบใหม่! ต้องลอง



เทรนด์สุขภาพยังมาแรงกลุ่มคนรุ่นใหม่ใส่ใจเลือกกิน เลือกใช้ บุก มีเส้นใยอาหารต่ำ  ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันอาการท้องผูกและรักษาริดสีดวงทวาร กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย เน้นทั้งประโยชน์ต้องดี ราคาต้องได้ ดูทันสมัย ให้ความสะดวก ล่าสุด “นูริช เมท” เยลลี่บุกผสมวิตามิน น้ำผลไม้จากธรรมชาติปรับโฉมใหม่ ตอบโจทย์สายเฮลท์ตี้ 
เยลลี่บุกผสมน้ำผลไม้ รูปแบบใหม่เลือกกิน เลือกใช้ เน้นทั้งประโยชน์ต้องดี ราคาต้องได้ เยลลี่บุกผสมวิตามิน น้ำผลไม้จากธรรมชาติปรับโฉมใหม่ ตอบโจทย์สายเฮลท์ตี้ 

นายสายสิทธ์    ชาตะเมธีกุล  กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็กซ์ม่าฟู้ด จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์“นูริชเมท” เยลลี่บุกผสมน้ำผลไม้ รูปแบบใหม่ของอาหารว่างเปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้พัฒนาเยลลี่บุกผสมน้ำผลไม้ รูปแบบใหม่เลือกกิน เลือกใช้ เน้นทั้งประโยชน์ต้องดี ราคาต้องได้ เยลลี่บุกผสมวิตามิน น้ำผลไม้จากธรรมชาติปรับโฉมใหม่ ตอบโจทย์สายเฮลท์ตี้

นายสายสิทธ์    ชาตะเมธีกุล  กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็กซ์ม่าฟู้ด จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์“นูริชเมท” 

“นูริชเมท” โฉมใหม่ ทำการปรับทั้งดีไซน์แพ็กเกจจิ้ง ให้พกพาสะดวก ดูทันสมัย รับประทานง่าย โดยคงคุณค่าจากสารอาหาร และวิตามินปริมาณสูง อิ่มแบบเบาๆ รูปแบบ One pack meal  60 แคลลอรี่ ราคา 18 บาท หาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ วางจำหน่ายแล้วเมื่อเดือนกันยายน2563 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

“นูริชเมท” โฉมใหม่ มี 3 แบบคือ  สูตร 01 Hi-Multivitamin 9 เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องทำกิจกรรมในระหว่างวัน สูตร 02L-Carnitine 125 Mgสำหรับก่อนหรือหลังการออกกำลังกาย และ สูตร03 Collagen 1,000 Mg. สำหรับกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความงาม สุขภาพ และผิวพรรณ 

“นูริชเมท” ผลิตจากบุกซึ่งเป็นผลิตผลจากธรรมชาติที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้รักสุขภาพอย่างเช่น ในประเทศญี่ปุ่นใช้บุกเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร เพราะมีประโยชน์มากมาย ช่วยทำให้อิ่มท้องแต่ไม่เพิ่มน้ำหนัก

บริษัทฯ จึงพัฒนาสูตร โดยนำบุกมาผสมกับน้ำผลไม้ พร้อมเพิ่มสารอาหารและวิตามินในปริมาณสูง(Hi-Vitamin)โดยไม่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล(No Artificial Sweetener)เพื่อเติมพลัง และความสดชื่น ให้กับผู้บริโภคในการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่อง  เน้นกลุ่มเป้าหมายวัยทำงาน และผู้รักสุขภาพ 


กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็กซ์ม่าฟู้ดกล่าวต่อว่าจากประสบการณ์ความเป็นเภสัชกรและการทำงานในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตยา เครื่องสำอาง และอาหารเพื่อสุขภาพมาเป็นเวลานาน  ประกอบกับมีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา ด้วยจุดแข็งของระบบห้องทดลองปฏิบัติการ จึงนำความรู้มาต่อยอดด้วยการผลิตเยลลี่บุกเพื่อจำหน่ายในตลาดเมืองไทย  และทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nurish-mate.com
และ  https://www.facebook.com/nurishmate/



LINE เผยพฤติกรรมความชอบสุดปังของคนไทยปี 2563


LINE ประเทศไทย เผยพฤติกรรมที่น่าสนใจของคนไทยในการใช้งาน LINE ปี 2563 สะท้อนไลฟ์สไตล์แบบ New Normal ที่ใช้เทคโนโลยีบนแพลตฟอร์ม LINE เข้ามาช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ตอกย้ำการเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินชีวิต (Life Infrastructure) ของคนไทยอย่างแท้จริง

สื่อสารได้ใจ ต้องใช้ฟิลเตอร์บน LINE Group Video Call นับเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ยอดนิยมสำหรับคนไทยที่ใช้สื่อสารเรียลไทม์ทั้งกับเพื่อน ครอบครัว หรือแม้กระทั่งกับที่ทำงาน ที่พร้อมด้วยฟังก์ชั่นลูกเล่นต่างๆ ในการสื่อสาร ทั้งฟิลเตอร์ เอฟเฟกต์มากมาย ถือเป็นจุดเด่นทำให้ LINE กลายเป็นแชตแอปฯ ยอดนิยมสำหรับคนไทยมาโดยตลอด โดยคนไทยนิยมใช้ฟิลเตอร์ระหว่างใช้งาน Group Video Call มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก และฟิลเตอร์ Youth (แต่งสีฟิลเตอร์ให้ดูเด็ก หน้าใส) กลายเป็นฟิลเตอร์ยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับคนไทย ล่าสุด LINE ยังคงนำเอาเสน่ห์ของลูกเล่นเหล่านี้มาอยู่ในฟีเจอร์ใหม่คือ LINE Meeting ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรูปตนเองที่ปรากฏระหว่างประชุมให้ดูดี สนุกสนานได้ ด้วยหลากหลายฉากหลัง เอฟเฟค และฟิลเตอร์ให้เลือกใช้ จะหน้าสดยังไงก็เข้าประชุมคอลร่วมกันได้ นับเป็นการดึงเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เข้ากับพฤติกรรม ความชอบของคนไทยได้อย่างตรงจุด 


สติกเกอร์และเมโลดี้มาแรงแซงทุกโค้ง หากพูดถึง LINE คงไม่พูดถึงสติกเกอร์ไม่ได้ โดยในปี 63 ที่ผ่านมา 3 อันดับสติกเกอร์ที่มียอดการซื้อถล่มทลายภายใน 1 วันแรกของการเปิดขายในไทย ได้แก่ สติกเกอร์ ไบรท์-วิน ที่ครองแชมป์อันดับ 1 สะท้อนกระแส Boy Love สุดปังแห่งปี ชี้ให้เห็นพลังอันเหนียวแน่นของแฟนคลับ อันดับ 2 สติกเกอร์ Circle Dukdik ผลงานศิลปินไทย โดดเด่นด้วยคาแรคเตอร์มีเอกลักษณ์พร้อมท่าทางกวนๆ โดนใจคนไทย และสติกเกอร์ Brown & Cony’s Eternal Love กับคาแรคเตอร์ LINE FRIENDS ที่ยังคงได้รับความนิมต่อเนื่องเสมอ ในขณะที่ในฝั่งของ LINE MELODY ที่ล่าสุด ได้ขยายฐานเพลงไปกว่าเท่าตัว ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งเพลงแนวลูกทุ่ง อินดี้ เคป๊อบ โดย 3 อันดับเพลงเมโลดี้ที่มียอดการซื้อสูงสุดในปี 63 ที่ผ่านมา ได้แก่ เพลง คิด (แต่ไม่) ถึง ของ Tilly Birds เพลงหวง ของ Earth Patravee และเพลงฝนตกไหม ของ Three Man Down สะท้อนให้เห็นถึงกระแสเพลงป็อบไทย ที่ยังคงครองใจคนไทยจนมียอดการซื้อฮอตติดลมบนตลอดปี


ซีรีส์เบาสมองครองแชมป์ LINE TV แจ้งเกิดคอนเทนต์สายมูส่งท้ายปี
บน LINE TODAY  
ในส่วนของ LINE TV คอนเทนต์ฮิตวันสิ้นปีที่คนไทยดูมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ เป็นต่อ 2020 เพราะเราคู่กัน2gether The Series และเสือ ชะนี เก้ง 2020 สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมการนิยมชมคอนเทนต์แนวดีต่อใจ รับชมได้สบายๆ ไม่ว่าจะตลกหรือโรแมนติค เพื่อเยียวยา ผ่อนคลายจิตใจในช่วงเคาดาวน์ ที่ทุกคนต้องรักษาระยะห่างและกำลังอยู่ในสภาวะรับมือการระบาดรอบสองของโควิด 19 

ในขณะที่ LINE Today หากมองภาพรวมในปีนี้ พบว่าคนไทยรักการอ่านมากขึ้น แต่เป็นการอ่านผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แทนหนังสือจริง โดยยอดวิวบน LINE TODAY รวมทั้งปีเท่ากับคนไทยอ่านหนังสือ* เฉลี่ยคนละเกือบ 15 เล่มต่อปี เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึงเกือบ 2 เท่า ในส่วนคอนเทนต์ยอดนิยมของไทย คงหนีไม่พ้นเรื่องเสี่ยงดวง โดยคอนเทนต์เกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังคงครองแชมป์คอนเทนต์ฮิตแห่งปี ไม่ว่าจะเป็นยอดการชม LIVE  ในทุกวันลอตเตอรี่ออกที่สูงแตะเกิน 3 ล้านวิวในทุกครั้ง และยอดการอ่านคอนเทนต์เกี่ยวกับผลสลากกินแบ่งฯ บน LINE TODAY ก็มีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 50% ในช่วงวันลอตเตอรี่ออก แต่ที่น่าสนใจคือช่วงวันเคาท์ดาวน์ปีใหม่ พบว่า 3 อันดับคอนเทนต์ที่คนไทยอ่านส่งท้ายปีมากสุดในช่วง 1 ชม. ก่อนเคาท์ดาวน์ (23.00 – 23.59 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 63) ล้วนเป็นคอนเทนต์สายมู เสริมมงคล ไม่ว่าจะเป็น 10 อาหารมงคลที่คนทั่วโลกนิยมกินรับปีใหม่! ‘หมอช้าง’ เผย 9 บทสวดมนต์ข้ามปี 2564 เสริมปัง! และข้อห้ามปีชง เปิดวิธีแก้ชงปี 2564 สะท้อนให้เห็นพฤติกรรม ความชื่นชอบโดยเฉพาะของคนไทยในคอนเทนต์ด้านความเชื่อรับช่วงปีใหม่ ดวงเป็นอย่างไร คนไทยต้องรู้ก่อนเสมอ!
(* คำนวณจากหนังสือกระดาษ A4 จำนวน 200 หน้า ขนาดตัวอักษร 14)

กินช้อปใช้เรื่องใหญ่ คนไทยปรับตัวด้วย LINE เมื่อพูดถึงเรื่องกิน ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทย ยิ่งปี 63 นี้เป็นปีที่คนไทยเจอสภาวะเว้นระยะห่างทางสังคม ถึงขั้นล็อคดาวน์ในบางช่วง ยิ่งทำให้บริการสั่งอาหารออนไลน์ของ LINE MAN Wongnai มาช่วยตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตประจำวันคนไทยได้มากยิ่งขึ้น โดยในปี 63 ที่ผ่านมา LINE  MAN Wongnai ได้เดินทางส่งอาหารให้คนไทยรวมกันกว่า 158 ล้านกม. หรือเท่ากับการเดินทางจากจุดใต้สุดเมืองไทยคือเบตงไปถึงจุดเหนือสุดของประเทศคือแม่สายเกิน 7 หมื่นรอบด้วยกัน ในขณะที่เมนูยอดฮิตที่คนไทยนิยมสั่งผ่านโปรโมชั่น Flash Deal อย่างถล่มทลายบน LINE MAN Wongnai มากที่สุด คือ เมนูไก่ทอด คอมฟอร์ทฟู๊ดของคนทุกวัย ที่ถูกสั่งไปทั้งสิ้นปริมาณมากถึง 5.3 ล้านชิ้น ซึ่งหากนำมาต่อเรียงกัน จะสูงเท่ากับดอยอินทนน์ 18 ดอยทีเดียว (ดอยอินทนนท์สูง 2,565 เมตร) อีกทั้งเมนูนี้ยังทุบสถิติ เป็นเมนูที่ขายหมดเร็วที่สุดภายในเพียง 7 วินาทีผ่านโปรโมชั่น Flash Deal อีกด้วย 



ในขณะที่พฤติกรรมการช้อปปิ้งท่ามกลางสถานการณ์ในปีที่ผ่านมา โซเชียลคอมเมิร์ซได้กลายเป็นรูปแบบการช้อปปิ้งที่มาแรง LINE จึงได้จับมือกับ “ป้าตือ” เซเลปสุดปังแห่งเมืองไทย จัดทำ LINE SHOPPING x @TuesLIve รายการไลฟ์สดขายของแนวใหม่ที่ผสานรายการวาไรตี้ ความเอนเตอร์เทนท์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคเมืองไทยให้สามารถซื้อขายของได้อย่างสนุก มีสีสันในสภาวะตึงเครียดของการแพร่ระบาด จนได้กระแสตอบรับดีเกินคาด ด้วยยอดผู้ชมเกิน 5 แสนวิวทุกตอน หรือเกือบ 4 เท่าของที่นั่งผู้ชมในสนามราชมังคลากีฬาสถานเลยทีเดียว! นอกจากนี้ เครื่องมือช่วยเปิดหน้าร้านออนไลน์อย่าง MyShop ก็ได้รับความนิยม ช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าคนไทยหลายรายให้สามารถสร้างร้านขายของออนไลน์เองได้แม้ในยามลำบาก ก่อให้เกิดสินค้าใหม่ๆ มากมายที่ในสถานการณ์ปกติไม่ขายผ่านช่องทางออนไลน์กันมาก่อน อาทิ คอนโด รถยนต์ หรือแม้กระทั่งน้ำเต้าศักดิ์สิทธิ์ และตั๋วรายปีสวนสัตว์ เป็นต้น สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย ที่หันมาเปิดช่องทางออนไลน์ผ่าน MyShop บนแพลตฟอร์ม LINE เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ในทุกสถานการณ์

ปี 63 ที่ผ่านมา มีสถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายที่ทำให้ทุกคนต้องปรับตัว เกิดพฤติกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน LINE ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพราะไม่เพียงแต่ฟีเจอร์ที่ครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานเท่านั้น แต่ LINE ยังปรับปรุงรูปแบบการใช้งานให้เหมาะกับวีถี ชีวิต ความคิดและรสนิยมของคนไทยอีกด้วย และเพื่อจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตคนไทย (LIFE Infrastructure) ได้ดียิ่งขึ้น LINE ยังเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนคนไทยให้เดินหน้าตามวิสัยทัศน์ Life On LINE ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

#LINEFunFacts2020 #LifeonLINE #LINEThailand

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564

วิริยะประกันภัย สนับสนุนนวัตกรรมฆ่าเชื้อโควิด-19 “Nano 9 Silver Nano”

​รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี พร้อมด้วย ดร.ระพีพันธ์ แดงตันกี คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ รับมอบเงินจำนวน 100,000 บาท จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายประสิทธิ์    สุนะชูแสง  ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 1 (ภาคเหนือ) เป็นผู้แทนมอบ เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมฆ่าเชื้อโควิด-19 “Nano 9 Silver Nano” รวมถึงสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมอื่นๆ ของวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จังหวัดเชียงใหม่

“DUGA” แนะสร้างแบรนด์บนโลกออนไลน์ ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโรคระบาดปีฉลู

พร้อมร่วมผลักดันศักยภาพเยาวชนเข้าสู่ตลาดยุคดิจิทัล
ในงาน X Campus Ads Idea Contest 2020

สมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) แนะสร้างแบรนด์ฝ่าวิกฤติโควิด-19 และเศรษฐกิจถดถอย ปี2564 เผยคลิปวีดีโอโฆษณาบนโลกออนไลน์ไม่ต้องแพง แต่ครองใจลูกค้า พร้อมประกาศทีมชนะเลิศ โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 เวทีสร้างสรรค์ประชันคลิปวีดีโอโฆษณา ที่เตรียมความพร้อมให้นิสิต นักศึกษาก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานจริง  

นางสาวกัลยา แสวงหาบุญ เลขาธิการสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) กล่าวว่า ในปี 2564 ด้วยภาวะเศรษฐกิจ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายองค์กรมีแผนลดงบประมาณการสร้างแบรนด์ 
แต่ในมุมกลับกันนี่คือโอกาส ที่จะสร้างการรับรู้ของผู้บริโภคให้รู้จักแบรนด์ของเรามากขึ้น เพราะโลกอนาคตองค์กรธุรกิจต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการแพร่ระบาดของโควิด เป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้ต้องเร่งสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็ง และพร้อมจะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ดังนั้นการใช้งบ ประมาณเพื่อสร้างแบรนด์บนแพลตฟอร์มต่างๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจที่หนักหน่วงในปีหน้า อย่าคาดหวังเพียงยอดขายในระยะสั้น แต่นักการตลาดจำเป็นต้องสร้างแบรนด์ และมีการทำการตลาดอย่างยืดหยุ่น ภายใต้การสร้างแบรนด์ที่เข้มข้นอย่างยั่งยืน ใส่ใจพฤติกรรมมนุษย์ ทั้งลูกค้าทางตรง และลูกค้าชี้นำที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจ เช่น เพื่อน คนในครองครัว ที่มักจะมีคอมเมนต์หรือจูงใจให้ลูกค้าซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าของเราได้ ดังนั้นนักการตลาดควรใส่ใจพฤติกรรมของคนที่เป็นลูกค้าชี้นำด้วย 

สำหรับนักการตลาด โดยเฉพาะในโลกดิจิทัลที่มีความซับซ้อน เราไม่สามารถนำความรู้เดิมมาใช้ในโลกปัจจุบันได้ทั้งหมด ดังนั้นผู้บริหารองค์กรไม่ควรชะล่าใจ วางแผนการตลาดเพียงระยะสั้น แต่ควรมีการสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในระยะยาว หลากหลายคอนเทนต์ และแพลตฟอร์ม

นางสาวมัลลิกา บุระขันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด
บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) 

นางสาวสุภาวดี ตันติยานนท์ อุปนายก สมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA)

นายยงยุทธ ทองกองทุน Senior Director of New Business บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด 

ดังนั้น  สมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ได้เล็งเห็นถึงการสร้างบุคลากร และเตรียมความพร้อมให้กับ
นิสิตนักศึกษา ก่อนที่จะจบการศึกษา จึงจัดการแข่งขันประกวดคลิปไวรัล โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยปีนี้มีน้องๆ ส่งผลงานมาในรอบคัดเลือกกว่า 1,185 ทีม จากทั่วประเทศ และคัดเลือกทีมที่เข้ารอบสุดท้าย 25 ทีม 

ทั้งนี้ โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้ Digital Technology Demand Generation ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมาคมอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศไทย และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของแผน Digital Economy ในเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

นางสาวกัลยา แสวงหาบุญ เลขาธิการสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) 

โดยผลการประกวดโครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 รางวัลชนะเลิศได้แก่ ทีม Cam A จาก มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้รับทุนการศึกษา 40,000 บาท ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ทีม ไม่มีก็ไม่มี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 คือ ทีม เขต 12 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท โดยทุกรางวัลจะได้รับประกาศนียบัตร และถ้วยรางวัล จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

ทั้งนี้ นางสาวกัลยา กล่าวย้ำถึงการจัด โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งทำให้เห็นผลผลิตของโครงการ ที่น้องๆ หลายคนได้พัฒนาตัวเองจนเป็นบุคลากรสำคัญในตลาดแรงงาน ซึ่งแนวคิดสำคัญของโครงการนี้ มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้ทำงานจริงกับผู้ประกอบการ โดยทางแบรนด์จะมีโจทย์ให้แต่ละทีมทำคลิปวีดีโอ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และมีเงินทุนให้ทำงานจริง ขณะที่แบรนด์พันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการจะได้ไอเดียจากน้องๆ   

จากการทำโครงการต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่า ผลงานของนักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ มักจะได้รับคัดเลือกผ่านเข้ารอบ ขณะที่เด็กในสถาบันรองๆ ยังค่อนข้างมีปัญหาในเนื้อหาของงาน สิ่งนี้ทำให้เห็นว่า หากอาจารย์ในมหาวิทยาลัยลดชั่วโมงการสอนวิชาการ และให้พื้นที่คนทำงานจริงในวงการ เข้าไปแนะนำนักศึกษามากขึ้น จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการมากขึ้น ดังนั้นเป้าหมายของจัดโครงการ X Campus Ads Idea Contest ในปีหน้า จะมีการอบรมผ่านระบบออนไลน์ให้กับนักศึกษาและอาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น เพื่อบ่มเพาะทักษะที่ไม่มีในห้องเรียนร่วมกัน 

ด้าน นายยงยุทธ ทองกองทุน Senior Director of New Business บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ซึ่งร่วมเป็นกรรมการตัดสินโครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการประกวดที่นักศึกษาได้ทำงานกับเจ้าของแบรนด์จริง ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่สำคัญก่อนจบการศึกษา 

เพราะด้วยความที่ยุคนี้มีแพลตฟอร์มการสื่อสารที่หลากหลาย ทำให้คนที่เสพสื่อสามรถเปลี่ยนตัวเองมาทำสื่อได้ ดังนั้นทุกคนสามารถทำสื่อได้หมด ด้วยเทคโนโลยีที่สะดวกสบายขึ้น ทำให้คนเสพสื่อมีความคิดเปิดกว้างในการรับรู้ ดังนั้นการทำโฆษณา หรือการจัดแคมเปญต่างๆ อาจไม่ต้องใช้โปรดักชั่นที่มีราคาแพง แต่งานที่ออกมาต้องมีไอเดีย ถึงจะทำให้คลิปวีดีโอนั้นได้รับการตอบรับจากผู้ชม  

“สำหรับการทำโปรดักชั่นของงานโฆษณาในปีหน้า ผู้ประกอบการจะต้องมีคอนเซ็ปต์ที่สอดคล้องกับงานโปรดักชั่น เพราะถ้ามีการวางคอนเซ็ปต์ที่เหมาะสมกับแบรนด์ งานโปรดักชั่นบางอย่างก็ไม่ต้องจ่ายในราคาสูง แต่ถ้าเป้าหมายของแบรนด์ต้องการจะสื่อสารผ่านโฆษณาที่มีความหรูหรา ก็ต้องจ่ายค่าโปรดักชั่นที่แพงตามไปด้วย” นายยงยุทธ กล่าวทิ้งท้าย

นางสาวสุภาวดี ตันติยานนท์ อุปนายก สมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ที่ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า โครงการนี้มุ่งเน้นส่งเสริมให้นิสิตนักศึกษาได้ทำงานจริง มีเงินทุนให้ จึงมีนักศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมมากขึ้น โดยผลงานและมุมมองของน้องๆ มีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยปีหน้าทางโครงการจะมีการอบรมให้กับน้องๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้จากบุคลากรที่ทำงานจริงให้มากขึ้นกว่าปีนี้ 

ด้าน นางสาวมัลลิกา บุระขันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) มองว่า การมาร่วมสนับสนุน โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 นอกจากแบรนด์จะได้ไอเดียจากการทำคลิปไวรัลของน้องๆ แล้ว บุคลากรยังได้แลกเปลี่ยนมุมองใหม่ๆ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้หน่วยงานต้องหันมาทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น และกลุ่มคนรุ่นใหม่ถือเป็นเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการจะสื่อสาร 

นางสาวพิชญาภา อิงคุทานนท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขา Digital mediaมหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ ตัวแทนทีม Cam A ที่รับรางวัลชนะเลิศ โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นเวทีที่ให้นักศึกษาได้แสดงออก และเป็นเวทีสำคัญที่จะเตรียมความพร้อมก่อนออกไปทำงานจริง เพราะปัจจุบันแวดวงการทำงานโฆษณามีการแข่งขันสูง 

ยิ่งในภาวะปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการหลายแห่งต้องการจะได้คลิปวีดีโอที่จะสื่อสารกับลูกค้าในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งถ้าเรามีฝีมือและไอเดียตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า จนเป็นคลิปไวรัลได้ ก็จะมีการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง  

นางสาวภาวิมล งอธิราช นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตัวแทนทีม Money is calling me ซึ่งได้รับรางวัล Popular Vote กล่าวว่า หลังจากทางทีมได้รับโจทย์จากเจ้าของแบรนด์ ที่ต้องการคลิปวีดีโอที่มีความสนุก และตอบโจทย์แบรนด์เวชสำอาง ก็กลับมาทำแบบสำรวจพฤติกรรมของ

นางสาวพิชญาภา อิงคุทานนท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์
สาขา Digital mediaมหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ 

นักศึกษาในมหาวิทยาลัย 200 คน จนพบว่าคนส่วนใหญ่จะเร่งทำงานตอนใกล้จะส่งทำให้เกิดความเครียดและสิวขึ้น จึงเป็นที่มาของคลิปที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับผี และมีการเปรียบเทียบว่าวัยรุ่นกลัวสิวมากกว่าผี

ขณะเดียวกัน หลังจากโพสต์คลิปลงในสื่อออนไลน์แล้ว จะมีการแชร์ไปตามเพจที่เกี่ยวกับความงาม ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยโครงการนี้ถือเป็นประตูแห่งโอกาสที่เปิดกว้างให้นักศึกษาได้ทดลอง แม้เรียนด้านการตลาด แต่ก็สามารถเข้ามาร่วมได้ และถือเป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้กับตัวเองด้วย   

โดยโครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 ถือเป็นอีกพื้นที่สร้างสรรค์ ที่จะทำให้นิสิต นักศึกษา
ได้มีพื้นที่ในการทดลองความคิดสร้างสรรค์ และต่อยอดองค์ความรู้ที่ไม่มีในห้องเรียนอีกด้วย


วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2564

5 สิ่งที่ต้องทำ หากต้องอยู่กับ COVID-19

ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้ก่อตั้งห้องปฏิบัติการทางสังคม (ประเทศไทย) และผู้นำการขับเคลื่อนความร่วมมือสร้างสังคมสุขภาวะ  Imagine Thailand Movement ผู้นำขับเคลื่อนความร่วมมือสร้างสังคมสุขภาวะ Imagine Thailand Movement ประเมินสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย แนะ 5 สิ่งที่ต้องทำหากต้องอยู่กับ COVID-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดCOVID-19 ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี2563 จนถึงการระบาดระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563ดร.อุดม หงส์ชาติกุลผู้ก่อตั้งห้องปฏิบัติการทางสังคม (ประเทศไทย)และผู้นำการขับเคลื่อนความร่วมมือสร้างสังคมสุขภาวะ  Imagine Thailand Movement สะท้อนมุมมอง ต่อการการแพร่ระบาดโควิด-19 และการแพร่ระบาดรอบใหม่ ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำหรับทุกประเทศว่าประเทศไทยนับว่าโชคดี เพราะจากการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นก่อน ทำให้สามารถตั้งหลัก เรียนรู้ เรียนลัด ประเมินจากสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ แล้วนำไปสู่การบริหารจัดการกับปัญหาในประเทศได้

“ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 การแพร่ระบาดเกิดขึ้นในต่างประเทศก่อน และมีเวลาให้เราเรียนรู้ ตั้งหลักพอสมควรก่อนที่การแพร่ระบาดจะมาถึงประเทศไทย เราจึงสามารถเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ หากเราเฝ้าสังเกตให้ดี และไม่ตื่นตระหนกจนมากเกินไป เราจะสามารถนำวิธีการปฏิบัติต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการจัดการกับการแพร่ระบาดได้  ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยก็จัดการกับการแพร่ระบาดในครั้งแรกได้ดี จนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ด้วยความสามารถของบุคลากรด้านสาธารณสุข ระบบสาธารณสุข ผู้นำและที่สำคัญอย่างยิ่งความร่วมมือของประชาชนคนไทย สำหรับการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2563 ก็เช่นกัน การแพร่ระบาดในต่างประเทศยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก ณ วันที่ 11มกราคม 2564 มีทั้งสิ้น 90.2 ล้านคน เพิ่มจากวันที่ 26 ธันวาคม 2563มีผู้ติดเชื้อเพียง 79.9 ล้านคนหลายประเทศชั้นนำของโลก สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง และหลายประเทศมีการระบาดในรอบที่ 2 รอบที่ 3 รวมถึงในหลายประเทศมีผ่อนคลายมาตรการแล้วกลับมาล็อคดาวน์อีกหลายครั้งเราได้เรียนรู้และจะนำมาประยุกต์ปฏิบัติอะไรได้บ้างจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก”

ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้ก่อตั้งห้องปฏิบัติการทางสังคม (ประเทศไทย)
ผู้นำการขับเคลื่อนความร่วมมือสร้างสังคมสุขภาวะ  Imagine Thailand Movement 

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดรอบใหม่ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่าในครั้งแรกมาก ดร.อุดม สะท้อนว่า จากขนาดของปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น  ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ภาครัฐจะสามารถบริหารจัดการและแก้ปัญหานี้ได้แต่เพียงฝ่ายเดียว  โดยเห็นว่า ภาคเอกชนภาคประชาสังคมและคนไทยทุกคน ควรต้องเข้ามามีส่วนร่วม ให้ความร่วมมือ รวมถึงสนับสนุนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความร่วมมือในการดูแลตนเอง รักษาระยะห่างทางสังคม การตรวจหาผู้ป่วย รวมถึงสามารถเข้ามามีส่วนการช่วยสร้างโรงพยาบาลสนามหรือสถานที่พักพิงเพื่อรองรับผู้ป่วย

“และจากการเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ หากเราจัดการกับระบาดระลอกใหม่ไม่ดีพอ มีโอกาสที่การแพร่ระบาดจะรุนแรง และเราอาจเห็นจำนวนผู้ที่ติดเชื้อในประเทศจำนวนมากเป็นจำนวนหลักหลายหมื่น หลักหลายแสนได้ ปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่คราวนี้มีขนาดที่ใหญ่มาก เราไม่สามารถสืบค้นหาต้นตอของการแพร่ระบาดได้ เราต้องตรวจหาเชื้อในแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยซึ่งมีไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน ต้องเตรียมโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่มีโอกาสมากเป็นจำนวนหลักแสนคน”

ขณะที่ความหวังของการจัดการกับการแพร่ระบาด COVID-19 อยู่ที่วัคซีน  ซึ่งขณะนี้มีการรับรองวัคซีนหลายชนิดและในหลายประเทศก็ได้เริ่มแจกจ่ายวัคซีนกันแล้ว แต่ดร.อุดม ซึ่งติดตามสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิดประเมินว่า ศึกครั้งนี้คงยังไม่จบลงในเร็ววัน เพราะกว่าจะมีการแจกจ่ายวัคซีนชุดแรกให้คนไทย ที่มีการประเมินว่าไม่เกินเดือนเมษายน และเห็นว่ากว่าคนไทยจะได้รับวัคซีนครบทุกคน ก็อาจจะต้องใช้เวลาอีกแรมปี  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนจะต้องเข้าใจสถานการณ์ และเริ่มคิดว่า ระหว่างนี้เราจะรับมือ หรืออยู่กับโควิด-19 ไปได้อย่างไร และจะทำอย่างไรกับความท้าทายใหม่ๆ ของโรคระบาด ที่ล่าสุดประเทศอังกฤษ ได้มีการยืนยันเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส COVID-19    ที่ทำให้เกิดเป็นความกังวลว่าวัคซีนที่พัฒนาขึ้นเสร็จแล้วหรือที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอยู่ในขณะนี้จะสามารถจัดการกับ COVID-19 ที่กลายพันธุ์นี้ได้หรือไม่ 

“ล่าสุด Lisa Wieland ซึ่งเป็น CEO ของ Boston Logan Airport ได้กล่าวไว้จากการสัมภาษณ์ของ McKinsey & Company ว่า “Prepare for the Marathon and be ready for the course of change” เราควรเตรียมความพร้อมสำหรับมาราธอนระยะยาวและพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น จากการประเมินเราคงต้องอยู่กับ COVID-19 ไปอีกไม่น้อยกว่า 12 เดือน จนกระทั่งเรามีวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพียงพอ คำถามคือเราคนไทยจะอยู่กับ COVID-19 อย่างไร  ภาครัฐควรจะจัดการกับการแพร่ระบาดครั้งนี้อย่างไร จากบทเรียนครั้งที่ผ่านมา ผมมองว่าภาครัฐคงเลี่ยงที่จะใช้มาตรการล็อคดาวน์แบบในคราวแรก เพื่อลดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ขณะเดียวกันจากการแพร่ระบาดที่เป็นวงกว้างขนาดนี้ มาตรการดังกล่าวก็อาจจะไม่ได้ผล เพราะเราไม่สามารถทราบที่มาที่ไปต้นตอของการแพร่ระบาดได้ สิ่งที่ควรต้องทำเร่งด่วนคือต้องพยายามตรวจคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อแล้วโดยเร็ว และป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดแบบกลุ่มให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มแรงงานต่างด้าว ผู้ที่ลักลอบข้ามแดนไปทำงาน หรือไปเล่นการพนัน”

ห้วงเวลานี้คนไทยเราควรทำอย่างไร  ดร.อุดม หงส์ชาติกุลผู้นำการขับเคลื่อนความร่วมมือสร้างสังคมสุขภาวะ  Imagine Thailand Movementซึ่งเป็นผู้นำความคิดเชิงบวก แนะนำ 5 สิ่งต้องทำ ในสถานการณ์นี้ว่า

1. ควรตระหนัก ไม่ตระหนก  เพราะเราคงไม่สามารถหยุดอยู่กับที่แล้วรอจนกระทั่งให้ไวรัสหายไป โดยมีส่วนร่วม ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดให้เคร่งครัดที่สุด และร่วมกันให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร และภาคส่วนต่างๆ ที่เป็นแถวหน้ารับมือกับโรคระบาดนี้อย่างหนักหน่วง

2. สิ่งสำคัญที่ต้องทำเป็นประจำคือ ต้องดูแลตนเองด้านสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า อย่าให้การ์ดตก โดยการใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือกินร้อน ช้อนกลางของเรา หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะร่วมกันกับผู้อื่น รักษาระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในพื้นที่แออัดเรียกว่าอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ 

3. สิ่งที่ต้องสร้างให้ตนเองทุกวันคือการสร้างมุมมองในเชิงบวก เพราะในทุกโอกาสจะมีวิกฤต และในทุกวิกฤตมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ ซึ่งขึ้นอยู่กับมุมมอง โดยพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์อย่างแจ่มแจ้ง ค่อยๆ บริหารจัดการ จัดลำดับความสำคัญ โดยใช้สติปัญญา มากกว่าการใช้อารมณ์  ซึ่งไม่ได้ผล และเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

4. ในการทำงานสิ่งที่เราควรต้องทำ คือวางแผนกิจกรรม การบริหารงาน บริหารกิจการ ที่ต้องทำ ให้ต่อเนื่อง ตลอดจนเติมความรู้ ทักษะที่จำเป็นใหม่ๆ อยู่เสมอ  โดยหากภายในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนนี้ ประมาณวันที่ 24 มกราคม 2564 จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันไม่พุ่งขึ้นเป็นหลักหลายพันคน ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ เชื่อว่าภาครัฐก็น่าที่จะคลายมาตรการเรื่องของความร่วมมือในการจำกัดการเดินทางลง

5. ภายในครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในบ้าน หรือภายในชุมชน  ควรจะต้องมีการช่วยกันสร้างพลังบวกให้แก่กันเสมอแม้สมาชิกในครอบครัวจะมีความเห็นต่างกัน ในหลายๆเรื่อง  รวมถึงเรื่องรับมือกับการแพร่ระบาด หรือมีความไม่เข้าใจกันเนื่องจากวัยที่ต่างกัน ส่งผลต่อการรับรู้ที่ต่างกัน  ในสถานการณ์ที่มีความเปราะบางของอารมณ์ความรู้สึก  ขอให้มีการรับฟังกันอย่างตั้งใจ  เปิดใจ และเข้าใจว่า ความเห็นต่างเป็นปกติ  ควรเลี่ยงการโต้เถียง เลี่ยงการใช้อารมณ์ที่มักเกิดจากจินตนาการของตนเอง โดยให้ใช้วิธีรับฟัง ให้เต็มที่ก่อนมีการเติมเต็ม ให้ข้อคิด ให้กำลังใจกันเสมอ

ห้องปฏิบัติการทางสังคม  และ Imagine Thailand Movement  กำลังขับเคลื่อน ความร่วมมือเพื่อสร้างสังคมสุขภาวะ  ลดปัจจัยเสี่ยงให้เยาวชนไทย และสืบสานคุณค่าสังคมอายุยืน  


โดยท่านสามารถดูรายละเอียดหรือมีส่วนร่วมได้ที่
Facebook: Imagine Thailand Movement https://www.facebook.com/imaginethailandmovement/