เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว! Hot คนดัง บันเทิง

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทิค รีสอร์ท ร่วมขอบคุณนักรบชุดขาว

 จัดที่พักฟรี สำหรับบุคลากรทางการแพทย์
โรงแรม เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทิค รีสอร์ท หนึ่งในโรงแรมชั้นนำของจังหวัดกระบี่ ขอขอบคุณความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ร่วมผ่าฟันวิกฤตเชื้อไวรัสโควิด 19 ในประเทศไทย เพียงแสดงบัตรประจำตัว ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (MD CARD) และเอกสารรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ว่ามีส่วนในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 ก็สามารถ เข้าพักฟรี ณ โรงแรม เดอะทับแขก รีสอร์ท 3 วัน 2 คืน ห้องซูพีเรียหรือการ์เดน พร้อมอาหารเช้า ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2563


นางสาววิภาวรรณ เหล่าธนาสิน กรรมการผู้จัดการ โรงแรม เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทิค รีสอร์ท กล่าวว่า“จากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด 19 ที่กำลังระบาดหนักในทุกพื้นที่ทั่วทุกมุมโลก  ในส่วนของประเทศไทยภาคธุรกิจต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักไม่แพ้กัน  แต่ท่ามกลางวิกฤตการณ์ ยังมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เสียสละ อุทิศแรงกาย แรงใจ ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ หาทางป้องกันยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค จนสถานการณ์ระบาดที่เคยแพร่กระจายในวงกว้างนั้นได้คลี่คลายลง

กลุ่มบุคคลนั้นคือ เหล่านักรบชุดขาว บุคลากรทางแพทย์   นับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศ ที่ประเทศไทยได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลก และนานาชาติให้เป็นแบบอย่างในด้านการสาธารณสุข

เพื่อแสดงความขอบคุณ จากการอุทิศตนเอง ทำงานอย่างหนัก เพื่อดูแลพี่น้องคนไทยมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน ทีมผู้บริหาร โรงแรม เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทิค รีสอร์ท จึงขอมอบที่พัก 3 วัน 2 คืน
ห้องซูพีเรีย หรือการ์เดน พร้อมอาหารเช้า แก่บุคลากรทางการแพทย์ ฟรี


เกี่ยวกับโรงแรม
ทับแขก หรืออีกนัยหนึ่งหมายถึง บ้านพักสำหรับผู้มาเยือน ตั้งอยู่บนชายหาดที่ถูกซ่อนตัวจากภายนอก เบื้องหน้าเป็นทะเลอันดามันอันสวยงามและเงียบสงบ มองเห็นหมู่เกาะทั้ง 13 เกาะที่ทอดตัวเรียงรายอยู่หน้าหาด ด้านหลังคือภูเขาหางนาค แหล่งท่องเที่ยวที่งดงามที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก มีภูมิทัศน์ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของจังหวัดกระบี่  รีสอร์ทได้รับการออกแบบ และตกแต่งภายใน ที่เน้นความสะดวกสบาย ให้บรรยากาศแบบไทยๆ กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ล่าสุดเรามีวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ให้ความรู้สึกหรูหรา            

นอกจากนี้ยังมี L’escape Spa และร้านอาหารอิตาเลียน Di Mare ตั้งอยู่ริมชายหาดไว้ให้บริการ ทับแขกรีสอร์ท ถูกจัดอันดับให้เป็น “1000 Places to see Before you Die”และยังได้รับรางวัล สิ่งแวดล้อมดีเด่น และด้านการออกแบบ รวมไปถึงโรงแรมที่โรแมนติกที่สุดติดต่อกันหลายปี

ข้อตกลง และเงื่อนไขสำหรับการเข้าพัก
-       สิทธิพิเศษนี้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น
-       จะต้องทำการจองที่พักล่วงหน้า 7 วัน และสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2563 เท่านั้น
-       ต้องแสดงแสดงบัตรประจำตัว ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (MD CARD) และเอกสารรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ว่ามีส่วนในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 ขณะทำการเช็กอิน และไม่สามารถโอนสิทธิ์การเข้าพักให้แก่บุคคลอื่นได้
-       สามารถอัพเกรดห้องพักได้ แต่ต้องชำระค่าบริการส่วนต่างของห้องพัก
-       การจองห้องพัก ขึ้นอยู่กับอัตราห้องพักว่างในวันนั้นๆ และจะต้องทำการยกเลิกล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
-       ทางโรงแรมขอสงวนสิทธิ์การเข้าพักในวันหยุดสงกรานต์ ช่วงเดือนกันยายน
-       ทางโรงแรมขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

โดยบุคลากรทางการแพทย์ ที่ประสงค์เข้าพักสามารถติดต่อจองห้องพัก
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account : @TheTubkaakKrabi
อีเมล์ rsvn@tubkaakresort.com

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

COVID-19 ปัจจัยเร่ง ทปอ.ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนวงการศึกษาไทย ครั้งใหญ่


เชิญประชุมสัมมนาออนไลน์ The ASAIHL Online World Congress 2020 ภายใต้หัวข้อ
“COVID-19: the Global New Reality” ผ่าน ZOOM Webinar โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) และประธานสมาคมสถาบันการศึกษาขั้นอุดมแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Association of Southeast Asian Institutions of Higher Learning : ASAIHL) กล่าวว่า วิกฤติ COVID-19 กลายเป็นปัจจัยเริ่งให้เกิดการระดมสมองของนักการศึกษาครั้งใหญ่ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เพื่อให้ระบบการศึกษาทั้งหมดขับเคลื่อนต่อไปได้ และเครื่องมือสำคัญคือการใช้ Educational Technology มาเป็นตัวช่วย โดย ทปอ. จะจัดการประชุมสัมมนาออนไลน์ The ASAIHL Online World Congress 2020

ภายใต้หัวข้อ “COVID-19: the Global New Reality” ผ่าน ZOOM Webinar ในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563 เวลา 14.00-21.00 น.


โดยการประชุมครั้งนี้ เป็นการนำเสนอมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลกต่อผลกระทบของวิกฤต COVID-19 ในทุกมิติ ทั้งผลกระทบด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม  การแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเป็นผลกระทบในวงกว้างไปทุกประเทศทั่วโลก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ และสิ่งที่ใกล้
ตัวคือการปฏิรูป “วงการการศึกษา” ทั่วโลกครั้งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ให้มุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการเรียนการสอน การดำเนินชีวิต และการทำงานของภาคสังคมต่าง ๆ รวมทั้งจะมีการหยิบยกตัวอย่างความสำเร็จของระบบสาธารณสุขของไทยในการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก โดยมีหัวข้อการประชุมและกำหนดการ ดังนี้

เวลา 14.00 - 20.00 น.  :  COVID-19: the Global New Reality
ประกอบด้วย Sub-themes:
A. Medical & Health: infectious data and forecasting
B. Social Communication & Public Measure: privacy, security       
C. Economy, Business & Services: food security
D. Education & Life-long Learning
E. City, Living & Tourism
F. Technology & Innovation
และในเวลา 20.00 - 21.00 น. จะเป็นช่วง Special Talk : “COVID-19 Together: ร่วมเดินเคียงข้าง
ไปด้วยกัน ร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่าง ๆ  โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และ
คุณสุทธิชัย หยุ่น พร้อมแขกรับเชิญ

ขอเชิญประชุมสัมมนาออนไลน์ระดับโลก ครั้งใหญ่  The ASAIHL Online World Congress 2020
ภายใต้หัวข้อ “COVID-19: the Global New Reality” วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563
เวลา 14.00-21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ผ่าน ZOOM Webinar โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ http://www.cupt.net/aowc-2020/ และจะได้รับ Link ในการลงทะเบียน

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

มันอยู่ในกระจก (Mirrors)

การันตีความหลอนด้วยฝีมือผู้กำกับ “อเล็กซานเดอร์ เอจา”
         
แฟนช่อง 3 ใครเป็นสายโหดชอบภาพยนตร์แนวสยองขวัญชวนขนหัวลุกต้องห้ามพลาดกับภาพยนตร์
“มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ได้กระแสตอบรับจากแฟน ๆ คอหนังสยองขวัญมากมายในปี 2008 เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานของผู้กำกับที่แฟน ๆ ภาพยนตร์สยองขวัญต้องรู้จักกันดีนามเขาคือ “อเล็กซานเดอร์ อาจา” ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านหนังสยองขวัญระดับแถวหน้าของวงการ ที่เคยฝากผลงานภาพยนตร์สยองขวัญมาแล้วมากมาย ซึ่งผลงานล่าสุดที่เพิ่งผ่านสายตาผู้ชมไปในเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมาก็คือภาพยนตร์เรื่อง “คลานขย้ำ CRAWL” หนังสยองที่เกี่ยวกับสัตว์ร้ายในน้ำอย่างจระเข้ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดผู้กำกับที่แฟน ๆ สายสยองขวัญต้องจับตามองอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ส่วนในภาพยนตร์ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” ผู้กำกับอย่าง “อเล็กซานเดอร์ อาจา” ก็ได้คว้านักแสดงตัวท็อปฝีมือระดับเทพมากมาย อาทิ คีเฟอร์ ซูเธอร์แลนด์, พอลลา แพ็ทตัน, แคเมอรอน บอยซ์ และเอมี่ สมาร์ท
       
เรื่องราวอันน่าขนหัวลุกของ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” เริ่มขึ้นเมื่ออดีตนายตำรวจผู้มีประวัติอันเจ็บปวด และความพยายามกอบกู้ชีวิตที่แตกเป็นเสี่ยงๆของเขา  เขาจึงรับงานประจำเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ถูกเพลิงไหม้ แต่ภาพหลอนสุดสยองที่เขาเห็นผ่านกระจกซึ่งใช้ตกแต่งอาคารใหม่ที่กำลังสร้างอยู่ ได้นำเขาสู่การสืบสวนชวนขนลุกเพื่อค้นหาประวัติความเป็นมาของห้างแห่งนี้ ก่อนสิ่งที่อธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์จะทำลายทุกชีวิตในครอบครัวเขา
     
หากคุณชอบหนังสยองขวัญที่พร้อมจะกระตุกขวัญ และปล่อยความหลอนใส่คุณ จนอาจทำให้คุณไม่กล้าส่องกระจกในตอนกลางคืน ต้องติดตามภาพยนตร์ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)”

ในคืนวันเสาร์ที่  23 พฤษภาคม 2563
เวลา 22.48 – 01.15 น. ทางช่อง 3 กด 33 

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

บุ๋ม-ตรีรัก และ เอ้-ชุติมา ตัวแทนเหล่าศิลปินยุค 90

นำสบู่ลดการสะสมของแบคทีเรียจำนวน 1,000 ก้อน 

โครงการสบู่สู้ Covid-19 นำโดยคุณบุ๋ม ตรีรัก รักการดี และคุณเอ้ ชุติมา นัยนา เป็นตัวแทนของเหล่าศิลปินยุค 90 ได้นำสบู่จิ๊กซอว์ มี บูล การ์เดียน โซพ ที่มีส่วนผสมของสาระสำคัญ Chloroxylenol
สามารถทำความสะอาดและลดการสะสมของแบคทีเรีย จำนวน 1,000 ก้อน มอบให้ นพ.ชูศักดิ์ วรงค์ชัยกุล ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลบางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งสบู่ที่ได้มอบให้โรงพยาบาลบางใหญ่เป็นโรงพยาบาลแรก ได้เงินสนับสนุนจากศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี รุ่น 4 นอกจากนี้ยังมี                 
เจลแอลกอฮอล์ จำนวน 26 ลิตร จากบริษัท วธูธร จำกัด โดยคุณทัตภณ และคุณณภัชชา จีโชตินันท์ และน้ำดื่มตรา “ซัน-กรีน” จำนวน ขวด 1,200 ขวด จากบริษัท เค.จี.เอ็น.วอเตอร์ จำกัด โดยคุณวรพรรณ สินธุโสภณ และน้องพีช คุณพิชญ์อร วนรัตน์ (Top 10 Thai Supermodel 2019) ร่วมนำผลิตภัณฑ์มามอบให้กับโรงพยาบาลบางใหญ่ร่วมกับโครงการสบู่สู้ Covid-19 ในครั้งนี้ด้วย เพื่อให้คุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนซึ่งระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้กับเชื้อไวรัส Covid-19
ได้ใช้ของที่ดีมีคุณภาพในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสในสถานการณ์โรค Covid-19
ร่วมส่งกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานต่างๆ โดยการร่วมกันสมทบทุนสนับสนุน “โครงการสบู่สู้ Covid-19” เพียงบริจาคเงินคนละ 30 บาท ได้ที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี โครงการสบู่สู้ Covid-19 เลขที่บัญชี 214-1-42581-7 ในการจัดหาสบู่ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญ Chloroxylenol และอุปกรณ์ป้องกันไวรัส Covid-19 ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยโครงการแรกจะทำการมอบสบู่ให้กับ 10 โรงพยาบาล แห่งละจำนวน 1,000 ก้อน ในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ด้วยพลังน้ำใจจากคนไทยทั้งประเทศที่ส่งมอบให้คุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางแพทย์ด้วยหัวใจ แล้วเราจะผ่านวิกฤติไวรัส Covid-19 นี้ไปด้วยกัน

สามารถติดตามข่าวสารของ  “โครงการสบู่สู้  Covid-19”
ได้ที่ Facebook : สบู่สู้ Covid-19
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์หมายเลข 063-351-9649

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ นายเกียรติ ตั้งจิตต์ศีล


นายชวน  หลีกภัย  ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ นายเกียรติ  ตั้งจิตต์ศีล บิดา นางสาวสุภาลักษณ์  ตั้งจิตต์ศีล ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โดยมีนายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ร่วมพิธี สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2563 เวลา 15.00 น. ณ วัดธาตุทอง (พระอารามหลวง)

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เปิดให้บริการทั่วประเทศวันแรกหลังคลาย ล็อคดาวน์ รณรงค์ ‘วินัยคนไทย’

ประมวลภาพ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เปิดให้บริการทั่วประเทศวันแรกหลังคลาย

เพื่อใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย พร้อมเดินหน้าเศรษฐกิจไทย “Reunite Thailand Together”
- ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ 33 สาขาทั่วประเทศ พร้อมเปิดให้บริการ จันทร์-พฤหัสบดี 11.00-20.00 น.
ศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00-20.00 น. เพื่อเป็น “Center of New Normal Life” ศูนย์กลางการใช้วิถีชีวิตใหม่อย่างปลอดภัย และร่วมแรงร่วมใจกับคนไทยให้ประเทศเดินหน้าต่อไป
- ลุยปฏิบัติจริงมาตรการต้นแบบ “เซ็นทรัล ผู้นำ สะอาด มั่นใจ” รณรงค์ให้คนไทยช่วยกันรักษาวินัย การ์ดอย่าตก ใช้ชีวิตปลอดภัย วันแรกลูกค้าให้ความร่วมมือเป็นระเบียบอย่างดี
- ชูไฮไลท์ New Normal Innovation อาทิ หุ่นยนต์วัดอุณหภูมิและกดเจลล้างมือจาก AIS ที่เซ็นทรัลเวิลด์, ลิฟต์ไร้สัมผัส (Touchless Lift) ที่เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV-C ของ Central Food Hall & Tops, เครื่อง UV-C เช็ดบันไดเลื่อน, ตู้ UV-C ทำความสะอาดถุงสินค้า
กรุงเทพฯ – วันนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย เชื่อมั่นใน ‘พลังบวก’ เปิดแผน “พลังไทยช่วยไทย Reunite Thailand Together” รณรงค์ ‘วินัยคนไทย’ การ์ดอย่าตก เพื่อร่วมกันสะท้อนหนึ่งใน Social Distancing ที่ดีที่สุดให้ทั่วโลกชื่นชม เผยแผนธุรกิจ ‘เศรษฐกิจไทยช่วยไทย’ สร้างงาน สร้างอาชีพ ชวนคนไทยอุดหนุนสินค้าไทยจากชุมชน และผู้ประกอบการในประเทศ ชู 3 กลยุทธ์ เสริมสร้างความเชื่อมั่น ขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกัน สร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทย พร้อมเปิดให้บริการ ‘ศูนย์การค้าเซ็นทรัล’ ทั้ง 33 สาขา ทั่วประเทศ วันแรก หลังภาครัฐประกาศคลายล็อคดาวน์ เพื่อเป็น “Center of New Normal Life” ศูนย์กลางการใช้วิถีชีวิตใหม่อย่างปลอดภัย และร่วมแรงร่วมใจกับคนไทยให้ประเทศเดินหน้าต่อไป เปิดตัว New Normal Innovation จากร้านค้าในศูนย์ฯ พร้อมประกาศช่วยลดค่าเช่าร้านค้าต่อเนื่องไปอีก 3-6 เดือน คาดว่าจะมีทราฟฟิกกลับเข้าศูนย์ฯ ในช่วงแรก 25-40% มั่นใจในมาตรการ Density Control คุมความหนาแน่นของผู้ใช้บริการลงทะเบียนก่อนเข้า และจำกัด 1 คนต่อ 5 ตร.ม. เตรียมหนุนร้านค้าจัด Clearance Sales ช่วยระบายสต็อก, เปิดตลาดพื้นที่ขายสินค้าฟรีรวมกว่า 40,000 ตร.ม. อาทิ ตลาดเกษตรกร, SMEs ท้องถิ่น, ตลาดคนว่างงาน, เปิดท้ายขายของ สร้างเงินสะพัดหมุนเวียนในชุมชน ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยเดินหน้าต่อไปอย่างแข็งแกร่ง

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ เปิดให้บริการแล้ววันนี้ วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 11.00-20.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.00 น. พร้อมคุมเข้มมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อย่างต่อเนื่อง รณรงค์ให้ทุกคนมีวินัยในการใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์ และสแกนเข้า-ออกจากศูนย์การค้าด้วยแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” หรือ LINE @centralLife หรือแอพพลิเคชั่น The 1 โดยแนะนำให้ลูกค้าใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงภายในศูนย์การค้า



ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่ทำให้เราต่อสู้กับ COVID-19 จนตอนนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นตัวเลขหลักเดียว และมีตัวเลขเป็น 0 มาแล้วนั้น เพราะ ‘พลังคนไทย’ ที่ร่วมมือกัน และ ต้องขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ รัฐบาล หน่วยงานต่างๆ และคนไทยที่มีวินัยในการใช้ชีวิต แสดงให้เห็นถึงมาตรฐาน Health Security ในประเทศไทย ที่รับมือกับการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้อย่างมีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สำหรับเซ็นทรัลพัฒนาในฐานะภาคเอกชนผู้นำด้านการพัฒนาวงการรีเทล ที่มีส่วนขับเคลื่อนสังคมและประเทศมาโดยตลอด เรามีการเตรียมความพร้อม สร้างความมั่นใจด้วยมาตรการความสะอาดปลอดภัยในเชิงรุกมาตั้งแต่เริ่มต้นสถานการณ์ อีกทั้งยังเป็นผู้นำสร้างบรรทัดฐานตอบรับ New Normal ด้วยมาตรการต้นแบบ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” ที่วันนี้เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นทุกภาคส่วนพร้อมใจกันนำไปปฏิบัติในวงกว้าง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยโดยเฉพาะด้าน Social Distancing ที่เรียกได้ว่าเราเป็นผู้นำที่สร้างปรากฏการณ์จนได้รับความสนใจจากทั่วโลก”

ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าวต่อไปว่า “เซ็นทรัลพัฒนาเรามีส่วนสร้างงาน สร้างเมือง สร้างประเทศมาโดยตลอด ในวันนี้ที่ธุรกิจและชีวิตคนไทยกลับมาเดินหน้าต่ออย่างระมัดระวัง เราต้องการช่วยขับเคลื่อนและช่วยเหลือให้ฝ่าฝันอยู่รอดไปด้วยกันทั้งระบบ จึงได้ดำเนินแผนงานฟื้นฟูประเทศ ‘Reunite Thailand Together’ พลังไทยช่วยไทย ด้วย 3 กลยุทธ์หลักที่เน้นกระตุ้น Localised Economy ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ด้วยบทบาทใหม่ที่ต่อไปนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ จะเป็น ‘Center of New Normal Life’ ศูนย์กลางการใช้วิถีชีวิตใหม่อย่างปลอดภัย และร่วมแรงร่วมใจกันกับคนไทยให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ดังนี้

กลยุทธ์ที่ 1 – Reassure Confidence: เสริมสร้างความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตของประชาชน เน้นย้ำบทบาทของศูนย์การค้าที่ไม่เพียงดูแลลูกค้าแค่ภายในศูนย์ฯ เท่านั้น แต่ดูแลตลอดเวลาด้วยมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยและการมีวินัยในสังคม ศูนย์การค้าจึงเป็นมากกว่า Service Provider แต่เป็น Health & Safety Provider ด้วย โดยมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดทั้งในส่วนของศูนย์ฯ เอง กับ Touchless Lift ลิฟต์ไร้สัมผัสที่เริ่มนำร่องไปแล้วที่เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์, เครื่อง UV-C เช็ดบันไดเลื่อน, ตู้ UV-C ทำความสะอาดถุงสินค้า ร่วมด้วยพันธมิตรต่างๆ เช่น หุ่นยนต์วัดอุณหภูมิจาก AIS, หุ่นยนต์                ฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV-C ของ Central Food Hall & Tops, Uniqlo มีเครื่อง UV-C ทำความสะอาดเสื้อผ้าหลังลองสินค้า และ Sephora มีบริการ Find my shade ทดลองเครื่องสำอาง เป็นต้น

กลยุทธ์ที่ 2 – Reopen Business: ขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกัน รักษาความเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ ทั้งการไม่เลิกจ้างพนักงาน CPN และเดินหน้าลงทุนระยะยาวอย่างต่อเนื่องด้วยงบลงทุนกว่า 15,000-20,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงดูแลคู่ค้าร้านค้าให้สามารถฟื้นตัวและพร้อมที่จะกลับมามีรายได้ โดยมีการดูแลเรื่องค่าเช่าต่อเนื่องไปอีก 3-6 เดือนเพื่อช่วยให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้งโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังวางแผนเสริมความแข็งแกร่งของ Omnichannel เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ใน Retail Ecosystem เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยประสานจุดแข็งของ Physical & Online Platform ที่เริ่มเปิดตัวไปแล้วกับบริการ New Normal Lifestyle ได้แก่ One Call x One Click โทร. 02-021-9999 และ LINE: @CentralLife, บริการ Drive Thru, บริการ Central Eats ร่วมกับ Grab Food, บริการ Food Delivery & Food Pick Up Counter และบริการล่าสุด CentralLife: Chat & Shop เหมือนช้อปด้วยตัวเองจากเซ็นทรัลเวิลด์และเซ็นทรัล วิลเลจ ทั้งหมดนี้เรามีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยจุดแข็งที่เรามีคือฐานข้อมูลจาก The 1 ที่เรามีมานานและขยายฐานลูกค้ามาตลอด ทำให้เราเข้าใจลูกค้าและสามารถที่จะ Design Journey ได้อย่างตอบโจทย์
กลยุทธ์ที่ 3 – Rebuild Economy: สร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทย ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ สนับสนุนคนไทยอุดหนุนคนไทย ผลักดันและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าเปิดพื้นที่ฟรีให้เกษตรกรและเอสเอ็มอีรายย่อยทั่วประเทศ รวมกว่า 40,000 ตร.ม. ต่อเนื่อง 3-6 เดือน ยกตัวอย่างที่เราทำไปก่อนหน้านี้และได้รับผลตอบรับดีกับ ‘ตลาดผลไม้รวมใจ’ ที่ช่วยเกษตรกรผลไม้ส่งออกให้มีช่องทางกระจายสินค้า และต่อจากนี้ยังวางแผน สนับสนุนร้านค้าจัด Clearance Sales เพื่อช่วยเหลือทั้งร้านค้าและลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าจำเป็นในราคาถูก รวมถึงการตรึงราคาสินค้าและลดราคาอาหารในศูนย์อาหารของเรา เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนอีกด้วย”



ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ เปิดให้บริการแล้ววันนี้ วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 11.00-20.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.00 น. พร้อมคุมเข้มมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อย่างต่อเนื่อง รณรงค์ให้ทุกคนมีวินัยในการใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์ และสแกนเข้า-ออกจากศูนย์การค้าด้วยแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” หรือ LINE @centralLife หรือแอพพลิเคชั่น The 1 โดยแนะนำให้ลูกค้าใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงภายในศูนย์การค้า

ตลอดระยะเวลา 40 ปีแห่งการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เซ็นทรัลพัฒนา เล็งเห็นถึงคุณค่าของ ‘Positivity’ พลังความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการที่ใฝ่ฝันอยากจะสร้างสิ่งที่ดีกว่าให้กับลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ชุมชน ตลอดจนสิ่งแวดล้อม

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

GIT เปิดตัว CARAT APPLICATION

แพลตฟอร์มให้คำปรึกษาออนไลน์ ตอบโจทย์ทุกคำถาม อัญมณีและเครื่องประดับออนไลน์ 

วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดตัว CARAT Application ช่องทางให้คำปรึกษา และ ข้อมูลเชิงลึกผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสนับสนุน และเยียวยาผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ ในภาวะวิกฤติ COVID-19 ในทุกมิติ

นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบัน เปิดเผยว่า อัญมณีและเครื่องประดับไทยถือได้ว่าเป็นสินค้าสำคัญที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศ อีกทั้งเป็นผู้ส่งออกพลอยสีอันดับ 3 ของโลก แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ดังนั้น เพื่อเป็นการปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคม รูปแบบธุรกิจ วิถีชีวิต พฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับสถาบันมีนโยบายในการสร้างองค์ความรู้ด้านอัญมณีและเครื่องประดับ คลอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการออกแบบ การตรวจสอบอัญมณีและโลหะมีค่า ระบบมาตรฐาน เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ในระดับสากล สถาบันจึงได้จัดทำ Mobile Application ที่ชื่อว่า “กะรัต” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการให้คำปรึกษาด้านอัญมณีและเครื่องประดับครบวงจร ที่สามารถให้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา

สำหรับ “กะรัต” ถือได้ว่า เป็นแอพลิเคชั่นให้คำปรึกษา และ ข้อมูลเชิงลึกด้านอัญมณีและเครื่องประดับโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงผู้ที่สนใจ  ซึ่งสามารถใช้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา โดยสถาบัน ได้จัดทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งด้านการตรวจสอบอัญมณี การตรวจสอบโลหะมีค่า ด้านการตลาด นักออกแบบ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น บทวิเคราะห์การนำเข้า ส่งออก และในอนาคตสถาบันมีแผนจะเปิดให้บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายการประกอบธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ และการบริหารจัดการ อีกด้วย

นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังพร้อมให้บริการคำปรึกษาด้านเทคนิคนอกสถานที่ (Mobile Consult) เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการขอรับคำปรึกษาด้านเทคนิคโดยเฉพาะ เพื่อเร่งสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ รองรับมาตรการเร่งด่วนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นกะรัต Carat Application แพลตฟอร์มที่ปรึกษาทุกเรื่องราวอัญมณีและเครื่องประดับ ได้แล้วผ่านระบบ IOS และ Android

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 63 4 4999 ต่อ 635 - 642