เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว! Hot คนดัง บันเทิง

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562

เปิดตัวหนังรักโรแมนติกแห่งปีที่ไม่ควรพลาด “The One You Love

เติมความหวานเพิ่มรอยยิ้มส่งท้ายปี 2019
กับภาพยนตร์รักโรแมนติกอบอุ่นแห่งปีที่คุณไม่ควรพลาด !!

The One You Love รักนี้คือเธอ”
เติมความหวานเพิ่มรอยยิ้มส่งท้ายปี 2019 กับภาพยนตรรักโรแมนติกอบอุ่นแห่งปีที่คุณไม่ควรพลาด ภาพยนตร์ “The One You Love รักนี้คือเธอ” ประกันความหวาน โดย บริษัท เวลส์ ซิมโฟนี่ กำกับโดย ณภัทร์ โกรฟส์, ชัยวัฒน์ สีตลาศัย นำแสดงโดย ปีเตอร์ เดนแมน, ดานี่ เตศนีย์ โกรฟส์ และโหล่ว เฉิน หยิน




ภาพยนตร์เรื่อง “The One You Love รักนี้คือเธอ” เป็นเรื่องราวรักสามเศร้าระหว่างสาวสวย ดานี่ (เตศนีย์ โกรฟส์) กับสองหนุ่ม อเล็กซ์ (เฉิน หยิน โหล่ว) และ แดนนี่ (ปีเตอร์ เดนแมน) ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของประเทศอังกฤษ ดานี่และอเล็กซ์เป็นแฟนกันตั้งแต่เรียนเกรด 10 กระทั่งวันหนึ่งดานี่ตัดสินใจเดิน ตามความฝันของตัวเอง ด้วยการไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ด้วยความไม่แน่ใจในระยะห่างทำให้อเล็กซ์ตัดสินใจบอกเลิกดานี่ ดานี่จึงพยายามเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งเธอได้เจอกับแดนนี่ ชายหนุ่มที่ทำให้มุมมองชีวิตของเธอเปลี่ยนไปจากเดิมความรักของพวกเขาทั้ง 3 จะเป็นอย่างไร ดานี่จะเลือกใคร ค้นหาคำตอบได้ใน The One You Love : รักนี้คือเธอ




ภาพยนตร์เรื่อง “The One You Love รักนี้คือเธอ” เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติดอบอุ่นแห่งปี ที่จะทำให้คุณประทับใจ ซึ้ง อิน ฟินตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทีมงานสร้างทุ่มเทเดินทางถ่ายทำถึง 2 ประเทศ เพื่อให้ได้หลากหลายโลเคชั่นสุดโรแมนติก วิวสุดพิเศษ ทั้ง อังกฤษและฮ่องกง ซึ่งรับประกันได้ว่าผู้ชมจะประทับใจกับวิวสวยๆ ที่ไม่เคยได้เห็นจากภาพยตร์เรื่องไหนๆ อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังเติมความฟินให้กับผู้ชมด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้นักร้องร้อยล้านวิว พลอยชมพู มาร้องเพลง “สายไป” (Too Late) พร้อมด้วย 2 นักแสดงนำยังโชว์พลังเสียงไพเราะซึ้งๆ ประกอบภาพยนตร์ ทั้ง ปีเตอร์ เดนแมน กับเพลง “I’m still the one you love” และดานี่ โกรฟส์ กับเพลง “เรารักกันแบบใหน” ซึ่งรับประกับว่าผู้ชมจะประทับใจอย่างแน่นอน

ติดตามเรื่องราวความรักที่รอการพิสูจน์ พร้อมร่วมสัมผัสความหวานได้ในภาพยนตร์รักโรแมนติก-อบอุ่นส่งท้ายปี “The One You Love รักนี้คือเธอ” 

พร้อมกัน 21 พฤศจิกายนนี้ในโรงภาพยนตร์
#TheOneYouLovev #toptotravel

Sushi Ichizu Omakase สไตล์เอโดะ ต้นตำรับแท้เหมือนไปทานที่ญี่ปุ่น

Sushi Ichizu  เปิดตัวคอร์สใหม่ล่าสุด

ในยุคที่วงการอาหารมีผลกระทบต่อโลกอย่างมากมาย อาหารจากทั่วทุกมุมโลกได้กระจายและแลก เปลี่ยนวัฒนธรรมออกไปอย่างแพร่หลาย อีกหนึ่งวัฒนธรรมอาหารที่คนทั่วโลกให้การยอมรับมากที่สุด คงจะเป็นอะไรไป
ไม่ได้นอกจากอาหารญี่ปุ่น ศาสตร์และศิลปะการทำซูชิถือเป็นหนึ่งในหัวใจของอาหาร ญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ และถ้า
จะเจาะลึกไปมากกว่านั้นสิ่งที่เหล่าผู้หลงไหลในการลิ้มลองรสชาติของซูชิ






“Omakase” หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ฝากไว้ที่เชฟ โดยที่เชฟเป็นผู้ ออกแบบเมนูที่จะเสิร์ฟในแต่ละคอร์ส คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีจากแหล่งต่างๆ จากทั่วประเทศ แล้วนำมา ปรุงอาหารอย่างพิถีพิถัน ซึ่งอิสระและบทบาทในเลือกจะอยู่ที่เชฟ มิใช่ลูกค้า เราจึงได้สัมผัสกับศิลปะ แห่งการทำซูชิดั้งเดิมอย่างแท้จริง และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมร้านซูชิสไตล์ Omakase จึงได้รับความ นิยมแพร่หลาย ไม่เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น




ร้านอาหาร Sushi Ichizu มีจุดเริ่มต้นในปี 2015 จาก ดร.วิชเรศ บุญจิตต์พิมล และ คุณกชมน ตุลาธรรมธร
สองหุ้นส่วนใหญ่ผู้หลงรักอาหารญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ แรกเริ่มอยากมีร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นของ ตัวเอง โดยมีคุณเบียร์ เพื่อนผู้รักอาหารญี่ปุ่นนักชิมชาวไทยในญี่ปุ่นอีกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ทีม เพื่อที่จะยกระดับการรับประทานซูชิในประเทศไทย



ทั้งสองใช้เวลานานเกือบ 2 ปีในการชักชวน Chef Riku Toda จนในปี 2017 ร้าน Sushi Ichizu ได้ เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ทางร้านมีความมุ่งมั่นที่จะทำร้านซูชิ ไม่ใช่เพียงให้ได้เท่าเทียมมาตรฐานใกล้ เคียงญี่ปุ่นเท่านั้น เเต่เรามีเป้าหมายที่จะทำร้านซูชิที่เป็นของเเท้ ถ่ายทอดวัฒนธรรมซูชิที่ถูกต้องและ ยกรับดับการทานอาหาร
ญี่ปุ่นในประเทศไทย นั่นคือสาเหตุที่เจ้าของร้านได้เลือกใช้คำว่า Ichizu มา เป็นชื่อร้าน ซึ่งมีความหมายว่า
“วิถีเเห่ง"หรือ"การเกิดมาเพื่อทำสิ่งนั้นเพียงอย่างเดียว"เเละนี่คือ"วิถี เเห่งซูชิ" ของเรา







ร้าน Sushi Ichizu จึงได้มอบประสบการณ์การทานซูชิแบบดั่งเดิมและแท้จริงเรื่อยมา และในปี 2019-2020 นี้ ถือเป็นปีสุดท้ายของเชฟ Riku Toda ในฐานะ Executive chef ของทางร้านก่อนจะบิน กลับไปสู่ประเทศของ
ตัวเอง และในปีนี้เองทางเชฟ Riku ของเราได้คัดเลือกตัวแทนและได้ซุ่มฝึกฝน เรื่อยมา เพื่อเตรียมพร้อมกับการ
รับช่วงต่อภาระและหน้าที่ของชื่อ Ichizu เอาไว้ จากรุ่นสู่รุ่น พรสววรค์และเคล็ดลับการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมสไตล์เอโดเมะได้ถูกส่งต่อจาก ปรมาจารย์ Hachiro Mizutani เจ้าของร้านซูชิ มิชลิน3ดาว Sushi Mizutani ลูกศิษย์อันดับ 1 ของ เทพเจ้าซูชิ Jiro Ono ต้นตำหรับเอโดะมาเอะซูชิ (ปัจจุบันร้านSushi Mizutani ได้ทำการปิดตัวไปเเล้ว เนื่องจากปรมาจารย์มิสึทานิเกษียณอายุ) และต่อมาได้ทำการย้ายมากฝึกกับสุดยอดเชฟซูชิพรสวรรค์ ของญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน Takaaki Sugita เจ้าของร้าน Sushi Sugita ที่ล่าสุดได้ถูกโหวตจากชาวญี่ปุ่นให้ เป็นร้านซูชิอันดับ1 ของญี่ปุ่นในเวลานี้ การันตีด้วยรางวัลมากมายไม่ว่าจะเป็น Michelin Star หรือ Gold Medal Tablelog ส่งต่อให้ Riku Toda อดีต Sous Chef ของร้าน Sushi Sugita จนมารับหน้าที่ เป็น Executive chef ประจำร้าน Sushi Ichizu ผ่านความยากลำบากในการฝึกฝนและการอุทิศทั้ง กายและใจ อย่างเข้มข้นตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเขา ด้วยความรักในการทำซูชิอย่างแท้จริง และตัว Riku เองก็ไม่เคยละทิ้งในการทำสิ่งที่ตัวเองรัก ยังคงฝึกฝนศิลปะการทำซูชิอย่างต่อเนื่องในทุกวัน จนถึงวันนี้ ได้ถึงเวลาแล้ว ที่เชฟริคุจะได้เป็นผู้ส่งต่อเคล็ดลับและประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาของตัว เขาให้เป็นมรดกกับ เชฟคนใหม่แห่ง Sushi Ichizu เชฟที่มากไปด้วยพรสวรรค์ เต็มเปี่ยมไปด้วยฝีมือ และ ความสามารถมากมายที่หลบซ่อนอยู่ในตัวเขา กับเชฟ “Taigo Narizuka” อดีตรุ่นน้องจากร้าน Sushi Sugita และลูกศิษย์คนเดียวของเชฟ Riku Toda ผู้ที่พร้อมจะสื่อความหมายที่แท้จริงในหัวใจของคำว่า “Ichizu” หรือ “วีถีแห่ง” ในแนวทางกระทำ ซูชิของเขา ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในทุกด้านของความสามารถ เชฟ Taigo ถือเป็นผู้ที่คร่ำหวอด อยู่ในวงการอาหารญี่ปุ่นอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้ โดยตัวเชฟเริ่มต้นความรักในการทำอาหารจากคุณ พ่อตั้งแต่เด็กๆ โดยที่เชฟ Taigo ของเราไม่ได้เริ่มจากการเป็นเชฟซูชิเลย แต่เริ่มจากการทำอาหาร ญี่ปุ่นแบบ Izakaya และ Kaiseki จนอายุ 18 ปีได้มีโอกาศเข้ามาเรียนรู้การทำซูชิ จึงได้ค้นพบความ ชอบและความหลงใหลที่แท้จริง ว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร โดยตัวเชฟ Taigo จึงได้อุทิศตนให้กับการ เป็นเชฟซูชิอย่างเป็นทางการ

เชฟ Taigo ได้ฝึกฝนศาสตร์และศิลปะการทำซูชิเรื่อยมาด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี ในร้าน Michelin มากมายทั้งที่ญี่ปุ่นและต่างประเทศ จนเชฟ Riku ของเราเกิดเล็งเห็น พรสวรรค์และความตั้งใจที่เอ่อล้น ออกมากจากตัวเชฟ และด้วยบุคลิคที่น่ารัก เป็นมิตร จึงเป็นที่รักของคนรอบข้างและใครก็ตามที่ได้รู้จัก ทางเชฟ Riku จึงได้รับเชฟ Taigo มาเป็นลูกศิษย์และฝึกฝน เตรียมพร้อมอย่างหนักตลอดมา จนวันนี้ เชฟ Taigo ได้พิสุจน์ให้ทางผู้บริหารทุกคนและเชฟ Riku เห็นแล้วว่าตัวเขาพร้อมที่จะมารับช่วงต่อของ ร้าน Sushi Ichizu



โดยตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. ทางร้าน Sushi Ichizu จะมีการปรับเปลี่ยน เมนูคอร์สและราคา โดยแบ่งเป็น
เคาน์เตอร์ออกเป็นสองห้อง โดยจะมีห้องของเชฟ Riku Toda ที่จะดำรงตำแหน่ง Executive Chef 





ของร้านในปี 2020 ช่วงกลางปี เป็นปีสุดท้าย โดยจะรับเฉพาะลูกค่า VIP เพียงไม่เกิน 8 ที่นั่งต่อรอบ เท่านั้น
และ เคาร์เตอร์ของเชฟ Taigo Narizuka ที่จะมาดำรงตำแหน่ง Executive Chef เป็นรุ่นต่อไป โดยจะรับลูกค้า 10-12 ที่นั่งต่อรอบ

รายละเอียดของราคาในแต่ละคอร์ส
โดยจะแบ่งเป็นสองรอบเช่นเคย ในส่วนของเชฟ Riku จะมี 2 ราคาให้เลือกคือ คอร์ส 8,000 บาท
อยู่ที่ 18-19 เมนู และ คอร์สพิเศษอันใหม่ 12,000 บาท อยู่ที่ 20-22 เมนู และในคอร์สพิเศษ ทางร้าน ขอสงวนสิทธ์ในการรับเฉพาะผู้ที่ทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันขึ้นไปเท่านั้นโดยที่ลูกค้าสามารถ เลือกกับทางเชฟ Riku ได้ว่าอยากทานเมนูและวัถุดิบไหนเป็นพิเศษ สำหรับในส่วนของเชฟน้องใหม่ไฟ แรงอย่างเชฟ Taigo
จะมี 2 ราคาให้เลือกอีกเช่นเคย โดยในส่วนของ นิกิริ คอร์ส จะอยู่ที่ 3,500 บาท 14-15 เมนู และคอร์สใหญ่
จะอยู่ที่ 5,500 บาท 18-20 เมนู โดยรายการเมนูของเชฟทั้ง 2 ท่าน จะยัง ไม่รวมในส่วนของซุป ก่อนจบคอร์ส แต่รวมในส่วนของไข่หวานและของหวานแล้ว

ในส่วนของวัถุดิบในแต่เมนูของเชฟแต่ละท่านก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความถนัดและความ เหมาะสม เปรียบเสมือนแนวเพลงที่จะบ่งบอกตัวต่อของผู้เขียน และสื่อทำนองออกมาผ่านการปรุง อาหารให้ลูกค้าคนสำคัญ ที่เปรียบเหมือนผู้ฟัง เชฟของเราจะทำการเลือกวัถุดิบที่ดีที่สุดของวัน ขึ้นอยู่ กับฤดูกาลของปลาโดยตรง ทำให้
ในส่วนของวัถุดิบในแต่ละวันนั้นจะมีการเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และไม่ เหมือนกัน

-DinnerCoursesByRikuToda 💰 Omakase Course 8,000 ++ Baht
-Special Omakase Course 12,000 ++ Baht ⠀
-DinnerCoursesByTaigoNarizuka 💰 Nigiri Course 3,500++ Baht
-Omakase Course 5,500 ++ Baht

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562

สำนักงาน กสทช. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชน

สำนักงาน กสทช. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ครั้งที่ 3 จังหวัดนครนายก


สำนักงาน กสทช. โดยสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (รท.) ได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สำหรับภาคตะวันออก ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ณ ห้องราชพฤกษ์ ๓ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก 





โดยได้รับเกียรติจาก นายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมฯ และมี พันเอกวีรชาติ ศรีกังวาล รักษาการผู้อำนวยการสำนัก รท. เป็นผู้กล่าวรายงานและเป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ “บริบทกิจการโทรคมนาคมไทยและการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในยุคไทยแลนด์ 4.0” ให้แก่ผู้นำเครือข่ายระดับจังหวัด และระดับอำเภอของภาคตะวันออก ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร จำนวน ๒๔ จังหวัด ได้แก่จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดตราด จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี และกรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า 300 คน สำหรับการจัดกิจกรรมฯในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในประเด็นใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้บริการโทรคมนาคม รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับผู้นำเครือข่ายภาคประชาชนให้มีความเข้าใจในสิทธิของผู้บริโภคอย่างถูกต้อง เพื่อจะนำความรู้ที่ได้รับในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไปเผยแพร่ให้กับสมาชิกในพื้นที่และชุมชนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ธนาคารกรุงเทพ จับมือเว็บ สวัสดี เปิดตัวบัตรเครดิตใหม่เอาใจคนรุ่นใหม่ชอบเที่ยว

 

ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และมาสเตอร์การ์ด นำเสนอ ผลิตภัณฑ์
การเงินรูปแบบใหม่เอาใจคนชอบเที่ยว ด้วย “บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดี ธนาคาร กรุงเทพ” รวมสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวอย่างครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทาง ภายใต้แนวคิด
‘บัตรเดียว... เที่ยวฟิน บินสบาย’

นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับ บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และมาสเตอร์ การ์ด เวิร์ลไวล์ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ ‘บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดีธนาคาร กรุงเทพ’ ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว โดยบัตรเครดิตนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการ 
ท่องเที่ยว มอบความสะดวกสบายในการเดินทาง ทั้งบัตรโดยสารเครื่องบินสำหรับเส้นทางในประเทศ ราคาเพียง 499 บาท/เที่ยวบิน กับสายการบินแอร์เอเชีย นกแอร์ และไทยไลอ้อนแอร์รับส่วนลด 5% สำหรับบัตรโดยสารเครื่องบินกับ 8 สายการบินชั้นนำ ส่วนลดที่พักทั่วโลกสูงสุด 10% ตลอดจนส่วน
ลด สำหรับการเช่ารถ นอกจากนี้ยังรับสิทธิเที่ยวฟรีกับแพ็กเกจท่องเที่ยวกระบี่ เซี่ยงไฮ้หรือมัลดีฟส์
เมื่อมี การใช้จ่ายผ่านบัตรตามเงื่อนไข
‘บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดีธนาคารกรุงเทพ’ ถูกนำเสนอภายใต้แนวคิด ‘บัตรเดียว... เที่ยวฟิน บิน สบาย’ มุ่งตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 20-45 ปี ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อหา ประสบการณ์ใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยธนาคารยังมอบความอุ่นใจด้วยประกันอุบัติเหตุ การเดินทางคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุการเดินทางด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และบริการผู้ช่วยส่วนบุคคลตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งสามารถแลกคะแนนสะสมเป็นไมล์ เดินทางของการบินไทย (Royal Orchid Plus) บางกอกแอร์เวย์ส (Flyer Bonus) หรือแอร์เอเชีย 
(BIG Points) ได้อีกเช่นกัน
“ในโอกาสนี้ ธนาคารได้เลือก “แบงค์ - ธิติ มหาโยธารักษ์” นักแสดงมากความสามารถมาเป็นพรีเซน เตอร์ของ ‘บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดี ธนาคารกรุงเทพ’ เนื่องจาก แบงค์-ธิติ ถือเป็นตัวแทนคนรุ่น ใหม่ มีความสามารถที่โดดเด่น และมีภาพลักษณ์ตลอดจนไลฟ์สไตล์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถช่วยนำเสนอเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตนี้ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมายอย่างแน่นอน” นายทวีลาภ กล่าว


ด้าน นายประสิทธิ์เจียวก๊ก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และบริษัท ใน เครือ มัณดาวีต์ กรุ๊ป ได้เผยว่า ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปีจากการเป็นผู้ให้บริการด้านการ ท่องเที่ยวอย่างครบวงจร อาทิเช่น บริการสำรองที่พักออนไลน์ กว่า 1.2 ล้านแห่งทั่วโลก ผ่าน www.sawadee.com การเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ ตลอดจนบริการนำเที่ยว ทำให้ในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการรวมกว่า 30 ล้านราย และมีลูกค้า ประจำและสมาชิกของบริษัท กว่า 500,000 ราย จึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือบัตรทุกท่านได้ว่า จะ ได้รับการบริการที่ดีอย่างมืออาชีพ ทั้งนี้นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับยอด การใช้จ่ายผ่านบัตรทุกๆ 100 บาท ผ่าน www.sawadee.com ทางบริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) จะบริจาคสมทบให้แก่โครงการคืนคุณแผ่นดิน 1 บาทเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ต่อไป พิเศษสำหรับ 

ผู้สมัคร ‘บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดี ธนาคารกรุงเทพ’ รายใหม่ เพียงสมัครบัตรระหว่าง วันที่ 28 ตุลาคม 2562 – 30 เมษายน 2563 และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรภายใน 60 วันนับจากวันที่บัตรได้รับ อนุมัติ ครบ 5,000 บาท จะได้รับกระเป๋ าเดินทางล้อลาก ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 2,900 บาท สำหรับผู้ที่สนใจ และต้องการสมัคร บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดี ธนาคารกรุงเทพ เพียงมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ตามวันเดือน
ปีเกิดที่ระบุในบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทางในกรณีที่เป็นชาวต่างประเทศ และมีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารกรุงเทพทุกสาขาทั่วประเทศ หรือบริการบัวหลวงโฟน โทร. 1333 หรือ ww.bangkokbank.com


สิทธิประโยชน์บัตรเครดิตแพลทินัม สวัสดี ธนาคารกรุงเทพ
1. รับคูปองแทนเงินสด 10% เมื่อจองห้องพักต่างประเทศกว่า 1,200,000 แห่งทั่วโลก ผ่าน www.sawadee.com
2. รับส่วนลดทันที 10% เมื่อจองห้องพักภายในประเทศกว่า 4,500 แห่งทั่วประเทศ ผ่าน www.sawadee.co.th
3. รับสิทธิ์ซื้อตั๋วเครื่๋องบินเส้นทางภายในประเทศราคา 499 บาท/ เที่ยวบิน
4. ส่วนลด 5% ค่าบัตรโดยสารสายการบินที่บริษัทฯ ให้บริการ
5. รับสิทธิ์เที่ยวฟรี เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรตรงตามเงื่อนไข
6. รับส่วนลด 10% เมื่อสมัครสมาชิกเว็บ สวัสดี ระดับแพลทินัม
7. รับส่วนลด 10% เมื่อจองแพ็กเกจ ผ่าน www.mandaweetour.com
8. รับส่วนลด 10% ค่าห้องพักที่โรงแรมมัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา กระบี่
9. รับส่วนลด 50% เมื่อเช่ารถกับ Avis
10. ช้อปปุ๊ป ได้บุญปั๊ป

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562

‘ช้อปปี้’ ต้อนรับการกลับมาของมหกรรมช้อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด


“Shopee 11.11 Big Sale”
ข่าวดี....นักช้อปจะได้เพลิดเพลินกับโปรโมชั่น จากแบรนด์ชั้นนำและร้านค้ากว่าล้านดีลพร้อมส่วนลด
ถึง 50% ส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ และดีลช้อปปี้ 9 บาท

กรุงเทพฯ, 22 ตุลาคม 2562 - ช้อปปี้ ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ประกาศต้อนรับการกลับมาของแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale มหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดย Shopee 11.11 Big Sale จะเริ่มต้นในประเทศไทยและอีก 6 ประเทศในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะมีร้านค้า แบรนด์ และพันธมิตรทางธุรกิจนับล้านรายตบเท้าเข้าร่วมแคมเปญอย่างคับคั่ง
เทอเรนซ์ แพง ประธานฝ่ายปฎิบัติการช้อปปี้ กล่าวว่า “เราได้เปิดตัวแคมเปญ 11.11 ครั้งแรกเมื่อปี 2559 และได้ปรับรูปแบบของแคมเปญสุดยิ่งใหญ่นี้ให้เหมาะกับแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้ โดยแคมเปญ 11.11 ถือเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ช้อปปี้ได้ผนึกกำลังกับร้านค้า แบรนด์ และพันธมิตรทางธุรกิจมาร่วมเฉลิมฉลองกับเราจำนวนมาก ซึ่งเราได้ใช้เวลาเตรียมตัวสำหรับแคมเปญนี้เป็นระยะเวลานานหลายเดือน ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรโปรโมชั่นที่ดีที่สุดจากร้านค้าและแบรนด์ ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพการส่งสินค้าร่วมกับพันธมิตรด้านการขนส่งสินค้าในทุกประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ เพื่อให้ผู้ใช้งานของเราได้รับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เหนือระดับในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale ครั้งนี้”

‘ช้อปปี้’ ดันยอดขายในแคมเปญ 11.11 และกระตุ้นตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาค
‘ช้อปปี้’ ขับเคลื่อนการเติบโตของมหกรรมช้อปปิ้ง 11.11 อย่างมหาศาลในภูมิภาคนี้ โดยในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 มียอดคำสั่งซื้อถึง 11 ล้านออเดอร์ หรือเพิ่มขึ้นจากแคมเปญ 11.11 ครั้งแรกในปี 2559 ถึง 24 เท่า ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ‘ช้อปปี้’ เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่มีส่วนในการผลักดันการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการคาดการณ์ว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคนี้จะมีมูลค่าสูงกว่า 1.53 แสนล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2568 หรือ 30 เท่าของมูลค่าในปี 2558
‘ช้อปปี้’ ประสบความสำเร็จในการปรับรูปแบบของแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ อย่างแคมเปญ 11.11 ให้เข้ากับแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน จนทำให้วันที่ 11 พฤศจิกายน ได้กลายมาเป็นวาระแห่งชาติสำหรับการช้อปปิ้งของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 3 กลุ่มผู้ใช้งานหลัก ที่ให้ความสนใจในการช้อปปิ้งในวันที่ 11 พฤศจิกายน อันประกอบด้วย
● กลุุ่มผู้ใช้งานเพศชาย: ตั้งแต่ปี 2559 ถึงปี 2561 การช้อปปิ้งของนักช้อปเพศชายบนช้อปปี้ในช่วง 11.11 มีการเติบโตขึ้นถึง 2 เท่า โดยมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วเทียบเท่ากับผู้ใช้งานเพศหญิง ซึ่งสาเหตุหลักมากจากการที่ช้อปปี้มีสินค้าที่หลากหลายให้เลือกซื้อ อีกทั้งยังสามารถตอบสนองต่อความต้องการของนักช้อปเพศชายที่ชื่นชอบความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งสินค้าสุดโดนใจ โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมในหมูนักช้อปเพศชายในวันที่ 11 พฤศจิกายนปีที่แล้ว ได้แก่ นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ เพาเวอร์แบงค์ เสื้อ และกระเป๋า
● กลุ่มนักช้อปนอกเหนือจากหัวเมืองหลัก: นอกจากในหัวเมืองใหญ่แล้ว ผู้ใช้งานช้อปปี้ที่อาศัยอยู่นอกเมืองหลวงยังให้ความสนใจกับการช้อปปิ้งในช่วง 11.11 มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน จังหวัดนนทบุรี (ประเทศไทย) หมู่เกาะวิซายัส (ประเทศฟิลิปปินส์) เมืองบันดุง (ประเทศอินโดนีเซีย) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของกลยุทธ์ของช้อปปี้ที่มุ่งเน้นประสบการณ์การใช้งานบนสมาร์ทโฟนเป็นหลัก โดยนักช้อปที่อาศัยอยู่นอกหัวเมืองหลักและมีความคุ้นเคยกับสมาร์ทโฟน สามารถเพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งบนอีคอมเมิร์ซได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น
● กลุ่มนักช้อปสูงวัย: เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ ‘ช้อปปี้’ สังเกตเห็นศักยภาพในการช้อปปิ้ง โดยจำนวนคำสั่งซื้อที่มาจากนักช้อปที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปมีจำนวนสูงขึ้นถึง 30 เท่าในช่วง 11.11 ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปี 2561 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นเรื่องง่ายและเข้าใจไม่ยากสำหรับผู้ซื้อที่มีอายุ โดยเฉพาะการช้อปผ่านแอพพลิเคชั่นช้อปปี้
ไฮไลท์ของแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale ประจำปี 2562 ในประเทศไทย
ในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale ปีนี้ นักช้อปสามารถเพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งออนไลน์ด้วยโปรโมชั่นส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Tesco Lotus, HP, L’Oreal, Nestle, Phillips, Unilever และอื่นๆ อีกมากมาย ที่มาพร้อมโปรโมชั่นแรงเกินห้ามใจ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 11 พฤศจิกายน 2562 ตัวอย่างไฮไลท์ที่น่าสนใจ อาทิ
● Shopee 9 Baht: นักช้อปสามารถเพลิดเพลินไปกับดีลช้อปปี้ 9 บาท ในหลากหลายหมวดหมู่สินค้า อาทิ เครื่องใช้ภายในบ้าน, สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม โดยสามารถช้อปปิ้งคอลเลคชั่นสินค้า เพียง 9 บาท ได้อย่างสะดวกสบายบนหน้าโฮมเพจของช้อปปี้
● 50% off: ร้านค้าแบรนด์ดังบน Shopee Mall ที่เข้าร่วมรายการร่วมขนโปรโมชั่นลดทั้งร้านถึง 50% นอกจากนี้นักช้อปยังสามารถสนุกไปกับการช้อปปิ้งสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษที่มาพร้อมส่วนลด 50% และยังสามารถเก็บโค้ดส่วนลดพิเศษ 50% สำหรับช้อปปิ้งสินค้าทุกชิ้นในแอพพลิเคชั่นช้อปปี้อีกด้วย
เปิดตัวเกมใหม่บนแอพพลิเคชั่นเพื่อเอาใจนักช้อปของช้อปปี้โดยเฉพาะ
ในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale นี้ ช้อปปี้ ได้จัดเต็มกับฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ และตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง Shopee 11.11 Big Sale นี้ ผู้ใช้งานจะได้สุขสนุกสุดคุ้มกับ “Shopee Catch” เกมน้องใหม่ที่มาร่วมมอบความบันเทิงให้ผู้ใช้งานช้อปปี้ทุกคน

Shopee Catch ได้เริ่มเปิดให้ทดลองใช้งานในช่วง 9.9 ที่ผ่านมา และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในแคมเปญ 11.11 นี้ ซึ่ง Shopee Catch ถือเป็นครั้งแรกของเกมที่มีการผนวกเทคโนโลยี AR โดยในช่วง 9.9 ‘ช้อปปี้’ ได้ปรับรูปแบบของเกมให้สอดคล้องกับความเป็นไทยในธีมต้มยำกุ้ง ซึ่งผู้เล่นจะต้องเก็บเครื่องต้มยำให้ได้มากที่สุด และสำหรับแคมเปญ 11.11 นี้ นักช้อปสามารถร่วมสนุกกับเกม Shopee Catch ได้ทุกวันใน เวลา 21.00 น. ซึ่งนักช้อปจะได้ลุ้นรับ Shopee Coins และโค้ดส่วนลดอื่นๆ และพิเศษสุดๆ สำหรับวันพฤหัสบดี ผู้เล่นจะได้เพลินเพลินกับ Shopee Catch ถึง 3 รอบเต็มๆ ได้แก่ รอบ 12.00 น. 19.00 น และ 21.00 น.

นอกจากนี้เพื่อเป็นการตอบสนองต่อการเพิ่มขึ้นของการช้อปปิ้งที่มีปฏิสัมพันธ์และการโต้ตอบระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย ‘ช้อปปี้’ ประกาศเปิดตัว Shopee Feed ฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการใช้งานของสังคมโซเชียลในการช้อปปิ้งผ่านแอพพลิเคชั่น โดย Shopee Feed เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถติดตามเพื่อน ร้านค้า และแบรนด์ที่ชื่นชอบต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดสินค้าและโปรโมชั่นเด็ดสุดโดนใจ

ผู้ใช้งานช้อปปี้ เต็มอิ่มกับสิทธิพิเศษมากมาย จากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ
‘ช้อปปี้’ จับมือกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ อาทิ เมืองไทยประกันภัย, พฤกษา เรียลเอสเตท, ธนาคารกสิกรไทย และอื่นๆ มากมาย เพื่อมอบสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาใจนักช้อป
● เมืองไทยประกันภัย: สำหรับนักช้อปที่ซื้อประกันอุบัติเหตุ (P.A.) หรือ ประกันการเดินทาง (T.A.) มูลค่า 2,500 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2562 รับ 500 Shopee Cions

● KBank: เมื่อนักช้อปใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KBank ตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป มีสิทธ์รับ
โค้ดส่วนลดช้อปปี้สูงสุดมูลค่า 380 บาท

● Pruksa Real Estate: นักช้อปสามารถซื้อใบจอง 111 ยูนิตพิเศษของโครงการพฤกษา ในราคาเพียง 11 บาท และพิเศษสำหรับลูกค้า 11 ท่านแรก ที่จองและโอนกรรมสิทธิ์ก่อน 31 ธันวาคม 2562 มีสิทธิ์รับเพิ่ม 11,111 Shopee Coins


“ช้อปปี้ ได้เปิดฉากมหกรรมช้อปปิ้งรับซีซั่นแห่งการจับจ่ายส่งท้ายปี โดยเริ่มแล้วจากความสำเร็จของแคมเปญ 9.9 Super Shopping Day และล่าสุดกับแคมเปญ 10.10 ที่ผ่านมา ซึ่งแคมเปญ 11.11 จะเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ที่ ‘ช้อปปี้’ ขอเรียนเชิญทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมสุดยิ่งใหญ่ ‘Shopee 11.11 Big Sale’ ของเราในปีนี้” เทอเรนซ์ กล่าวทิ้งท้าย


ร่วมช้อปไปกับวาระแห่งการช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่ Shopee 11.11 Big Sale ได้ที่ https://shopee.co.th/m/11-11
ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นช้อปปี้ได้ฟรีจาก App Store หรือ Google Play Store

วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562

พันธมิตรรัฐ-เอกชน เตรียมจัดงาน “INNOCON Bangkok 2019”


สุดยอดการประชุม International Air Rail Transport Summit เผยโฉมเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย ดึงนักลงทุนทั่วโลก พร้อมต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 600 คน จาก 30 ประเทศทั่วโลก 20 พฤศจิกายน 2562 นี้ ตบเท้าร่วมงานสุดยอดการประชุมด้านการคมนาคมทางอากาศและทางรางระดับนานาชาติ

กรุงเทพฯ วันที่ 22 ตุลาคม 2562 – กลับมาอีกครั้ง “INNOCON Bangkok 2019” งานไฮไลท์ประจำปี ซึ่งส่วนหนึ่งของการประชุม The International Air Rail Transport Summit (Air Rail 2019) ซึ่งจะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เดือนพฤศจิกายนนี้ ภายใต้ความร่วมมือของผู้นำภาคอุตสาหกรรมโครงการพื้นฐานในเมือง ที่จะมารวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่นี้ที่ต้องเผชิญ
 



ในปีนี้ การประชุมจะมุ่งเน้นไปที่เส้นทางโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศและทางรางของประเทศไทย และสิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้จากโครงการขนาดใหญ่จากทั่วโลก กับหลายโครงการสำคัญที่กำลังพัฒนาในปัจจุบันที่กำลังจะได้ข้อสรุป รวมถึงแผนในอนาคต ซึ่งการประชุม “Air Rail 2019” จะวิเคราะห์ลำดับความสำคัญของประเทศไทยหลังปี พ.ศ. 2563 (2020) พร้อมเจาะลึกสิ่งที่ต้องทำร่วมกันในทุกภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่า ประเทศจะประสบความสำเร็จในระยะยาว

การประชุมครั้งยิ่งใหญ่นี้ วางแผนและดำเนินงานโดยองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร International Air Rail Organisation หรือ(IARO), บริษัท โปรเจค แพนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ PPS และ บริษัท PPS OneWorks ซึ่งเป็นการประชุมหนึ่งวันที่คาดว่า จะดึงดูดผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 600 คนจาก 30 ประเทศทั่วโลก โดยผู้เข้าร่วมจะสามารถเรียนรู้จากบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในอุตสาหกรรมจากประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ พร้อมด้วยวิทยากรระดับสูงกว่า 30 คน

ภายในงานประชุม ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จํากัด (มหาชน) (PPS) และนายจูลิโอ ดี คาร์ลิ กรรมการผู้บริหารบริษัทวันเวิร์ค (OneWorks) จะร่วมกันเปิดงานและเผยภาพรวมเกี่ยวกับสถานะของอุตสาหกรรม ก่อนที่จะแนะนำ นายโลเรนโซ กาลันตี ท่านเอกอัครราชทูตอิตาลี ประจําประเทศไทย เพื่อจะกล่าวถึง “ทำไมประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย”

นอกจากนั้น ภายในงานยังจะได้รับเกียรติจาก ท่านวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งท่านจะมาพูดถึง “ภาพรวมของระบบรางการรถไฟในประเทศไทย” และ ท่านสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข รองผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (วิศวกรรมและก่อสร้าง) ซึ่งจะมาพูดในหัวข้อ “การก่อสร้างรถไฟฟ้าในเมืองและก้าวที่ท้าทายสำหรับประเทศไทย” และอีกช่วงที่สำคัญคือการบรรยายของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมและการลงทุนทรัพยากรบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสำเร็จในอนาคตของประเทศไทย”
ผู้บรรยายที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ

• ไซม่อน เอิร์ลเลส ประธาน The International Air Rail Organisation (IARO)
• ดร.สมประสงค์ สัตยมัลลี ผู้อำนวยการสำนักธุรกิจบัตรโดยสาร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
• เจมส์ คอร์เนเลียส Public Transport Strategy Lead for Heathrow International Airport
• ท่านโสนีศักดิ์ ณ หนานสะนะ อดีตรองอธิบดีกรมรถไฟลาวกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง
• ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และคณะกรรมการเศรษฐกิจใหม่
• จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์ รองประธานสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI)
• ดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด
• สุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย)
• ฮาน ชุง เฮง รองประธานอาวุโส Oracle for EMEA, Asia Pacific & Japan
• แอนดี้ ซอนเดอร์ส Surface Access Strategy Manager for Manchester Airport Group (MAG)
• ผู้บริหารระดับสูง ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย Airport Thai (AOT)
• ผู้บริหารระดับสูง EEC


ปัจจุบันกรุงเทพฯ กำลังรุดหน้าการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมในเมือง เพื่อยกระดับการเดินทางในการรองรับประชากร 10 ล้านคนในเมือง และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 20 ล้านคนต่อปี ด้วยสนามบิน 3 แห่ง ซึ่งปัจจุบันเส้นทางรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) มีระยะทาง 28.4 กม. เชื่อมต่อใจกลางเมืองกรุงเทพฯ กับสนามบินสุวรรณภูมิ

โครงการใหม่อย่างรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail Linked) เชื่อมโยง 3 สนามบิน ซึ่งจะเปิดประตูสู่เส้นทางเศรษฐกิจตะวันออกของประเทศไทย (EEC) พร้อมเส้นทางเชื่อมต่อใหม่ 2 เส้นทางไปยังสนามบินนานาชาติดอนเมือง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ และสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาในจังหวัดระยอง ด้วยความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(อ้างอิง: https://www.eeco.or.th/…/infrastructure-de…/high-speed-train)
เหล่านี้เป็นหนึ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางอากาศและรถไฟที่กว้างขวาง
และแข็งแกร่งมากที่สุด ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในทุกที่ทั่วโลก ซึ่ง “INNOCON Bangkok 2019“
เป็นส่วนหนึ่งของงาน The International Air Rail Transport Summit” จะเผยกลยุทธ์ การวางแผน พันธมิตร และการระดมทุน เพื่อสนับสนุนให้โครงการเหล่านี้ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพุธ
ที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ จังหวัดกรุงเทมหานคร

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งของคุณในงานสำคัญนี้
กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์ airrailsummit.com

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562

มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ 256 คนดี/องค์กรผู้เสียสละเพื่อสังคม


เนื่องในวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2562

                วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562 เวลา 15.30 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดให้ หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่นแห่งชาติ เนื่องในวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2562 จำนวนทั้งสิ้น 256 ราย โดยมีนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พลเอกสิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับผู้แทนพระองค์ ฯ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร






                วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และ   สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกันจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2528 เป็นต้นมา เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทรา  บรมราชชนนี เผยแพร่พระเกียรติคุณ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม สังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาสังคม ตลอดจนเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเป็นแบบอย่างแก่อาสาสมัครและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคม
                นับเป็นปีที่ 27 ของการจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2562 หากนับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบัน มีอาสาสมัครดีเด่นและองค์กรที่ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 3,838 ราย ประกอบด้วย อาสาสมัครดีเด่น 3,624 คน และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น 214 องค์การ





การจัดกิจกรรมในปีนี้ ประกอบไปด้วย ช่วงเช้า  เวทีสมัชชาสวัสดิการสังคมแห่งชาติ หัวข้อ “ทิศทางการขับเคลื่อน Productive Welfare เพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน” ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการส่วนการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค นางสาวปุญณภัทร ฟอสเตอร์ รองผู้จัดการวิสาหกิจสุขภาพชุมชน นางสาวชุติมา พัฒนพงศ์ นักวิชาการอิสระ และนางสาวธิดาพร เสาวนะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ
ช่วงบ่าย พิธีประทานโล่เกียรติคุณแก่อาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวนทั้งสิ้น    256 ราย ได้แก่ 1. อาสาสมัครดีเด่น 241 คน เช่น นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา วิทยากรให้ความรู้แก่นักศึกษาในสถาบันต่าง ๆ ถ่ายทอดเอกลักษณ์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย โดยใช้เทคนิคการจัดสวน สื่อความหมายสู่สายตาชาวโลก ว่าที่ร้อยตรี นิกร สังขศิริ ศาสนพิธีกรถวายงานในโอกาสพระราชพิธีสำคัญ วิทยากรบรรยายเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ ประวัติศาสตร์ชาติไทย พระราชปณิธานเกี่ยวกับจิตอาสา และกู้ฟื้นคืนชีพเบื้องต้น (CPR & AED)  2. องค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวน 15 องค์กร เช่น มูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย ช่วยเหลือและสนับสนุน เด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อน และผู้ด้อยโอกาส ผ่านกระบวนการงานสังคมสงเคราะห์ รวมไปถึงการต่อต้านการค้ามนุษย์โดยไม่เลือกปฏิบัติ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) ในเครือซีเมนต์ไทย เน้นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม สนับสนุนให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร ห้องน้ำ ปรับภูมิทัศน์ โดยใช้วัสดุของบริษัท ฯ บริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนให้กับสถานศึกษาและศาสถาน







จากนั้นผู้แทนพระองค์เยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จนครินทราบรมราชชนนี นิทรรศการอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น บูธนิทรรศการขององค์การสวัสดิการสังคมและหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สังคมสงเคราะห์ปันสุข สู่สุขภาวะ ก้าวสู่ 1 ศตวรรษ อาสายุวกาชาดพึ่งพาได้ ศูนย์เรียนรู้วิถีราษฎรบนพื้นที่สูง เป็นต้น
 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติอาสาสมัครดีเด่น และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่นแห่งชาติ หวังว่าการประชุมสมัชชาสวัสดิการสังคมแห่งชาติในประเด็น “ทิศทางการขับเคลื่อน Productive Welfare เพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน” จะเป็นแนวทางและข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการพัฒนาสังคม  ที่จะส่งผลให้ประชาชนและผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคมได้รับการดูแล และได้รับบริการทางสังคมที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม และร่วมมือร่วมใจพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน