เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว! Hot คนดัง บันเทิง

วันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ติวเข้ม ติวใหญ่มาก โค้งสุดท้าย พิชิต TCAS ปี 61

ออนดีมานด์ ลุยโปรเจกต์  ติวใหญ่มาก

โรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์ เตรียมจัดมหกรรมการติวส่งท้ายปี “OnDemand  ติวใหญ่มาก”
เปิดโอกาสให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ฟิตสมอง  เตรียมพร้อมโค้งสุดท้ายก่อนสอบ
TCAS ปี 61 ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นใน เดือน ก.พ.61 โดยเน้นการติวเข้มระบบ TCAS แบบเจาะลึก
พร้อมจัดเต็มเทคนิคพิชิตคณิตศาสตร์เฉพาะหัวใจสำคัญด้วยเทคนิค Apoint พิชิตวิชาฟิสิกส์
ด้วยเทคนิค Supermap พิชิตเคมีด้วยเทคนิค Ktip  ชีววิทยาด้วยเทคนิค Bio Map และเทค
นิคพิชิต GAT เชื่อมโยง 4 Step เสริมความเข้มข้นด้วยแนะแนวข้อสอบตอบโจทย์ GAT PAT
 และวิชาสามัญ สำหรับกิจกรรมติวจะจัดขึ้น 2 แห่ง ได้แก่

วันที่ 25-26 พ.ย.60 ที่หอประชุม ม.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น
วันที่ 2-3 ธ.ค.60 ที่โรงภาพยนตร์ภาวลัย สยามพารากอน กรุงเทพฯ


โดยวันเสาร์เป็นการติวสำหรับวิชาคณิตศาสตร์และ GATเชื่อมโยง เหมาะสำหรับน้องสาย
วิทย์และศิลป์คำนวณ ส่วนวันอาทิตย์เป็นการติวสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้ นักเรียนที่สนใจร่วมเตรียมความพร้อมก่อนสอบกับ           

ออนดีมานด์ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่
โรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์สาขาใกล้บ้าน
หรือ โทร  02 251 9456 ตั้งแต่วันนี้ - ถึงวันที่ 24 พ.ย.60

วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สวนผึ้งไฮแลนด์เคาท์ดาวน์เฟสติวัล 2017


ร่วมส่งท้ายปี กับงาน สวนผึ้งไฮแลนด์เคาท์ดาวน์เฟสติวัล 2017
ระหว่าง วันที่ 30-31 ธันวาคม นี้ พบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่จะมาสร้างความสนุก
และความประทับใจ กับบรรยากาศสุดชิวที่ไม่เคยมีมาก่อน

วันที่ 30 ธันวาคม พบกับ อะตอม ชนกันต์ และ วงลิปตา
วันที่ 31 ธันวาคม พบกับ วงพอส และ วงซีซั่นไฟว์


พร้อมทั้งกิจกรรมบอลลูนที่น่าตื่นตาตื่นใจรอให้ทุกท่านมาสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษ และร่วมเคาท์ดาวน์เข้าสู่ปี 2018 ไปด้วยกัน ณ สวนผึ้งไฮแลนด์ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี...พิเศษ!!! ก่อนใคร

เปิดจำหน่ายบัตร Early Bird ราคาเพียง 400 บาท (ตั้งแต่ 1 - 7 พฤศจิกายน 2560 )
จำหน่ายบัตรราคาปกติ 500 บาท (ตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2560 )
บัตรสามารถใช้เข้างานได้ทั้ง 2 วัน พร้อมรับเครื่องดื่มฟรี (บัตร 1 ใบ ต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น)
แล้วพบกันให้ได้นะค่ะ !!!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-7117788
www.allticketthailand.com
Facebook : Suanphueng Highland

วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560

รู้ทัน! มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคอันตรายที่เป็นได้ทุกเพศทุกวัย


โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง นับว่าเป็นอีกโรคที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองในร่างกายของ
คนเรามีมากมายหลายจุด ดังนั้น หากพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเร็ว รักษาได้ทัน รักษาอย่างถูกวิธี 
มีโอกาสหายได้  นายแพทย์ไนยรัฐ ประสงค์สุข อายุรแพทย์ด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระรามเก้า อธิบายว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยทั่วโลก มักเกิดกับเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลือง ที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย ซึ่งหากคลำพบ  ต่อมน้ำเหลืองโตหรือมีอาการผิดปกติ  ควรรีบปรึกษาแพทย์
ในการหาสาเหตุและการรักษาจากสถิติ มะเร็งชนิดนี้ เป็นมะเร็งระบบเลือด ที่พบได้มากที่สุดในประเทศ
ไทยและในโลกติดอันดับ 1 ใน 5 ของ มะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย มีผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่า
เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ปีละกว่า 1,000 คน สามารถเกิดขึ้นในทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ 

พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง จัดเป็นโรค มะเร็งของระบบโลหิตวิทยาสามารถกระจายตามต่อมน้ำเหลือง
ในร่างกาย  เช่น บริเวณลำคอ รักแร้ ขาหนีบ ข้อพับแขน ข้อพับขา ในช่องอก และในช่องท้อง เป็นต้น

นอกจากนี้  ยังสามารถเกิดมะเร็งต่อม น้ำเหลือง ได้ในทุกอวัยวะของร่างกาย โรคนี้  จะมีอาการ
ในระยะแรกๆ คือ มีต่อมน้ำเหลืองตำแหน่งใด ตำแหน่งหนึ่งโต มักพบที่ลำคอ คลำได้ ไม่รู้สึกเจ็บ
แต่เมื่อโรคลุกลาม อาจมีอาการอ่อนเพลีย ซีด หรือเมื่อเกิดกับอวัยวะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ต่อมน้ำเหลืองจะมี
อาการเหมือนอวัยวะนั้นๆ อักเสบ เช่น เมื่อเกิด กับสมองอาจปวดศีรษะ อาเจียน แขนขา อ่อนแรง หรือปวดท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อเรื้อรัง เมื่อเกิดกับ กระเพาะอาหาร ส่วนผู้ป่วยบางรายอาจมีไข้เรื้อรัง โดยไม่
พบสิ่งผิดปกติ แต่อาจมีไข้สูงเป็นๆ หายๆ หงื่อออกชุ่มตัวในตอนกลางคืน และน้ำหนักลดลงจากเดิมประมาณร้อยละ 10 ใน 6 เดือน เป็นอย่างน้อย 


ส่วนสาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองยังไม่ทราบแน่ชัด โดยปกติระบบน้ำเหลืองของร่างกายมีหน้าที่
ต่อสู้เชื้อโรค โดยการขนส่งน้ำเหลืองไปตามหลอดน้ำเหลืองทั่วร่างกาย เมื่อต่อมน้ำเหลืองทำงานผิดปกติ ปัญหาที่สำคัญ คือ ภูมิคุ้มกันต่ำลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย สำหรับวิธีการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง  จะใช้วิธีการตรวจหาชนิดของมะเร็งและระยะของโรค ซึ่งอาจใช้วิธีการรักษาเพียงวิธีเดียวหรือใช้แบบผสมผสาน ทั้งนี้โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นโรคที่เซลล์มะเร็งตอบสนองได้ดีต่อยาเคมีบำบัดและรังสีรักษา ดังนั้นเมื่อเทียบกับโรคมะเร็งอื่นๆ จึงมีความรุนแรงค่อนข้างต่ำ และมีโอกาสรักษาหายขาดได้  ส่วนวิธีการดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ นอนหลับให้เพียงพอ เพิ่มโภชนาการทางด้านอาหาร อาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยควรเป็นอาหาร
ที่สุก สะอาด ย่อยง่าย ง่ายต่อการเคี้ยวกลืน และมีเส้นใยสูงจากผักสดและการรับประทานผลไม้ควร
ปอกเปลือกออก เพื่อป้องกันสารตกค้าง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รักษาความสะอาดในช่องปาก  ที่สำคัญการได้รับกำลังใจจากคนในครอบครัวและเพื่อน  เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้

ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง  ที่จะมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคต่อไป

ข้อมูลโดย : โดย นายแพทย์ไนยรัฐ ประสงค์สุข                                                                                    อายุรแพทย์ด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระรามเก้า

คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ ไทยแอร์เอเชีย

มอบกระเป๋ายังชีพช่วยผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดขอนแก่น

พันตำรวจโท สวัสดิ์ศรีลาโท รองผู้กำกับป้องกันและปราบปราม สภ.อุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย
นายณัฐภัทร พลอยสุภานายอำเภออุบลรัตน์ และ นายสมร แก้วประดิษฐ์  กำนันตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ 
รับมอบ กระเป๋ายังชีพ “คิง เพาเวอร์ พลังคนไทย”เพื่อมอบให้แก่ผู้ประสบภัย 500 ครอบครัว พร้อมน้ำดื่ม
จำนวน 5,000 ขวด จาก นายทศพร เอี่ยมวัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนงานพัฒนาองค์กร กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์
 ภายใต้โครงการ KING POWER THAI POWER พลังคนไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย
พี่น้องประชาชนหมู่บ้านโนนสวรรค์ หมู่บ้านท่าเรือ หมู่บ้านภูคำเบ้า หมู่บ้านแก่งศิลา หมู่บ้านภูเขาวง หมู่บ้าน
ต.เขื่อนอุบลรัตน์ หมู่บ้านทุ่งโป่ง หมู่บ้านบ้านดง และหมู่บ้านโคกสูง อย่างเร่งด่วน โดยมีสายการบิน
ไทยแอร์เอเชียสนับสนุนการขนส่งของไปช่วยผู้ประสบภัย ณ ที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น



โดยมีพนักงานคิง เพาเวอร์จิตอาสาลุยน้ำท่วมในพื้นที่ประสบภัยเพื่อลำเลียงกระเป๋ายังชีพที่มีทั้งอาหาร
ยาสามัญประจำบ้าน และปัจจัยในการดำรงชีวิตเข้าไปมอบให้ถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง 
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา นายณัฐภัทร พลอยสุภา นายอำเภออุบลรัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวอุบลรัตน์
หลายร้อยหลังคาเรือนต้องประสบกับภัยพิบัติน้ำท่วมทุกปีมากน้อยต่างกัน แต่สำหรับปีนี้ ฝนตกหนักมาก
ทำให้มีมวลน้ำมากถึง 77 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ระบายออกได้เพียง 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลืออีก 20 
กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้น โดยหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด 
มี 2ส่วน ได้แก่ ต.เขื่อนอุบลรัตน์ซึ่งอยู่ต้นเขื่อน น้ำเอ่อล้นท่วมขึ้นพื้นที่การเกษตร 100% ทั้งหมด มี
บ้านพักอาศัยราว    100 หลังคาเรือนท่วมระดับอก ส่วนที่สองมี 3 ตำบล คือ ทุ่งโป่ง บ้านดง และโคกสูง
ที่อยู่ท้ายเขื่อนได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ รวมทั้งหมด 4 ตำบล 26หมู่บ้านที่อยู่ในภาวะวิกฤต 
ซึ่งต้องขอขอบคุณคิงเพาเวอร์ที่เข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องชาวอุบลรัตน์และเป็นการ
สร้างกำลังใจให้กับพี่น้องเป็นอย่างมาก

นายทศพร เอี่ยมวัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนงานพัฒนาองค์กร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า
ในวันนี้ พนักงานจิตอาสาจากโครงการคิง เพาเวอร์ ไทยเพาเวอร์ พลังคนไทย มารวมตัว
กันเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติน้ำท่วมโดยเฉพาะในพื้นที่
จ. ขอนแก่น ซึ่งพบว่ามีประชาชนหลายร้อยครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนมานานเกือบเดือน
โดยนำกระเป๋ายังชีพ และน้ำดื่มมามอบให้กับพี่น้องชาวอุบลรัตน์ถึงมือ เพื่อเป็นกำลังใจ และ
ส่งต่อพลังของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันในช่วงวิกฤต โดยจะติดตามข่าวภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง
เพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องคนไทยพื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบต่อไป

วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560

คีตะนครเอนเตอร์เทนเม้นท์ แคสติ้งนักแสดงภาพยนต์ ดราม่าแอคชั่น


บริษัท คีตะนคร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด แคสติ้ง นักแสดงภาพยนต์แนวดราม่าแอคชั่น ความรัก พลัดพราก วิบากบุญ “บุญเฮ็ด บุญสร่าง”

เชื่อว่าทุกคนเคยตั้งคำถามว่า ตัวเรานั้นเกิดมาทำไม? เพื่อใคร?  เพื่อตัวเอง? แต่สุดท้ายเราก็ลืมที่
จะหาคำตอบ และใช้ชีวิตตามกระแสโลกกันต่อไป บางครั้ง  เมื่อเราประสบอะไรหนักหน่วงในชีวิต
เราก็มักจะคิดคำนึงถึงแม้สุดท้ายเราจะพบแต่ความว่างเปล่า สิ่งสำคัญคือเราได้อะไรจากหนังเรื่อง
นี้มากกว่า

ชมบรรยาการ การแคสติ้ง ภาพยนต์ บุญเฮ็ด บุญสร่างเป็นเรื่องราวของ ความรัก พลัดพราก  วิบาก
บุญกับการ  ชมการ“แคสติ้ง”ผู้ร่วมแสดงจากเรื่อง บุญเฮ็ด บุญสร่าง ซึ่งมีนักแสดงเข้าร่วมและให้
ความสนใจเป็นจำนวนมาก  ดูแล้วการเป็นดาราไม่ยากเลย  ยิ่งการแคสติ้งก็จะเป็นการทดสอบหน้า
กล้อง ทั้งการอ่านบท การเล่น การสัมภาษณ์เพื่อดูทักษะไหวพริบหรือบุคลิกของผู้เข้ามาทำการแคส
ก็เป็นโอกาสให้คนได้แจ้งเกิด ขึ้นมาเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง เริ่มต้นจากการตระเวนแคสติ้งเรื่อยๆ
จนกระทั่งในที่สุดมีผู้กำกับเห็นคุณค่าและได้รับบทที่แจ้งเกิด




แน่นอน! วันนี้เราจึงได้รับเชิญมาร่วมชมบรรยากาศ การแคสติ้ง เรื่องราวของ ภาพยนต์ ความรัก พลัดพราก วิบาก-บุญ ด้วยจำนวนของเรื่องราวและตัวละครที่ค่อนข้างเยอะ ขณะที่ในความเป็นหนัง
ที่นำเสนอเนื้อหาว่าด้วย นักแสดงนำเป็นเด็กต่างจังหวัด เรียนเก่ง กิจกรรมดีเด่น เรียนเก่ง กิจกรรม
ดีเด่น แต่ประสบปัญหาครอบครัว ชีวิตเลยหักเห พลิกผัน ไปในทางเลวร้าย ในวัยรุ่นติดยาเสพติด
ใช้ชีวิตเสเพล อบายมุขทุกอย่าง จนเข้ามาทำงานในกรุงเทพ ถูกตามฆ่า หนีตาย ทำให้ชีวิตรักผิด
หวัง พลัดพลาก จึงตัดสินใจบวชจนถึงปัจจุบัน และได้ทำการสร้างศาสนสถาน ถาวรวัตถุ จนเป็น
ที่รู้จักในขณะนี้ วิบากก็ย่อมมาแต่กรรม ไม่บิวพลิ้วผันแปรไปเป็นอื่น และทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเร่ง
รีบ แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่หลงลืมที่จะมีฉากที่เปิดโอกาสให้ตัวละครได้โชว์ฝีไม้ลายมือทางการ
แสดงกันอย่างเต็มที่




ภาพยนต์เรื่องนี้ ได้เค้าโครงสร้างจากชีวประวัติชีวิตจริง ของ พระอาจารย์พล อธิปัญโญ เจ้าอาวาส
วัดดานพระอินทร์  ต.ร่มเกล้า อ.นิคมคำสร้อย จ. มุกดาหาร

วัตถุประสงค์หลักของเรื่องราวในการสร้างภาพยนตร์ครั้งนี้ คุณเก็ต กล่าวว่า...
ด้วยคณะศิษยานุศิษย์ ได้เห็นพร้องต้องกันว่า ประวัติของพระอาจารย์ท่านเป็นพระนักสร้าง มีชีวิต
ที่น่าจดจำโดยเฉพาะเมื่อจับมาเกี่ยวกับเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด และวิบากกรรม และน้อมนำ
เพื่อที่จะเป็นอุทาหรณ์ และเป็นแก่นแห่งธรรม การนำมาสอนในเชิงพุทธศาสนาว่าคนเราเกิดมา
“เกิดแต่กรรม ธรรมมะ จัดสรร” ว่าเหรียญมี 2 ด้านเสมอ ในความดี มีความร้าย ในความร้าย ก็สามารถกลับมาดีได้ ด้วยเเสงสว่างแห่งธรรม





”ความรัก พลัดพราก วิบาก-บุญ”
นี่คือหนึ่งในการสร้างด้วยคณะศิษยานุศิษย์ ได้เห็นพร้องต้องกันว่า ประวัติของพระอาจารย์ท่าน
เป็นพระนักสร้าง มีชีวิตที่น่าจดจำ และน้อมนำเพื่อที่จะเป็นอุทาหรณ์ และเป็นก่นแห่งธรรม ในการ
นำมาสอนในเชิงพุทธศาสนาว่าคนเราเกิดมา เกิดแต่กรรม ธรรมมะจัดสรร กรรม เราเป็นผู้กำหนด
ธรรมะจัดสรร ถ้าพูดโดยรวม ในความหมายของ กฏแห่งธรรม เหรียญมี 2 ด้านเสมอ ในความดี มี
ความร้าย ในความร้าย ก็สามารถกลับมาดีได้ ด้วยเเสงสว่างแห่งธรรม


บริษัท คีตะนคร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด แคสติ้งนักแสดงภาพยนต์แนวดราม่าแอคชั่น ความรัก พลัดพราก วิบากบุญ “บุญเฮ็ด บุญสร่าง”

นี่คือหนึ่งในทีมบริหารงาน โดยมืออาชีพ คุณเก็ต พัฒน์รดิศ อำนวยการสร้าง คุณวัตร  ราชวัตร
ผู้กำกับโดย คุณสจกมล อยู่สมบูรณ์  ผู้จัดการพร้อมทีมงานดำเนินงานแคสติ้งเพื่อคัดเลือกนักแสดง
ภาพยนต์แนวดราม่าแอคชั่น ความรัก พลัดพราก วิบากบุญ “บุญเฮ็ด บุญสร่าง” ซึ่งทั้งหมดล้วน
แต่เป็น กรรมวิสัย

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง โดยคาดว่า  จะได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์
ประมาณปลายปี 2561 ติดตามชมกันให้ได้นะค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560

หัวเว่ยเผยโฉม HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro


นวัตกรรมแตกต่างมักเริ่มต้นด้วยความฝันอันชัดเจน ในงาน IFA Berlin ที่ผ่านมา หัวเว่ย คอนซูมเมอร์
บิสสิเนส กรุ๊ปได้แนะนำให้โลกได้รู้จัก Kirin 970 ชิพเซตสมาร์ทโฟนตัวแรกของโลกที่ฝังเทคโนโลยี AI 

วันนี้ที่มิวนิค หัวเว่ยจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด HUAWEI Mate 10 Series ที่จะเปิดประตูสู่โลกใหม่ของสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI HUAWEI Mate 10, HUAWEI Mate 10 Pro และ Porsche Design HUAWEI Mate 10 คือ อุปกรณ์สื่อสาร AI สุดล้ำที่ผสานนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ ชิพเซ็ต Kirin 970 และ EMUI 8.0 พร้อมกับการสานต่อจุดแข็งด้านประสิทธิภาพการทำงานอันเหนือชั้น แบตเตอรี่ใช้งาน
ได้ยาวนานเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพคู่ใหม่ล่าสุดจาก Leica 

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “เรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งโลกอัจฉริยะ AI จึงไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเสมือนจริง แต่เป็นสิ่งที่สอดประสานไปกับชีวิตประจำวันของเรา AI สามารถยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ มอบบริการที่มีคุณค่า และเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์  HUAWEI Mate 10 Series คือ ผลิตภัณฑ์แรก ๆ ทีมีการใช้หน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาท หรือ Neural Network Processing Unit (NPU)  ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่ยุคแห่งสมาร์ทโฟนอัจฉริยะ”

จุดเด่นของ HUAWEI Mate 10 Series ประกอบด้วย
 ครั้งแรกของโลกกับชิพเซ็ต Kirin 970 ตัวประมวลผลสมาร์ทโฟนที่ฝังเทคโนโลยี AI พร้อมหน่วยประมวลผลโครงข่าย ประสาท หรือ Neural Network Processing Unit (NPU) กล้องคู่ใหม่จาก Leica พร้อมเลนส์ SUMMILUX-H พร้อมรูรับแสงคู่ขนาด F/1.6 และระบบถ่ายภาพอัจฉริยะ พร้อมระบบถ่ายภาพอัจฉริยะ Real-Time Scene ที่อาศัยเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์วัตถุเพื่อการตั้งค่าที่ดีที่สุดสำหรับ
การถ่ายวัตถุนั้นๆ แบตเตอรี่ขนาด 4,000 พร้อมระบบการจัดการแบตเตอรี่ที่ควบคุมด้วย AI และเทคโนโลยี SuperCharge ที่ได้รับรองด้านความปลอดภัยจาก TÜVตัวเครื่องกระจก 3 มิติ พร้อมหน้าจอ
HUAWEI FullView Display เพื่อมุมมองที่เต็มตา และเทคโนโลยี HDR10 ให้สีสันที่สดใส สมจริงยิ่งกว่าเดิมประสบการณ์ใช้ งาน EMUI 8.0 ที่ใหม่หมดจด ใช้งานง่าย บนระบบปฏิบัติการ Andriod 8.0

สถาปัตยกรรมโมบายคอมพิวเตอร์บน AI เพื่อประสบการณ์ใช้งานสุดชาญฉลาด HUAWEI Mate 10
และ HUAWEI Mate 10 Pro คือผลิตภัณฑ์รุ่นแรกของหัวเว่ยที่ใช้ชิพประมวลผล Kirin 970 ใหม่
ที่เสริมประสิทธิภาพด้วย AI เพื่อให้ประสบการณ์สื่อสารที่รวดเร็วถึงใจ และตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้ใช้แต่ ละคนยิ่งขึ้น Kirin 970 ผลิตขึ้นด้วยขั้นตอน TSMC ขนาด 10 นาโนเมตรอันล้ำสมัย และใช้หน่วยประมวลผลกลาง  ARM Cortex แบบ 8 แกน หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali G72 แบบ 12 แกน ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก รวมทั้งหน่วยประมวล ผลโครงข่ายประสาท หรือ Neural Network Processing Unit (NPU) ซึ่งออกแบบขึ้นสำหรับอุปกรณ์สื่อสารโดยเฉพาะ Kirin 970 ยังมีหน่วยประมวลผลสัญญาณภาพแบบคู่ (Dual ISP) เพื่อประสิทธิภาพในการถ่ายภาพอันชาญฉลาด

ด้วยหน่วยประมวลผล NPU ผสานกับนวัตกรรมสถาปัตยกรรมโมบายคอมพิวเตอร์ HiAI ส่งผลให้ Kirin 970 มีประสิทธิ ภาพการทำงานสูงขึ้น 25 เท่า และประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น 50 เท่า สำหรับการทำงานส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI เมื่อเปรียบ   เทียบกับ Cortex-A73 จำนวน 4 ตัว  HUAWEI Mate 10 Series ยังเป็นสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดในโลกซึ่งรองรับเครือข่าย การสื่อสาร LTE และการดาวน์โหลดข้อมูลความเร็วสูง  รวมทั้งรองรับซิมการ์ดคู่ 4G และบริการ VoLTE พร้อมกันสอง เครือข่ายได้

ด้วยการผสานระบบอัจฉริยะทั้งแบบ individual intelligence และ collective intelligence ไว้ในตัวเครื่อง HUAWEI Mate Series สามารถให้การตอบสนองการใช้งานได้ทันทีแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในโหมด  Real-Time Scene และโหมดตรวจจับวัตถุ รวมทั้งระบบการแปลภาษา Kirin 970 ยังเป็นแพล็ตฟอร์มโมบายคอมพิวเตอร์ AI แบบเปิด จึงรองรับแอพพลิเคชั่นด้าน AI ใหม่ ๆ จากผู้พัฒนาต่าง ๆ ซึ่งช่วยขยายขีดความสามารถในการ ประมวลผลของหัวเว่ยตลอดเวลูเชนของผลิตภัณฑ์

อีกระดับของคุณภาพดีไซน์ที่ทั้งทันสมัยและใช้งานสะดวกสบาย HUAWEI Mate 10 มาพร้อมหน้า
จอไร้ขอบแบบ HUAWEI FullView Display ขนาด 5.9 นิ้ว สัดส่วน 16:9 และ HDR10
ให้ภาพที่สีสันสดใส ขณะที่ HUAWEI Mate 10 Pro มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6 นิ้ว สัดส่วน 18:9 พร้อมสัดส่วนหน้าจอกับตัวเครื่องที่สูง และ HDR10 เพื่อการรับชมวีดิโอที่มีชีวิตชีวา สมจริงตัวเครื่องผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นผลิตจากระจก 3D เข้าโค้งที่ขอบทั้งสี่ด้านอย่างสวยงามและลงตัวเพื่อให้จับได้กระชับมือด้านหลังตัวเครื่องมีแถบสะท้อนแสงเพื่อเน้นกล้องคู่ Leica ใหม่ดูเด่นขึ้น

นอกจากนั้น HUAWEI Mate 10 Pro ยังสามารถกันน้ำและฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP67 กล้องคู่ Leica
 ใหม่ พร้อมระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ ก้าวสู่ยุคใหม่ของการใช้งานสมาร์ทโฟนหัวเว่ยยังคงจับ
มือกับ Leica อีกครั้งในการร่วมกันพัฒนาเลนส์คู่สำหรับกล้องใน HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro ซึ่งเป็นการผสานเซนเซอร์อาร์จีบีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์โมโนโครม
 20 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันภาพสั่นไหว Optical Image Stabilizer นอกจากนั้น เลนส์ยังมีรูรับแสงคู่ f/1.6  ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และดิจิทัลซูมซึ่งทำงานด้วย AI ตัวกล้องจึงมีความชาญฉลาดด้วยโหมดถ่ายภาพใหม่อย่าง Real-Time Scene และโหมดตรวจจับวัตถุ ซึ่งสามารถตั้งค่าต่างๆ ของกล้อง
ได้โดยอัตโนมัติตามลักษณะของวัตถุและสภาพแวดล้อมขณะถ่ายภาพ และรองรับการทำงานของฟังก์ชั่นดิจิทัลซูมอัจฉริยะสุดล้ำที่มาพร้อมระบบการตรวจจับความเคลื่อนไหวอัจฉริยะเพื่อให้ได้ภาพถ่าย
ที่คมชัดยิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro ใช้แบตเตอรี่ความหนาแน่นสูงขนาด 4,000 mAh
พร้อมระบบ การจัดการแบตเตอรี่ที่ชาญฉลาดที่สามารถเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้และ
จัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ รองรับการชาร์จแบบเร็ว 4.5V / 5A โดยใช้
เวลาชาร์จจากระดับ 1% - 20% ในเวลาเพียง10 นาที และจาก 1% - 58% ในเวลาเพียง 30 นาที 2  นอกจากนั้น HUAWEI SuperCharge ยังเป็นเทคโนโลยีการ ชาร์จแบตเตอรี่แบบเร็วตัวแรกของโลก
ที่ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจาก TÜV จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยจากการชาร์จแบตเตอรี่

HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro มาพร้อมอินเทอร์เฟซ EMUI 8.0 โฉมใหม่หมดจด
บนระบบปฏิบัติ การ Android 8.0 ซึ่งเพียบพร้อมด้วยฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่าง AI Engine ซึ่งใช้ขีดความสามารถของ Kirin 970 อย่างเต็มที่ ระบบแปลภาษาที่ทำงานด้วย AI ให้ความแม่นยำและรวดเร็วยิ่ง
ขึ้นในการแปลเพื่อประสบการณ์ในการสื่อสารที่ราบรื่นกว่าเดิม และรองรับการใช้งานเดสก์ท็อป
อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลหน้าจอโทรศัพท์บนจอคอมพิวเตอร์ หรือการขยายการ
แสดงผลให้เต็มหน้าจอเหมือนคอมพิวเตอร์

อุปกรณ์เสริมใหม่
หัวเว่ยยังเปิดตัวอุปกรณ์เสริมใหม่สำหรับ HUAWEI Mate 10 อันประกอบด้วย กล้อง EnVizion 360
พาวเวอร์แบงค์ SuperCharge และเครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ

กล้อง EnVizion 360 สามารถถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 5K และภาพวีดิโอความละเอียด 2K ใน
โหมดที่หลากหลายเพื่อแชร์ผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คต่าง ๆพาวเวอร์แบงค์ SuperCharge รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบเร็วที่ระดับ 4.5V / 5A เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ เช่น เปอร์เซนต์ไขมันในร่างกาย และดัชนีมวลกายผ่านโมบายแอพ

ราคาและการจำหน่าย
HUAWEI Mate 10 เริ่มจำหน่ายปลายเดือนตุลาคม 2560 ใน 15 ประเทศ ได้แก่ สเปน สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอราเบีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ส่วน HUAWEI Mate 10 Pro
เริ่มจำหน่ายกลางเดือนพฤศจิกายน 2560 ในกว่า 20 ประเทศ รวมไปถึง เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี
สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอราเบีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย ส่วน Porsche Design
HUAWEI Mate 10 เริ่มจำหน่ายกลางเดือนพฤศจิกายน 2560

เตรียมพบกัน เร็วๆนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 
ไปที่ http://consumer.huawei.com/en/

#HuaweiMate10pro #AI

วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560

การบินไทยและไทยสมายล์เพิ่มเที่ยวบิน


 ​​บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และไทยสมายล์ แอร์เวย์ส อำนวยความสะดวกประชาชนที่อาศัย
อยู่ในต่างจังหวัด เดินทางมาเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตามที่รัฐบาลกำหนดให้วันที่ 26 ตุลาคม 2560 เป็นวันหยุดราชการ เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้มีส่วนร่วมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นั้น

การบินไทย และไทยสมายล์ ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดที่มีความประสงค์ จะเดินทางมาร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมร่วมใจกันเพื่อแสดงความอาลัยในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยการเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศ ระหว่างวันที่ 23-31 ตุลาคม 2560

เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนดังกล่าว ดังนี้
• การบินไทย ทำการบินเที่ยวบินหลักและเที่ยวบินเสริม ในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต วันละ 11 เที่ยวบิน เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ วันละ 5 เที่ยวบิน เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-กระบี่
วันละ 3 เที่ยวบิน และเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-สมุย วันละ 2 เที่ยวบิน รวมทำการบินรองรับผู้โดยสาร                       

ในช่วงงานพระราชพิธีจำนวน 183 เที่ยวบิน ซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 111,000 ที่นั่ง
• ไทยสมายล์ ทำการบินเที่ยวบินหลักและเที่ยวบินเสริม ในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-อุดรธานี
วันละ 5 เที่ยวบิน
เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี วันละ 4 เที่ยวบิน เส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ขอนแก่น
วันละ 6 เที่ยวบิน
เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ–หาดใหญ่ วันละ 7 เที่ยวบิน เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-สุราษฏร์ธานี
วันละ 3 เที่ยวบิน
เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-กระบี่ วันละ 2 เที่ยวบิน เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต
วันละ 5 เที่ยวบิน
เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-นราธิวาส วันละ 2 เที่ยวบินเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่
วันละ 7 เที่ยวบิน
และเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงราย วันละ 3 เที่ยวบิน รวมทำการบินรองรับผู้โดยสาร
ในช่วงงานพระราชพิธีจำนวน 393 เที่ยวบิน สามารถรองรับผู้โดยสาร ได้มากกว่า 131,000 ที่นั่ง

นอกจากนี้ฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น บริษัท การบินไทยฯ ยังอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนโดยการ
จัดเช็คอินล่วงหน้าสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นหมู่คณะ ซึ่งผู้โดยสารสามารถติดต่อเพื่อทำการ
เช็คอินล่วงหน้า โดยแจ้ง 3 วันล่วงหน้าก่อนเดินทางได้ที่ สำนักงานใหญ่ หมายเลข 0-2545-4159 วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ระหว่างเวลา 08:00-17:00น. หรือที่สนามบินสุวรรณภูมิ หมายเลข 0-2134-5351-2
วันจันทร์-ศุกร์(ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) ระหว่างเวลา 08.00 -16.00 น.

สำหรับผู้โดยสารของไทยสมายล์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.thaismileair.com
และ Smile Call Center โทร. 1181 หรือ 0-2118-8888

ย้อนปมฉาว ขสมก.ซื้อรถเมล์

.คุณธรรม ล้มกระดานลาออก

ความพยายามที่จะดันราคากลางการประมูลรถเมล์ เอ็นจีวี. 489 คัน ของ ขสมก.ให้ขึ้นไปเกินกว่า 4,000 ล้านบาท ก็เพราะราคาเดิม 3.3 พันล้านบาท เป็นราคาที่ไม่สามารถจัดสรรค์เงินทอนกว่า 600 ล้านบาทตามความปรารถนาของกลุ่มคนบางกลุ่มได้  ทั้งผู้บริหาร ขสมก.ไล่ไปจนถึงระดับ ก.คมนาคม พร้อมใจขานรับกันเป็นทีมโดยหาเหตุว่า ราคา 3.3 พันล้านบาท ไม่มีผู้เข้าร่วมประมูลรายใดให้ความสนใจ เพราะเป็นราคาที่ต่ำเกิน
นายสุนทร ชูแก้ว ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทเบสทริน เปิดประเด็นไว้แล้วว่า ขสมก.หรือใครก็ตามที่กำลังใช้ความพยายามผลักดันราคากลางจาก 3.3 พันล้านเป็น พันกว่าล้าน ขอเรียนว่าราคาที่เบสทรินชนะเป็นราคาที่รวมภาษีต่างๆ และค่าธรรมเนียมครบถ้วนแล้วไม่มีความจำเป็นต้องซื้อแพงไปมากกว่านี้
นอกจากไม่มีใครฟังแล้ว….ขสมก.ยังเดินหน้าโดยนายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การ (บอร์ด) ขสมก.ออกมาฟันธงราคากลางรถเมล์เอ็นจีวีรอบใหม่ 4,020 ล้านบาท เปิดประมูลกลางเดือนตุลาคม พร้อมส่งมอบล็อตแรก 20 คันก่อนปีใหม่  ขณะที่มีกระแสข่าวออกมาว่า มีเอกชนรายหนึ่งนำเข้ารถบัสมีลักษณะตรงตามสเป็คและสีตามที่ ขสมก.กำหนดไว้เป๊ะ จำนวน 2 เที่ยวขน เที่ยวละ 16 คันรวม 32 คัน รถบัสปริศนาหน้าตาตรงตามสเป็ค ขสมก.จำนวนนี้คือรถ 20 คันแรกที่ ขสมก. ตั้งใจเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนผู้เข้าร่วมประมูลรายหนึ่ง เพราะใน ทีโออาร์. ขสมก.กำหนดส่งมอบรถโดยสาร จำนวน 20 คัน ภายในระยะเวลา 40 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ซึ่งพอมีผู้ท้วงติง ขสมก. ได้ตัดข้อความในส่วนนี้ออก แต่ขสมก.กลับเพิ่มเกณฑ์การพิจารณาความสามารถในการส่งมอบรถโดยสารไว้ในข้อ โดยตั้งเป็นเกณฑ์การให้คะแนนสำหรับบริษัทฯที่สามารถนำส่งมอบรถได้เร็วกว่ารายอื่น
สรุปคือ….ยังงัย ขสมก.ก็ต้องช่วยเอกชนรายนี้ให้ได้ ว่างั้นเถอะ…!!!
เมื่อมาถึงจุดนี้จุดที่ ขสมก.ดื้อตาใส คงต้องย้อนไปเมื่อครั้งที่นางปราณี ศุกระศร นั่งรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.ได้ใช้ทุกวิถีทางที่จะลงนามสัญญาซื้อขายรถโดยสารเอ็นจีวี. 489คันกับเอกชนรายนี้ให้ได้เช่นกันท่ามกลางเสียงทักท้วงจากหลายฝ่าย แม้แต่เสียงคัดค้านจากคณะกรรมการที่ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งขี้นและคาดหวังมากเพื่อแก้ไขป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐนั่นก็คือ  คณะกรรมการคุณธรรม ทำหน้าที่สังเกตการณ์โครงการจัดซื้อจัดจ้างทุกโครงการของรัฐบาล 
ในครั้งนั้น ขสมก.พยายามดันทุรังที่จะลงนามแต่ไม่สำเร็จ เนื่องเพราะมีผู้สังเกตการณ์คุณธรรม 2 ท่านประกาศลาออกไม่ขอร่วมสังฆกรรมลงนามในสัญญาจัดซื้อรถโดยสาร เอ็นจีวี. 489 คัน
ภายหลังมีมติบอร์ด ขสมก.ให้มีการเซ็นสัญญาซื้อขายกับกลุ่มกิจการร่วมค้า JVCC ที่มีบริษัท ช.ทวีดอลลาเซียนจำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะประมูลในวันที่ 17 สิงหาคม 2558เหตุการณ์ครั้งนั้นสกู๊ปหน้า  ขอำดับปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ทำไมจึงไม่มีการเซ็นสัญญาซื้อขายเกิดขึ้น
มิถุนายน 2558 นายนพนันท์  วรรณเทพสกุล และนายอรุณ  ลีธนาโชค ผู้สังเกตการณ์โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 489 คัน ส่งรายงานไปยัง ศ.เมธี ครองแก้ว ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายมาตรการป้องกันการทุจริต (ป.ป.ช.) เพื่อเรียกเอกสารมาตรวจสอบ
มิถุนายน 2558 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติยุบคณะอนุกรรมการฝ่ายมาตรการป้องกันการทุจริต
มิถุนายน 2558  นายนพนันท์ และนายอรุณ ส่งบันทึกขอให้ระงับการลงนามสัญญาโครงการจัดซื้อรถโดยเอ็นจีวี จำนวน 489 คัน และการจัดหาผู้ซ่อมบำรุงรักษารถ ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.)
พร้อมยื่นจดหมายลาออกจากการทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ ลงวันที่ มิถุนายน 2558
มิถุนายน 2558 นายนพนันท์  อดีตผู้สังเกตการณ์ ในฐานะคณะอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ด้านการป้องกันการทุจริตรายงานในที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อรับทราบปัญหา
10 มิถุนายน 2558 นายนพนันท์  ทำบันทึกถึงนายมนัส  แจ่มเวหา  ประธานคณะอนุกรรมการการประสานความร่วมมือข้อตกลงคุณธรรม และ พล.อ.อนันตพร  กาญจนรัตน์  ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ขณะนั้น ขอให้ตรวจสอบความไม่ถูกต้องของการประกวดราคาและการจัดหาผู้ซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารเอ็นจีวี. 489 คัน
11 มิถุนายน 2558 นายนพนันท์ และนายอรุณ ส่งรายงานผลการสังเกตการณ์ให้นายประมนต์ สุธีวงศ์  ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) พร้อมแจ้งว่าลาออกแล้ว
12 มิถุนายน 2558 มีการประชุมประสานงาน คตช. และรับทราบปัญหาการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี
16 มิถุนายน 2558 กรมบัญชีกลางเชิญ นายนพนันท์  เข้าชี้แจงในที่ประชุมคณะอนุกรรมการเรื่องรายงานผลการสังเกตการณ์ในโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันของ ขสมก.
กรกฎาคม 2558 สองอดีตผู้สังเกตการณ์ และ รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ประธานคณะอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต เข้าประชุมหารือกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของ ขสมก.
กรกฎาคม 2558 ขสมก.ส่งเอกสารด้านเทคนิคของผู้ชนะการประกวดราคาและประสงค์จะเสนอราคาเพื่อให้ตรวจสอบ กับ รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค
15 กรกฎาคม 2558 รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค จัดส่งรายงานผลการพิจารณาเอกสารด้านเทคนิคของผู้ชนะการประกวดราคาไปยังนางปราณี  ศุกระศร  รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. พร้อมสำเนาไปยังกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการต่อต้านด้านการทุจริตแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการประสานความร่วมมือข้อตกลงคุณธรรม
24 สิงหาคม 2558 อดีตสองผู้สังเกตการณ์ ทำรายงานเพื่อนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.
เรื่องความไม่ถูกต้องโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีและการจัดหาผู้ซ่อมบำรุง
  และขอให้ตรวจสอบเพื่อป้องกันความเสียหายแก่รัฐ
2 กันยายน 2558 คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.) พิจารณาคำร้องอุธรณ์ของบริษัทเบสท์รินและในวันที่ 25 กันยายน 2558  นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าจะให้ขสมก.รายงานความคืบหน้าการจัดซื้อรถเมล์ล็อตแรก 489 คัน ในวันที่ 28 ก.ย. และจะดำเนินการซื้อรถพลังงานไฟฟ้าเข้ามาใช้แทนก่อนจำนวน 200 คัน 
นายอรุณ ลีธนาโชค ผู้สังเกตการณ์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ผู้สังเกตการณ์คุณธรรมพบว่า ในขั้นตอนมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารระหว่างการเจรจาค่าซ่อม  ซึ่งระหว่างการประชุมเจรจาค่าซ่อมตนเองและอาจารย์นพนันท์ได้แย้งไปแล้วว่าไม่น่าจะทำได้  เนื่องจากเอกสารค่าซ่อมถือเป็นเอกสารหลักที่เป็นคุณสมบัติในการเข้าประมูล  ดังนั้นการเห็นเอกสารทีหลังแล้วมาแก้ไขใหม่เห็นว่าทำให้มีคุณสมบัติเรื่องเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ควรมีสิทธิตั้งแต่ก่อนเข้าประมูล
ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อผิดพลาดของคณะกรรมการจัดซื้อของ ขสมก.ที่จัดเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีความรู้ทางด้านเทคนิคเข้ามาทำหน้าที่ ทำให้เกิดข้อผิดพลาดตั้งแต่เบื้องต้น จนกระทั่งก่อให้เกิดความบกพร่องส่งผลให้มีผู้ได้เสียในการประมูล
ราคากลาง 4,020 ล้านที่กำลังจะประมูลครั้งล่าสุดนี้ก็เช่นกัน มีการหมกเม็ดขึ้นราค่าค่าซ่อมบำรุงปีที่ 6 ถึงปีที่ 10 ส่งผลทำให้ราคากลางพรุ่งพรวดจาก 3,300 ล้านบาทแพงขี้นมาอีก 600ล้านบาทซ้ำรอยเดิม
ขสมก.ต้องทบทวน ไม่ใช่เอาแต่ดันทุรังกล่าวอ้างว่าขั้นตอนทั้งหมดถูกต้อง เพื่อปิดบังอำพรางข้อเท็จจริงบางประการไว้ จนกระทั่งทำให้เกิดการฟ้องร้องเป็นคดีความขึ้นมาแบบซ้ำซาก  ผู้บริหารระดับกระทรวงก็ต้องตรวจสอบด้วยว่า การที่เอกชนกระทำความผิดตามข้อตกลงคุณธรรม มีบทบัญญัติลงโทษอย่างไร?มีสิทธิ์เข้าร่วมสังฆกรรมกับ ขสมก.หรือไม่?
ขสมก.ควรย้อนดูประวัติศาสตร์ของตัวเองดูบ้าง เหตุฉาวๆซ้ำซากจะได้ไม่ย้อนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง…!!!

วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560

“STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่ครบครันที่สุดในภูมิภาค



เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่กับ “STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ ที่รวม 3 เทรดแฟร์ระดับประเทศ BIFF&BIL, BIG+BIH และ TIFF ไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรก  จัดโดย DITP รวมผู้ประกอบการไทย-เทศ
กว่า 2,000 คูหา ร่วมจัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ ต่อสายตานักธุรกิจและผู้นำเข้าจากทั่วโลก คาดเงินสะพัดมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท  เปิดเวทีเจรจาการค้าการส่งออกดึงผู้ซื้อจากทั่วโลกกว่า 60,000 ราย
พร้อมดันไทยเป็นศูนย์กลางสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาค


การส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ (แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ไม่รวมอัญมณีและเครื่องประดับ) ปี 2559 คิดเป็นมูลค่าราว 11,260 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 377,000 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 5  ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยโดยช่วง 8 เดือนแรกของปี 2560 มีมูลค่าการส่งออก ประมาณ 7,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือ 256,000 ล้านบาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่
สิ่งทอ ผ้าผืน เส้นใยประดิษฐ์ และเฟอร์นิเจอร์  ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมั่นใจว่า ปี 2560  การส่งออกสินค้าดังกล่าวจะขยายตัวต่อเนื่อง และเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ร้อยละ 3 จากที่เคยติดลบ
ในปีก่อนหน้านี้



ภายในงาน STYLE 2017 มีกิจกรรมบริการและนิทรรศการที่หลากหลาย มุ่งเน้นตอบโจทย์ความต้อง
การของทุกฝ่ายและจัดบริการพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกผู้ที่ทำธุรกิจ อาทิ การบริการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ ณBuyer Lounge พร้อมล่ามภาษาต่างๆ เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น อารบิค เป็นต้น ทั้งยังมีศูนย์ให้คำปรึกษาด้านโลจิสติกส์การค้าและ DITP SERVICE CENTER รวบรวมบริการต่างๆ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไว้ ณ จุดเดียว เพื่อให้คำปรึกษาผู้ประกอบการในการขยายตลาดส่งออก

งาน STYLE 2017 กับนิทรรศการที่น่าสนใจกว่า 20 นิทรรศการไว้ด้วยกัน ทั้งนิทรรศการที่เน้นการ
สร้างแรงบันดาลใจ อัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ เพื่อให้เกิดการต่อยอดสู่การทำธุรกิจ อาทิ นิทรรศการแนวโน้มแฟชั่น ปี 2561 (Trend Forum 2018), นิทรรศการโครงการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่น (QURATED Fashion Incubation Project),  มีนิทรรศการที่กรมได้ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้นักออกแบบ และผู้สร้างสรรค์ได้มีพื้นที่แสดงออกและต่อยอดความคิดให้เป็นรูปธรรมนอกจากนี้กรมฯ ยังได้ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาจัดนิทรรศการเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร มีกิจกรรมการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จากหญ้าแฝกภายในงานด้วย

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในพิธีเปิดงานว่า “อุตสาหกรรมไลฟ์
สไตล์เป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นอุตสาหกรรม
ครบวงจร โดยมีผู้ประกอบการไทยทั้งที่เป็นรายเล็ก หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) จำนวนมาก และที่เป็นสตาร์ทอัพ (Start-Up) อยู่มากกว่าร้อยละ90 ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ก่อให้เกิดการจ้างแรงงานกว่าหนึ่งล้านคนรัฐบาลจึงมีแนวคิดที่จะผลักดันให้
ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต การตลาด และการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาค กอปรกับการที่รัฐบาลไทยมีนโยบาย ส่งเสริมการเป็นสังคมสร้างสรรค์ ภายใต้นโยบาย “Creative Thailand”

จึงเห็นว่าอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นหนึ่งในสินค้าและบริการส่งออก
อันดับต้นๆ ได้ โดยมุ่งสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการออกแบบ นำเสนอแนวคิดใหม่ๆ  ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องกล้านำความเสนอคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ และมีการสร้างแบรนด์ของตัวเอง” 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

ด้านนางจันทิรา ยิมเรวัต  วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า งาน “STYLE 2017”เป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาค เป็น  การยกระดับงานแสดงสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่เป็นที่นิยมของกรม ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่น
และงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง  (Bangkok International Fashion Fair and Bangkok International Leather Fair: BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (Bangkok International Gift Fair and Bangkok International  Houseware Fair: BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Thailand International Furniture Fair: TIFF) ในงานเดียว จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Life+Style และเป็นส่วนหนึ่งของ Creative Thailand

ระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคม 2560 โดยได้รับความร่วมมือจาก 24 สมาคมที่เกี่ยวข้อง มีผู้ประกอบการ
ทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 1,000 บริษัท2,000 คูหาเต็มพื้นที่กว่า 40,000 ตร.ม.
ภายในศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา



“STYLE 2017” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาค
จัดขึ้นระหว่างวันนี้ ถึง 21 ตุลาคมนี้ (สำหรับวันเจรจาธุรกิจ คือวันที่ 17-19 ตุลาคม 2560
ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. 


ส่วนวันจำหน่ายปลีก วันที่ 20- 21ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 -21.00 น.)
ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ