เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle บันเทิง ทันทุกกระแสข่าว!

21 กรกฎาคม 2567

ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล สุดตื้นตัน หลังคว้า 3 รางวัล บนเวที Miss Universe Thailand 2024

จบไปแล้วกับการประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยงานนี้ ดร.พิมพ์ - พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล คว้า 3 รางวัล บนเวทีการประกวด อย่าง รางวัลรองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 อันดับ 5 (Top12), รางวัล Superior Commerce Award และรางวัล Voice for Change Award by Mouawad

ดร.พิมพ์ - พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล ได้กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้คว้ารางวัลบนเวทีการประกวดในครั้งนี้ว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัล ซึ่งเวที มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 ถือเป็นอีกหนึ่งการก้าวข้ามขีดจำกัดของพิมพ์ มีความสำคัญกับพิมพ์อย่างมาก ทำให้ได้รู้ถึงคุณค่าของชีวิตของตัวเองมากยิ่งขึ้น ว่าคนหนึ่งคนสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่สามารถทำเพื่อผู้อื่นได้อีกมากมายไม่จำกัด โดยแรงบันดาลใจของพิมพ์มาจากสิ่งเล็กๆ ความสุข และรอยยิ้มเล็ก ๆ ของคนทุกคน เมื่อพิมพ์ได้มีโอกาสดื่มด่ำกับช่วงเวลาความสุขเล็กๆที่ใครหลายๆคน อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เจอทุกๆวันอยู่แล้ว แต่กลับกัน สิ่งเหล่านี้เป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ของพิมพ์มากจริง ๆ

โดย หลังจบการประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024” แล้ว ดร.พิมพ์ ยังได้บอกว่า จะเป็นกระบอกเสียง และเป็นหนึ่งใน Jigsaw ที่จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อผู้คนและสังคมรอบข้าง รวมถึงการก้าวเข้ามาในการประกวดครั้งนี้ เปรียบเสมือนพิมพ์ได้เปิดประตูเข้ามาสู่โลกใบใหม่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับพิมพ์อีกครั้งหนึ่ง ที่พิมพ์เองก็จะต้องใช้ทักษะที่พิมพ์สั่งสมมาในตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาของพิมพ์ เพื่อที่จะก้าวผ่านความท้าทายของจักรวาลได้อย่างงดงามที่สุด สิ่งนี้เสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวพิมพ์ ทำให้พิมพ์สามารถเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ โดยเฉพาะเป้าหมายในอนาคตในการช่วยเหลือผู้อื่นผ่านมูลนิธิฯต่อไป

ดร.พิมพ์ขวัญ กล่าวว่า "การที่พิมพ์เข้ามาประกวดในเวที Miss Universe Thailand ปี 2024 นี้ ทุกคนที่เข้ามาประกวดล้วนต้องการชนะต้องการครอบครองมงกุฎทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ เพราะมีเพียงหนึ่งเดียวจะได้ครอบครองมงกุฎ แต่สิ่งที่คุณต้องการมากไปกว่านั้น พิมพ์เกิดมาในครอบครัวของนักสู้ พี่มีครอบครัวของพิมพ์เป็นต้นแบบ เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ด้วยหนึ่งสมอง สองมือ และหนึ่งใจนักสู่ ผลักดันปลูกฝังลูกหลานจนเติบใหญ่ประสบความสำเร็จ ถึงพิมพ์จะอายุมากที่สุดในกองประกวดครั้งนี้ มาแข่งกับรุ่นน้องอายุคราวลูก แต่พิมพ์ก็ยืนหยัดสู้ให้ถึงที่สุด ถึงแม้จะไม่ได้ครอบครองมงกุฎ แต่ก็ถือว่าได้สู้อย่างสุดความสามารถ จนได้ 3 รางวัลมาครอง ด้วยแรงบันดาลใจจากคุณปู่คุณย่า และเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ให้แม่ๆ หลายๆคน อาจจะเหนื่อยล้า และหมดไฟในชีวิต รวมถึงขาดแรงบันดาลใจ ให้ลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง และพัฒนาตัวเองในดูดีทั้งภายในและภายนอกในแบบของตัวคุณเอง ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร หรือ จะมีสถานะอย่างไร อาจจะไม่จำเป็นก็ต้องเป็นการประกวดในเวทีการประกวดเท่านั้น แต่อาจจะหมายถึงสิ่งต่างๆที่เป็นเป้าหมายของคุณในการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและความสุข ได้กลับมามี Energy มี Passion  พิมพ์เชื่อว่า ทุกคนมีความฝันได้และต้องกล้าที่จะทําความฝันนั้น ต่อให้จะล้มสักกี่รอบแต่ แค่เราไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ไม่หยุดฝัน แค่นั้น ความ สำเร็จยังไงก็มาหาคุณ สําหรับพิมพ์ ความสำเร็จของคนรอบตัวที่พิมพ์นับถือมาเป็นแรงบันดาลใจและแรงผลักดันที่ทำให้พิมพ์พัฒนาตัวเองแบบไม่มีขีดจำกัดและจะไม่มีวันละทิ้งความฝันของตัวเองอย่างแน่นอน"


ดร. พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล หรือ ดร.พิมพ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งศูนย์ Vital Glow Skin & Aesthetic Centre และ The Prime Medical Center ซึ่งให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัย อาทิ การปลูกผมดูแลเส้นผม ผิวหนัง รูปร่างและความงาม สุขภาพองค์รวม รวมถึงศัลยกรรมพลาสติก รวมถึงร่วมก่อตั้งมูลนิธินวมินทร์รวมใจเพื่อสนับสนุนผู้ที่ขาดปัจจัยและมีความต้องการการช่วยเหลือ โดยเฉพาะที่ผ่านมาในช่วงการระบาดของ Covid-19 ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ลำบากไปกว่า 10,000 คน (ปัจจุบันมูลนิธิยังคงเดินหน้าช่วยเหลือผู้คนต่อ ไม่ว่าจะเป็น ผู้สูงอายุ สตรี รวมถึงเด็ก เริ่มแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ)

ดร.พิมพ์ขวัญกล่าว “จากนี้เป้าหมายต่อไปของพิมพ์ คือ เรียนแพทย์ให้จบเพื่อเป็นแพทย์เต็มตัว ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ปี 3 แล้ว และจะทำตามฝันที่จะช่วยเหลือผู้คน ตรวจรักษาคนไข้ที่ด้อยโอกาสแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย ตามเจตนารมณ์ของพิมพ์และมูลนิธินวมินทร์รวมใจที่พิมพ์ก่อตั้ง โดยมีแรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ"

นอกจากนี้ ดร.พิมพ์ขวัญยังเพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของทาง The Prime Medical Center ภายใต้ชื่อ ไพร์มไนน์ (PRIME9) ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับคุณแม่และเด็กด้วยผลิตภัณฑ์ 2 ตัวแรก คือ Prime9 Fishoil Softgel เสริมสร้างพัฒนาการด้านสมองและระบบประสาท และ Prime9 Calcium Cocoa เสริมสร้างพัฒนาการด้านกระดูก ฟัน และร่างกาย ด้วยโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 เป็นโรงพยาบาลที่มีคุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจฝากครรภ์และคลอดลูกเยอะมากๆอย่างยาวนาน เยอะจนกระทั้งหมอสูติฯของโรงพยาบาลเป็นขวัญใจชาวตลาดมีนบุรีเลยก็ว่าได้ เด็กทารกแรกเกิดที่โรงพยาบาลฯ เมื่อ 20 30 ปีก่อน วันนี้กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่ และพากันมาคลอดลูกกับหมอคนเดิม จนเป็น คุณตาหมอ คุณปู่หมอ ซึ่งทำให้เราเองเปรียบเสมือนชุมชนพ่อแม่ลูกแห่งหนึ่งก็ว่าได้ และตัวพิมพ์เองก็เช่นกัน ที่หลังจากมีน้องเอริ ซึ่งตอนนี้ก็ 3 ขวบแล้วค่ะ ยิ่งเข้าใจและอินกับเรื่องนี้เอามากๆ และก็ได้ศึกษาหาความรู้ ข้อมูลต่างๆรอบตัว รวมถึงนำความรู้เหล่านี้จากตัวพิมพ์เอง รวมถึงคุณหมอๆที่โรงพยาบาลมาแชร์ให้กับพ่อแม่มือใหม่ด้วยค่ะ และอีกผลิตภัณฑ์ คือ Prime9 Anti-Hair Loss Tonic ที่ช่วยดูแลปัญหาด้านผมร่วง ผมบางให้กับคุณผู้ชายและผู้หญิงที่มีปัญหาผม และเพิ่งเปิดในส่วนของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุภายใต้การดูแลของโรงพยายาลนวมินทร์ 1 ที่รับดูแลรักษาผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น ทั้งที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง หรือผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น ดร.พิมพ์ขวัญยังกล่าวเพิ่ม "นอกจากผลิตภัณฑ์ 3 ตัวนี้ และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแล้ว ยังมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์อีกหลายตัว ที่ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว"

ท้ายนี้ ดร.พิมพ์ขวัญ ลั่นข่าวดี กำลังจะเปิดตัวศูนย์ Wellness Center ย่านพระราม 9 ที่เป็นโปรเจคร่วมทุนกันกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ที่กำลังจะเปิดในช่วงปลายปี 2567 นี้ โดยเน้นจับกลุ่มลูกค้าคนไข้ที่มีกำลังซื้อสูงและลูกค้าต่างชาติ และฝากติดตามช่องของ ดร.พิมพ์ขวัญ เกี่ยวกับแม่และเด็กด้วยค่ะ ด้วยเป็นคนที่คลั่งไคล้กับการที่มีน้องเอริมากจึงปลุกปั้นตัวเองเป็นอินฟลูสายแม่และเด็ก พร้อม คว้ารางวัลการันตีทั้งจาก Amarin Baby & Kids และ The Asian Parent รวมถึงเป็น Ambassador ให้ The Asian Parent โดยเนื้อหาของเพจจะพูดถึงการเลี้ยงลูก เทคนิคการเลี้ยงลูก การดูแลตัวเองของคุณแม่ และตัวคุณพ่อ และการรับมือจากคนในครอบครัว เพื่อสร้างเสริมและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว รวมถึงร่วมกันเลี้ยงลูกน้อยภายใต้พื้นฐานพัฒนาการของเด็กทั้งร่างกาย สติปัญญา และจิดตใจที่ถูกต้อง ไม่กดดัน


สามารถติดตาม ดร. พิมพ์ MUT Phetchabun 2024 ได้ที่

เฟสบุ๊ก Pimkhwan Pimmie Bunjitpimol  (www.facebook.com/pimkhwan.bunjitpimol)  

เฟสบุ๊ก แฟนเพจ Dr.Pimkhwan แม่พิมพ์ แม่มือใหม่ (www.facebook.com/dr.pimkhwan)  

และแม่พิมพ์ชวนคุยเรื่องลูก by ดร.พิมพ์ขวัญ (www.facebook.com/MommyPimkhwan)  

อินสตาแกรม dr.pimkhwan (https://www.instagram.com/dr.pimkhwan)   

Youtube dr.pimkhwan (www.youtube.com/@drPIMKHWAN)

และ TikTok  @dr.pim_b (https://www.tiktok.com/@dr.pim_b)  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-518-1818 ต่อ 999

เก๋ให้สุด! กับเคสใหม่สำหรับ Samsung Galaxy Z Flip6 และ Fold6 จาก CASETiFY


ปล่อยของทันทีหลังงาน Galaxy Unpacked นำเสนอเคสป้องกันรอย พร้อมดีไซน์ทันสมัยสำหรับสมาร์ตโฟน Samsung Galaxy รุ่นล่าสุด

ไม่รอช้า! CASETiFY แบรนด์ไลฟ์สไตล์และผู้สร้างสรรค์อุปกรณ์เสริมเทคโนโลยีระดับโลก เปิดตัวเคสกันกระแทก (Impact) และเคสใส (Clear Case) ซึ่งเป็นรุ่นขายดีที่สุด สำหรับสมาร์ตโฟน “Samsung Galaxy Z Flip6” และ “Z Fold6” หลังงาน Galaxy Unpacked เอาใจสาวก Samsung ให้ได้ปกป้องมือถือเครื่องใหม่สุดล้ำอย่างมีสไตล์ ช้อปพร้อมกันทั่วโลกได้แล้วที่ casetify.com

สิ้นสุดการรอคอย เมื่อสมาร์ตโฟนยอดฮิตของ Samsung ตระกูล Galaxy Z ได้เผยโฉมให้ได้เป็นเจ้าของกันอย่างเป็นทางการกับ 2 รุ่นล่าสุด Galaxy Z Flip6 และ Z Fold6 เพื่อฉลองสมาร์ตโฟนใหม่ให้กับคนรักเทคโนโลยี CASETiFY จัดเต็มสร้างสรรค์เคสใหม่ 2 รุ่น เคสกันกระแทก (Impact) และเคสใส (Clear Case) ซึ่งเป็นรุ่นขายดีที่สุดของแบรนด์ ให้สามารถรองรับสมาร์ตโฟนสุดล้ำ พร้อมการปกป้อง และดีไซน์ที่มีสไตล์อย่างลงตัว โดยจุดเด่นของเคส Impact เป็นเคสที่ผสมผสานระหว่างการปกป้องตัวเครื่องและดีไซน์ที่ดูเพรียวบาง ในขณะที่ Clear Case หรือ เคสใส ช่วยให้เจ้าของ Z Flip6 และ Z Fold6 ได้อวดมือถือใหม่ได้อย่างเต็มที่

เคสสำหรับ Galaxy Z Flip6 และ Galaxy Z Fold6 มาพร้อมดีไซน์ที่บางเฉียบและเพรียวบาง ป้องกันการตกจากความสูง 6.6 ฟุต (สำหรับ Galaxy Z Flip6) และป้องกันการตกจากความสูง 4 ฟุต (สำหรับ Galaxy Z Fold6) มีขอบที่ยกขึ้นเพื่อป้องกันหน้าจอ และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย โดยเคสกันกระแทก (Impact)  มีสีให้เลือกหลากหลาย ในรุ่น Galaxy Z Flip6 ได้แก่สี Clear/Black, Baby Blue และ Purple  และ Galaxy Z Fold ได้แก่สี Clear/Black และ Cobalt Blue ส่วนใครที่ชอบเปิดเผยและเรียบง่าย สามารถเลือกเคสใส (Clear Case) ได้อย่างลงตัว เคสทั้ง 2 รุ่น จำหน่ายในราคา 2,099 บาท


อีกไฮไลท์ที่ CASETiFY จัดให้ คือลวดลายและดีไซน์หลายร้อยแบบให้เลือกได้ตามสไตล์ของทุกคน รวมทั้งยังรองรับการออกแบบเองตามไอเดียเฉพาะบุคคลอีกด้วย และยังมาพร้อม ฟิล์มกันรอย Impact HD Screen Protector สำหรับทั้ง Z Flip6 และ Z Fold6 ที่คมชัดระดับ HD และกันรอยขีดข่วนได้อย่างดี

เคส Impact และ Clear Cases สำหรับ Samsung Galaxy Z Flip6 และ Z Fold6 วางจำหน่ายทั่วโลกบนเว็บไซต์ casetify.com ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 นอกจากนี้ ยังวางจำหน่ายตามหน้าร้าน CASETiFY Studio ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CASETiFY ได้ที่ CASETiFY.com และติดตามข่าวสารได้แบบไม่ตกเทรนด์ได้บน Instagram, Facebook, TikTok และ Twitter

“เสริมศักดิ์” สั่งลุยตรวจจับบริษัททัวร์นอมินีและไกด์เถื่อนอย่างจริงจัง


นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สั่งการให้กรมการท่องเที่ยวร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวกวดขันจับกุมผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในลักษณะนอมินีและไกด์เถื่อนต่างชาติอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อนักท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวของไทย 

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวเข้าจับกุมอดีตอาสาตำรวจท่องเที่ยวชาวดัตช์ ซึ่งลักลอบเป็นไกด์ผีและทำทัวร์เถื่อน เสนอขายโปรแกรมทัวร์และเตรียมพากลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสังเกตการณ์จนมั่นใจว่ามีการลักลอบทำทัวร์เถื่อนจริง จึงเข้าจับกุมที่สถานีรถไฟกลางบางซื่อ (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 

ในวันเดียวกัน นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก ได้ปฎิบัติการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ลงพื้นที่ตรวจบริษัทที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายประกอบการทัวร์นอมินี ในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยพบการกระทำผิดตามกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ รวมทั้งหมด 7 ราย จึงสั่งเพิกถอนใบอนุญาตทันที 1 ราย และเตรียมออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอีก 6 ราย 




กรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการแก้ปัญหาทัวร์นอมินีและไกด์เถื่อนอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง โดยได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ “ศปต.“ ร่วมกับพันธมิตรอีก 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 เป็นต้นมา ศปต.ได้เข้าตรวจและดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว กรณีเปลี่ยนแปลงให้บุคคลต่างด้าวมาเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทไปแล้ว จำนวน 36 ราย ดำเนินคดีกับบริษัททัวร์เถื่อน จำนวน 2 ราย และดำเนินคดีกับคนต่างด้าวเป็นไกด์เถื่อน รวม 9 ราย (สัญชาติ จีน อินเดีย ไต้หวัน และเนเธอแลนด์)

กรมการท่องเที่ยวจับมือสถาบันไอทิม พัฒนาบุคลากรและธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกมิติ


วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) กรมการท่องเที่ยวจัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) โครงการร่วมพัฒนาบุคลากรและธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ระหว่างกรมการท่องเที่ยวกับโรงเรียนการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยวนานาชาติ (สถาบันไอทิม) ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 2 กรมการท่องเที่ยว โดยมี นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว และนายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานกรรมการสถาบันไอทิม ลงนามร่วมกัน พร้อมทั้งร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและยกระดับสมรรถนะแรงงานด้านการท่องเที่ยว เพื่อเร่งบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคการท่องเที่ยวและบริการตามที่ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้ความสำคัญและสั่งการให้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง 


นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า สำหรับการลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวผ่านการจัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน และจัดอบรมความรู้ ทักษะ สมรรถนะ ด้วยหลัก Upskill Reskill และ New Skill ในการเสริมสร้างสมรรถนะบุคลากร และเพิ่มศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย รวมถึงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวระหว่างสองหน่วยงาน


กรมการท่องเที่ยวและสถาบันไอทิม พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวตามมาตรฐานสมรรถนะขั้นพื้นฐานของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ภายใต้ข้อตกลง MRA on TP ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมเป็นหน่วยอบรมและประเมินบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน หรือการส่งบุคลากรเข้าร่วมอบรมหลักสูตรผู้สอนและผู้ประเมินระดับประเทศ

19 กรกฎาคม 2567

กรมการท่องเที่ยว เปิดเส้นทางท่องเที่ยวตอกย้ำเที่ยวไทย วางใจไปกับช้างชูงวง

กรมการท่องเที่ยวเปิดเส้นทางท่องเที่ยวมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Standard)นำสื่อมวลชนสัมผัสบริการท่องเที่ยวเครื่องหมายรับรอง “ช้างชูงวงเริงร่า” ในเมืองน่าเที่ยว ตอกย้ำภารกิจ
ยกระดับ Supply Side สู่ความยั่งยืน เดินหน้าตามนโยบาย รมว.เสริมศักดิ์ เที่ยวไทยได้ทุก Season

วันที่ 16 - 17 กรกฎาคม 2567 กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้านโยบายนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา “ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย ท่องเที่ยวปลอดภัย เที่ยวได้ทุก Season” เปิดเส้นทางท่องเที่ยวมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ภายใต้แคมเปญ “Trust me วางใจไปกับช้างชูงวง” ตอกย้ำภารกิจก้าวย่างอย่างยั่งยืน ด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เครื่องมือยกระดับ Tourism Supply Sideเพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างมูลค่า (Value) ให้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย “ช้างชูงวงเริงร่า” เป็นที่นิยม ส่งเสริม



ให้ผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐาน ตลอดจนประชาสัมพันธ์สถานที่ หน่วยงาน และสถานประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและสาธารณชน นำสื่อมวลชนร่วม Press Trip ลงพื้นที่ตามเส้นทางกรุงเทพมหานคร ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนนทบุรี โดยมีนักแสดงชื่อดัง นิว - ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต ร่วมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์การบริการอย่างมีคุณภาพ จากสถานประกอบการที่ได้รับ การรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยจากกรมการท่องเที่ยว ทั้ง รีสอร์ท ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตลอดจนรถตู้ปรับอากาศ เรือรับจ้าง และห้องน้ำสาธารณะ

เริ่มต้นเยือนกันในที่แรก ศูนย์แห่งการเรียนรู้ “เรื่องของโอ่ง” Pottery Legend : Ratchburi แหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ที่นำเสนอขั้นตอนการผลิตโอ่งในรูปแบบดั้งเดิม จากอดีตถึงปัจจุบัน บอกเล่าเรื่องราวตำนานการทำโอ่งจากรุ่นสู่รุ่น ที่นี่จัดแบ่งโซนต่างๆ รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ เรื่องของโอ่ง เอาไว้อย่างเป็นสัดส่วนสวยงาม รวมถึงห้องน้ำสาธารณะที่ได้รับมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว (ห้องน้ำโอ่งมังกรเขียว) นอกจากการออกแบบที่กลมกลืนกับพื้นที่แล้ว ยังสะอาดและสวยงามด้วยศิลปะการเพ้นท์ภาพบนฝาผนัง



นอกจากนี้ ภายในศูนย์แห่งการเรียนรู้ “เรื่องของโอ่ง” ยังมีร้านกาแฟ ชินฟู่ นอกจากจะมีเบเกอรี่อร่อยๆ ยังมีมุมเล็กๆ สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เวิร์คช็อป เพ้นท์สีโอ่งเล็กๆ เพื่อเป็นของที่ระลึกนำกลับบ้านอีกด้วย 

ถัดมาเป็นจุดแวะที่สอง ร้าน Cook & Coff @ เรือนจำกลางราชบุรี จ.ราชบุรี ร้านแห่งนี้ได้รับมาตรฐานบริการร้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยว เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชิมอาหารและ ช็อปผลิตภัณฑ์จากฝีมือผู้ต้องขังอีกด้วย  


หลังจากอิ่มกับอาหารอร่อยๆ จากฝีมือผู้ต้องขัง ที่เสริฟพร้อมกับเสียงเพลงขับกล่อมให้เพลิดเพลินกันแล้ว เราก็เดินทางกันต่อไปยังจุดแวะถัดมา ที่วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม แหล่งท่องเที่ยวมูเตลู เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย วัดชื่อดังของอำเภออัมพวา เป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญมากวัดหนึ่ง ภายในประกอบไปด้วย อุโบสถหลังใหม่ ส่วนของสถานที่บรรจุร่างหลวงพ่อเนื่อง เกจิอาจารย์ชื่อดัง บรรจุไว้ในโลงแก้วบนศาลาการเปรียญ บริเวณสักการะองค์ท้าวเวสสุวรรณ เปิดให้เข้าชมทุกวัน หลังไหว้พระขอพรกันเรียบร้อย 

คณะสื่อมวลชนก็เดินทางกันต่อไปยังโรงแรมบ้านอัมพวา รีสอร์ทแอนด์สปา จ.สมุทรสงคราม เป็นจุดแวะถัดมา ที่นี่ได้รับมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยว ประเภทรีสอร์ท รีสอร์ทเรือนไทยริมแม่น้ำ ที่ให้บรรยากาศริมแม่น้ำแม่กลอง มีห้องพักทั้งหมด 59 ห้อง ท่ามกลางสวนไม้ไทยในวรรณคดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันภายในห้องสะอาด กว้างขวาง 



หลังเข้าเช็คอิน คณะสื่อมวลชนและผู้บริหารกรมการท่องเที่ยวได้นำสู่   จุดแวะที่ห้า ที่ร้านอาหาร The Pomelo Amphawa ครัวส้มโอหวาน อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ร้านอาหารอื่นเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ซึ่งร้านแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง บนเนื้อที่สิบไร่ สวยงามที่สุดในยามเย็น เปิดบริการทุกวัน สอบถามข้อมูลโทร 061 394 3136 

มีท่าเรือคุณย่าให้บริการล่องเรือชมหิ่งห้อย ซึ่งถือเป็นจุดแวะถัดมา หลังทานอาหารเสร็จ ก็สามารถเดินลงเรือ ณ ท่าจากร้านอาหารได้เลย เรือท่องเที่ยวที่เรานั่งในครั้งนี้ได้รับมาตรฐานเรือรับจ้างเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรือหางยาว นั่งได้แถวละ 3-4 คนรองรับได้สิบกว่าคน มีเสื้อชูชีพให้นักท่องเที่ยวสวมใส่ก่อนลงเรือทุกคน 



จากร้านอาหารเรือสองลำที่มาให้บริการ พาเราเดินทางสู่ตลาดน้ำอัมพวา ก่อนจะแวะชมหิ่งห้อยที่ปัจจุบัน ยังมีจุดแวะชมที่ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นเต้นถึงความระยิบระยับของแสงจากตัวหิ่งห้อยได้หลายจุด สิ่งสำคัญคือนอกจากจะได้ชื่นชมวิถีชาวคลองแล้ว ยังได้เห็นการร่วมกันอนุรักษ์แหล่งอาศัยของหิ่งห้อยบริเวณต้นลำพูด้วย แม้ปัจจุบันจะหลงเหลืออยู่ไม่มากเท่าใดนัก 

เช้าวันรุ่งขึ้นวันที่ 17 กรกฎาคม คณะมุ่งหน้ากันต่อเพื่อไปสัมผัสกับชุมชนบ้านบางพลับ ที่ วิสาหกิจชุมชนบ้านบางพลับ ตั้งอยู่อำเภอบางคนที จ.สมุทรสงคราม มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ระดับดีเยี่ยม มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ระดับดีเยี่ยม ที่ที่บริหารจัดการโดยครูทรงยศ แสงตะวัน  ผู้เริ่มต้นนำส้มโอเข้ามาปลูกเมื่อหลายปีก่อน 




เป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ  จากความร่วมมือร่วมใจของชาวชุมชน ซึ่งรองรับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสกับวิถีชุมชนดั้งเดิม ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 15 ไร่ บรรยากาศร่มรื่น มีการแบ่งฐานการเรียนรู้
ให้ได้ทำกิจกรรม ได้แวะชมและแวะช้อป รวมถึงการเวิร์คช็อป การทำน้ำตาลมะพร้าว การทำขนมไทยพื้นบ้าน การปลูกส้มโอไร้สารพิษ การเผาถ่านได้น้ำส้มควันไม้ การทำไข่เค็มจากดินจอมปลวก การทำซอจากกะลามะพร้าว การเรียนรู้เรื่องสวนมะพร้าว ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีโฮมสเตย์ให้บริการด้วย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 
ครูทรงยศ โทร 0 3476 1985 , 08 1274 4433

ที่นี่สามารถขี่จักรยานเยี่ยมชมได้สะดวกสบาย แต่ละฐานไม่ได้ไกล แถมเรายังเห็นความร่วมมือร่วมใจของชาวชุมชน อย่างเช่นการเผาถ่านที่มีพี่สถาพร ตะวันขึ้น ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศปี 2566 จากจิตอาสาที่ไม่มีค่าตอบแทนสู่ที่ปรึกษายุวเกษตรกร โรงเรียนวัดแก่นจันทน์ เป็นเกษตรกรอารมณ์ดีที่มุ่งมั่นมากกว่ายี่สิบปีในการสร้างทายาทเกษตรกร บอกเล่าเรื่องราวการเผาถ่าน ที่เอาถ่านตลอดมา ฐานเรียนรู้ที่มีลีลาการบรรยายได้อย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง ปัจจุบันถ่านที่เผาสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดจนเป็นถ่านในรูปลักษณ์ผลไม้ โดยการนำผลไม้เหลือทิ้งมาเผา สามารถจำหน่ายเป็นถ่านรูปทรงผลไม้เพื่อนำไว้ใช้ในครัวเรือน ต่อยอดสร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้น หลังจากแวะฐานบางฐานตามเวลาที่พอจะมี เราก็เดินทางกันต่อ มุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อทานอาหารกลางวันกันที่ร้านท่าเรือภัตตาคาร 2507 มาตรฐานบริการร้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยว


ร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านเก่าแก่ในตัวเมืองมหาชัย ตั้งอยู่ด้านข้างท่าเรือเทศบาล (มหาชัย - ท่าฉลอม) อ.เมือง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง มีขนาดใหญ่เป็นอาคารสูง 7 ชั้น สามารถมองเห็นทัศนียภาพริมแม่น้ำท่าจีน ปากคลองมหาชัยและฝั่งท่าฉลอม บริเวณใกล้เคียงมีรับลมคาเฟ่ ร้านท่าเรือภัตตาคาร 2507 เปลี่ยนมือจากนายสกล ก๊กผล ร่านท่าเรือ 1964 (PIER 1964 ) สู่ ท่าเรือภัตตาคาร 2507 บริหารงานโดย ทายาทรุ่นที่สองของตระกูลแสงสุขเอี่ยม อาหารสด บรรยากาศดี มีเมนูเด็ดแนะนำมากมาย อาทิเช่น ออส่วน กุ้งแชบ๊วยคั่วพริกเกลือ ปลาจารเม็ดนึ่งบ๊วย หรือจะเป็นกุ้งแม่น้ำเผา เรียกว่าใครมาก็ต้องไม่พลาด ถือเป็นตำนานอาหารทะเล ราคาไม่แพง ด้านล่างมีช็อปจำหน่ายของที่ระลึกไว้บริการ
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 065 096 4690 

และมาถึงจุดสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ คือที่ ปั๊มน้ำมัน ปตท. เจษฎาบดินทร์ออยล์ จ.นนทบุรี มาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว (ห้องน้ำชาย/ห้องน้ำหญิง ) ที่นี่ถือเป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้า ร้านกาแฟให้บริการจำนวนมากแทบจะไม่แตกต่างจากปั๊มปตท.ที่อื่น แต่ที่แตกต่างสุดๆ สำหรับเราคือห้องน้ำสาธารณะ นอกจากจะสะอาดสะอ้านแล้ว ยังไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ให้ได้ระคายจมูกกันเลย สมมาตรฐานไม่ต่างจากหลายสถานที่ที่ได้เข้าไปเยือนจริง ๆ





ทั้งนี้ มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการบริหารจัดการและการให้บริการที่ดีมีคุณภาพ สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มและสร้างความยั่งยืนสู่ผู้ประกอบการ มีทั้งสิ้น 56 มาตรฐาน อายุการรับรองมาตรฐาน 3 ปี ครอบคลุมการท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ ทั้งที่พัก สินค้าและบริการท่องเที่ยว ด้านกิจกรรมท่องเที่ยว ด้านแหล่งท่องเที่ยว และด้านธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานได้รับประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการ และการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ สร้างรายได้และเกิดความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ช่วยเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการสถานประกอบการท่องเที่ยว ชุมชน โฮมสเตย์ และมัคคุเทศก์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ด้วยความมั่นใจ คุ้มค่า โดยสามารถค้นหาสถานที่ และสถานประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับ

การรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ผ่านทางเว็บไซต์ tts.dot.go.th 
เฟซบุ๊ก Thailand Tourism Standard 

สำหรับผู้ที่สนใจก้าวเข้าสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
หมายเลขโทรศัพท์0 2141 3235 และอีเมล tsactourism@gmail.com

ททท. เปิดตัวกิจกรรม Amazing Thailand Passion Ambassador

 เชิญชวนทุกคนมาร่วมสร้างสรรค์ Content และร่วมเป็น Ambassador ด้านการท่องเที่ยว


 

 

บ่ายวันนี้ (19 กรกฎาคม 2567) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) โดยนางสาวฐาปนีย์เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม Amazing Thailand Passion Ambassador ขานรับนโยบายจาก นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหรือกรีนซีซั่นภายใต้นโยบาย IGNITE THAILAND's TOURISM เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ และเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ผ่านการสร้างสรรค์เนื้อหา (Content) ส่งมอบประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว โดยมี นางสาวชนิดา  คล้ายพันธ์  Head of Public Policy – TikTok, Thailand นางสาวกนกกุล ช้างพันธ์ Associated Director - Marketing Klook Thailand และ นายปิติภัทร์  โง้วประสิทธิ์ Influencer เจ้าของช่องเที่ยวสุดตัว เข้าร่วมแถลงข่าว ณ ออฟฟิศ TikTok อาคาร Park Silom กรุงเทพมหานคร

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ(ททท.) กล่าวว่า การจัดกิจกรรม Amazing Thailand Passion Ambassador ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ในภูมิภาค และสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย โดยนับเป็นหนึ่งในแนวทางการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว สอดคล้องกับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก โดยใช้การตลาด Marketing 6.0 ของกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด เพื่อสร้างสรรค์เนื้อหากิจกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่สามารถมอบประสบการณ์และข้อมูลด้านการท่องเที่ยว และดึงดูดให้ผู้ติดตามและนักท่องเที่ยวมีความต้องการออกเดินทางตาม และก่อให้เกิดรายได้สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม 

ขณะเดียวกัน การดำเนินงานในครั้งนี้ยังตอบโจทย์ PASS ในส่วนของ Partnership 360  โดยได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์ม TikTok และ KLOOK เพื่อ Accelerate Access to Digital World จากความสำคัญของเทคโนโลยีออนไลน์ที่ส่งผลต่อนักท่องเที่ยว และส่งเสริม Sub-culture Movement ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มวัฒนธรรมย่อย อันได้แก่ กลุ่ม Creator ที่มีความสนใจในการทำ Content เฉพาะกลุ่ม

ททท. จึงได้ร่วมมือกับ TikTok Thailand  ในการเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมยกระดับการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรม Amazing Thailand Passion Ambassador เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมออกเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกัน เพียงสร้างสรรค์ VDO Content การท่องเที่ยวในรูปแบบ Meaningful Travel มอบประสบการณ์ที่มีความหมาย โพสต์คลิปวิดีโอ ลง TikTok ส่วนตัว พร้อมติดแฮชแท็ก#AmazingThailandPassionAmbassador#AmazingThailand และ #PassionAmbassadorและเปิดเป็นสาธารณะ เพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ได้รับของรางวัลมากมายจากโครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,000,000 บาท 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 สิงหาคม 2567 โดยจะคัดเลือกคลิปที่ทำครบถูกต้องตามกติกาที่ระบุไว้ 2,000 อันดับแรก จะได้รับของรางวัลจากโครงการ และสุดพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มียอด Engagement สูงสุด 80 อันดับแรก จะได้รับของรางวัลเป็น Voucher ท่องเที่ยว โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดี ในวันที่ 15 กันยายน 2567 ผ่าน Facebook Fanpage: Amazing Thailand  

นอกจากนี้ ททท. ยังได้ร่วมมือกับบริษัท คลูก เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย บนแพลตฟอร์มคลูก (Klookซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านการเดินทางท่องเที่ยว ที่มอบความสุขและประสบการณ์ดี ๆ ให้แก่นักเดินทาง ผ่านการมอบสิทธิพิเศษส่วนลดมากมาย จากสถานประกอบการชั้นนำ และหลากหลายประเภทการท่องเที่ยว ทั้ง 5 ภูมิภาค เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวให้สูงขึ้น และมุ่งส่งมอบประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว

นางสาวชนิดา  คล้ายพันธ์  Head of Public Policy – TikTok, Thailand กล่าวว่า ที่ผ่านมาทาง TikTok ได้ให้ความร่วมมือกับ ททท. มาอย่างต่อเนื่อง โดย TikTok เป็นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ซึ่งครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์ม Tiktokสามารถจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ใช้ได้ โดยสำหรับโครงการ “Amazing Thailand Passion Ambassador” นี้ TikTok ยินดีที่จะดึง Top Creators มาช่วยประชาสัมพันธ์โครงการให้เป็นที่รู้จัก และเชิญชวนชาวไทยมาร่วมกันเป็น Ambassador ด้านการท่องเที่ยว ผ่านการทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่งมีเครื่องมือในการทำคอนเทนต์ที่เข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ เพื่อให้ทุกคนสามารถร่วมถ่ายทอด Creative Culture ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยไปด้วยกัน 

นางสาวกนกกุล ช้างพันธ์ Associated Director - Marketing Klook Thailand กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรม Amazing Thailand Passion Ambassador จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ และส่งมอบประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว  โดยในส่วนของคลูกได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านการมอบสิทธิพิเศษ ส่วนลด 10% เมื่อจองโรงแรมและรถเช่าขั้นต่ำ 2,000 บาท โดยมีส่วนลดสูงสุด 500  บาท  และส่วนลด 12% เมื่อจองกิจกรรมท่องเที่ยวทั่วไทย ขั้นต่ำ 1,500 บาท  ลดสูงสุด 300 บาท  ทั้งนี้ได้คัดเลือกผู้ประกอบการที่นำเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ให้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนมากกว่า 150 ราย อาทิ โรงแรมในเครือเซ็นทาราโรงแรมเครือดุสิต, Thai Rent A Car,  Chic Car Rent, เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี, Let's Relax Spa, โป่งแยง จังเกิ้ล โคสเตอร์ ซิปไลน์ปราสาทสัจธรรมสวนน้ำ โคลัมเบีย พิคเจอร์สอควาเวิร์ส, สวนนงนุชมหานคร สกายวอล์คซาฟารีเวิลด์  เป็นต้น  

ททท. เชื่อมั่นว่าการจัดกิจกรรม “Amazing Thailand Passion Ambassador” ในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการรับรู้ และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ผ่านการสร้างสรรค์เนื้อหาจาก Creator ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าประทับใจ อีกทั้งยังเป็นการส่งต่อความต้องการในการออกเดินทางท่องเที่ยวของผู้ติดตาม หรือผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อไป