เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว! Hot คนดัง บันเทิง

วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พิธีมอบรางวัลการประกวดศิลปกรรมกรุงไทย ครั้งที่ 4

แบงก์กรุงไทยมอบรางวัลแก่ศิลปินรุ่นใหม่
พร้อมโชว์ผลงานการประกวดศิลปกรรมกรุงไทย  ครั้งที่ 4



ธนาคารกรุงไทย จัดพิธีมอบรางวัลแก่ศิลปินผู้ชนะการประกวดศิลปกรรมกรุงไทยครั้งที่4 พร้อมแสดงนิทรรศการของศิลปินจำนวน 17 ชิ้น เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมที่สะท้อนความเป็น
ไทยควบคู่กับการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “กรุงไทย” แผ่นดินที่รุ่มรวยด้วยสุนทรียศิลป์


อันทรงคุณค่า นำเสนอแง่งามของสังคมแห่งคุณธรรม จริยธรรม และขนบประเพณี นำพาเศรษฐกิจฟูเฟื่องด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

ปี 2557 ธนาคารได้ขยายโอกาสและสร้างกำลังใจแก่ศิลปินรุ่นใหม่ ผ่านโครงการประกวดศิลปกรรมกรุงไทยหรือ “Krungthai Art Awards” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างงานศิลปกรรมเพราะเล็งเห็นว่างานสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมสามารถสร้างบุคลากรที่ดีแก่สังคมได้ด้วยความประณีตลึกซึ้งจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้มุ่งมั่นสู่การทำความดี ความงาม และความเป็นปราชญ์





นายนนทิกร กาญจนะจิตรา กล่าวว่า การประกวดศิลปกรรมกรุงไทย ครั้งที่ 4 เป็นหนึ่งในโครงการ
ที่ธนาคารจัดทำด้วยตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเปิดกว้างสำหรับบุคคลทั่วไป และได้รับความสนใจจากศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 211 คน จำนวนผลงานรวม 309 ชิ้น แบ่งเป็นประเภทจิตรกรรม 227 ชิ้น ภาพพิมพ์ 53 ชิ้น และประติมากรรม 29 ชิ้น คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ตัดสินผลงานตามเกณฑ์คุณภาพงานโดยไม่แบ่งแยกประเภท มีผลงานที่ได้รับรางวัลรวม 17 ชิ้น และผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อร่วมแสดงในนิทรรศการ 55 ชิ้น”


ผู้ชนะการประกวดรางวัลศิลปกรรมกรุงไทย ครั้งที่ 4 จำนวน 14 รางวัล รวมมูลค่า 2,400,000 บาทได้แก่

รางวัลชนะเลิศ รับโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 500,000 บาท ได้แก่ นายปฐมพงศ์ บูชาบุตร เจ้าของผลงาน
“แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง 2”

รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 2 รางวัลเงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่
นายศักชัย อุทธิโท เจ้าของผลงาน “ความสงบสุขและความดีงาม 1” และ นางสาวสุกัญญา สอนบุญ เจ้าของผลงาน “นวัตกรรมจากงานช่างไม้ หมายเลข 2”

รองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 2 รางวัลเงินรางวัล 200,000 บาทพร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นายบุญเสริม วัฒนกิจ เจ้าของผลงาน “ชุมนุม” และ นายนัฐพล แสงทอง เจ้าของผลงาน “สัมพันธภาพแห่งเส้น”
รองชนะเลิศอันดับ 3 จำนวน 9 รางวัลเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่
1. นายพีรพล อินทร์ตุ้ม เจ้าของผลงาน “หลง”
2. นางสาวมนัชญา กิจประเสิรฐ เจ้าของผลงาน “วิถีชีวิต”
3. นายวีระพงศ์ แสนสมพร เจ้าของผลงาน “น้ำค้าง...ชีวิต”
4. นายกิตติพันธุ์ ชิณวรรณโชติ เจ้าของผลงาน “ความสัมพันธ์”
5. นายสุรศักดิ์ แสนโหน่ง เจ้าของผลงาน “ความงดงามของความอุดมสมบูรณ์”
6. นายกรณิศ พ่วงพันสี เจ้าของผลงาน “สนามเด็กเล่นบททางช้างเผือก หมายเลข 2”
7. นายเดโช โกมาลา เจ้าของผลงาน “บ้านเรา”
8. นางสาวรัตติยา แหละหมัน เจ้าของผลงาน “สัจจะความจริงจากใบบัว”
9. นายสุริยา ฟ้อนรำดี เจ้าของผลงาน “มีงานมีการหลังบ้านงาน”






ในปีนี้ คณะกรรมการได้เพิ่มรางวัลพิเศษใน  สาขา Collector’s Choice จำนวน 3 รางวัล
รวมมูลค่า 300,000 บาท โดยผู้ชนะการประกวด ได้แก่

รางวัลที่ 1 นางศรีพัชรินทร์ จนาศิลป์ เจ้าของผลงาน “ราชรถ ทศกัณฐ์”
เงินรางวัล 120,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รองวัลที่ 2 นายพายุ เกิดพุฒ เจ้าของผลงาน “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา”
เงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รางวัลที่ 3นายเทพพงษ์ หงษ์ศรีเมือง เจ้าของผลงาน “สุนทรียะของวัฒนธรรม”
เงินรางวัล 80,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร




นิทรรศการศิลปกรรมกรุงไทยครั้งที่ 4 เปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ระหว่างวันที่ 29 พ.ค. - 4 มิ.ย.2562 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 7เซ็นทรัลพลาซ่าแกรนด์ พระราม 9
โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.ktb.co.th


วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

“โคนิก้า มินอลต้า” เขย่าวงการเครื่องถ่ายเอกสาร

ส่ง “bizhub i-Series” ที่สุดของเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน
แห่งอนาคต



“โคนิก้า มินอลต้า บิสสิเนส โซลูชันส์ (ประเทศไทย)” ปลุกกระแสตลาดเครื่องถ่ายเอกสาร หลังเงียบมาหลายปี เปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันรุ่นใหม่ล่าสุด Konica Minolta “bizhub i-Series” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Rethink it ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด หนึ่งเดียวที่มาพร้อมกับแอนติไวรัส BitDefender ช่วยปกป้องข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Attack) แบบเรียลไทม์ มั่นใจพร้อมเจาะตลาดกลุ่มธุรกิจ, เอสเอ็มอี ขนาดกลาง-ใหญ่, กลุ่มบริษัทออฟฟิศ และสถานประกอบการต่างๆ ชูความสะดวก เรียบง่าย ไม่กินพื้นที่มากเกินไป ลดความซ้ำซ้อน สามารถใช้ทำงานได้หลายแบบในเครื่องเดียว และคุ้มค่าต่อการใช้งาน เสริมทีมบริการหลังการขาย On Site Service ให้บริการถึงที่ทำงาน พร้อมตั้งเป้าขึ้นสู่ตำแหน่งที่ 3 ตลาดเครื่องถ่ายเอกสาร

นางสาวสุธิดา แจ่มฤกษ์แจ้ง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โคนิก้า มินอลต้า บิสสิเนส โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด

นางสาวสุธิดา แจ่มฤกษ์แจ้ง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โคนิก้า มินอลต้า บิสสิเนส โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำด้านการจัดการงานพิมพ์และข้อมูลองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพ ผลผลิต และการแบ่งปันข้อมูลผ่านโซลูชั่น และเพื่อการบริการงานพิมพ์ที่หลากหลายทั้งในระดับสำนักงาน และผู้ประกอบการ ทั้งยังเป็นผู้ให้บริการจัดจำหน่ายเครื่องมัลติฟังก์ชัน (Office Multifunction) ที่ได้รับรางวัลในเรื่องของเทคโนโลยีอันล้ำสมัย รวมถึงแท่นพิมพ์ดิจิตอล (Production Printing) แท่นพิมพ์ดิจิตอลอุตสาหกรรม (Industrial Printing) และวัสดุสิ้นเปลืองที่เกี่ยวข้อง โคนิก้า มินอลต้า ยังเป็นบริษัทชั้นนำทางด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับการจัดการเอกสารภายในองค์กร ซึ่งให้บริการด้านซอฟต์แวร์โซลูชั่นต่างๆ (Software Solution) ที่ช่วยบริหารจัดการงานเอกสาร อีกด้วย



ในปี 2562 นี้ บริษัทฯ ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันรุ่นใหม่ล่าสุด Konica Minolta “bizhub i-Series” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Rethink it เปลี่ยนบทบาทของเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน ให้กลายเป็นศูนย์กลางของสถานที่ทำงาน เชื่อมต่อผู้คน สถานที่ และอุปกรณ์ทุกชนิดเป็นหนึ่งเดียว ทั้งยังขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่อนาคตจากแนวคิดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Rethink Security นวัตกรรมใหม่เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด หนึ่งเดียวที่มาพร้อมกับแอนติไวรัส BitDefender ทำงานสแกนไวรัสรวมไปถึงข้อมูลที่รับเข้าและส่งออกทั้งหมดแบบเรียลไทม์ ทั้งยังตั้งค่าการใช้งานได้ตามต้องการ สามารถตั้งเวลาสแกนข้อมูลล่วงหน้า ช่วยปกป้องข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Attack) พร้อมผสานกับการทำงานของ bizhub SECURE ที่จะดูแลปกป้องรวมถึงสำรองข้อมูลในหน่วยความจำ มั่นใจได้ว่าทุกข้อมูลจะปลอดภัยสูงสุด ช่วยยกระดับการทำงานพาธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงไม่มีสะดุด



Rethink Simplicity แนวคิดที่ต่อยอดการออกแบบอันเรียบง่าย มาสู่รูปแบบการใช้งานที่สะดวกปลอดภัย ใช้งานง่าย ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10.1 นิ้ว สไตล์สมาร์ทโฟน ปรับเอียงได้ถึง 90 องศา ไฟแจ้งเตือนสถานะงานแบบ LED ดีไซน์โค้งมนทันสมัย มอบการใช้งานที่สะดวกสบายแก่ผู้ใช้ทุกคน ทั้งยังปรับแต่งแอปพลิเคชันการใช้งานได้หลากหลาย จากบริการ Konica Minolta MarketPlace สามารถตั้งฟังก์ชันที่ใช้งานเป็นประจำให้ถูกแสดงเป็นอันดับแรก ช่วยตัดทอนเวลาที่ยุ่งยากเปล่าประโยชน์ ยกระดับการทำงานให้ดีขึ้นและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ, Rethink Productivity แนวคิดขยายขีดความสามารถของงานพิมพ์ จากระบบ Dispatcher Suite Solution ช่วยเพิ่มผลผลิตในระดับสูงสุด พร้อมกำจัดงานที่ซ้ำซ้อน ลดต้นทุนและการทำสำเนาลง และลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพด้วยฟังก์ชันการทำงานล่วงหน้า รวมไปถึงขั้นตอนการตรวจสอบและการกระจายเอกสารที่ตั้งค่าได้ตามต้องการ ทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล ยกระดับคอนเซ็ปต์ Rethink it สู่ศูนย์กลางควบคุมกระบวนการงานพิมพ์ขององค์กร




i-series เป็นนวัตกรรมเครื่องถ่ายเอกสารเพียงแบรนด์เดียว ที่มีหน่วยประมวลผลกลาง CPU Quad Core 1.6GHz, หน่วยความจำมาตรฐาน (RAM) 8 GB และยังมี Storage device 256 GB ที่เป็นแบบ SSD ช่วยให้ตอบสนองต่อการทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังเป็นเครื่อง MFP รุ่นแรกที่มาพร้อมกับ BitDefender ซึ่งเป็น ซอฟต์แวร์แอนติไวรัสระดับโลก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยังไม่มีคู่แข่งรายไหนที่ทำได้ในสินค้าระดับเดียวกัน

“bizhub i-SERIES” มีขั้นตอนการทำงานที่รวดเร็วและง่ายขึ้นโดยมอบความสามารถในการทำงานและสามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพสูง พร้อมรองรับการทำงานที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถทำงานร่วมกับซอฟท์แวร์การจัดการงานพิมพ์หรืองานสแกนได้ทันทีจากพาแนลเครื่อง สมัยใหม่รวมถึงอุปกรณ์ITS ในรูปแบบ (on-premise / cloud) ได้ตลอดเวลา และสร้างความมั่นคง พร้อมความปลอดภัยทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยจาก BitDefender ที่การออกแบบร่วมสมัยมีส่วนต่อประสานกับผู้ใช้สมาร์ทโฟน ผ่าน Application Konica Mobile Print และยังรองรับการยืนยันตัวตน การสั่งพิมพ์ รวมถึงการรับงานสแกนจากอุปกรณ์ที่มี NFC ได้อย่างรวดเร็วทันที
นางสาวสุธิดา กล่าวต่ออีกว่า “ I ”
ของ bizhub i-Series มาจากคำศัพท์ทางการตลาดของ i-Generation (หรือที่เรียกว่า Generation Z
ซึ่งหมายถึงยุคที่บุคคลเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการทำงานและการดำรงชีวิต) ซึ่งในปัจจุบันคน Gen Z ได้เริ่มเข้าสู่สังคมในการทำงานมากขึ้น ซึ่งจะมีปัจจัยในการเลือกองค์กร หรือสำนักงานที่มีความเป็นดิจิตอลที่ทันสมัย ซึ่ง โคนิก้า มินอลต้า ใช้“ I ” เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า i-Series นั้นสามารถประยุกต์ใช้กับสำนักงานยุคใหม่ที่ทันสมัย และตรงกับความต้องการรวมถึงความรู้สึกของผู้ใช้ในยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี


ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ “โคนิก้า มินอลต้า” จะเป็นกลุ่มบริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย โดย บริษัทฯ กำลังดำเนินการตามกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการเติบโตทั้งในกลุ่มธุรกิจสำนักงาน และกลุ่มธุรกิจสิ่งพิมพ์ระดับมืออาชีพ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มผลกำไรโดยการเพิ่มยอดขายและการปฏิรูปโครงสร้างต้นทุน ซึ่ง "i-Series" Konica Minolta ต้องการที่จะมุ่งเน้นไปที่"ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” และเราต้องการเป็นหุ้นส่วนกับคุณโดยสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจของคุณไปด้วยกัน

“ปัจจุบันเครื่องมัลติฟังก์ชันมีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับ 2-3 ปีที่ผ่านมา เทรนด์การใช้เครื่องมัลติฟังก์ชันนั้นจะเพิ่มขึ้นกับกลุ่มธุรกิจ, SME ขนาดกลาง-ใหญ่, กลุ่มบริษัทออฟฟิศ, สถานประกอบการต่างๆ เพราะสะดวก เรียบง่าย ไม่กินพื้นที่มากเกินไป ลดความซ้ำซ้อน สามารถใช้ทำงานได้หลายแบบในเครื่องเดียว และด้านความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันนั้นก็คือความคุ้มค่าในการใช้งาน และบริการหลังการขาย เมื่อเกิดปัญหาต้องมี On Site Service ให้บริการถึงออฟฟิศ หรือที่ทำงาน อีกทั้งธุรกิจในปัจจุบันเริ่มตระหนักถึงความปลอดภัยในการพิมพ์มากขึ้น ผู้ให้บริการเครื่องมัลติฟังก์ชันจำเป็นที่จะต้องหาโซลูชั่นต่างๆสำหรับป้องกันภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นด้วย รวมทั้ง click charge rate ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อ ยิ่งถ้าทำ click charge rate ในราคาที่คุ้มค่า ผู้บริโภคยิ่งมีการตัดสินใจซื้อที่สูงขึ้นตามลำดับ” นางสาวสุธิดา กล่าวสรุปในตอนท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจเครื่องมัลติฟังก์ชัน Konica Minolta “bizhub i-Series
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 02-029-7000
หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.konicaminolta.co.th และ Facebook : konicaminoltabth

เครือเฮอริเทจย้ำความเป็นผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในงาน THAIFEX - World of Food ASIA 2019
กรุงเทพฯ - เครือเฮอริเทจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำโดย วิชา พลไพศาล (คนกลาง) ประธานกรรมการ เครือเฮอริเทจ ร่วมจัดแสดงสินค้าพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ เครื่องดื่มนมพิสทาชิโอ แบรนด์ซันคิสท์, อัลมอนด์ บรีซ บาริสต้า เบลนด์, ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคถุงทองแบรนด์เฮอริเทจ และอีกหลากหลายสินค้าในงาน THAIFEX - World of Food ASIA 2019

ย้ำความเป็นผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยมี วารี พลไพศาล (ที่3จากขวา) ประธานกรรมการ เครือเฮอริเทจ และ วิทวัส พลไพศาล (ที่ 3 จากซ้าย) รองประธานกรรมการ เครือเฮอริเทจ เข้าร่วม  ณ บูธเครือเฮอริเทจ เลขที่ v01 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562





วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พม. เตรียมจัดงาน “Thailand Social Expo 2019”

ชูผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคม
สำหรับคนทุกช่วงวัย

วันนี้ (27 พ.ค. 62) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 8 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดงานแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งที่2 ของประเทศไทย “Thailand Social Expo 2019” ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน – Partnership for Sustainable” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ว่า ปัจจุบันสถานการณ์ของสังคมโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อ การดำเนินชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะองค์กรด้านการพัฒนาสังคมของประเทศ จึงจำเป็นต้องดำเนินการผลักดันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสังคม อย่างเป็นระบบ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมใน การขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาสังคมไทยอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน


นายปรเมธี กล่าวต่อว่า ปีที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ดำเนินการจัดงาน Thailand Social Expo 2018 ระหว่างวันที่ 3 - 5 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เป็นการแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย โดยมีประชาชนผู้สนใจจากทุกกลุ่มเป้าหมายใน ทุกช่วงวัยมีส่วนร่วมเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก นับว่าการจัดงานครั้งแรกประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ สำหรับปี 2562 ได้กำหนดจัดงาน Thailand Social Expo 2019 

ระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลของการรวบรวมผลงานนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาสังคมและกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งผลการคิดค้น และการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยผนึกกำลังบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมและการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ดำเนินงานด้านสังคมของประเทศไทย 



นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า สำหรับการจัดงาน Thailand Social Expo 2019 มีการแบ่งกิจกรรมออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย 1) การเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย อาทิ 1.1) สมัชชาการพัฒนา เด็กและเยาวชนแห่งชาติ 1.2) วาระแห่งชาติ Active Aging สูงวัยอย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข 1.3) สื่อสารสร้างสรรค์ป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก และ 1.4) การยกระดับ CSR สู่พลังจิตสาธารณะ ลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน เป็นต้น 2) บริการทางสังคม อาทิ 2.1) บริการตรวจวัดสายตา 2.2) ประมูลทรัพย์หลุดจำนำ 2.3) สาธิตการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ 2.4) ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน 2.5) การทำบัตรประชาชน และ 2.6) การให้บริการ จัดหางาน เป็นต้น 3) การแสดงและนวัตกรรมทางสังคม อาทิ 3.1) Pavilion กลาง การแสดงผลงานการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ได้แก่ ปฐมวัย วัยรุ่น วัยแรงงาน และวัยสูงอายุ 3.2) นวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ 3.3) การแสดง Application งานด้านสังคม และ 3.4) การแสดงดนตรีของคนพิการ Fight for Dream เป็นต้น และ 4) การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและร้านอาหาร อาทิ 4.1) ผลิตภัณฑ์ ทอฝัน by พม. 4.2) ผลิตภัณฑ์ OTOP และ 4.3) ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และ
เบเกอรี่

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงาน Thailand Social Expo 2019
ระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2562ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2
ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
เพื่อการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาสังคมไทยอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป

อธิบดี พก. เปิดการประชุมสมัชชาเครือข่ายด้านคนพิการระดับภูมิภาค (กลุ่มภาคกลาง)



วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสมัชชาเครือข่ายด้านคนพิการระดับภูมิภาค (กลุ่มภาคกลาง) และบรรยายพิเศษ เรื่อง “นโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านคนพิการประจำปี 2562”






ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 - 28 พ.ค. 62 เพื่อรวบรวม รับฟังข้อเสนอแนะ และข้อคิดในระดับพื้นที่ นำมาวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและพัฒนาเป็นมติสมัชชาระดับชาติ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ และรวบรวมสู่การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2565 - 2570 สำหรับขับเคลื่อนการดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายสาธานณะด้านคนพิการ โดยมี ผู้แทนจากคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัด จำนวน 400 คน เข้าร่วมการประชุม




โดยสามารถติดตามข่าวสารของ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.)
รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของคนพิการได้ที่ www.dep.go.th หรือ https://www.facebook.com/dep.go.th

เบทาโกรต่อยอดความสำเร็จผู้นำอุตสาหกรรมอาหารคุณภาพและปลอดภัย


ดันผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค พร้อมเดินหน้ารุกตลาดส่งออก มุ่งส่งต่ออาหารคุณภาพ สู่ตลาดทั่วโลก ตั้งเป้ายอดขายธุรกิจอาหารโต 15%

กรุงเทพฯ 27 พฤษภาคม 2562 เบทาโกร หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมอาหาร ลั่นเดินหน้ายกระดับคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารเต็มรูปแบบ ชูผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปพร้อมรับประทาน ที่หลากหลายมากกว่า 1,000 รายการ ด้วยกำลังการผลิต 8,000 ตัน ต่อปี จาก Betagro Central Kitchen นวนคร ตอบโจทย์ผู้บริโภคในสังคมเมืองที่ต้องการความสะดวก อร่อย หลากหลาย และมีคุณภาพ พร้อมรุกตลาดส่งออกด้วยสินค้าคุณภาพ ปลอดภัยระดับพรีเมียม ที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ฮอร์โมน และสารเร่งเนื้อแดงในกระบวนการผลิต และขยายกำลังการผลิตไก่ปรุงสุก ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น



นายสมศักดิ์ บุญลาภ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร เปิดเผยว่า ปี 2561 เป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของเบทาโกร ด้วย 3 กิจกรรมหลักคือ การเปิดตัวแคมเปญการตลาดใหญ่ ‘ไส้กรอกรมควันเบทาโกร – อร่อยใช่ สัมผัสไหนก็โดน’ โดยมี โป๊ป-ธนวรรธน์ เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของผลิตภัณฑ์ไส้กรอกแบรนด์เบทาโกร สามารถเพิ่มการรับรู้แบรนด์ไส้กรอกรมควันเบทาโกรในตลาดได้ถึง 93% และมีการบริโภคเป็นประจำเพิ่มสูงถึง 45% (ผลการวิจัยผู้บริโภค 300 คน โดยวัดจากการรับประทานสินค้าทุก 1 สัปดาห์เป็นประจำ) ช่วยดันยอดขายเพิ่มเฉพาะกลุ่มไส้กรอกสูงถึง 10% โดยที่ไส้กรอกกลุ่มพรีเมี่ยมและเกรด A เติบโตถึง 15% นอกจากนี้เบทาโกรยังมุ่งมั่นสร้างการรับรู้และความเข้าใจเพื่อหวังให้ผู้บริโภคตระหนักและหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ผ่านแคมเปญ ‘เลือกกิน ให้อนาคต’ ตอกย้ำผลิตภัณฑ์เอสเพียว ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะในขั้นตอนการเลี้ยงตั้งแต่วันแรก หรือ RWA (Raised Without Antibiotics) รับรองโดย NSF เป็นรายแรกของโลก ส่งผลให้ภาพรวมตลาดอาหารสดหมู ไก่ ไข่ ภายใต้แบรนด์เอสเพียวในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 17% ในขณะที่ตลาดสินค้าพรีเมี่ยมเติบโต 10%

นายสมศักดิ์ บุญลาภ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร
สินค้ากลุ่ม RWA (Raised Without Antibiotics) นี้ ยังถือเป็นสินค้าสำคัญที่ช่วยเปิดตลาดส่งออกอาหารไปยังกลุ่มตะวันออกกลางและตลาดยุโรป ในรูปแบบ OEM และภายใต้ตราสินค้าเอสเพียว ไปยังประเทศฮ่องกงอีกด้วย ส่งผลให้ยอดส่งออกเบทาโกรเพิ่มขึ้น 14% ในขณะที่การส่งออกโดยรวมของประเทศไทยมีอัตราการเติบโตเพียง 11%

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทิศทางธุรกิจของเบทาโกรในปี 2562 เรามีกิจกรรมหลัก 4 กิจกรรม โดยกิจกรรมแรก เป็นการเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ ไส้กรอกรมควันในปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อแคมเปญใหม่ ‘ไส้กรอกเบทาโกร ชีส ซีรีส์ ความอร่อยที่ใครก็หยุดไม่ได้’ โดยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ไส้กรอกชีส 6 รสชาติ 6 สไตล์ เพื่อให้สอดรับกับกระแสความต้องการของตลาด ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบชีส และไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพของอาหาร

นอกจากนี้เพื่อเป็นการต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าพรีเมี่ยมแบรนด์เอสเพียว จึงออกผลิตภัณฑ์ไส้กรอกพรีเมี่ยมสไตล์โฮมเมดที่ผลิตจากเนื้อหมูเอสเพียว เอาใจกลุ่มผู้บริโภคที่ใสใจในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้ตนเองหรือครอบครัว โดยเริ่มวางจำหน่าย 6 สาขา ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, สยามพารากอน, เดอะมอลล์บางแค, เซ็นทรัลชิดลม และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า รวมทั้งตั้งเป้าขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าเอสเพียวผ่าน Antibiotic Free Zone ในร้าน BETAGRO Shop กว่า 49 สาขา และผลักดันสู่ทุกสาขาของร้าน BETAGRO Shop ทั่วประเทศ ในปี 2020 ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปของเบทาโกรถือครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 15% มูลค่าราว 4,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเติบโต 15%



สำหรับแนวโน้มตลาดส่งออกของปี 2562 เป็นไปในทิศทางที่ดี เบทาโกรตั้งเป้าปริมาณการส่งออกทั้งหมดในปีนี้ กว่า 97,580 ตัน ตั้งเป้าเติบโต 12% ในปีนี้ โดยผลิตภัณฑ์หลักยังคงเป็นไก่ปรุงสุกแช่แข็ง และไก่สดแช่แข็ง ซึ่งในปีนี้ยังคงเน้นการทำตลาดสินค้าไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ (RWA) ทั้งภายใต้แบรนด์เอสเพียว และ OEM ไปยังตลาดเอเชีย ได้แก่ ประเทศ ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และยุโรป ในกลุ่มสแกนดิเนเวียร์ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีโครงการขยายกำลังการผลิตสินค้า ไก่ปรุงสุกเพิ่มขึ้นอีกปีละ 3,000 ตัน เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นซึ่งมีความต้องการสินค้าจากประเทศไทยมากขึ้น



ในส่วนของ Betagro Central Kitchen นวนคร ที่ได้ลงทุนก่อสร้างศูนย์นวัตกรรมอาหารเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เมื่อปีที่แล้ว ด้วยงบกว่า 750 ล้านบาท วันนี้ Betagro Central Kitchen พร้อมแล้วที่จะส่งต่ออาหารพร้อมรับประทานที่หลากหลายมากกว่า 1,000 รายการ ใน 6 หมวดสินค้า ได้แก่ 1) อาหารทานเล่นและสินค้าทอดประเภทหมู ไก่ 2) ผลิตภัณฑ์ไข่ปรุงสุก 3) ข้าวกล่องพร้อมรับประทาน 4) กับข้าวสำเร็จรูป 5) เบเกอรี่ และ 6) ผลิตภัณฑ์ปรุงรส ผลิตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยกำลังการผลิตรวม 8,000 ตันต่อปี และคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายในส่วนของอาหารแปรรูป และพร้อมรับประทานได้อีกราว 17 %



สำหรับงาน THAIFEX : World of Food Asia 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน นี้ เครือเบทาโกรร่วมออกบูธเพื่อแสดงสินค้าอาหารคุณภาพสูง เปิดโอกาสทางธุรกิจอาหารแก่ผู้ประกอบการต่างๆ ภายใต้แนวคิด ‘Experience Real Quality with Betagro’ บนพื้นที่กว่า 252 ตารางเมตร เนรมิตให้เป็น Butcher & Barn เพื่อให้คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้บริโภคได้สัมผัสกับประสบการณ์รูปแบบใหม่ของแบรนด์เบทาโกร ผ่านโซนนิ่งต่าง ๆ และไฮไลท์พิเศษ คือการสาธิตวิธีการบรรจุไส้กรอก S-Pure Homemade Sausage และจัดแสดง The Pork Cuts Range โชว์เนื้อหมูสดครึ่งซีกที่ตัดแต่งอย่างสวยงามเพื่อแสดงความสดใหม่อย่างมีคุณภาพ คาดว่าจะสามารถดึงดูดผู้เข้าเยี่ยมชมบูธเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกชม และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ครบทุกไลน์ ทั้งอาหารสด อาหารแปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หลากหลายรายการ



ห้ามพลาด!
กับ บูธ Betagro ที่ให้ผู้ที่มาเยี่ยมบูธได้ลิ้มลองความอร่อยจากผลิตภัณฑ์เครือเบทาโกรตลอดวัน โดยทีม Pro Chef จาก Thailand Culinary Academy อาทิเชฟวัฒนศักดิ์ ช่างเก็บ เชฟเทียนชัย พีรพงศธร ทั้งกับข้าว อาหารทานเล่น อาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ เบเกอรี่ ฯลฯ รวมกว่า 30 เมนู

ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 – 18.00 น.
ณ ชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

“TK.Wedding Showcase”

รังสรรค์งานวิวาห์ในรูปแบบ Greenery
ระหว่างวันที่ 29-30มิถุนายน 2562



โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ ซอย 15 เตรียมจัดงาน“TK.Wedding Showcase ”
ครั้งแรก เต็มไปด้วยความพิเศษ ในธีม Greenery ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายน 2562
ห้องเยอบีร่า ชั้น 3 อาคาร ล็อบบี้ ภายในงานจะจัดในรูปแบบของสวนสีเขียว เต็มไปด้วยความสดชื่น
ของสีเขียว ทั้ง ฉากเวที ซุ้มงานแต่งทันสมัยในแบบ Greenery

ทั้งนี้ ผู้เข้าชมจะได้เห็นสถานที่จัดงานจริง ห้องที่สามารถจัดได้ตั้งแต่งานขนาดเล็กไปถึงงานใหญ่
เลือกลองชุดวิวาห์ ขันหมากและตกแต่งสถานที่ การ์ดแต่งงาน ของชำร่วย สมุดอวย สตูดิโอถ่ายภาพ จากร้านค้าที่ร่วมออกบูธ พร้อมทั้งรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านงานแต่ง



นอกจากนี้ทางโรงแรมยังได้คัดสรรเมนูอาหารว่างในแบบพิเศษเพื่อให้เข้าถึงธรรมชาติเน้นความเป็น
สีเขียว ผู้ร่วมงานได้ดื่มด่ำกับความสุขในการชมงาน พร้อมชิมอาหารอร่อยภายในงาน

พิเศษสุด ! กับโปรโมชั่นสำหรับลูกค้า ลดแล้วลดอีก นอกจากลดแยกเป็นส่วน ๆ แล้ว ยังลดอีก 5%
จากยอดใช้จ่ายรวม เรียกได้ว่าเมื่อมาแล้วต้องไม่ผิดหวัง และผู้ที่เข้าชมงาน “TK.Wedding Showcase ” ยังสามารถร่วมลุ้นรับบัตรที่พัก บัตรรับประทานอาหารจากทางโรงแรมฯอีกด้วย
ห้ามพลาด TK.Wedding Showcase


จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายน 2562 ที่ TK.Palace Hotel & Convention
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 574 1588
หรือเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ www.tkpalace.com ,www.facebook.com/TKPALACEHOTEL ,
line: @tkpalace

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

สื่ออินดอร์-เอ้าท์ดอร์ อินเตอร์ไพร์ม มีเดีย

อินเตอร์ไพร์ม มีเดียฯ จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป 

ผนึกกำลังเพื่อความเป็นหนึ่งด้านฯ สื่ออินดอร์-เอ้าท์ดอร์  อินเตอร์ไพร์ม มีเดีย จับมือ เดอะ มอล์ล กรุ๊ป เหมาสัมปทานสื่ออินดอร์ - เอ้าท์ดอร์ ทั้งหมดบริเวณห้างเดอะมอลล์ ซึ่งในขณะนี้ เดอะ มอลล์หลายสาขากำลังอยู่ในระหว่างรีโนเวทห้างใหม่ ทั้งเดอะมอลล์รามคำแหง เริ่มจะจาก เดอะมอลล์สาขางามวงศ์วาน คาดว่าจะเปิดเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2563

นอกจากนี้ ทางบริษัทอินเตอร์ไพร์มฯ ในประชุมคณะกรรมการล่าสุดได้มีมติแต่งตั้งกรรมการบริษัทชุดใหม่อีก 2ท่าน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ และ นายภาวิต ศุปทีปมงคล กรรมการ แทน พล.ต.อ. เสรีพิสุทธ์ เตมียเวช และ ดร.จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ ซึ่งทั้ง 2 ท่าน  ได้ขอลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปทำงานด้านการเมือง ทั้งนี้ ในปี 2561 



ที่ผ่านมา บริษัทอินเตอร์ไพร์มฯ ได้กำไรจากผลประกอบการ 11.5 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2562 ทั้งงานอีเวนท์ งานคอนเสิร์ตที่หลากหลายแนวเพลงและศิลปิน และสื่อโฆษณาที่ขยายโปรเจคออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทอินเตอร์ไพร์มฯ จะสามารถทำกำไรได้มากกว่าปีที่ผ่านมา ตามแผนงานที่วางไว้

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เดอะทับแขกกระบี่ ปันความสุข ปล่อยใจ เอนกาย ท่ามกลางธรรมชาติ

มาแบ่งปันพระอาทิตย์ตกดินกันเถอะ ชวนมาปักหมุด นอนรีเฟรชร่างกายกันสักคืน

ทำไมต้องไป “กระบี่” จังหวัดที่มีชื่อเสียง ดังไกลระดับโลก อย่างเกาะพีพี ทะเลแหวก  ใครมีความหลงไหลในธรรมชาติ รักการเรียนรู้ค้นหาอะไรใหม่ๆ ที่ ชายหาดทับแขกให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป ที่พักหรูสุดโรแมนติก ชายหาดที่มีรูปทรงโค้ง น้ำทะเลเป็นสีฟ้า บรรยากาศเงียบสงบ ริมหาดสุดชิลล์ ฟีลกู๊ดกับวิลล่าริมทะเล  เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท โดดเด่นด้วยธรรมชาติ บรรยากาศสุดชิลล์ มาให้เพื่อนๆ  ได้มีโอกาสมาปักหมุด หนีเอาความเครียดมาโยนทะเล  นอนสูดอากาศดีสักคืน-สองคืน บอกเลยว่าช่วยรีเฟรชร่างกายได้ดีนะคะจะบอกให้!

วันนี้เราไปพักกันที่ วิลล่าติดทะเล ติดชายหาด บรรยากาศดี วิวสวยที่สุดในโลก The Tubkaak Krabi Boutique Resort  ใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ 40 นาทีจากสนามบินนานาชาติกระบี่





“ทับแขก” หรืออีกนัยหนึ่งหมายถึง บ้านพักสำหรับผู้มาเยือน ชายหาดที่เราสามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างงดงาม ที่นี่ถือเป็น First impression มาสูดโอโซนชั้นดีกับที่พักริมทะเลบรรยากาศสุดสโลว์ไลฟ์ความเงียบสงบ และธรรมชาติที่โอบล้อม  ด้านห้องพัก มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 59 ห้อง โดยมีส่วนที่เป็น pool villa  จำนวน 18 ห้องพักหรูระดับ 5 ดาว ที่ตกแต่งด้วยสไตล์ Contemporary Tropical ห้องพักตั้งอยู่บนหาดคลองหินและโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม หาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีฟ้า และมีภูเขาสีเขียวชอุ่มที่เหมือนเป็นฉากหลังให้กับที่พัก






ห้องพักหรูต่างสไตล์ที่ลดหลั่นกันลงมาตามเนินเขามากถึง 6 แบบคือ Deluxe Ocean View, Grand Deluxe Jacuzzi Ocean View, Tropical Villa, Tropical Pool villa, Beach Front Pool Villa และ Presidential Pool Villa 2 Bedroom  แต่ละห้องยังตกแต่งผสมผสานความเป็นศิลปะจามแบบร่วมสมัยอย่างลงตัวและงดงาม ภายในห้องนอนคงคอนเซ็ปต์ของความเรียบหรูและยังคงเน้นสีขาวให้ตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลเพื่อความอบอุ่นและนุ่มนวล ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้ง ทีวีแอลซีดี ตู้เย็น ลำโพงไอพอด เครื่องทำกาแฟ เครื่องทำน้ำอุ่น และยังฟรีมินิบาร์ทั้งขนมและเครื่องดื่มแบบที่ไม่ต้องกลัวว่าจะหิว ละที่เป็นไฮไลท์ของห้อง Beach Front Pool Villa คือสระว่ายน้ำส่วนตัวที่อยู่ทางด้านหน้าห้องซึ่ง เป็นสระว่ายน้ำที่เราสามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบ 180 องศา พร้อมเตียงชายหาดให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ

วิลล่าพรีเมียร์กับสระว่ายน้ำ ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดสำหรับการพักผ่อนที่แสนโรแมนติก การตกแต่งภายในที่จากแนวคิดอันลึกซึ้ง วิลล่ามีขนาดกว้างขวางและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หรูหราและห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง และห้องอาบน้ำฝักบัวองค์ประกอบของการออกแบบในประเทศรวมทั้งหัวเตียงกราฟิกขนาดใหญ่ เพดานโค้งสูงหลังคาลาดวัสดุธรรมชาติสร้างความรู้สึกของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้



เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท  อีกหนึ่งที่พักสวย ที่อยู่ในลิสต์ที่พักในฝันของใครหลายๆ คน เมื่อเข้ามายังพื้นที่ของรีสอร์ท ก็เหมือนหลุดเข้ามาในดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงไหลและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ส่วนด้านหน้าจะเป็นส่วนของล็อบบี้ที่เป็นอาคารเปิดโล่งแบบ Open Air ที่เปิดรับลมจากธรรมชาติ ที่พักมาในรูปแบบวิลล่าสุดเรียบง่าย ที่เน้นดีไซน์จากธรรมชาติ ทั้งไม้ งานจักรสาน แต่ก็ยังแฝงความโมเดิร์นน่าพัก ได้อีกความรู้สึกซึ่งหายากในปัจจุบัน ส่วน มุมชิลล์ก็ต้องยกให้กับห้องพักติดทะเล ที่มีความเป็นส่วนตัว ที่เราสามารถหย่อนขา ตกปลา และชมวิวอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้จากมุมนี้ เหมาะแก่การหนีความวุ่นวายมาให้ร่างกายได้รีแลกซ์กันสุดๆ ที่นี่ถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางที่แสวงหาประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่าง


เดอะทับแขกเป็นบูทีค รีสอร์ทที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการอยู่ในระดับชั้นยอดเยี่ยม รวมไปถึงการบริการที่ใส่ใจในรายละเอียดจากพนักงานทุกคนที่มีคอยช่วยเหลือดูแลให้กับผู้เข้าพัก ไมว่าจะเป็นบริการทำความสะอาดเสื้อผ้า หารถเช่าโดยที่ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลาย ปล่อยความเหนื่อยล้า ความเครียดไปกับสระว่ายน้ำสวย ๆ อ่างจากุซซี่หรู หรือว่าจะหยิบหนังสือดี ๆ มาอ่าน หรือดูหนังดีวีดี หรือเล่นโยคะให้สบายใจนั้น ทางรีสอร์ทได้จัดมุมส่วนตัวให้คุณได้หาความสุขง่าย ๆ สะดวกสบายอย่างครบครัน






อย่างที่รู้กันว่ามื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน สำหรับมื้อเช้าและมื้อเที่ยง เราฝากท้องที่ห้องอาหาร Arundina ให้บริการอาหารไทยและอาหารยุโรป ตั้งอยู่ท่ามกลางสระบัว มีบรรยากาศที่มีเสน่ห์มากตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี หันหน้าไปทางริมหาดเห็นทะเลกระบี่ที่สวยงาม เพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารที่หลากหลาย รสชาติแสนอร่อย  โดยพ่อครัวที่มีประสบการณ์ทั้งอาหารยุโรปและอาหารไทยคลาสสิก คัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ Arundina ยังเปลี่ยนบรรยากาศที่สดชื่นระหว่างวัน มาเป็นความโรแมนติกของอาหารมื้อค่ำที่เยี่ยมยอดภายใต้ฟ้าเปิด เสียงดนตรีเคล้าเสียงทะเล  เติมเต็มการสัมผัสผู้เข้าพักได้อย่างเพอร์เฟค

ห้องอาหาร Arundina  ที่เป็นห้องอาหารแบบ All Day Dining










มื้อเที่ยงไม่ต้องออกไปไหนไกลเพราะสามารถสั่งอาหาร โดยในแต่ละเมนูเป็นอาหารที่มีรสชาติเข้มๆ แบบทางใต้ เลือกทั้งโซนอินดอร์ด้านในและโซนเอ้าท์ดอร์  นั่งรับลมทะเลแบบชิลล์ๆ





ห้องอาหาร Arundina  
มีบรรยากาศที่มีเสน่ห์มากตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี หันหน้าไปทางริมหาดเห็นทะเลกระบี่ที่สวยงาม ที่มีเพียงที่เดียวบนเหาดทับแขก เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท   ที่ให้ทุกคนได้นั่งเรือ ไปชมความงามของเกาะ สามารถดำน้ำดูประการังและสัตว์น้ำหลากสีสันได้อีกด้วย ช่วงบ่ายหรือช่วงเย็นก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเหงาหรือไม่ต้องกลัวจะไม่มีอะไรทำเพราะที่ ห้องอาหาร Arundina  ที่เป็นห้องอาหารแบบ All Day Dining มีเต็นท์กระโจมปิกนิกสีขาวริมชายหาด ที่เหมาะกับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนฟังเสียงคลื่นพร้อมทานอาหารสุดพิเศษอย่าง น้ำมะพร้าวสดๆ น้ำผลไม้ และพิซซ่า รับรองว่ามุมนี้สวยถูกใจจนจะต้องพกกล้องมารัวชัตเตอร์ไว้เอารูปไปอวดเพื่อนๆ จนร้องว้าว! อย่างแน่นอน

ห้องอาหาร Arundina  ห้องอาหารแบบ All Day Dining
ที่จะพาทุกคนไปดื่มด่ำกับบรรยากาศริมทะเลตลอดทั้งวันตั้งแต่เวลา 07.00 - 23.00 น.




รชกร นันทวิสัย General Manager เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท
ที่นี่เป็นสวรรค์ของคนรักทะเลกระบี่ จากทุกมุมโลก  และยังถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว
ที่นักท่องเที่ยวต้องการมาพักผ่อนแบบสงบ ในบรรยากาศท้องทะเลที่สวยงามที่มีจุดขายเด่นชัด เป็นโรงแรมด้านสุขภาพ และกีฬาแบบครบวงจรแห่งแรกในจังหวัดกระบี่หากความประทับใจแรกเกิดขึ้นที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น คน สิ่งของ หรือแม้แต่สถานที่ก็จะทำให้เราหลงรักได้อย่างหมดใจเช่นเดียวกับ First impression ที่ได้เกิดขึ้นที่ ดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท  สถานที่ที่เป็นเหมือนดินแดนแห่งฝันที่มีครบทั้งความสวยงาม ความสะดวกสบายเปรียบดั่งสวรรค์ของคนรักทะเลจริงๆ




รีสอร์ตระดับ 5 ดาว ยังได้ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้มาเยือน โดยได้เนรมิต “สวนครัว”  ขึ้นภายนอกของโรงแรม โดยมีหัวหน้าพ่อครัวเป็นผู้รังสรรเมนูที่หลากหลายจากผลิตผลของสวนครัวแห่งนี้ รวมถึงวัตถุดิบอื่นที่ได้มาจากแปลงผักแห่งนี้ เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท เป็นรีสอร์ตระดับ 5 ดาว จุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลผลิตสดใหม่จากแปลงพัก และฟาร์ม บริเวณหอพักพนักงาน โดยได้ตั้งเป้าหมายในการรวบรวมเสน่ห์และความสง่างามของจุดหมายปลายทางแห่งนี้เอาไว้ให้มากที่สุด พร้อมทั้งให้การสนับสนุนชุมชนและรักษ์สิ่งแวดล้อมให้หาดทับแขก มากที่สุด  ด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดแก่แขกของโรงแรม


เพราะผักสดทั้งหมดที่เราทานมื้อกลางวันนี้ มีการเก็บสดใหม่ทุกวัน ไร้สารเคมี ผักและผลไม้บางส่วนของที่นี่ ถูกปลูกในแปลงบริเวณหอพักพนักงาน เพื่อต้องการเสริมรายได้พนักงาน และผลิตวัตถุดิบคุณภาพปลอดสารเคมีเพื่อความสุขอีกด้านหนึ่งของผู้มาเยือน





นอกจากนี้ เทรนด์การบริโภคอาหารสุขภาพคือหัวใจสำคัญที่ต้องทำควบคู่กับโรงแรมสุขภาพ โดยทุกเมนูที่ให้บริการจะเป็นอาหารสุขภาพ (clean & healthy food) ปรุงจากวัตถุดิบออร์แกนิก เช่น ผัก-ผลไม้จากฟาร์มออร์แกนิกที่ปลูกเอง บริเวณแปลงปลูกผักภายในหอพักพนักงานโรงแรม

รชกร นันทวิสัย General Manager เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท  



The Tubkaak Krabi Boutique Resort 
วิลล่าติดทะเล ติดชายหาด บรรยากาศดี วิวสวยที่สุดในโลก
เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท
THE TUBKAAK KRABI BOUTIQUE RESORT

123 หมู่ 3 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81180
โทรศัพท์: +66 (0) 7562 8456 แฟกซ์: +66 (0) 7562 8499

 #beachdinner #thearundina#tubkaakrestaurant #localthaifood #wongnaikrabi #krabitrip