เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว! Hot คนดัง บันเทิง

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แทนความปรารถนาดีในเทศกาลมงคลด้วยขนมไหว้พระจันทร์



สูตรต้นตำรับ ลดน้ำตาลลง 25% จากแอมเวย์

ปีนี้ร่วมสืบสานเทศกาลไหว้พระจันทร์กับ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ด้วย ขนมไหว้พระจันทร์ จากยูเอฟเอ็ม สูตรต้นตำรับ ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตและคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี เพื่อให้ได้ขนมไหว้พระจันทร์แป้งบางนุ่มละมุน เต็มคำด้วยไส้อัดแน่น และพิเศษสำหรับปีนี้ ด้วยสูตรลดน้ำตาลลง 25% จากขนมไหว้พระจันทร์จากแอมเวย์ที่ยังคงความอร่อยกลมกล่อมไม่เปลี่ยนแปลง บรรจุในกล่องลวดลายดอกโบตั๋นสวยหวานสุดประณีตเหมาะเป็นของขวัญแทนความรักและความปรารถนาดีให้คนที่ห่วงใยหรือเป็นของไหว้เสริมสิริมงคลในวันไหว้พระจันทร์ที่กำลังจะมาถึง

อร่อยเต็มคำกับขนมไหว้พระจันทร์สูตรลดน้ำตาลจากแอมเวย์ที่มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ กล่องทุเรียน ประกอบด้วย ไส้ทุเรียนหมอนทอง (สูตรลดน้ำตาล) 2 ชิ้น และไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยว (สูตรลดน้ำตาล) 2 ชิ้น และกล่องรวมรส ประกอบด้วย ไส้โหงวยิ้ง (สูตรลดน้ำตาล)  ไส้เมล็ดบัว (สูตรลดน้ำตาล) ไส้แมคคาเดเมียถั่วแดง (สูตรลดน้ำตาล) และไส้ทุเรียนหมอนทอง (สูตรลดน้ำตาล) อย่างละ 1 ชิ้น ในราคาสมาชิก 462 บาท ราคาขายปลีก 485 บาท

เสริมความเป็นสิริมงคลในเทศกาลไหว้พระจันทร์ เพียงสั่งซื้อ “ขนมไหว้พระจันทร์”
จากนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม - 24 กันยายนนี้ หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.amwayshopping.com หรือ Amway Contact Center 0-2725-8000

‘ซูเปอร์สปอร์ต’ ฉลองครบรอบ 21 ปี

Supersports 21st Anniversary
คืนกำไรให้ลูกค้ากว่า 2 ล้านบาท
พร้อมร่วมแบ่งปันกับแคมเปญ ‘Calories For Care’

         

ร้านกีฬาซูเปอร์สปอร์ตในเครือเซ็นทรัล“Supersports 21st Anniversary”ฉลองครบรอบครั้งยิ่งใหญ่เพื่อตอกย้ำความเป็นหนึ่งของผู้นำธุรกิจค้าปลีกด้านกีฬาและเพื่อตอบสนองความต้องการ คืนกำไรและความคุ้มค่าให้กับลูกค้าผ่านของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทพร้อมร่วมแบ่งปันกับแคมเปญ “Calories For Care”โดยมีมร.โทนี่ มอร์ตัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และ นางสาวสิราภรณ์ วัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด ซูเปอร์สปอร์ต ได้ร่วมกันจัดงานแถลงและเปิดตัวแคมเปญยิ่งใหญ่ พร้อมยังเชิญดาราสาวคนดัง“ปุ๊กลุก”ฝนทิพย์วัชรตระกูลในฐานะพรีเซนเตอร์ของแคมเปญนี้พร้อมด้วย “มิน” พีชญา วัฒนามนตรี และ “มิกกี้” นนท์ อัลภาชน์ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม ที่ผ่านมา
ณ ชั้น จีโซน บีคอน 3-4  เซ็นทรัลเวิลด์



ซูเปอร์สปอร์ต อยู่คู่กลุ่มลูกค้าที่รักและหลงใหลกีฬามาอย่างยาวนาน และถือได้ว่าเป็น Number one Sports Store in Thailandในโอกาสครบรอบ 21 ปีซูเปอร์สปอร์ต ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษมอบให้กับลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้าในช่วงของการเฉลิมฉลองนี้โดยโปรโมชั่นพิเศษมีดังนี้“Supersports 21st Anniversary”

พิเศษที่ 1 ลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ All New MG3 รุ่น C และรางวัลอื่นๆ อีกมากมายรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าที่ร้าน ซูเปอร์สปอร์ต หรือ FIT by Supersports ผ่านบัตรสมาชิกThe1 Cardครบทุก 2,000 บาทต่อใบเสร็จ รับคูปองเพื่อชิงรางวัลพิเศษเฉพาะสมาชิกบัตร The1 Credit Cardเมื่อช้อปผ่านบัตรครบทุก 2,000 บาท ต่อใบเสร็จรับคูปองชิงโชคเพิ่มเป็น 3 ใบ เพื่อลุ้นรับรางวัล

พิเศษที่ 2 พบกับโปรโมชั่นสินค้าชิ้นที่ 2 ในราคา 21 บาท กับแบรนด์สินค้ากีฬาชั้นนำที่ร่วมรายการในทุกสัปดาห์

พิเศษที่ 3 สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าใน Supersports Online ครบทุก 2,000 บาท ได้รับ 1 สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล

พิเศษที่ 4 รับฟรีคูปองส่วนลด รวมมูลค่ากว่า 2,000 บาท และ แอ็กซ์โรลออนจาก Unilever เมื่อซื้อสินค้าที่ร้าน Supersports หรือ FIT by Supersports ครบจำนวน 2,000 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ


นอกจากโปรโมชั่นดีๆ แบบนี้   ซูเปอร์สปอร์ต ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษ  เพื่อนำเงินมอบให้กับ  สมาคมนักกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์ กับแคมเปญ Calories For Care เพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนไทยหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น นอกจากจะได้สุขภาพที่ดี หุ่นที่ดีขึ้นแล้ว ทุกครั้งที่ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย คุณก็จะสามารถมีส่วนร่วมในการบริจาคเงินให้กับสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ เมื่อครบทุก 100 แคลอรี่ ซูเปอร์สปอร์ตบริจาคเงินจำนวน 1 บาท โดยตั้งเป้า 21 ล้านแคลอรี่



สามารถร่วมกิจกรรมได้แล้ววันนี้ เพียงแค่ดาวน์โหลด Application Cal4CareและStravaซึ่งเป็นแอป
พิเคชั่นที่ทาง Supersports ได้จัดทำขึ้น  เพื่อแคมเปญนี้โดยเฉพาะโดยแอปพิเคชั่น  Cal4Care จะทำการsync ข้อมูลการออกกำลัง กับ Strava ที่คุณบันทึกกิจกรรมออกกำลังกาย  และบันทึกแคลอรี่
ของคุณในแอปพิเคชั่นเพื่อรวมยอดสะสมแคลอรี่ไว้ ยิ่งคุณออกกำลังกายมากยิ่งได้ร่วมทำบุญได้มาก

ปิดฉาก Big Change to Big Chance ประสบความสำเร็จงดงาม



ผ่านพ้นไปแล้วกับงานก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 “Future Economy and Internet Governance:             Big Change to Big Chance” เมื่อวันที่ 23 – 25 กรกฎาคม 2561 เวลา 10:00-20:00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่เนรมิตรพื้นที่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาโชว์แบบจัดเต็ม รวมทั้งจัดสัมมนาเสริมสร้างองค์ความรู้รับมือการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบจากนักวิชาการ  ผู้ทรงคุณวุฒิและกูรูชื่อดังของวงการไซเบอร์และอีคอมเมิร์ซไทยและระดับโลกที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมงานกันอย่างเจาะลึกทุกประเด็นกว่า 30 หัวข้อ ขณะที่โซน Job Matching นับว่าได้รับการตอบรับจากนิสิต ศึกษาและประชาชนที่สนใจสมัครงานด้านดิจิทัลจำนวนมาก


 นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า งานก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 “Future Economy and Internet Governance : Big Change to Big Chance” ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด มีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนแห่เข้าร่วมชมนิศทรรการและเข้าฟังสัมมนาตลอดระยะเวลาการจัดงานทั้ง  3 วัน เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้ของคนไทยเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ที่มีนิทรรศการแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล             การจัด Workshop , Job Matching และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ เปิดมุมมองใหม่แก่ผู้มาร่วมงานในครั้งนี้อย่างครบวงจร

พร้อมกันนี้ผู้ที่เข้าร่วมงานจะสามารถมองเห็นภาพการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ Digital Economy ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศไทยในทุกมิติ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มีความเข้มแข็งและเชื่อมโยงประเทศไทยสู่เวทีโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทยให้มีความยั่งยืน



นอกจากนี้ภายในงานยังมีจัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดตั้ง e-Commerce Park ระหว่าง ETDA  กับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ต่อผู้ประกอบการ SMEs ผู้ผลิตสินค้า ผู้ให้บริการ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับความร่วมมือในการจัดตั้ง Digital Asia Hub Thailand ว่าเป็นความร่วมมือเพื่อเดินหน้าสู่ Digital Transformation       ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการนำร่องการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาแบบดิจิทัล  และความร่วมมือสู่ความพร้อมของธุรกิจไทยในเรื่อง GDPR ของ 13  สมาคม และอื่นๆ  แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานของ  ETDA เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่  Digital Economy

อย่างไรก็ตาม ETDA มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันและขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ “เศรษฐกิจดิจิทัล”อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพเติบโตอย่างยั่งยืนทัดเทียมนานาชาติ ซึ่ง ETDA เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะการเสริมสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาบุคคลากร จึงคาดว่าจะมีการจัดงานในลักษณะนี้อีกในปีหน้า พร้อมเชิญชวนคนไทยทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมและเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

วอล์ลสตรีทอิงลิชฯ จับมือพาร์ทเนอร์ ซุปเปอร์ดราย

จัดโปรฯ เอาใจคนรุ่นใหม่

ครั้งแรกของการร่วมมือ ระหว่าง วอล์ลสตรีทอิงลิซ ประเทศไทย สถาบันการสอนภาษาอังกฤษชั้นนำ
ที่ร่วมกับ ซุปเปอร์ดราย เแบรนด์เสื้อผ้าและกระเป๋าชั้นนำสัญชาติอังกฤษ จัดโปรโมชั่นเอาใจคนรุ่นใหม่
เพื่อตอบโจทย์ความทันสมัยอย่างลงตัว เพียงสมัครเรียนกับ Wall Street English ทุกสาขา 
ตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 2561 ทั้งนี้  ใครที่อยากทราบเรื่องโปรแกรมการเรียน หรือโปรโมชั่นพิเศษของทางวอล์ลสตรีท โดยตรง


นายโอฬาร พิรินทรางกูร ซีอีโอ วอล์ลสตรีทอิงลิช ประเทศไทย
เผยว่า “ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่มาเรียนภาษาอังกฤษกับวอล์ลสตรีท ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่และมีความทันสมัย ทางเราจึงมองว่านอกจากการจัดการเรียนการสอนในคลาสตามคอนเซ็ป “English Learning and Lifestyle Center” หรือแหล่งเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างมีสไตล์ พร้อมการทำโปรแกรม MyStudy เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถด้านภาษาอังกฤษได้อย่างเต็มกำลัง และในโอกาสฉลองครบรอบ 15 ปี เลยได้จับมือกันครั้งแรกระหว่างวอล์ลสตรีทอิงลิช กับ ซุปเปอร์ดราย แบรนด์เสื้อผ้าและกระเป๋าชั้นนำสัญชาติอังกฤษ  ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษด้วยกระเป๋า WSE X SuperDry รุ่น Limited Edition มูลค่า 3,190 บาท

สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที wallstreetenglish.in.th หรือ โทร.1211”

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต” กับโอกาสเติบโตแบรนด์กีฬายุคดิจิตัล

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งเป้าไปไกลระดับโลก

 


บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ณ เวลานี้ไม่ใช่แค่ชื่อสโมสรฟุตบอลอีกต่อไป ภายใต้การบริหารของ นายเนวิน ชิดชอบ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” จะกลายเป็นแบรนด์ที่คนทั่วไปรู้จัก และประสบความสำเร็จในธุรกิจฟุตบอลจนเป็นที่กล่าวถึงทั่วทวีปเอเชีย วันนี้การพัฒนาแบรนด์บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเข้าถึงทุกเพศ ทุกวัย เป็นเรื่องท้าทาย การเข้าสู่ธุรกิจอีสปอร์ตจึงเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาธุรกิจของสโมสร และวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะเข้าสู่ธุรกิจอีสปอร์ตแบบมืออาชีพ


นายเนวิน ได้ให้วิสัยทัศน์ถึงความเกี่ยวข้องของอีสปอร์ตกับธุรกิจหลักที่ทำอยู่ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า “ฟุตบอลยังคงเป็นธุรกิจหลักของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และวันนี้เราได้จัดตั้งทีมกีฬาอาชีพอีกชนิดหนึ่ง
นั่นคือ กีฬาอีสปอร์ต ซึ่งอีสปอร์ต คือโอกาสในการขยายแบรนด์ที่เรามั่นใจว่า ทำให้คนที่ไม่ใช่แฟนบอล มีโอกาสเข้าถึงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้แบบไร้ขีดจำกัด และไร้พรมแดน (Limitless and Borderless) เพราะอีสปอร์ต อยู่บนแพลตฟอร์มที่ไม่จำกัดเพศ, วัย, สถานที่ คนสามารถดูนักกีฬาอีสปอร์ตได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอนนี้ประเทศไทย มีคนดูกีฬาอีสปอร์ตกว่า 10 ล้านคน ซึ่งนับเป็นอันดับที่ 20 ของโลก มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจนี้กว่า 30,000 ล้านบาท คอมมูนิตี้นี้เติบโตเร็วมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราศึกษา และลงทุนในธุรกิจนี้ เพราะเห็นแล้วว่าเป็นกีฬาของอนาคต เป็นกีฬาที่เราสามารถขยายแบรนด์ได้ ยังสามารถแตกไลน์ธุรกิจพวก สินค้าที่ระลึกได้อีก”
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มองเห็นอะไรจากการลงทุนธุรกิจนี้บ้าง ?
“ธุรกิจนี้เติบโตเร็วมาก มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นมากพอๆ กับแฟนฟุตบอล หรืออาจจะมากกว่าฟุตบอลด้วยซ้ำ เราจะทำยังไงให้คนเหล่านี้เข้าถึงความเป็นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดได้ เราอยากให้เขามาเป็นแฟนคลับของเราเหมือนกัน ตอนนี้ทีมมีการทำวิจัยทางการตลาด และพัฒนาวิธีการ แนวคิดการบริหาร รวมถึงการหาพาร์ทเนอร์ที่เชื่อมั่นในการทำงานกับเรา การระดมสมอง และลงมือสร้างสรรค์จัดกิจกรรมทางการตลาด เพื่อเข้าถึงแฟนคลับ สร้างต้นแบบนักกีฬาอีสปอร์ตแบบมืออาชีพ พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา ที่ลืมไม่ได้คือโอกาสในการขายสินค้าที่ระลึกของทีมอีสปอร์ต แน่นอนว่าต้องเจ๋ง ต้องเท่ห์ ตามสไตล์บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนี่คือเม็ดเงินมหาศาล แบรนด์ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปอยู่ในใจคน เหมือนเห็นแบรนด์นี้ที่ไหน อยู่บนสินค้าอะไร ก็อยากซื้ออยากครอบครอง เพราะแบรนด์บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นี่มันเจ๋งจริงๆ”

“คนที่ได้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่อีกหลายฝ่าย ทั้งตัวเกมเมอร์ (Gamers) เอง อาชีพใหม่ๆ อย่างคนถ่ายทอดสดการเล่นเกมผ่านหน้าจอ (Streamer) และนักพากย์เกม (Caster) ที่เกิดขึ้น กระจายวงกว้างไปถึงพาร์ทเนอร์ที่สามารถใช้ความเป็นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้าง Brand Awareness เหมือนที่เราทำกับสโมสรฟุตบอล”

เป้าหมายของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะบริหารทีมอีสปอร์ตเป็นอย่างไร ?
“เป้าหมายของเราชัดเจน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงมือทำอะไรแล้ว เราทำจริง แล้วต้องทำแบบมืออาชีพ มีเป้าหมายที่ใหญ่ ทีมของเราต้องไม่ได้เป็นแค่แชมป์ประเทศไทย แต่ต้องก้าวไปไกลให้ถึงระดับชิงแชมป์โลก ฟุตบอลอาจจะเป็นเรื่องยากที่เราจะไปถึงการชิงแชมป์สโมสรโลก แต่อีสปอร์ต จะเป็นสิ่งที่เราน่าจะทำได้ไม่ยาก เพราะไม่มีเรื่องของข้อจำกัดทางร่างกาย และอะไรต่างๆ ผมตั้งเป้าไว้เลยว่า เด็กไทยของเราจะต้องก้าวไปถึงระดับโลก และจะต้องเป็นแชมป์โลกให้ได้ในอนาคต นอกจากเราจะส่งแข่งแล้ว เราจะจัดตั้ง “อีสปอร์ตอะคาเดมี” เพื่อสอนลูกหลานคนไทยที่ชอบเล่นเกม และอยากพัฒนาไปสู่การเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ ให้เหมือนกับนักฟุตบอลอาชีพ รวมไปถึง เรามีเป้าหมายที่จะทำ อีสปอร์ต สเตเดียม ที่จะใช้จัดการแข่งขันในระดับประเทศ ระดับทวีป และระดับโลกต่อไปในอนาคต ก็อยากจะขอเชิญชวนเด็กๆ ที่รักการเล่นเกม เข้าสู่ระบบอะคาเดมีของเรา ก็ขอเชิญชวนทีมอีสปอร์ตที่มีอยู่แล้วมาร่วมการแข่งขันในอนาคตที่ อีสปอร์ต สเตเดียม ของเรา ไม่ใช่แต่โลกของฟุตบอล แต่โลกของอีสปอร์ต บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะต้องเป็นหนึ่งของประเทศนี้”

“ส่วนการบริหาร เรามีบุคลากร และทรัพยากรทั้งคน ทั้งสถานที่ รวมถึง Know-how ในการบริหารทีมฟุตบอลได้สำเร็จ เป็นเบอร์หนึ่งมาแล้ว เราจะใช้สิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ในการสนับสนุนเด็กรุ่นใหม่ ที่มีใจรัก และมีเป้าหมายอยากจะเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพได้ไปให้ถึงฝัน จากนี้ชื่อทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต (Buriram United Esports) จะต้องถูกกล่าวถึงอีกครั้ง ในมุมที่ใครก็คาดไม่ถึง เราจะขยายตลาดของเราเองในมุมมองธุรกิจที่แตกต่าง”


“แผนของเราไม่ฉาบฉวยแน่นอน เรามองเรื่องนี้เป็นเรื่องการสร้างคอมมูนิตี้ ต้องตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจ
ที่เราลงทุนไป ทั้งรายได้ กำไร ขาดทุน แต่ที่สำคัญคือ ต้องยั่งยืนด้วย เรามาทำตรงนี้ เพราะเราอยากสร้างความมั่นคงให้เด็กๆ ที่ผันตัวมาเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตเต็มตัว เขาจะมีความมั่นคงด้านอาชีพ ยังไง? เขาจะไปได้ไกลแค่ไหน? การตลาดแนวใหม่  ที่ต้องมารองรับตรงนี้ เพื่อสร้างโอกาสและรายได้ให้หมุนเวียนได้แบบยั่งยืน นโยบายขององค์กร คือทำให้ดี ทำให้อลังการ บนมาตรฐานสากล”

คิดแล้ว ต้องลงมือทำ และทำให้ไว
น.ส.ศศิรดา สุทธิลักษณ์ ผู้อำนวยการสายงานการตลาด และการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด เปิดเผยว่า “หลังจากเราคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว คำตอบของเราคือ เรามองเห็นโอกาสทางธุรกิจนี้ เราจึงต้องคว้าไว้ และได้ตัดสินใจซื้อสิทธิ์การบริหารทีม 2 ทีม ซึ่งทั้ง 2 ทีมนั้นเป็นที่รู้จักของเหล่าคอเกม ทั้งแพลตฟอร์มออนโมบาย ล์ และแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์


วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ฉลอง 20 ปี งานประกวดแกะสลักผัก-ผลไม้ ผสานงานใบตอง ดอกไม้สด ครั้งที่ 20

สลักเสลาผักผลไม้ไทยวิถี
 เฉลิมพระบารมีสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9


เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 86 พรรษา
ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561 นี้


เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระองค์ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน จึงได้ร่วมกับ การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จัดงานประกวดแกะสลักผัก ผลไม้ ผสานงานใบตอง
และดอกไม้สด ครั้งที่ 20 ในหัวข้อหัวข้อ “ สลักเสลาผักผลไม้ไทยวิถี เฉลิมพระบารมีสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ” ในวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 06.00 – 17.00 น.


โดยผู้เข้าประกวดแกะสลักผักผลไม้ผสานงานใบตอง ดอกไม้สด จำลองในแนวความคิดไทยนิยม เช่น พัสตราภรณ์ไทย อาหารไทย วิถีชุมชนไทย วัฒนธรรมไทย และหลากหลายมิติของความเป็นไทยผสานอยู่ในผลงาน การประกวดนี้ยังส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ เกิดความคิดสร้างสรรค์ จรรโลงจิตใจให้อ่อนโยนโดยมีส่วนร่วมสืบสานศิลปะที่งดงามนี้ พร้อมทั้งอนุรักษ์ศิลปะงานแกะสลักผัก – ผลไม้ งานใบตอง ดอกไม้สด อันเป็นมรดกไทย


การประกวดแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ประเภทโรงแรม – บุคคลทั่วไป และประเภทสถาบันการศึกษา
ผู้ชนะยอดเยี่ยม รางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจะได้รับเงินสด พร้อมถ้วยพระราชทานฯ ประกาศนียบัตรจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม

ประเภทโรงแรม และบุคคลทั่วไป มีรางวัลชนะเลิศ, รองชนะเลิศอันดับ ,1รองชนะเลิศอันดับ 2,รางวัลชมเชย 2 รางวัลและรางวัลพิเศษจะได้รับเงินสด พร้อมโล่รางวัล ประกาศนียบัตรจาก ท.ท.ท. และกระทรวงวัฒนธรรม ประเภทสถาบันการศึกษา มีรางวัลชนะเลิศ, รองชนะเลิศอันดับ1,รองชนะเลิศอันดับ 2,รางวัลชมเชย 2 รางวัลและรางวัลพิเศษ ซึ่ง จะได้รับเงินสด พร้อมโล่รางวัล ประกาศนียบัตรจาก ท.ท.ท. และกระทรวงวัฒนธรรม นอกจากนี้ผู้ร่วมประกวดทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตรจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้รับประทานอาหารบุฟเฟต์เช้า และกลางวัน ส่วนทีมผู้เข้าประกวดที่มาจากต่างจังหวัด จะได้ห้องพักจากโรงแรมฯจำนวน 2 ห้อง 1 คืน


ศิลปะของการแกะสลักล้วนเกิดขึ้นจากฝีมือ,ความรักและความตั้งใจจากศิลปินแกะสลักให้ออกมาอย่างงดงาม ขอเชิญชมความอลังการณ์จากทีมแกะสลักมากมายได้ในวันที่ 3 สิงหาคม ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น3 โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน

สำหรับทีมที่ชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ และชนะเลิศทั้งสองประเภท พร้อมนิทรรศการตลอดปี 20
จัดแสดงให้ประชาชนได้ชื่นชมที่เซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 9 ในวันเสาร์ที่ 4 -5 สิงหาคม พ.ศ. 2561

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

มาร์กี้ ราศรี” ปลื้มอาหารเสริม “GST FIBERY” เปิดตัวแรง

ยอดจองกว่าแสนกล่อง
ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ หุ่นดี สุขภาพแข็งแรง


เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามอง !!! สำหรับผลิตภัณฑ์ “GST FIBERY” (จีเอสที ไฟเบอรี) อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ไฟเบอร์สูง ของ 3 ผู้บริหารคนเก่ง มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์, ป๊อป-พีรวัส พลประจักษ์ และปูเป้-เบญจรัตน์ พลประจักษ์ ภายใต้ บริษัท กู๊ด เซนส์ ประเทศไทย จำกัด ที่งานนี้เปิดตัวไม่ถึงเดือนมีผู้คนให้ความสนใจสั่งจองแล้วกว่าแสนกล่อง พร้อมเชื่อมั่นในคุณภาพ และสนใจใน GST FIBERY ผลิตภัณฑ์คุณภาพช่วยหุ่นดี และสุขภาพแข็งแรง


มาร์กี้-ราศรี บาเลนซิเอก้า จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท กู๊ด เซนส์ ประเทศไทย จำกัด เจ้าของธุรกิจ GST FIBERY กล่าวว่า มาร์กี้ต้องขอขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ ที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ “GST FIBERY” อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ไฟเบอร์สูง และเชื่อมั่นใน GST FIBERY ว่าจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ทุกคนหุ่นดี และสุขภาพแข็งแรง จนมียอดสั่งจองกว่าแสนกล่อง


ผลิตภัณฑ์ GST FIBERY อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ไฟเบอร์สูง ผลิตจากสารอาหารเสริมที่มาจากใยอาหาร มีผลดีต่อสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะป้องกันหรือลดความเสี่ยงต่อโรคชนิดไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคมะเร็งต่างๆ อีกทั้งยังทำให้อุจจาระอ่อนนุ่ม ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระเพิ่มความถี่ในการขับถ่าย ช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ให้พลังงานต่ำ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด เพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ใหญ่ ช่วยเพิ่มการละลายและดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะแคลเซียม และยังช่วยให้รู้สึกสบายท้อง พุงยุบ ช่วยขจัดของเสียที่สะสมอยู่ในลำไส้ ทำให้ลำไส้สะอาด และเมื่อทานอาหารเสริมชนิดอื่นๆ เข้าไป จึงทำให้ลำไส้สามารถดูดซึมได้ดียิ่งขึ้น


บอสป๊อป-พีรวัส พลประจักษ์ และ บอสปูเป้-เบญจรัตน์ พลประจักษ์ 2 ผู้บริหาร บริษัท กู๊ด เซนส์ ประเทศไทย จำกัด เจ้าของธุรกิจ GST FIBERY กล่าวเสริมว่า อาหารเสริม GST FIBERY อุดมไปด้วยสารสกัดจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และสารสกัดจากพืชตระกูลส้ม ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี มีส่วนช่วยในการชะลอความชรา ยับยั้งความเสื่อมถอยของเซลล์ ลดการอักเสบของผิวหนัง และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเป็นปกติ และยังมีสารสกัดที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ สลายไขมัน ลดความอยากอาหาร โดยจุดเด่นของ อาหารเสริม GST FIBERY คือมีไฟเบอร์สูงดีกับคนที่ไม่ชอบทานผักหรือทานผักน้อย ซึ่ง ผลิตภัณฑ์ “GST FIBERY” ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา (อย.) เลขที่ 13-1-01760-5-0057



สำหรับผู้สนใจผลิตภัณฑ์ “GST FIBERY” อาหารเสริมเพื่อสุขภาพไฟเบอร์สูง สามารถสั่งซื้อได้ทางช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Facebook : GST Fibery by Margie – เพจหลักบริษัท, IG : gstfibery_official และ Line ID : @gstfibery บอสมาร์กี้ ราศรี กล่าวปิดท้าย

ททท.-พันธมิตรลงนามปฎิญญา “ลดโลกเลอะ” ชูเที่ยวอนุรักษ์สวล.

“เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” 

 นายอภิชาติ จีระพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามแสดงเจตจำนงในปฏิญญา “เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” ระหว่างนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและสมาคมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมลดภาระสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยวด้วยการลดใช้ขยะพลาสติก ณ  อาคารสำนักงานใหญ่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถนนเพชรบุรีตัดใหม่





นายอภิชาติ จีระพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ในฐานะองค์กรหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้วางกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยวปี 2561 ในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ตามแนวทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสวิถีไทย (Unique Local Experience) และสร้างกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยร่วมกันรณรงค์ปลูกจิตสำนึกและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวร่วมกันรับผิดชอบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ลดการสร้างภาระขยะในแหล่งท่องเที่ยว โดยได้ทำปฎิญญา “เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” ร่วมกับหน่วยการต่างๆ


เช่น สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรมไทย สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา สมาคมเรือไทย ชุมชนกำแพงทองพัฒนา เทศบาลเมืองบางศรีเมือง ตลาดน้ำคลองบางหลวง วิสาหกิจชุมชนตลาดน้ำคลองลัดมะยม ชุมชนหัวตะเข้ ชุมชนกุฎีจีน ประชาคมตลาดน้ำตลิ่งชัน ประชาคมฟื้นฟูวัฒนธรรมย่านบางลำพู กลุ่มคนรักตลาดน้อย ประชาคมบางลำพู ชุมชนบ้านพานถม ชุมชนเกาะศาลเจ้า(วัดจำปา) เทศบาลนครนนทบุรี บจ.ไอคอนสยาม บจ.สยามพิวรรธน์ บจ.เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ปเป็นต้น


ททท.จัดกิจกรรมไหว้พระทั่วไทย

โอกาสวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดจัดกิจกรรม “ไหว้พระทั่วไทย สุขใจถ้วนหน้า” ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 27 – 29 กรกฎาคม 2561 เพื่อความเป็นการเสริมสิริมงคลตามวิถีไทย เนื่อง
ในโอกาสวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา อันเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชน

​กิจกรรม “ไหว้พระทั่วไทย สุขใจถ้วนหน้า” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “เที่ยวเมืองไทย ใครๆ ก็เที่ยวได้” ของ ททท. ในการสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยวเพื่อเป็นสวัสดิการสังคม ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกันทั้งในกรุงเทพมหาครและ 67 จังหวัดทั่วประเทศ ในหลายรูปแบบ หลายเส้นทาง โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ กิจกรรมที่มี ได้แก่

นางปานจิตร สันทัดกลการ ผู้อำนวยการททท.ภูมิภาคภาคกลาง



กิจกรรมรถเวียน (Hop On – Hop Off) ผ่านวัดสำคัญในแต่ละจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร โดยรถ ขสมก.เริ่มจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – วัดเบญจมบพิตร – วัดบวรนิเวศน์ – วัดชนะสงคราม – วัดมหาธาตุ – วัดพระศรีรัตนศาสดาราม – วัดพระเชตุพน – วัดราชบพิธ – วัดสุทัศน์ – วัดสระเกศ – วัดราชนัดดา สิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จังหวัดเชียงใหม่ ใช้รถราง เริ่มจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร – วัดดับภัย – วัดโลกโมฬี – วัดเชียงยืน – วัดเชียงมั่น – วัดดวงดี วัดพันเตา – วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร สิ้นสุดที่วัดศรีสุพรรณ

กิจกรรมนั่งรถไหว้พระ (Day Trip) ตามเส้นทางไหว้พระวัดสำคัญในจังหวัดซึ่งจัดโดยสำนักงาน ททท. ในแต่ละภูมิภาค เช่น วัดพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี, วัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร, วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา, วัดมังกรบุปผาราม จังหวัดจันทบุรี, วัดสังกัสรัตนคีรี จังหวัดอุทัยธานี, วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก, วัดพระแก้วดอนเต้า จังหวัดลำปาง, วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย, วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร, วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช,
วัดพระธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี, วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี

ทั้งนี้ ททท. ขอความร่วมมือให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมใส่เสื้อเหลืองโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเดือนมหามงคล ตามแนวคิด “ชวนใส่เสื้อเหลือง ไหว้พระ หลายวัด หลากเส้นทาง” กิจกรรม “ไหว้พระทั่วไทย สุขใจถ้วนหน้า”

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
TAT Contact Center 1672
เพื่อนร่วมทาง www.tourismthailand.org และสำนักงาน ททท. ทั่วประเทศ




ประติมากรรมเทียนหอมหนึ่งเดียวในโลก ภายใต้คอนเซปต์ “พระมหาชนก”

สืบสานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา  Miracle of Candle 
มหัศจรรย์เทียนพรรษา จากพระราชนิพนธ์


บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี  ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี,  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เทศบาลนครอุบลราชธานี, เทศบาลเมือง
แจระแม และบ้านเทียนหอมเดชอุดม  ขานรับนโยบายร่วมสร้างสีสันและเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ตอกย้ำการเป็นเซ็นเตอร์อ็อฟไลฟ์ ศูนย์การกลางใช้ชีวิตของจังหวัด
จัดงาน  Miracle of Candle มหัศจรรย์เทียนพรรษา จากพระราชนิพนธ์สู่ประติมากรรมเทียนหอมหนึ่งเดียวในโลก ภายใต้คอนเซปต์ “พระมหาชนก” 



พระมหาชนก เป็นเรื่องหนึ่งในทศชาติชาดก อันเป็นชาดก 10 ชาติสุดท้ายก่อนที่พระโพธิสัตว์จะมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ และตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 
ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับประติมากรรมเทียนหอม แกะสลักสุดวิจิตรตระการตา นำเสนอความงดงามของ เรื่องราวจากพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ที่ได้แฝงข้อคิดคำสอนในการดำเนินชีวิตที่สามารถปรับเข้ากับทุกยุคทุกสมัย และเป็นต้นแบบของผู้มีความเพียรอย่างแท้จริงเปรียบเสมือนกับการทำเทียนพรรษาที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ และความเพียรพยายามอย่างยิ่ง  โดยผลงานการออกแบบปั้นและแกะสลักจากช่างฝีมือศิลปินรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจสืบทอดงานศิลป์ภูมิปัญญาของแผ่นดิน คุณชาลิดา พูลทรัพย์ (ครูอ้อย) ศิลปินจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดม, คณะนักศึกษาแผนกวิจิตรศิลป์  วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี



ซึ่งใช้เวลาในการสร้างสรรผลงาน ประมาณ 2 เดือน พร้อมชมนิทรรศการประวัติ ความเป็นมาของประเพณีแห่เทียนพรรษา และขั้นตอนการทำเทียน ประเพณีคู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ทางศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี ยังเปิดให้บริการที่จอดรถสำรองและจัดเตรียมรถรับ-ส่งนักท่องเที่ยวบริเวณลานจอด 2 ประตูทางเข้าเคเอฟซี

เพื่อร่วมชมความงดงามของขบวนแห่เทียนอันยิ่งใหญ่ บริเวณทุ่งศรีเมือง
ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561 รอบการรับส่งทุกๆ 30 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00น.ฟรี


สำหรับพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก  นายเธียรชัย พุทธรังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงาน โดยมี  คุณชนะศักดิ์ นิยะถิรกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกการตลาดสาขา เขต 3 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), คุณธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี, คุณสมชาติ พงคพนาไกร ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี และคุณชาลิดา พูลทรัพย์ ศิลปินจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดม ร่วมงาน 

ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561 เวลา 15.30 น.
ณ ลานอะควาเรียม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

มหกรรมเซรามิกและหัตถกรรมลำปาง @ บางกอก



 “มหกรรมเซรามิกและหัตถกรรมลำปาง @ บางกอก”

 (Lampang Ceramic and Craft Fairs @ Bangkok)



นายสกลธ์  วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพานิชย์ เป็นประธานเปิดงาน 
“มหกรรมเซรามิกและหัตถกรรมลำปาง @ บางกอก” (Lampang Ceramic and Craft Fairs @ Bangkok) บางกอก ณ ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร 
ซึ่งจังหวัดลำปางโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง ร่วมกับ สำนักงานจังหวัดลำปาง/สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง สมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง 
ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิก หอการค้าจังหวัดลำปาง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง  นำผู้ประกอบการเซรามิกและโอทอป รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวและชุมชน ไปร่วมโรดโชว์แสดงและจำหน่ายสินค้าภายในงานระหว่างวันที่ 25 – 29 ก.ค. 2561



เพื่อส่งเสริม ผู้ประกอบการให้มีประสบการณ์ทางด้านการตลาด เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงสินค้าให้ตรงต่อความต้องการของตลาด วางแผนการตลาด นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางการค้าสินค้าและบริการของจังหวัด สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น และยกระดับการรวมกลุ่มธุรกิจ (Cluster) เพื่อให้แข่งขันได้ในตลาด



ตามแผนพัฒนาและส่งเสริมสินค้าเซรามิกและหัตถอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ส่งเสริมช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่ายสินค้าเซรามิกและหัตถอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของจังหวัดลำปาง แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงการส่งเสริมเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชน สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สนับสนุนการกระจายสินค้าให้กลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP  วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และสินค้าชุมชนที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อให้มีตลาดรองรับอย่างยั่งยืน


โดยนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม  ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย  นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง  ร่วมในพิธีเปิดงานดังกล่าว  การจัดงานครั้งนี้มีผู้ประกอบการ เซรามิก แปรรูปไม้ ผู้ประกอบการอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าภายในงานแบบผสมผสานกัน กว่า 100 รายมูลค่าการจำหน่ายสินค้าในงานแสดงสินค้าไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท  นอกจากนี้ยังได้จำลองภาพสตรีทอาร์ตริมแม่น้ำวัง  และแหล่งท่องเที่ยว  ที่โดดเด่นเท่าขนาดจริงไป
ติดตั้งให้คนกรุงเทพได้ถ่ายภาพ เพื่อดึงดูดให้อยากมาถ่ายในสถานที่จริงที่ลำปาง และการจัดแสดงศิลปะการแสดงภาคบันเทิงที่แสดงความเป็นอัตลักษณ์ของลำปาง 




ทั้งภายในงานประกอบด้วย การแสดงศิลปะวัฒนธรรม พร้อมทั้งสัมผัสความงดงามของ หอนาฬิกาลำปาง วัดเฉลิมพระเกียรติ รถม้าลำปาง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และการแสดงดนตรีจากศิลปินล้านนา คำหล้า ธัญพร เจ้าของบทเพลงพินเปี๊ยะ และล่องสะเปา  จำหน่ายสินค้า เซรารามิก หัตถอุตสาหกรรม ผ้า สินค้าเกษตรและอาหารพื้นเมืองเป็นสีสันของงานครั้งนี้อีกด้วย





วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ใหม่! ZEA Max ปลาย่างอบกรอบรสต้นตำรับ ปลาโยชน์จากท้องทะเล

ใหม่! ZEA Max ปลาย่างอบกรอบรสต้นตำรับ 




ยุคนี้สายเฮลท์ตี้มาแรง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนใส่ชุดออกกำลังกาย เข้ายิม ถ่ายรูปโชว์หุ่นลงเต็มโซเชียล ซึ่ง บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) ผู้นำนวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อความงาม เปิดตัว ขนมปลาย่างอบกรอบ ZEAMax (ซีแม็กซ์) นวัตกรรมขนมเพื่อสุขภาพเอาใจคนรุ่นใหม่สายเฮลท์ตี้ อร่อยเคี้ยวเพลิน แบบไม่รู้สึกผิด ! การันตีไม่อ้วนแถมมีประโยชน์


นำโดย  คุณปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารก็ไม่ยอมตกเทรนด์ ขอสร้างปรากฎการณ์ครั้งสำคัญ ให้กับวงการขนมขบเคี้ยว ด้วยการเปิดตัว ขนมปลาย่างอบกรอบ ZEAMax (ซีแม็กซ์) สุดยอดนวัตกรรมขนมเพื่อสุขภาพล่าสุดอย่างเป็นทางการ เอาใจคนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพเป็นครั้งแรก
โดย ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นของทาง เซ็ปเป้ที่คิดค้นนวัตกรรมขนมเพื่อสุขภาพอย่าง ปลาย่างอบกรอบ ZEAMax (ซีแม็กซ์) มาเป็นของขวัญให้กับคนรักสุขภาพที่ยังคงชอบทานขนมขบเคี้ยวในยามว่างและไม่รู้สึกผิดอีกต่อไป เพราะ ZEAMax คัดสรรเนื้อปลาทะเลแท้ชั้นดีเป็นส่วนผสมหลักถึง 90% ซึ่งยังไม่มีแบรนด์ใดสูงเท่า และไขมัน 0% อีกทั้งกระบวนการผลิตยังใช้การย่าง ไม่ใช้น้ำมัน มีประโยชน์ โปรตีนสูง มีโอเมก้า3  ดีเอชเอ และ ไฮไลท์สำคัญคือ ZEA Max (ซีแม็กซ์) ได้รับรางวัล SIAL Innovation Finalist Award 2018 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยได้รับคัดเลือกเป็นสินค้านวัตกรรม 1 ใน 10 จาก 164 ผู้ร่วมเข้าแข่งขันทั่วโลก(SIAL CHINA 2018 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย และอันดับ 4 ของโลก)โดยมีให้เลือกอร่อยถึง 3 รสชาติ ได้แก่รสชาติต้นตำรับจากท้องทะเล  คลุกเคล้าเครื่องเทศ หอมกลิ่นปลาย่าง อร่อย ถูกปาก ทานได้ทั้งวัน, รสต้มยำหม้อไฟ เผ็ดร้อน...ถึงใจปรุงรสด้วยสมุนไพรเครื่องต้มยำ รสชาติเผ็ดร้อน เปรี้ยวจี๊ดจ้าด อร่อยตามต้นตำรับแบบไทยๆ, รสทรงเครื่อง อร่อยเข้ม...เต็มเครื่องนำมาปรุงรสคลุกเคล้าด้วยสูตรเฉพาะ เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้ม เผ็ด เปรี้ยว รวมรวมแล้วกลมกล่อมกำลังดี ครบรสจัดจ้านถึงใจ

คุณปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
 

เพื่อให้สมกับแนวคิด “ปลาโยชน์...จากท้องทะเล” ภายในงานเปิดตัว ZEAMax จึงได้เนรมิตบรรยากาศชิลๆ ริมชายหาดในธีม Party On The Beach เพื่อพรีเซ้นท์ความผ่อนคลายไปกับช่วงเวลาสนุกสนาน เฮฮา ปาร์ตี้ โดยมี ZEAMax (ซีแม็กซ์)เป็นสื่อกลางความสุขสำหรับทุกคน สำหรับ ZEAMax (ซีแม็กซ์)
มีจำหน่ายแล้วที่ห้าง Big C และThe Mall รวมถึง ร้านค้าชั้นนำบนสถานี BTS หมอชิต สะพานควาย บางจาก อ่อนนุช พระโขนง พญาไท เอกมัย พร้อมพงษ์ เพลินจิต นานา อโศกเป็นต้น




รายละเอียดเพิ่มเติม www.facebook.com/ZEAMaxTH

#ปลาโยชน์จากท้องทะเล
#ไม่มีไขมันทรานส์

#ZEAMax








สมาคมธุรกิจเสริมความงามไทย-จีน

จัดประชุมแลกเปลี่ยนธุรกิจ

สมาคมธุรกิจส่งเสริมความงามไทย-จีน ร่วมกับกลุ่มบริษัทเอกชน ประกอบด้วย บริษัท Mercury Beauty Co.,Ltd.,บริษัท Hang Zhou Li Zhi International Technalagy Co.,Ltd. และ บริษัท Nanjing Mercury Business Consulting Co.,Ltd.) จัดงานประชุมแลกเปลี่ยนธุรกิจความงามระหว่างไทย-จีน (China – Thailand Cosmetic Trade Promotion Investment Submit)







โดยมี หม่อมหลวง(มล.) สุภาพ ปราโมช ประธานสมาคมการค้าเอเชีย-จีนเพื่อการพัฒนาธุรกิจและวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนธุรกิจความงามระหว่างไทย-จีน(China – Thailand Cosmetics Partnership Invitation 2018) และ นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ,นายปรีชา เลาหพงค์ชนะ ประธานบริษัทกรุงไทย แลนด์ ดิวิลอปเมนท์ จำกัด ให้เกียรติเข้า
ร่วมงานการประชุมครั้งนี้ รวมทั้งผู้ประกอบการชาวจีน และตัวแทนจากบริษัทเครื่องสำอางต่างๆทั้งไทย
และจีนมาร่วมออกบูธประชาสัมพันธ์ อาทิ มาร์คหน้า,ครีมกันแดด,ลิฟท์สติก เป็นต้น

โดย มล.สุภาพ กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดการประชุมแลกเปลี่ยนธุรกิจความงามระหว่างไทย-จีนว่า


การจัดการประชุมในครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีด้านการค้าระหว่างการลงทุนไทยและจีน การเปิดตลาดธุรกิจความงามไทยสู่ประเทศจีนโดยตรง โดยเจ้าของธุรกิจไทยที่เข้าร่วมประชุม จะได้ทราบถึงทิศทางความเป็นไปในตลาดของธุรกิจความงามของจีนในปัจจุบัน โดยเฉพาะการขยายช่องทางการตลาดไปยังตลาดจีนที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ และการผลักดันแบรนด์ให้เติบโตอย่างมั่นคง
 โดยอาศัยช่องทางบนแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ โดยจีนมีตลาดออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่มาก อาทิ
เช่น ถาวเป่า, ทีมอลล์นานาชาติ และ อาลีบาบา เป็นต้น


เนื่องจากแบรนด์ของสินค้าธุรกิจความงามไทยนั้นเป็นที่รู้จักและมีความต้องการของลูกค้าจีนอยู่แล้ว
การให้ความเข้าใจในเรื่องของคุณภาพผลิตภัณฑ์ยิ่งจะทำให้ลูกค้าจีนไว้วางใจ และมั่นใจในคุณภาพ
ของผลิตภัณฑ์ไทยมากขึ้น นอกจากนี้เจ้าของแบรนด์ไทยและจีนยังได้ทาความเข้าใจถึงการทำธุรกิจ การตลาดให้ตรงกัน ในเรื่องของการควบคุมราคาสินค้า การโฆษณาสินค้า และการวางจำหน่ายสินค้า
ในระดับนานาชาติ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในด้านธุรกิจการลงทุนของนักธุรกิจจีน ในการจับคู่
การค้า หรือการเซ็นต์สัญญาทาธุรกิจร่วมกัน



มล.สุภาพ กล่าวต่อว่า  ช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมานี้ เราได้สังเกตเห็นว่าตลาดจีนมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในการจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับความงามบนตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์จากประเทศ
ไทย และในขณะเดียวกันตลาดจีนยังประสบปัญหาจำนวนไม่น้อย ในเรื่องของสินค้าปลอม และเครื่องหมายรับรองมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ไทย เหตุการณ์ที่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์ด้านความงามของไทยถูกร้องเรียน ถูกเลียนแบบ จนทำให้ขาดความเชื่อมั่นในจีน ซึ่งอันที่จริงปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการขาดการติดต่อสื่อสาร หรือการสื่อสารด้านภาษาที่เป็นอุปสรรคทำให้เกิดปัญหาเหล่า
นี้ขึ้น


อย่างไรก็ตาม  การประชุมสัมนาในครั้งนี้ สร้างความเข้าใจ อันดี ระหว่างผลิตภัณฑ์ ด้านความงามของไทย และผู้ประกอบการจีน กระชับความสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น ระหว่างแบรนด์ไทยและนักลงทุนจีน เพื่อช่วยเหลือให้แบรนด์ไทยที่แท้จริงรักษาสิทธิประโยชน์อันสูงสุดของตน และที่สำคัญไปกว่านั้น ให้เจ้าของแบรนด์ไทยที่เข้าร่วมทุกท่านได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงการทำธุรกิจกับตลาดจีน และทำความคุ้นเคยกับตลาดจีนให้ได้ แสวงหาแนวทางที่ถูกต้องในการส่งเสริมแบรนด์ไทย และ ขยายสู่ประเทศจีนได้อย่างมีศักยภาพและมั่นคง