เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว! Hot คนดัง บันเทิง

วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

มีใครเคยใช้ยางยี่ห้อ Laufenn (ลอว์เฟนน์) บ้าง?


ก่อนอยากได้มาทำความรู้จัก ยางLaufenn (ลอว์เฟนน์)


เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ ยาง Laufenn ยางดี มาตราฐานเดียวกับ Hankook The launch of laufenn tire thailand  “ลอฟเฟน” ยางเกาหลีน้องใหม่ Laufenn ยางพรีเมียมจาก Hankook ภาพรวมทั่วโลก แบรนด์ยาง ฮันกุก เป็นยางจากเอเชียระดับต้นๆที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพและราคาที่เหมาะสม โดยมี เวิร์ลแบรนด์ อย่าง ออดี้ ,บีเอ็มดับเบิลยู, เมอร์เซเดส-เบนซ์ และแบรนด์รถยนต์กว่า 40 แบรนด์ในโลกที่เลือกใช้ยางเราเป็นยางติดรถ ถือได้ว่าแบรนด์ยางของเราได้รับการยอมรับจากค่ายรถดังเลือกให้เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของรถระดับชั้นนำ

ฮันกุกประกาศกร้าว ปั้นไฟท์ติ้งแบรนด์ "ลอฟเฟน"แบรนด์พรีเมี่ยมสัญชาติเกาหลีสู้สนามราคายาง
ส่งโปรเดือดรับประกัน 1 ปีเต็มๆทุกกรณี ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายแบรนด์ใหม่ไว้150 ล้านบาท หวังส่วนแบ่ง
จากตลาดยาง 5 % ในไทย

ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวยาง ลอฟเฟน(Laufenn Tire) ยางน้องใหม่อีกรุ่น เป็นยางพรีเมี่ยมสัญชาติเกาหลีเช่นกัน ตอบโจทย์ทุกสไตล์พร้อมบุกตลาดไทยกับแคมเปญสุดฮอตรับน้องใหม่กับรับประกัน 1 ปีเต็ม
ในทุกกรณี

ลอฟเฟน เป็นแบรนด์ยาง น้องใหม่ของบริษัทฯนอกเหนือจากแบรนด์ฮันกุก สาเหตุที่เราเปิดตัวมาจากหลายปัจจัย แต่เรื่องหลัก ๆ จะเกี่ยวกับความผันผวนในตลาดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีแบรนด์ใหม่ ๆเกิด
ขึ้นมากมายในตลาดยางทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศไทยจะเห็นได้ชัดว่ามีแบรนด์จากจีน และอินโดนี
เซีย เข้าทำตลาด ส่งผลให้การแข่งขันค่อนข้างสูง




นายชิม ดง ซบ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮันกุก ไทร์ (ประเทศไทย)
นายชิม ดง ซบ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮันกุก ไทร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์สัญชาติเกาหลีไปทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ฮันกุก (Hankook Tire)”มายาวนานกว่า 70 ปี สำหรับประเทศไทย ช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ แบรนด์ยางฮันกุกเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยแบรนด์ยาง ฮันกุก เป็นยางที่ใช้ติดรถฮอนด้า ซิวิค โฉมล่าสุด

บริษัทจึงมีแนวคิดที่จะเปิดตัวแบรนด์ยางลอฟเฟน เพื่อมาแข่งขันในตลาดนี้ ซึ่งแนวทางและรูปแบบ
ของยาง ลอฟเฟน จะเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ทั่วไปในตลาดเป็นหลัก เราทำการ
วิจัยพัฒนา โดยใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ใช้ นำไปสู่การทดสอบคุณภาพและขบวนการผลิตในทุกชิ้นส่วนอุปกรณ์ เพื่อตอบทุกโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ที่หากต้องเลือกใช้แบรนด์ยางใหม่ที่ไม่ไช่แบรนด์
ที่มีชื่อติดหูอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการมองหาอะไรใหม่ๆ และผู้ใช้ที่คำนึงถึงความคุ้มค่า
ของเงินที่จ่ายออกไป



จุดหลักๆที่เราใส่ใจในยาง ลอฟเฟน หลังจากที่เราศึกษาความต้องการของผู้บริโภคมาดีแล้ว นั่นคือ
เรื่อง อายุการใช้งาน ของยาง และสมรรถนะในการควบคุมยานพาหนะ ขณะขับขี่ ซึ่งผลิตภัณฑ์ ลอฟเฟน สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น ยางสมรรถนะสูงที่พร้อมสำหรับผู้ขับขี่ในทุกรูปแบบ ,ยางแบบสปอร์ต แต่ยังคงไว้ความนุ่มนวล ,ยางสำหรับรถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน เอสยูวี ,ซียูวี และรถบรรทุกขนาดเล็ก รวมถึงยางเพื่อลุยในทุกสภาวะ ให้เลือกได้ตามความต้องการ ในจุดนี้ เราจึงมั่นใจว่ายางเราจะสามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้ใช้ในเมืองไทยได้แน่นอน


นอกจากนี้ บริษัทยังได้หุ้นส่วน ที่ดีเยี่ยมอย่าง เคแอนด์ เอ็น ไทร์ดิสทริบิวชั่น จำกัด นำทัพโดยนายวิศิษฐ นิซู กรรมการผู้จัดการบริษัท เคแอนด์เอ็น ไทร์ดิสทริบิวชั่น จำกัด (K&N TYRE) ที่มีประสบการณ์ในวงการยางรถยนต์มายาวนาน โดยนายวิศิษฐ กล่าวว่า

“เราเชื่อว่าจุดนี้ เป็นความลงตัวที่ลอฟเฟนจะเติบโตอย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพในประเทศไทย เพราะเรามองประเทศไทยเป็นตลาดใหญ่ของธุรกิจยางในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ บวกกับประเทศไทยมีปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนตัวสูงอยู่ในลำดับต้นๆ ทำให้เรามีความมั่นใจในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทยทั้ง ฮันกุก แบรนด์หลัก และ ลอฟเฟน แบรนด์น้องใหม่ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มสัดส่วนในส่วนแบ่งการตลาดในเมืองไทย

ซึ่งต้องเรียนตามตรงว่าไม่ใช่เป้าหมายที่ทำได้ง่ายเนื่อง จากสภาวะเศรษฐกิจ และการแข่งขันในตลาด แต่เราเชื่อว่า จากแผนการตลาด ระบบการจัดจำหน่าย และ การลงทุนในของแบรนด์ลอฟเฟน ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ จะสามารถผลักดันให้ถึงเป้าหมายได้ในที่สุด” นายวิศิษฐ กล่าว

โดยแผนการตลาดและการประชาสัมพันธ์ แคมเปญต่างๆ กิจกรรมทางการตลาด บริษัทต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ที่สนใจมาเลือกใช้แบรนด์ลอฟเฟน โดยการใช้ “แคมเปญ 1year special warranty” ที่เราจะรับประกันยางในทุกกรณี



ส่วนแนวโน้มในไตรมาสแรกของปีนี้ จากที่เรียนไปว่า ครึ่งปีที่ผ่านมา เราเน้นการสร้างระบบดิสทริบิวชั่นนั้น ปัจจุบันเราได้เน็ทเวิร์คตามที่วางแผนไว้ประมาณ 80% ผนวกกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ในวันนี้ จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ยอดขายในไตรมาสนี้เติบโตขึ้นมากหากเทียบกับปีที่ผ่านมา

“คาดว่าเป้ายอดขายแบรนด์ยางใหม่ลอฟเฟน ภายในสิ้นปี 2561 น่าจะแตะที่ 150 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งจากตลาดยางประมาณ 5 % ของตลาดยางในประเทศไทย”
-ชิม ดง ซบ กล่าว


ณ ห้อง river side 4 โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน

พม. เตรียมจัดงานวันสตรีสากล 2561


พม. ประกาศความพร้อมชูบทบาทสตรีชนบท
สนับสนุนพลังสตรีไทย



แถลงข่าวเตรียมจัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2561 ภายใต้กรอบแนวคิด “พลังสตรีชนบท พลังขับเคลื่อนสังคมไทย” ชูบทบาทสตรีชนบท ขานรับนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ เสริมแกร่งและสนับสนุนสตรีให้มีศักยภาพสร้างความยั่งยืนให้ประเทศ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 11.00 น. ณ ห้องโถง ชั้น ๑ อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว


นายเลิศปัญญา กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ ๘ มีนาคมของทุกปี เป็นวันสตรีสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกจัดกิจกรรมเพื่อร่วมเฉลิมฉลองและรำลึกถึงการต่อสู้ของสตรี เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม ความเสมอภาค สันติภาพ และการพัฒนา รวมทั้งนำไปสู่การทบทวนความก้าวหน้าในการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตลอดจนสิทธิมนุษยชนของสตรี และประชาชนทุกคน ทั้งนี้ รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศไปสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ด้วยการสร้างพลังทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายโอกาสแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เป็นธรรม นำไปสู่ประเทศไทย 4.0 ที่เน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ภายใต้แนวคิดประชารัฐ ซึ่งให้ความสำคัญ กับการเกษตรและชนบท

เนื่องจากเป็นจุดที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำที่สำคัญ จึงมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการพัฒนาบทบาทสตรีของประเทศไทย ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น และร่วมกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจด้านสตรีในทุกระดับ รวมทั้งยกย่องเชิดชูเกียรติแก่สตรี บุคคล หน่วยงานหรือองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการพัฒนาศักยภาพสตรี ตลอดจนผสานพลังกับทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของสตรีในการพัฒนาประเทศอันนำไปสู่สังคมแห่งความเสมอภาคและสันติสุขอย่างยั่งยืน



นายเลิศปัญญา กล่าวต่ออีกว่า ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกสหประชาชาติได้แสดงเจตนารมณ์ในการปฏิบัติตามพันธสัญญาต่อเวทีโลก ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาบทบาทสตรี และการสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมกันทางเพศ ซึ่ง พม. โดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.)
ได้กำหนดจัดประชุมสมัชชาสตรีแห่งชาติ และจัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2561 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “พลังสตรีชนบท พลังขับเคลื่อนสังคมไทย” ซึ่งกำหนดจัดประชุมสมัชชาสตรีแห่งชาติ ในวันพุธที่ 7 มีนาคม 2561 ณ ห้องจูปิเตอร์ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยมีกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย การนำเสนอผลการขับเคลื่อนข้อเสนอสมัชชาสตรีแห่งชาติที่ผ่านมา การรับรองข้อเสนอสมัชชาสตรีระดับจังหวัด การระดมความคิดเห็นจากแกนนำเครือข่าย  เพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา/พัฒนาศักยภาพสตรีที่สอดคล้องกับสภาพสังคมไทยปัจจุบัน รวมทั้งสรุปเป็นข้อเสนอสมัชชาสตรีแห่งชาติ ประจำปี 2561

เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในงาน  วันสตรีสากล ประจำปี 2561 ในวันพฤหัสบดีที่ 8  มีนาคม 2561
ณ ห้องจูบิลี่ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี โดยมี พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและรับมอบข้อเสนอสมัชชาสตรีแห่งชาติ ประจำปี 2561  พร้อมมอบ
โล่ประกาศเกียรติคุณให้กับสตรี บุคคล และหน่วยงานองค์กรที่มีผลงานดีเด่น ที่ดำเนินงานด้านการส่งเสริมความเสมอระหว่างหญิงชาย การพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของสตรี จำนวน 19 สาขา รวม 47 รางวัล



“ในปีนี้ จะแตกต่างจากทุกปี โดยมุ่งเน้นไปที่พลังสตรีชนบท ดังนั้น ทั้งสตรี บุคคล และหน่วยงาน
องค์กรที่มีผลงานดีเด่นจนได้รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในปีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสตรีชนบท เช่น
นางราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร (สตรีดีเด่นด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม) รายการ PERSPECTIVE (สื่อสารมวลชนดีเด่น ด้านการคุ้มครองสิทธิและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ประเภทรายการโทรทัศน์/ละครโทรทัศน์)

นอกจากนี้ ยังมีสตรีที่โดดเด่นทางภาคธุรกิจที่ได้รับโล่นักธุกิจสตรีดีเด่นที่น่าสนใจอีก 1 คน คือ นางอุไร คุณานันทกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง บุกเบิกและพัฒนากิจการกลุ่มสยามสตีล กรุ๊ป จนเป็นอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับความนิยมยอมรับทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “LUCKY-KINGDOM” เป็นต้น” นายเลิศปัญญา กล่าวในตอนท้าย

วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดงาน #GrowupLikeThis

ชวนคนรุ่นใหม่สะท้อนแนวคิดแบบไร้ขีดจำกัด
ภายใต้แคมเปญระดับโลก “Grow up.”




บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “#GrowupLikeThis” ชวนคนรุ่นใหม่สะท้อนแนวคิดแบบไร้ขีดจำกัดผ่านสองกิจกรรมสุดคูล ภายใต้แคมเปญระดับโลก “Grow up.” ได้แก่
 “GLA Car Paint x Alex Face” เชิญศิลปินกราฟิตี้ชื่อดัง “อเล็กซ์ เฟส” สร้างสรรค์ผลงาน “GLA Millennials’Voices’Edition” ด้วยการเพ้นท์ภาพคาแร็คเตอร์ “เด็กน้อยสามตาหน้าบึ้ง” บนรถ Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic เพื่อเป็นเสมือนกระบอกเสียงของคนยุคมิลเลนเนียล
ที่ต้องการแสดงตัวตนให้สังคมยอมรับและเข้าใจในวิถีของตนเอง และ “Grow up. Define Your Own Ways Photoshoot” กิจกรรมประกวดภาพถ่ายโดยช่างภาพหนุ่มไฟแรงบนโลกโซเชียล 5 คน
ถ่ายทอดแนวคิดการใช้ชีวิตแบบคนรุ่นใหม่ที่ต้องสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดในแบบของตัวเอง
ณ สยามบราสเซอรี

มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2018 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์หรูในประเทศไทยในครั้งนี้ บริษัทฯได้ทำการสื่อสารผ่านแคมเปญ “Grow up.” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับกลุ่มคนมิลเลนเนียล ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการสร้างแคมเปญเพื่อนำเสนอรถยนต์กลุ่ม Compact Car กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ในรูปแบบที่แตกต่าง จากการสื่อสารรูปแบบเดิมๆ”

 “นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์แล้ว “Grow up.” ถือเป็นแคมเปญที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ใช้เพื่อสร้างอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในสายตาผู้บริโภคทั้งด้านความทันสมัยด้านภาพลักษณ์ที่ก้าวล้ำ และด้านการพัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัด สำหรับประเทศไทยได้นำแนวคิด“Define Your Own Ways” มาสื่อสารและใช้ชื่อแคมเปญว่า “#GrowupLikeThis” โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือ    โซเชียลมีเดีย (Social media)” มร.ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติม



มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โปรเจ็คท์ #GrowupLikeThis นั้นเกิดจากการนำอินไซท์ของกลุ่มคนมิลเลนเนียลที่มีความเชื่อมั่นในศักยภาพตนเองสูงโดยเฉพาะใน “ความเป็นผู้ใหญ่” ที่ชอบแสดงความคิดและทัศนคติในแบบของตัวเอง (Self-express) แต่ในบางครั้งสิ่งเหล่านี้มักถูกคนในสังคมมองข้ามไป ด้วยเหตุนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงต้องการออกมาสนับสนุนให้กลุ่มคนเหล่านี้กล้าที่จะลุกขึ้นมาบอกสิ่งที่ตัวเองคิด แสดงตัวตนในแบบของตัวเอง ไม่ตีกรอบให้ชีวิตและพร้อมจะเติบโตในทางที่ตัวเองเลือก โดยได้สร้างสรรค์กิจกรรมขึ้นมาสองกิจกรรมด้วยกัน คือ “GLA Car Paint x Alex Face” และ “Grow up. Define Your Own Ways Photoshoot” โดยทางบริษัทฯ ได้เลือกรถยนต์ในกลุ่ม The GLA คอมแพ็คคาร์ที่เป็นเสมือนตัวแทนของคนรุ่นใหม่ (Car of the Generation) โปรโมทผ่านทั้ง 2 กิจกรรม ซึ่งรถยนต์รุ่นดังกล่าวมี    ความโดดเด่นด้านดีไซน์สไตล์คอมแพ็ค ที่สะท้อนความโฉบเฉี่ยว ล้ำสมัยและสนุกสนานของ ไลฟ์สไตล์คนยุคมิลเลนเนียลได้เป็นอย่างดี”


 “GLA Car Paint x Alex Face” คือ โปรเจ็คท์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ จับมือกับ “อเล็กซ์ เฟส” (Alex Face) หรือ “พัชรพล แตงรื่น” ศิลปินกราฟิตี้ชื่อดังของเมืองไทยสร้างสรรค์ผลงาน “GLA Millennials’Voices’Edition” ด้วยการเพ้นท์ลายกราฟิตี้ลงบน Mercedes-Benz GLA  250 AMG Dynamic เพื่อเป็นเหมือนกระบอกเสียงให้กับคนยุคมิลเลนเนียลในการแสดงออกทางความคิดและมุมมองการใช้ชีวิตของพวกเขา โดยถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านคาแรคเตอร์

“เด็กน้อยสามตาหน้าบึ้ง” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ Alex Face


“นอกจากนี้ เรายังได้จัดกิจกรรมประกวดผลงานภาพถ่ายบนโซเชียลมีเดียภายใต้ชื่อ Grow up. Define Your Own Way Photoshoot Contest โดยมี 5 ช่างภาพหนุ่มรุ่นใหม่ที่หลงใหลในการถ่ายภาพและมีสไตล์การเล่าเรื่องผ่านเลนส์ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งโจทย์ที่แต่ละคนได้รับได้รับ คือ ถ่ายภาพรถยนต์ Mercedes-Benz GLA โดยสะท้อนมุมมองที่สื่อถึงความทันสมัย มีเอกลักษณ์ และความเป็นตัวของตัวเอง สอดคล้องกับภาพลักษณ์รถยนต์กลุ่ม Compact Car

ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมทั้งโพสต์ผลงานภาพถ่ายบนช่องทางอินสตาแกรมของตัวเองซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ มองเห็นว่าการใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการสื่อสาร เป็นการเข้าถึงกลุ่มคนยุคใหม่ได้ดีที่สุด ทั้งนี้ ผลงานของผู้ชนะจะได้รับการเผยแพร่บนช่องทางโซเชียลมีเดียของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) อีกด้วย”


นายพัชรพล แตงรื่น หรือ Alex Face ศิลปินกราฟิตี้ชื่อดังของเมืองไทย เจ้าของผลงาน “GLA Millennials’ Voices Edition” เล่าว่า “ที่มาของ “เด็กน้อยสามตาหน้าบึ้ง” ได้แรงบันดาลใจมาจากลูกสาว โดยออกแบบใบหน้าให้สะท้อนความรู้สึกเศร้า กังวล และไม่ปลอดภัย และวาดตาที่สามให้หันมองไปอีกทางเพื่อช่วยคุ้มครองให้พ้นจากอันตราย ซึ่งเป็นการนำความเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นมาสื่อความหมาย ล่าสุดได้ใช้คาแร็คเตอร์นี้สร้างสรรค์ผลงาน กราฟิตี้ร่วมกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้สร้างสรรค์ผลงานลงบนรถยนต์ และความน่าสนใจและท้าทายของแคมเปญ #GrowupLikeThis คื อโจทย์ที่ต้องการให้ออกแบบลายเพ้นท์ที่สื่อถึงตัวตนและความคิดของคนรุ่นใหม่ ผมจึงออกตระเวนสำรวจผลงานสตรีทอาร์ทและกราฟิตี้ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อดูว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นเรื่องเลอะเทอะ ที่จริงแล้วคนยุคนี้กำลังพยายามสื่อสารอะไรกับสังคม จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังลวดลายที่เพ้นท์ลงบนรถคันนี้นั่นเอง “GLA Millennials’Voices’Edition” จึงเป็นเสมือนกระบอกเสียงของคนรุ่นใหม่ (Voice of the Generation) โดยดวงตาหลากสีที่อยู่รอบคันรถ สื่อถึงความแตกต่างของเชื้อชาติและการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกัน รับฟังกัน และพร้อมที่จะขับเคลื่อนสังคมไปด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนแนวคิดเรื่องความเท่าเทียม การให้เกียรติในการแสดงออกทางความคิด การเคารพในความคิดหรือความเห็นที่แตกต่างกัน การเข้าใจและมองรอบด้านของกระบวนความคิดมนุษย์ รวมไปถึงความเท่าเทียมกันในการแสดงออกทางความคิดอีกด้วย”

นายจักรินทร์ มูลมานัส ช่างภาพหนุ่มวัย 25 ปี ผู้ชนะจากการแข่งขันถ่ายภาพ “Grow up. Define Your Own Ways” 
นายจักรินทร์ มูลมานัส ช่างภาพหนุ่มวัย 25 ปี ผู้ชนะจากการแข่งขันถ่ายภาพ “Grow up. Define Your Own Ways” กล่าวว่า “รู้สึกดีใจครับที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดและได้เป็นผู้ชนะในกิจกรรมนี้ ปกติผมชื่นชอบการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในเมืองโดยผมเลือกที่จะถ่ายในช่วงเวลากลางคืนเพื่อที่จะถ่ายทอดเรื่องราวและความสวยงามของสถานที่นั้นๆ ในแบบที่คนไม่เคยเห็นหรือไม่เคยสังเกตในช่วงเวลากลางวัน สุดท้ายนี้ ผมต้องขอขอบคุณเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ที่มองเห็นศักยภาพและให้ความสำคัญกับการแสดงออกถึงมุมมองของช่างภาพรุ่นใหม่ๆ ด้วยแคมเปญ Grow up. ด้วยครับ

“นอกจากการจัดงาน “#GrowupLikeThis” แล้วเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ยังได้วางแผน
จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อโปรโมทแคมเปญฯ อาทิ การจัดทำวิดีโอคอนเท้นท์ บอกเล่าเรื่องราวแรงบันดาลใจของอเล็กซ์ เฟสในการสร้างสรรค์ผลงาน GLA Millennials’Voices’Edition เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการจัดแสดงรถยนต์ “GLA Millennials’Voices’Edition” และผลงานภาพถ่ายของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 5 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 39 โดยสามารถติดตามข่าวสารของแคมเปญฯผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ทั้งช่องทางเฟสบุ๊ค (www.facebook.com/MercedesBenzThailand) และอินสตาแกรม (@mercedesbenzthailand)” มร.ฟรังค์ กล่าวเพิ่มเติม

อีซูซุจัดงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชนในคอนเซ็ปต์

“ISUZU BLUE & RED GREAT ADVENTURE”


งานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน ประจำปี 2561 นี้ จัดขึ้นท่ามกลางสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานกว่า 800 ชีวิต โดยอีซูซุสตาร์ทความสนุกแรกด้วยการจับสลากในบ่อบอลให้ผู้ร่วมงานได้ลงไปค้นหาเลข เพื่อลุ้นของรางวัลกันอย่างสนุกสนาน และเพิ่มความเจิดจ้าให้โทนสีน้ำเงิน-แดงยิ่งร้อนแรงมากขึ้นกับกิจกรรมเวิร์คช้อปเข็มกลัด LED สุดเท่ ยิ่งไปกว่านั้นอีซูซุได้เตรียมโซนเกมสนุกสุดมันมาอุ่นเครื่องเรียกความคึกคักอีกมากมาย อาทิ ชู้ตบาสลุ้นรางวัลใน “Blue Power Shoot” และทดสอบสมาธิและความนิ่งของแขนกับเส้นทางขดลวดไฟฟ้าสุดหฤหรรษ์ใน “X-Spirit Performance” และอีกเกมสุดคลาสสิก “Blue & Red Great Claw” ภารกิจพิชิตตุ๊กตาสุดคูลจากอีซูซุ ก่อนจะเข้าไปสนุกในงานเลี้ยงอย่างเต็มที่พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย และอีกหนึ่งกิจกรรมพิเศษ! ที่อีซูซุได้จัดให้สื่อมวลชนร่วมประกวด Cover เพลง “เธอทำให้ได้รู้” บทเพลงฉลองครบรอบ 60 ปีทองของการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย




สื่อมวลชนได้ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานและส่งกันมาอย่างคับคั่งเพื่อให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก
แกรมมี่เป็นผู้ตัดสิน และได้ประกาศผลรางวัลในค่ำคืนนี้ โดยทุกผลงานได้ประทับใจคณะกรรมการ เป็นอย่างมากทำให้ได้รับรางวัลจากอีซูซุกันไปครบทุกทีม สนุกสนานยิ่งขึ้น  กับมินิคอนเสิร์ตจากนักแสดง
สาวแสนสวย “เบลล่า-ราณี” และ “ปั๊บ-โปเตโต้” ยกวงดนตรี  พร้อมกองทัพเพลงดังเอาใจพี่น้องสื่อมวลชนได้ออกสเต็ปท์กันอย่าง non-stop




กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
จัดงานเลี้ยงอีซูซุขอบคุณสื่อมวลชนอย่างยิ่งใหญ่ ปลุกเร้าความร้อนแรงแห่งโทนสีน้ำเงิน–แดง
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนปิกอัพยอดนิยม “อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์” และ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์”

ไลฟ์สไตล์ปิกอัพเพื่อคนสายพันธุ์สปอร์ต ที่เพิ่งปรับโฉมใหม่เพิ่มเอกลักษณ์ทั้งภายนอก-ภายในให้
โดดเด่นขั้นถึงขีดสุด ให้เจิดจ้าทั่วทั้งงาน พร้อมจัดเต็มความสนุกแบบครบรส และของรางวัลคับคั่ง
 เพื่อแทนคำขอบคุณจากใจอีซูซุสำหรับมิตรภาพดี ๆ ที่มีให้กันอย่างเหนียวแน่นมาตลอดทั้งปี

เปิดตัวกาแฟ “เอ็มเพรสโซ ดับเบิล ช็อต”

เจนี่ – เจ บวกพลัง “ดับเบิลเจ”
ลุยภารกิจปลุกพลังให้ตื่นทั้งเมือง กลางอนุสาวรีย์


เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และ เจ-เจตริน วรรธนะสิน ล่าสุด จึงถูกเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์คู่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ดับเบิลเจ” (Double J) ให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ เครื่องดื่มกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม “เอ็มเพรสโซ ดับเบิล ช็อต” (M-Presso Double Shot) เพราะเป็นสายตื่นตัวตลอดวัน แถมเปี่ยมด้วยพลังชีวิต จนทั้งคู่ประสบความสำเร็จขึ้นแท่นซุปตาร์อย่างไม่มีข้อสงสัย สำหรับ  2 ดาราดัง ตื่นตัวเต็มพลังพร้อมร่วมลุยปฏิบัติการพิเศษ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบ “ภารกิจปลุกเมือง” ที่จะทำให้ประชาชนกลางเมืองใหญ่ตื่นทุกประสาทสัมผัส ด้วยการมอบผลิตภัณฑ์กาแฟกลิ่นหอมของกาแฟคั่วสดแท้ให้ได้ชิมกันกลางเมือง ในวันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.30 – 12.00 น. ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เกาะพญาไท

โดยงานนี้ พรีเซนเตอร์คนดัง เจ-เจตริน เผยว่า “ปกติผมเป็นคนค่อนข้างพลังเยอะอยู่แล้วครับ ชอบทุกกิจกรรมที่ลุยๆ เข้มๆ ตื่นเต้นเร้าใจ วันนี้ได้มีโอกาสมาร่วมภารกิจปลุกเมืองกับ เอ็มเพรสโซ ดับเบิล ช็อต กลางอนุสาวรีย์แบบนี้ถือว่ามันส์มาก เพราะไม่ได้  มีโอกาสบ่อยๆ ประชาชนเยอะมากจริงๆ เลยยิ่งสนุกใหญ่ เรามาแจกความตื่นตัว ประชาชนก็ตื่นไปกับเราด้วย ถึงจะเหนื่อยจะร้อนแต่ไม่มีผลจริงๆ ครับ เรียกว่าตื่นกันทั้งเมือง ทุกวันนี้ภารกิจหน้าที่การงานทุกคนมีเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราต้องดูแลตัวเองให้เกินร้อยเสมอ    ต้องนอนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และต้องมีตัวช่วยเพื่อเพิ่มพลังความกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย อย่างกาแฟผมก็ดื่มตลอดนะครับในวันที่ร่างกายบอกเราว่าต้องการปลุกตัวเองให้ตื่นเต็มที่พร้อมลุยภารกิจต่อให้เสร็จสมบูรณ์”


ส่วนสาว เจนี่ กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “วันนี้ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะได้เจอคนเยอะมากกลางอนุสาวรีย์เลย เป็นการเช็คเรตติ้งที่ช็อคมากค่ะ ดีใจที่มีคนให้ความสนใจขนาดนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่คนชอบกันมากเลยค่ะ เพราะนี่ก็ทำงานกันมาถึงช่วงกลางอาทิตย์ พอถึงเวลาเที่ยงๆ บ่ายๆ ก็เริ่มง่วงกันแล้ว ทีมภารกิจของเราเลยมาบุกช่วยปลุกความตื่นให้กับทุกคนด้วยกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่มแบบกระป๋อง  รสเข้มเย็นฉ่ำมอบให้กับมือ ก็เลยตื่นกันทั้งเมืองเลย อย่างตัวเจนี่เองก็เป็นคนดื่มกาแฟเป็นประจำอยู่แล้วค่ะ และต้องดื่มรสเข้มด้วย   เพราะเรางานเยอะตลอดวัน เราเลยต้องการความตื่นตัวแบบดับเบิล กาแฟช่วยให้เจนี่กระปรี้กระเปร่า แอ็คทีฟ พร้อมทำงานได้อย่างเต็มที่อย่างที่เราตั้งใจตลอดวัน ไม่มีแรงตก บวกกับการที่เราเป็นคนออกกำลังกายเยอะ ซึ่งก็ต้องการกาแฟช่วยเพิ่มความสดชื่นด้วยเหมือนกัน ทุกครั้งที่เจนี่ดื่มจะต้องดับเบิล ช็อต แบบเอ็มเพรสโซทุกครั้ง ช็อตเดียวเอาไม่อยู่ เพราะเราเป็นคนชอบทำกิจกรรมเยอะจริงๆ เลยอยากจะเตรียมตัวเองให้พร้อม เพราะตอนนี้เตรียมลุยถ่ายทำละครเรื่อง “แรงเงา 2” เข้มข้นไม่แพ้ “แรงเงา 1” และก็ “เพลิงบุญ” แน่นอนค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ”


โดยพรีเซนเตอร์ทั้งคู่ได้โคจรกลับมาร่วมงานในบทแอ็กชั่นอีกครั้ง จากเมื่อ 16 ปีที่แล้ว
เคยร่วมเล่นละครเรื่อง “นางโจร”               

วันนี้กลับมามีผลงานร่วมกันอีกครั้งในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของ เอ็มเพรสโซ ดับเบิล ช็อต
ติดตามได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2561 เป็นต้นไป

เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

สำหรับผลิตภัณฑ์ “M-Presso Double Shot” (เอ็มเพรสโซ ดับเบิล ช็อต) กาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่มใหม่ล่าสุด หอมเข้มเต็มรสชาติแบบดับเบิล จากกาแฟคั่วบดสายพันธุ์โรบัสต้าแท้ 100 % บรรจุในรูปแบบกระป๋องปริมาณ 180 มล. ราคา 15 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารและและกิจกรรมต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ได้ทาง



www.facebook.com/Mpresso
สายด่วนผู้บริโภค โทร. 02-351-1111

เป๊ปซี่ ฉลองยิ่งใหญ่ครบรอบ 120 ปีที่ครองใจคนทั่วโลก

ในงาน PEPSI GENERATIONS ซ่าทุกยุค...ไม่มีเปลี่ยน


เครื่องดื่ม “เป๊ปซี่” โดย บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ระดับโลก จัด
งาน “PEPSI GENERATIONS ซ่าทุกยุค...ไม่มีเปลี่ยน” ฉลองครบรอบ 120 ปีของการเป็นแบรนด์
เครื่องดื่มร่วมสมัยที่ครองใจคนรุ่นใหม่มาทุกเจเนอเรชัน โดยเปิดตัวแพ็คเกจจิ้งรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มาพร้อมดีไซน์สุดคลาสสิคจาก 5 ยุค พร้อมเนรมิต “PEPSI GENERATIONS CLUB” ป๊อป-อัพคลับสุด
ชิคสไตล์เรโทรที่พาทุกคนย้อนเวลาตะลุยความซ่าไปสัมผัสกับวัฒนธรรมสุดป๊อปในยุคต่างๆ และปิดท้ายด้วยแฟชั่นโชว์สุดปังจากดาราวัยรุ่นสุดฮอตที่มาร่วมเผยโฉมเสื้อผ้าคอลเลกชั่นพิเศษ “PEPSI X GREYHOUND” เป็นครั้งแรก อาทิ พีช พชร แพตตี้ อังศุมาลิน เจเจ กฤษณภูมิ ทอย ปฐมพงศ์ และก้อย อรัชพร โดยมีเหล่าศิลปินที่เคยร่วมงานกับเป๊ปซี่ในอดีตอย่างร็อคเกอร์สาวมาดเท่ ปุ๊–อัญชลี สองหนุ่ม
แรพเตอร์ จอนนี่ อันวา หลุยส์ สก็อต และดูโอมาดกวน ลิฟท์–ออย มาร่วมสร้างเซอร์ไพรส์



นายสมชัย เกตุชัยโกศล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย)
เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ถ้าพูดถึงความซ่าสดชื่นของเครื่องดื่มดับกระหายที่มาพร้อมความก้าวล้ำนำ
เทรนด์ สีสันความสนุกและความแปลกใหม่อยู่เสมอ คงไม่มีใครไม่นึกถึงเป๊ปซี่ แบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกที่เติมเต็มรสชาติชีวิตและครองใจคนรุ่นใหม่มาทุกยุคทุกสมัย กว่าศตวรรษแล้วที่เป๊ปซี่โลดแล่น
และผสานอยู่ในกระแสป๊อปคัลเจอร์ในแต่ละยุคได้อย่างลงตัวจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมา
จนถึงทุกวันนี้ ในปี 2018 นี้ เป๊ปซี่กลับมาสร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่อีกครั้งกับแคมเปญ PEPSI GENERATIONS หรือ ‘เป๊ปซี่ ซ่าทุกยุค...ไม่มีเปลี่ยน’ เพื่อฉลองครบรอบการเดินทางเข้าสู่ปีที่ 120
 ด้วยการพาทุกคนย้อนวันวานไปสัมผัสกับกลิ่นอายความทรงจำสุดเร้าใจ”



ภายในงาน เป๊ปซี่ เอาใจสาวกชาวเรโทร  ด้วยการเปิดตัวแพ็คเกจจิ้ง  ดีไซน์พิเศษรุ่น   PEPSI GENERATIONS LIMITED EDITION  ที่มาพร้อมลวดลายคลาสสิคจาก 5 ยุคสุดฮิต ทั้ง 1940
1950 1980 1990 และ 2000 ซึ่งจะมีวางจำหน่ายเฉพาะหน้าร้อนนี้เท่านั้น  นอกจากนี้ ยังได้เนรมิต
คลับย้อนยุคสไตล์เรโทรในรูปแบบป๊อป-อัพ “PEPSI GENERATIONS CLUB” เพื่อให้ทุกคนได้
สัมผัสเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์เป๊ปซี่ที่ผูกพันกับผู้บริโภคในทุกยุคทุกสมัยผ่านวัฒนธรรมสุด
ป๊อปของยุคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

·ยุค 1940: เพลิดเพลินกับดนตรีแจ๊สและการแสดงสุดคลาสสิคใน JAZZ LOUNGE โทนขาวดำที่ตก
แต่งด้วยโปสเตอร์สไตล์วินเทจ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวในอดีตผ่านการฉายหนังโฆษณายุคก่อน

·ยุค 1950: สนุกสนานไปกับ  RETRO CAFE  ให้ได้โยกตัวไปกับจังหวะดนตรีแนว Rock & Roll บนโซฟานวมตามแบบฉบับ American Diner ที่มีป๊อปคอร์นพร้อมเสิร์ฟ

·ยุค 1980: แดนซ์กระจายไปกับยุค DISCO ที่มาพร้อมสีสันสดใสของ Neon Display และย้อนวัยมันส์
สุดซ่าไปสนุกกับตู้เกมส์อาเขตในตำนานที่หลายคนคุ้นเคย

·ยุค 2000:  ปิดท้ายความสนุกแบบ MILLENNIUM ที่สะท้อนความซ่าจากอดีตสู่สหัสวรรษใหม่ด้วย Mirror Room ที่ตกแต่งด้วยกระจกเงาให้ได้แชะภาพในแบบสุดชิคไม่ซ้ำใคร


ไม่เพียงเท่านั้น เป๊ปซี่ ยังได้เปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลกชั่นพิเศษ “PEPSI X GREYHOUND” ในงานนี้เป็นครั้งแรก โดยได้ดาราวัยรุ่นที่ร่วมงานกับเป๊ปซี่ในยุคปัจจุบันอย่าง พีช พชร / แพตตี้ อังศุมาลิน / เจเจ กฤษณภูมิ / ทอย ปฐมพงศ์ และ ก้อย อรัชพร มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในคอนเซ็ปต์ STREET MEETS
POP เพื่อนำเสนอแฟชั่นไอเท็มสุดคูลที่ผสานเอกลักษณ์อันโดดเด่นและเป็นตำนานของแบรนด์เป๊ปซี่เข้ากับสไตล์สตรีทแฟชั่นของดีไซเนอร์ไทยอย่างเกรย์ฮาวด์ที่จะกลายเป็น Must-have Item สำหรับ
หน้าร้อนนี้  ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืดลายวินเทจ เสื้อคลุมแบบมีฮู้ด เสื้อแจ็กเก็ตสไตล์สปอร์ต กระเป๋าใส่อุปกรณ์ออกกำลังกาย และหมวกทรงบักเก็ต โดยจะเริ่มวางจำหน่าย  ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไปที่
แฟลคชิพสโตร์ของเกรย์ฮาวด์ทั้ง 4 สาขา อันได้แก่ สยามเซ็นเตอร์ พารากอน เอ็มควอเทียร์ และเซ็นทรัลลาดพร้าว




อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานนี้ คือ การปรากฏตัวของร็อคเกอร์สาวอันดับหนึ่งแห่งยุค 80 ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ ที่มาร่วมสร้างความพิเศษด้วยเพลงเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ “We’ve got the taste (Pepsi)” ซึ่งเธอเคยร้องในภาพยนตร์โฆษณาเป๊ปซี่ในปี 1986 ร่วมกับร็อคเกอร์ระดับโลกอย่าง Tina Turner มาแล้ว พร้อมเรียกเสียงกรี๊ดด้วยซิกเนเจอร์ประจำตัวกับเพลงฮิตตลอดกาล “หนึ่งเดียวคนนี้” โดยมีสองหนุ่มแรพเตอร์ จอนนี่ อันวา และ หลุยส์ สก็อต และคู่หูดูโอเอวพลิ้วอย่าง ลิฟท์–ออย ที่เคยร่วมงานกับเป๊ปซี่ในโปรเจ็ค Pepsi Generation Next ในยุค 90 มาร่วมส่งท้ายความสนุก


ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ “เป๊ปซี่” ได้ทาง
Facebook PepsiThai และ LINE Official Account: PepsiThai

#PepsiGenerations

วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

งานเปิดตัวหนังสือปลากัด Betta Paradiso

Betta Paradiso Signing event and Talk : Visarute Angkatavanich
ร้านคิโนะคุนิยะ สาขาสยามพารากอน




บันทึกช่วงเวลาดีๆของชีวิตในรูปแบบของ Photobook หรืองานพิมพ์ภาพติดผนัง เป็นของขวัญหรือของตกแต่งบ้านสำหรับทุกคนในทุกโอกาส Photo book and Photo print in Thailand.  ช่างภาพที่มีอยากทำ Photobook สำหรับรวบรวมผลงานของตัวเอง หรืออยากผลิตเพื่อการขายแต่ไม่ต้องการผลิตเป็นจำนวนมาก PIXNIQ สามารถผลิตให้ท่านได้ รวมถึงการเลือกหาภาพ  จากช่างภาพชั้นนำของเมืองไทยไว้ประดับตกแต่งบ้าน คอนโด PIXNIQ สามารถจัดหาและผลิตได้ตามความต้องการ

PIXNIQ คอมมิวนิตี้คนรักการถ่ายภาพ เปิดตัวโฟโต้บุ๊ค ‘Betta Paradiso’ ภาพถ่ายปลากัดของศิลปิน
ช่างภาพไทยระดับสากล  เราเชื่อว่า รูปดี ... ต้องพิมพ์   PIXNIQ


นาย พรสรรค์ ปัญจเทพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของกลุ่มบริษัท บันลือกรุ๊ป 

นาย พรสรรค์ ปัญจเทพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของกลุ่มบริษัท บันลือกรุ๊ป กล่าวว่า PIXNIQ เป็น platform สำหรับช่างภาพหรือบุคคลทั่วไป ที่ต้องการต่อยอดจากไฟล์ภาพไปเป็นผลิตภัณฑ์ในทุกรูปแบบ โดยมีแนวคิดจากการมองเห็นว่าปัจจุบันคนทั่วไปถ่ายภาพกันด้วยกล้องถ่ายระบบดิจิตอลอย่างง่ายดาย จนบางครั้งมีรูปถ่ายที่ซ้ำกันเต็มไปหมด ไม่ได้มีเวลามานั่งคัดกรอง พอพื้นที่จัดเก็บเต็มก็ทำการย้ายไฟล์ไปเก็บไว้ที่อื่น และดูภาพผ่านทางหน้าจอเท่านั้น จากแนวความคิดหลักจึงต่อยอดมาสู่เว็บไซต์ PIXNIQ ที่ตั้งใจอยากให้ผู้คนมารู้สึกถึงความจริง และได้สัมผัสสิ่งของที่จับต้องได้จากรูปถ่ายที่เป็นความทรงจำของผู้ถ่ายเอง ซึ่ง PIXNIQ เชื่อว่าจะให้ความรู้สึก หรืออารมณ์ร่วมมากกว่าการดูผ่านหน้า
จอเพียงอย่างเดียว




ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของกลุ่มบริษัท บันลือกรุ๊ป กล่าวถึง รูปแบบภายในเว็บไซต์ว่า รูปแบบของ PIXNIQ แบ่งเป็นออกเป็น 4 ส่วน  ส่วนที่แรก เป็นการสั่งซื้อภาพระดับพรีเมี่ยมจากช่างภาพชั้นนำของไทย ซึ่งปัจจุบันได้รับความร่วมมือจากช่างภาพชั้นนำจำนวน 12 ท่าน และจะเพิ่มเติมขึ้นในอนาคต ที่
นำภาพมาลงเพื่อให้เลือกซื้อภาพถ่าย โดยทาง PIXNIQ .ให้บริการพิมพ์ภาพใส่กรอบ เพื่อนำไปประดับ
ที่บ้านได้อย่างสะดวก ส่วนที่สองคือ community ที่เปิดให้คนทั่วไปลงภาพได้ รวมถึงการลงบทความที่เขียนโดยช่างภาพชั้นนำของไทย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมองในงานถ่ายภาพ ส่วนที่สามเป็นส่วน
ที่เน้นคือ ส่วน Printing ที่ให้บุคคลทั่วไปสั่งทำ โฟโต้บุ๊ค หรืองานพิมพ์ได้อย่างสะดวก เพียง 1 เล่มก็สามารถจัดทำได้ เพียงส่งไฟล์รูป และทางทีมจะบริการจัดหน้า และตีพิมพ์พร้อมส่งถึงบ้าน

นาย วิศรุต อังคทะวานิช ศิลปินช่างภาพไทย

ส่วนสุดท้ายคือการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ที่ปัจจุบันเน้นหนักไปที่ร่วมผลิตโฟโต้บุ๊ค กับช่างภาพชื่อดัง
ของไทยอย่างเล่มล่าสุดคือโฟโต้บุ๊ค ‘Betta Paradiso’ เป็นที่โฟโต้บุ๊ครวมภาพถ่ายปลากัดในช่วงระยะเวลา 7 ปีของคุณวิศรุต อังคทะวานิช ศิลปินช่างภาพไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นผู้
ผลักดันให้ปลากัดเป็นหนึ่งในสัตว์ประจำชาติของไทย

ทางด้าน นาย วิศรุต อังคทะวานิช ศิลปินช่างภาพไทยกล่าวถึง โฟโต้บุ๊ค Betta Paradiso  ตนเห็นทาง PIXNIQ จริงจังเรื่องการทำโฟโต้บุ๊คกับช่างภาพในโปรเจกต์ที่ผ่านมา และเห็นถึงความตั้งใจที่จะผลักดันผลงานของช่างภาพแต่ละท่านใ ห้เป็นมากกว่าภาพที่โพสต์เรียกไลค์ หรือขายใน stock เท่านั้น

จึงสนใจนำโฟโต้บุ๊คมาจัดจำหน่ายกับทาง PIXNIQ ซึ่งใน Betta Paradiso นี้เป็นภาพที่สะสมมาในช่วง
7 ปีที่ถ่ายภาพปลากัด โดยจะแบ่งภาพออกเป็นส่วนๆ เช่นภาพที่เคยจัดแสดงงาน Aquacade ปี 2015
หรือ The Symphony of Betta ปี 2016 และงานที่ถ่ายหลังจากนั้น ซึ่งเริ่มข้ามไปสู่ภาพแนว abstract
 เรียกได้ว่าหลากหลายรูปแบบที่รวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ และเป็นภาพที่คัดมาแล้วว่าเป็นภาพที่ดี ลงตัวทั้งจังหวะของปลา และสีสันต่างๆ เป็นหนังสือภาพปลาที่ไม่ค่อยได้เห็นในตลาดหนังสือภาพ

“ผมเป็นคนรุ่นที่โตมากับกระดาษ เวลาดูภาพถ่ายจึงชินกับการได้ดูบนสื่อสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้ ถ้าเทียบกับการดูหน้าจอ การดูหน้าจอมันมีข้อจำกัดในการมอง เราดูแค่เรื่องของภาพเท่านั้นแต่การพิมพ์ภาพมาเป็นหนังสือ หรือการจัด exhibition เป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมของการเสพงานศิลปะ ซึ่งงานศิลปะก็เหมือนกับการได้ทานอาหาร ถ้าร้านจัดได้ประทับใจ มีสเปซ มีกลิ่น มีภาพ มีเสียง ที่ส่งให้กับอาหารที่กิน การได้เห็นจาน การจัดวาง อุปกรณ์ใส่ใจในรายละเอียด สัมผัส น้ำหนัก สิ่งเหล่านี้มีผลที่ทำให้อาหารอร่อยขึ้น”

นาย วิศรุต กล่าวทิ้งท้าย  ถึงหนังสือโฟโต้บุ๊ค BettaParadiso ว่า เป็นหนังสือภาพที่พิเศษสำหรับตน
เพราะเป็นการรวมงานที่เด่นๆ ในระยะ 7 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังเป็นหนังสือภาพเล่มแรกที่ตนเคย
เห็น ที่สามารถถ่ายทอดภาพปลากัดในเชิง fine art ทำให้คนดูได้เห็นถึงความงาม และศักยภาพของ
ปลากัดในเชิงศิลปะ หวังว่าคนที่ได้เห็นจะได้รับแรงบันดาลใจเพื่อนำไปสร้างสรรค์ในงานศิลปะ หรือ
ถ่ายภาพของแต่ละคนต่อไปได้


Mini Booklet รูปแบบตามในภาพ

24 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ร้านหนังสือ kinokuniya สยามพารากอน บริษัทในเครือบันลือกรุ๊ป แถลงข่าวเปิดเว็บไซต์ PIXNIQ คอมมิวนิตี้คนรักการถ่ายภาพ พร้อมบริการต่อยอดภาพถ่าย ภายใต้คอนเซปต์ ‘Feel The Real’ พร้อมเปิดตัวโฟโต้บุ๊ค ‘Betta Paradiso’ หนังสือรวมภาพถ่ายปลากัดไทยในเชิงศิลปะร่วมสมัย ของ ‘วิศรุต อังคทะวานิช’ ศิลปินช่างภาพไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผู้ถ่ายภาพปลากัดจนเป็นแรงบันดาลใจให้ Apple ใช้เป็นภาพบนกล่อง iPhone 6s และ ผลักดันให้ปลากัดเป็นหนึ่งในสัตว์ประจำชาติของไทย


เว็บไซต์ PIXNIQ คอมมิวนิตี้คนรักการถ่ายภาพ ขอบคุณแขกผู้มาร่วมงานทุกท่าน ที่แวะเวียนเข้ามาฟังการพูดคุยในบริบทที่อบอุ่นและสนุกสนานและ ขอบคุณพี่รุต Visarute Angkatavanich ที่ให้เกียรติมาแบ่งปันมุมมองความคิดแตกต่างที่มีประโยชน์สร้างแรงบันดาลใจให้ออกไปถ่ายรูปตามมุมมองของตนเอง



ร้านคิโนะคุนิยะ สาขาสยามพารากอน
งานจัดระหว่างเวลา 14.30-16.30 น.
สามารถซื้อ photobook ดังกล่าวได้ที่ร้าน
 ในราคาโปรโมชั่นลด 10%


#BettaParadiso # #PIXNIQ

วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

แอนลีนทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท รีลอนช์ครั้งใหญ่ในรอบ 22 ปี!




เปิดตัว Anlene MovMax นมแบรนด์เดียวในประเทศไทย

แอนลีน ผลิตภัณฑ์นมสำหรับผู้ใหญ่ภายใต้ ฟอนเทียร่า บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์นมระดับโลกจากประเทศนิวซีแลนด์ ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท จัดทัพปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 22 ปียืนหยัดครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่งของตลาดนมสำหรับผู้ใหญ่ในไทย พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ ‘Anlene MovMax’ นมผง และนมยูเอชที แบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ดูแลทั้งกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างคล่องตัว ตั้งเป้าดันยอดขายเพิ่ม 15-20% ภายในสิ้นปีนี้
 

นายพอล แอนดรูว์ ริชาร์ดส กรรมการผู้จัดการ กลุ่มประเทศไทย-อินโดจีน-ฟิลิปปินส์ บริษัท ฟอนเทียร่า แบรนด์ส (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การบริโภคผลิตภัณฑ์นมมีความนิยมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์นมสูงขึ้นเฉลี่ย 4-5% ทุกปี โดยเฉพาะประเทศไทยที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องของโภชนาการ และสุขภาพมากยิ่งขึ้น วัดได้จากการที่ประเทศไทยเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแอนลีน โดยมียอดจำหน่ายสูงที่สุดใน 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม พม่า ลาว และกัมพูชา เรามองว่า ประชากรในภูมิภาคเอเชียให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพมากกว่าทีเคยเป็นมา และสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาเติมเต็มเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ และนี่เป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับแอนลีน เราจึงตั้งเป้าเป็นผู้นำทางด้านโภชนาการเพื่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนให้มีสุขภาพดีและสมดุล หรือ ‘Healthy Living’ ภายใน 3-5 ปี และครองแชมป์ตลาดนมสำหรับผู้ใหญ่อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคต่อไป  ในปีนี้ แอนลีนภูมิใจที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่จะทำให้ผู้บริโภคมีสุขภาพดี คล่องแคล่วและใช้ชีวิตได้อย่างที่ใจต้องการ


การรีลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ได้มีการวางจำหน่ายในหลายประเทศในภูมิภาคนี้แล้ว เราคาดหวังว่าแอนลีนจะมีอัตราการเติบโต 15 -20% ในแต่ละประเทศภายในสิ้นปี้นี้  สำหรับประเทศไทย ผลิตภัณฑ์นมสำหรับผู้ใหญ่มีมูลค่าทางการตลาดกว่า 2.5 พันล้านบาท และมีอัตราการเติบโตขยายตัว ณ ปัจจุบันที่ 5% โดยแอนลีนมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดที่ ประมาณ 40%

นางสาวสุพัตรา โปรณานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และการตลาด
นางสาวสุพัตรา โปรณานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และการตลาด กล่าวว่า การเป็นผู้นำตลาดนมผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก และเป็นแรงขับเคลื่อนให้แอนลีนมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่ส่งเสริมให้คนไทยมีการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดี จากการค้นคว้าวิจัยและเก็บข้อมูล เราพบว่า คนรุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าช่วงวัยไหนจะสนใจในเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น เป้าหมายของบริษัทฯ คือการเสริมสร้างสุขภาพคนไทยให้แข็งแรงตั้งแต่วัยเยาว์ นอกจากนั้นยังต้องสร้างความเข้าใจและกระตุ้นการรับรู้ถึงความสำคัญของโภชนาการที่ดีร่วมด้วย


ด้วยงบประมาณมากกว่า 300 ล้านบาท แอนลีนปรับโฉมใหม่ ด้วยการปรับโลโก้ แพคเกจจิ้งดีไซน์ที่ทันสมัย และที่สำคัญ มีการปรับสูตรใหม่ ‘Anlene MovMax’ (แอนลีน มอฟแม็กซ์) สูตรใหม่ที่พัฒนาอีกขั้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการที่มีประโยชน์ โดย แอนลีน มอฟแม็กซ์ ให้มากกว่าแคลเซียมสูง เพราะมีคอลลาเจน และโปรตีน เสริมทั้งกระดูก (แคลเซียม, วิตามินดี, และฟอสฟอรัส) ข้อต่อ (คอลลาเจน, วิตามินซี, และวิตามินอี) และกล้ามเนื้อ (โปรตีน และแมกนีเซียม) เพื่อให้ร่างกายทั้งหมดเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังรวมสารอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย ที่สำคัญสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ แอนลีน มอฟแม็กซ์ ยังมีไขมันต่ำ และโคเลสเตอรอลต่ำ อีกด้วย


นายพอล แอนดรูว์ ริชาร์ดส กรรมการผู้จัดการ กลุ่มประเทศไทย-อินโดจีน-ฟิลิปปินส์

นอกจากสูตรใหม่แล้ว แอนลีนยังเปิดตัวแคมเปญการตลาดใหม่ล่าสุด ‘WeAreMore’ เราเป็นได้มากกว่ากรอบกำหนดของสังคม เป็นได้มากกว่าที่ใครคิด เราเป็นมากกว่าแอนลีนที่คุณเคยรู้จัก และทำให้คุณเป็นได้มากกว่า พบกับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเชิงรุกแบบ 360 องศา เพื่อตอกย้ำแบรนด์ และเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นและมากขึ้น พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ ลีเดีย – ศรัณย์รัชต์ ดีน ตัวแทนของคนที่ใช้ชีวิตแบบ “เป็นได้มากกว่าแค่รูปร่างหน้าตา”  และ ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ (พุทธิอร) ไพบูลย์สุวรรณ ตัวแทนของคนที่ใช้ชีวิตแบบ “เป็นได้มากกว่าตัวเลขของอายุ”


นอกจากนี้ แอนลีนได้เริ่มออกอากาศโฆษณาโทรทัศน์ตัวใหม่ พร้อมโปรโมตผ่านสื่อโฆษณานอกบ้าน และสื่อออนไลน์และดิจิตอลเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการผลักดันการทดลองผลิตภัณฑ์ จัดชิมทั้งในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ตามอาคารสำนักงานต่าง ๆ  โดยตั้งเป้าแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงผู้บริโภคกว่า 2 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้ มีแผนในการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุม และเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วยนมผงและนมยูเอชทีแอนลีน มอฟแม็กซ์หลากหลายขนาด โดยเจาะทั้งช่องทางร้านสะดวกซื้อ และร้านโชห่วย ทั่วประเทศ นอกจากนี้ แอนลีนยังวางแผนเดินสายทำกิจกรรมตรวจสุขภาพการเคลื่อนไหวให้ผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ อีก 200,000 คน ภายในปีนี้ด้วย


และเพื่อเป็นการเชิญชวนให้คนไทยหันมาใส่ใจเรื่องการเคลื่อนไหวมากยิ่งขึ้น แอนลีนเตรียมจัดงานใหญ่ประจำปี ‘Anlene Move Festival’ ครั้งที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคมที่จะถึงนี้  ณ สวนลุมพินี โดยได้เตรียมกิจกรรมมากมาย นำโดยเซเลบริตี้และครูฝึกชั้นนำของไทย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม Jumping Workout, Piloxing และ Cardio Hip Hop พร้อมคอนเสิร์ตปิดท้ายจากเบน ชลาทิศ ศิลปินชั้นนำของเมืองไทย งานนี้ไม่มีค่าเข้างาน เพียงลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ www.anlenemovefestival.com


ฟอนเทียร่า  แบรนด์ส (ประเทศไทย) นำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายเพื่อตอบโจทย์กับทุก ๆ ช่วงเวลาในชีวิตของผู้บริโภค ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็น แอนมัม (Anmum) นมเพื่อสตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร  แอนลีน (Anlene) นมสำหรับผู้ใหญ่ และผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ ภายใต้แบรนด์แองเคอร์ (Anchor) และเชสเดล (Chesdale) อาทิ ชีส เนย และครีม



#แอนลีนมอฟแม็กซ์ #ให้คุณเป็นได้มากกว่า

PEPSI GENERATIONS ซ่าทุกยุค…ไม่มีเปลี่ยน

เป๊ปซี่ ชวนย้อนเวลาสัมผัสความซ่าสไตล์เรโทร



เครื่องดื่ม “เป๊ปซี่” โดย บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ชวนสาวกชาวเรโทรนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาตะลุยความซ่าไปกับงาน “PEPSI GENERATIONS ซ่าทุกยุค...ไม่มีเปลี่ยน” เพื่อฉลองครบรอบ 120 ปีของการเป็นแบรนด์เครื่องดื่มร่วมสมัยที่ครองใจคนรุ่นใหม่มาทุกเจเนเรชัน
ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (โซน SQUARE A)
ระหว่างวันที่ 23 - 25 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 11.00 – 21.00 น.


พบการเปิดตัวแพ็คเกจจิ้งรุ่น “PEPSI GENERATIONS LIMITED EDITION” กับ 5 ดีไซน์วินเทจจาก 5 ยุคสุดฮิต ทั้งยุค 1990 1980 1950 1940 และ  2000 ให้ได้สะสมครบเซ็ตก่อนใคร!

ตื่นตาไปกับการเผยโฉมเสื้อผ้าคอลเลกชั่นพิเศษ “PEPSI X GREYHOUND” ครั้งแรก! กับแฟชั่นไอเท็มสุดคูลที่ผสานเอกลักษณ์อันโดดเด่นและเป็นตำนานของแบรนด์ “เป๊ปซี่” เข้ากับสไตล์สตรีทแฟชั่นของดีไซน์เนอร์ไทยอย่าง “เกรย์ฮาวด์” ที่มีความเก๋และร่วมสมัย

สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ “PEPSI GENERATIONS CLUB” คลับสไตล์เรโทรในรูปแบบป๊อบ-อัพที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับวัฒนธรรมสุดป๊อปในยุคต่างๆ พร้อมผสานเรื่องราวความเป็นมาของเป๊ปซี่ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมเพียง 3 วันเท่านั้น!



ชวนกรี๊ดไปกับกองทัพดาราที่จะมาร่วมสร้างเซอร์ไพรซ์ภายในงาน นำโดย สามวัยรุ่นสุดฮอต เจเจ กฤษณภูมิ – ทอย ปฐมพงศ์ – ก้อย อรัชพร พร้อมด้วย พีช พชร และ แพตตี้ อังศุมาลิน ร่วมด้วยแขก
รับเชิญพิเศษอย่าง ‘ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ’ สองหนุ่มแรพเตอร์ ‘จอนนี่ อันวา-หลุยส์ สก็อต’
และดูโอมาดกวนอย่าง ‘ลิฟท์-ออย’ ที่เคยร่วมงานกับเป๊ปซี่มาแล้วในอดีต



ชวนย้อนเวลาสัมผัสความซ่าสไตล์เรโทร กับงาน “PEPSI GENERATIONS ซ่าทุกยุค…ไม่มีเปลี่ยน” 23 – 25 กุมภาพันธ์นี้ ณ ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ABM ประเดิมโรดโชว์ หาดใหญ่

นักลงทุนร่วมฟังข้อมูลคึกคัก



โรดโชว์ นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร (คนที่ 3 จากซ้าย) ประธานกรรมการ นางสาวธิญาดา ควรสถาพร (คนที่ 2  จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ นายปองธรรม แดนวังเดิม (คนที่ 3 จากขวา ) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM นำเสนอข้อมูลรายละเอียดหลักทรัพย์แก่นักลงทุนเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ  โดยมีนางศรัณยา กระแสเศียร (คนที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ นางสาวรัชนี ชาติบัญชาชัย (คนที่ 1 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินพร้อมด้วย นางสาวพัชพร สรรคบุรานุรักษ์ (คนที่ 1 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายหุ้น ได้นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 75 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท

ณ โรงแรม ลีการ์เด้นส์ พลาซ่า หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเร็ว ๆ นี้

วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สุดยอดงานหัตถศิลป์ไทย อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ ๙


ภายใต้แนวคิด “ขุมทรัพย์แห่งภูมิปัญญา” งานหัตถศิลป์ไทยจากฝีมือ ครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ และทายาทฯ ระดับประเทศ

“ขุมทรัพย์แห่งภูมิปัญญา” พบสุดยอดงานหัตถศิลป์ไทยจากฝีมือ ครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ และทายาทฯ
ระดับประเทศ ที่หาชมได้ยากกว่า ๑๕๐ ผลงาน

SACICT พร้อมเปิดขุมทรัพย์แห่งภูมิปัญญา ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT เตรียมจัดงาน “อัตลักษณ์ แห่งสยาม ครั้งที่ ๙” ภายใต้แนวคิด “ขุมทรัพย์แห่งภูมิปัญญา” พบสุดยอดงานหัตถศิลป์ไทยจากฝีมือ  ครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ และทายาทฯ ระดับประเทศ ที่หาชมได้ยากกว่า ๑๕๐ ผลงาน จัดแสดงและจำหน่ายพร้อมกัน ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๕ กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ขุมทรัพย์แห่งภูมิปัญญา” พบสุดยอดงานหัตถศิลป์ไทยจากฝีมือ  ครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ และทายาทฯ ระดับประเทศ




นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า SACICT ในฐานะ
หน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของไทยให้เป็นที่
รู้จักและยอมรับในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนเป็นการขยายโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรมของไทย งานอัตลักษณ์แห่งสยามเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของ SACICT ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และมุ่งปลูกฝังค่านิยมในงานศิลปหัตถกรรมให้อยู่คู่กับคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น โดยเน้นการนำเสนอเรื่องราวองค์ความรู้งานศิลปหัตถกรรมจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรมหรือผู้รับการถ่ายทอดอื่นๆ อีกทั้งเพื่อให้ประชาชนคนไทย ทุกคนได้ร่วมแสดงความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เป็นผู้นำในการสร้างโอกาส ชี้นำทางให้คนไทยได้นำทักษะด้านงานศิลปหัตถกรรม สร้างอาชีพให้แก่พสกนิกรชาวไทยทั่ว
ทั้งประเทศมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน และเป็นการสนับสนุนให้นำคุณค่า และความงดงามของงานหัตถศิลป์ไทยมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ (Today Life’s Crafts)





“อัตลักษณ์แห่งสยาม” ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๙ ภายใต้แนวคิด “ขุมทรัพย์แห่งภูมิปัญญา” (Thai Wisdom , True Treasure) อันหมายถึง “ผืนแผ่นดินไทยที่กระจายความเป็นหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าในทุกอณู” ซึ่งความพิเศษภายในงานจะยิ่งใหญ่และพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยรวบรวมสุดยอดผลงานแห่งภูมิปัญญาเชิงช่างหัตถศิลป์จากทั่วประเทศมาจัดแสดงและจำหน่ายกว่า ๑๕๐ คูหา โดยแบ่งโซนการจัดงานออกเป็น ๓ โซนหลัก

โซนที่หนึ่ง The Masters Gallery
  “จากเวหาจรดบาดาล” ส่วนจัดนิทรรศการ จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี ๒๕๖๑ รวมทั้งสิ้น  ๒๕ ราย และ ส่วนนิทรรศการ “มรดกศิลป์” เพื่อเผยแพร่ผลงาน เกียรติประวัติ รวมถึงการถ่ายทอดแนวคิด แรงบันดาลใจในการทำงานหัตถกรรม ของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ในปีที่ผ่านมา กว่า ๓๐ ชิ้นงาน อันจะนำไปสู่การสร้างการรับรู้ เรียนรู้สร้างแรงบันดาลใจและช่วยกันอนุรักษ์ รักษางานศิลปหัตถกรรมของชาติให้คงอยู่ต่อไป

โซนที่สอง The Artisan’s Workshop “หัตถกรรม..หัดทำมือ” ส่วนกิจกรรมเวิร์คช็อปงานของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม โดยจัด workshop ไม่น้อยกว่าวันละ ๓ รอบ รวมตลอดงานไม่น้อยกว่า ๑๒ รอบ

โซนที่สาม The Craftsmen Collections “ตลาดหัตถศิลป์” ส่วนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรมในสาขาต่างๆ กว่า ๑๕๐ คูหา แบ่งเป็น ๔ โซนจำหน่าย ประกอบด้วย โซน“เริงลม หรรษา” (ประเภทการละเล่น หนังตะลุง เครื่องดนตรี) โซน “ภูษา ธารา” (ประเภทงานผ้า) โซน “แผ่นดินทอง” (ประเภทหัตถศิลป์ชั้นสูง เครื่องทอง เครื่องเงิน) และโซน “เพลินไพร” (ประเภทงานไม้ หวาย จักสาน)

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า SACICT 
สำหรับงานแถลงข่าว SACICT ได้นำตัวอย่าง ๙ ผลงานหัตถศิลป์  ที่มีความโดดเด่นและคงความเป็น
อัตลักษณ์แห่งสยามมาจัดแสดง ได้แก่ ผ้าปักกองหลวง, ผ้าทอไทลื้อ, ผ้าปะลางิง, เครื่องถมทอง-เงิน-คร่ำ, แหวนกลไก, ไม้แกะสลัก, หุ่นกระบอกไทย, เครื่องเงินสุโขทัย และเครื่องดนตรีไทย และร่วมพูดคุยกับครูสำเริง แดงแนวน้อย ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี ๒๕๖๑ ผู้ขึ้นชื่อในช่างสิบหมู่ศิลปากรกับการดำรงรักษา สืบสาน  งานแกะสลักไม้ตามแบบราชสำนักมากว่า ๖๒ ปี ตามแบบโบราณราชประเพณีดั้งเดิมด้วยฝีมือเชิงช่างชั้นสูง โดยเฉพาะเครื่อประกอบพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพบุคคลชั้นเจ้านายหลายพระองค์


ร่วมด้วย ครูปิยะ สุวรรณพฤกษ์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี ๒๕๖๐ ผู้ชุบชีวิต “ผ้าปะลางิง”
ที่สาบสูญไปนานกว่าร้อยปี ให้กลับมาสะท้อนเอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นมุสลิมชายแดนใต้ และครูชูเกียรติ เนียมทอง ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี ๒๕๖๑ กับผลงานโดดเด่น “แหวนกลไก” ภูมิปัญญาโบราณที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เมืองจันทบุรี ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ และชมการแสดง
“เชิดหุ่นคน” จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยอาร์ม (กรกันต์ สุทธิโกเศศ) จากเวที The Mask Singer 










ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ ๙”
ได้ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ณ ห้อง Ballroom, Reception Hall
และห้องประชุม ๑-๒ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เวลา ๑๐.๐๐ - ๒๐.๐๐ น.

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ๑๒๘๙ www.sacict.or.th และ http://www.facebook.com/sacict