เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle บันเทิง ทันทุกกระแสข่าว!

31 สิงหาคม 2565

Lifestyle สร้างสุข ... สุขภาพดี ที่...เขาใหญ่

 Lifestyle สร้างสุข ... สุขภาพดี ที่...เขาใหญ่

เริ่มกันแล้ว .... ออกเดินทางไปเที่ยวใหม่... ให้ใจฉ่ำกับพวกเรา ทีมงานกลุ่มเล็กๆ ที่จะพาไปแสวงหาแรงบันดาลใจ ให้การเดินทางไม่ใช่เพียงเพื่อจุดหมายปลายทาง หากแต่หมายถึงความสุขในทุกจังหวะของการใช้ชีวิต กับโครงการ “Refresh Life .... by the way”

การเดินทางที่ผนวกเอาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness Tourism เชื่อมโยงกับแนว ECO / Nature ชวนคนไทยเดินทางด้วยการผสานการพักผ่อนเชิงสุขภาพ ทั้งอาหาร สปา และท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติ กางเต็นท์ ดูดาว เพื่อสร้างความสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจให้เกิดการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยสามารถขับรถเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาสั้นๆ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ทริปนี้ ไปกัน ที่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องผืนป่ามรดกโลก สวรรค์แห่งนักท่องไพร บ้านหลังใหญ่ของสัตว์ป่า ที่ที่โอบอุ้มด้วยธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ “เราไปจุดหมายตรงใจอย่าง Green Me กันก่อน” เราบอกกับน้องทีมงาน หลังแพลนสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทริปนี้


Green Me Organic Farm เกษตรอินทรีย์ ออร์แกนิค ฟาร์ม เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด สำหรับการไป refresh life บริหารงานโดย คุณกิ๊ก - อุบลรัช  อาภาพันเลิศ  Manager Director และคุณไมเคิล กร๊าน สามี Chief Executive Officer ตั้งอยู่ที่หนองสาหร่าย ทางหลวงหมายเลข 2235 ห่างจาก Lotus ปากช่อง 14 กิโลเมตร ติดถนนใหญ่จะเห็นป้ายคัทเอาท์ขนาดใหญ่ บ่งบอกถึงบรรยากาศภายใน ซึ่งทั้งสองคนบุกเบิกพื้นที่แห่งนี้นานนับสิบปี

“ที่ที่มี ฟาร์มทัวร์ ฟาร์มสเตย์ ฟาร์มคาเฟ่และฟาร์มโพรดักส์ 4 จิ๊กซอว์ หลักของ กรีน มี ที่นำเสนอ เมื่อทุกคนผ่าน education tour ของที่นี่แล้ว จะรับรู้ว่า ทุกอย่างมีคุณค่า”  

เราได้คุยกับคุณกิ๊กที่ให้ข้อมูลอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับพานั่งรถกอล์ฟเยี่ยมชมสถานที่ “Green Me Organic Farm เกษตรอินทรีย์ ออร์แกนิค ฟาร์ม เริ่มจากการทำบ้านไว้อยู่เองและสวนทั้งหมดก็ปลูกทุกอย่างที่อยากทาน วันหนึ่งก็มีคนบอกว่าเราสามารถทำเป็นฟาร์มทัวร์นำคนเข้ามาดูได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นในฟาร์มเราจะมีของที่หลากหลาย จะไม่เหมือนกับฟาร์มทั่วไปที่มีไม่มีอย่าง จะมีผลผลิต 70 อย่างที่ทานได้ในสวนของเรา และมีสัตว์เลี้ยงน่ารักอยู่ด้านล่างด้วย










คนที่แวะมาจะมีกิจกรรมฟาร์มทัวร์เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ที่นี่ทำสองภาษา มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จะได้สัมผัสกับชีวิตเกษตรกรจริง ๆ ภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่ง กิจกรรมจะมีเก็บผัก เก็บผลไม้ เก็บเห็ดแล้วแต่ฤดูกาล มีการให้อาหารสัตว์ต่างๆ เพื่อให้เห็นว่าสัตว์ที่นี่แต่ละชนิด กินอาหารอย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไร เมื่อทำกิจกรรมฟาร์มทัวร์เสร็จแล้วก็มาพักทานอาหารได้ที่ Farm Cafe และสำหรับผู้ที่ต้องการมาพัก ในบรรยากาศ Farm Stay เป็นอย่างไรรวมถึง Farm Product อาหารสุขภาพด้วย

ฟาร์มสเตย์ของเรามีแค่ 6 ห้อง มีความเป็นส่วนตัวและ Exclusiveมากๆ ลูกค้าจะคิดว่าลำบากหรือเปล่า แต่จริงๆ ที่นี่ มี wifi hotspot ทุกจุด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

สนใจ สามารถเข้าไปดูได้ที่ Facebook: Green Me Organic Farm หรือ IG: greenmeorganic แนะนำไลน์ @greenmeorganic หรือโทร 0899266535
เปิดทุกวันยกเว้นวันพุธ

โดยวันนี้เราจะพาไปเก็บผลไม้ เมล่อน Butternut , Spaghetti  Squash , ผักสลัด ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่หลังจากสาละวนอยู่กับน้อง หมู น้องไก่ ในคอกแสนสะอาด ต้องบอกว่า ที่นี่เลี้ยงสัตว์ได้สะอาดอย่าบอกใคร ไม่มีกลิ่นให้เสียอารมณ์กันเลย นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ชิม มะเขือเทศ พันธ์ที่หวานอร่อย ใครที่ไม่ชอบและไม่เคยทานบอกเลยว่า เปลี่ยนใจมาแล้วทุกคน




.... หลังจากนั้นเราเดินทางกันต่อ คราวนี้ไปที่เดอะ เปียนโน เวลเนส รีสอร์ท ที่นี่เตรียมจัดแพคเกจกิจกรรมสร้างสุข เอาไว้ให้กับผู้เข้ามาใช้บริการแบบเต็มอิ่ม ทั้งกายและใจกันเลยทีเดียว

เราพบกับ พี่แอ๋ว ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ดร.ไพบูลย์ ปรัชญานุสรณ์ สองผู้บริหารหลักของเดอะเปียนโน เวลเนส รีสอร์ท , อ. ธรรมรงค์ ราชานุสิกะ จากกฎบัตรไทย ที่มาร่วมบอกเล่าถึงนวัตกรรมเวลเนสของระเบียงเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนประเทศ ร่วมกันประชุมเพื่อกำลังตระเตรียมกิจกรรมต่าง ๆ รองรับการกลับมาพลิกฟื้นหัวใจแบบท่องเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ

โดยมี คุณศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ได้ให้ข้อมูลความเป็นมาด้วยว่า เป็นกิจกรรมแรกหลังจากมีการ Kick Off โครงการ Korat Wellness Corridor เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ช่วงนี้เป็นระยะเวลาของการเตรียมการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการประมาณปลายปีนี้ กิจกรรมต่างๆ มีทั้งพาไปเดินป่าชมธรรมชาติบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของจังหวัด ไฮไลท์คือการเข้าสู่โครงการ Korat Wellness Corridor คือสุขภาพ การนวดตัว การนวดเท้า การรมยา การบำบัดทาง Therapist และรูปแบบใหม่ๆ ในเรื่องของการดูแลสุขภาพ ถือว่าเป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของจังหวัด คาดว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเราในอีกหนึ่งสาขา นอกจากภาคอุตสาหกรรมและภาคพาณิชยกรรม การท่องเที่ยวแล้ว ซึ่งอาจจะแยกเป็นสองประการคือ Medical Tourism การรักษาสุขภาพคนที่มีความเจ็บป่วยต่างๆ และอีกหนึ่งคือ Wellness การดูแลก่อนที่จะป่วย



ติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้จาก เวปไซต์หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา www.ncc.or.th  เวปไซต์สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมา www.fti.or.th หรือ ที่ www.thepianoresort.com จะนำเสนอเป็นโปรแกรมสำหรับผู้ที่สนใจได้เข้ามาใช้บริการ

ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ กรรมการผู้จัดการ เดอะ เปียน โน รีสอร์ท เขาใหญ่ และ ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบของ Wellness Destination ว่า“หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย วันนี้ทางเดอะเปียนโนเตรียมความพร้อมเพื่อกลับมาพลิกฟื้นเศรษฐกิจ เพื่อการเดินไปข้างหน้าในการเป็น Destination ด้านการดูแลสุขภาพ โดยมีการจัดเตรียมกิจกรรมต่างๆ ภายในให้เป็น the piano wellness resort บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติบนเนื้อที่ 30 ไร่ ห้องพัก 72 ห้อง และในอนาคตอันใกล้ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ จะมีการเพิ่มเติมที่พักในรูปแบบของ Pool Villa

เดอะเปียนโน เริ่มต้นสร้างขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Musical Resort การออกแบบตกแต่งจะมีแกรนด์ เปียนโน ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา มีอาคารคีย์เปียนโนที่ยาวที่สุด มี 4 อ. คือ อากาศดี อาหารดี อารมณ์ดี การขับถ่ายดี ทำให้ร่างกายของเรามีสุขภาพที่ดี





คุณศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา

ในโครงการ Korat Wellness Corridor ทางรีสอร์ทได้เตรียมความพร้อมสำหรับ โปรแกรม “Wellness” โดยเลือกที่จะทำในสิ่งที่เราถนัดก่อน ตอบโจทย์ที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นอัตลักษณ์ของเดอะเปียนโน ผู้ที่จะเข้ามาเราเรียกว่า holistic Wellness แพคเกจการดูแลสุขภาพองค์รวม

โดยเตรียมกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ ดนตรี ออกกำลังกาย อาหาร สุขภาพ ศิลปะ นวดแผนไทย Bio qr เดินป่ามรดกโลก โยคะ กิจกรรม ทำลูกประคบ ปลูกแคนตัส ผ้ามัดย้อมธรรมชาติ

เช่น ในส่วนของการเดินป่ามรดกโลก เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เราจะพาเข้าไปอาบป่า โอบต้นไม้ ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ( World Heritage Site ) และอุทยานมรดกแห่งอาเซียน ( ASEAN Heritage Park) เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย มีความหลากหลายทางชีวิภาพและเป็นบ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญหายากและใกล้สูญพันธ์หลายชนิด

ในส่วนของกิจกรรมเดินป่า คุณชัยยา ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานฯ ยืนยันว่า เขาใหญ่เราพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา เพียงแต่ช่วงโควิดทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลง แต่ตอนนี้เพิ่มมากขึ้น ปีนี้ตัวเลขที่เดินทางเข้ามาครบล้านไปแล้ว ปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงไฮซีซั่นของเขาใหญ่ นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติกลับมาแล้ว เพราะเรามีหน้าผา น้ำตกเหวสุวัต เหวนรก ที่เที่ยวเยอะมาก มีจุดกางเต็นท์ มีพื้นที่ค่อนข้างหลากหลาย สัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ อากาศดีมาก อุณหภูมิกลางคืนไม่เกิน 20 องศา

ในเส้นทางการเดินป่าที่นำมาเป็นกิจกรรมร่วมกับทาง เดอะ เปียนโน จัดให้เดินในระยะสั้นๆ หนึ่งกิโลเมตร เพื่อศึกษาธรรมชาติ เหมาะสำหรับการร่วมแพคเกจในครั้งนี้ เพราะไม่เหนื่อยมากและไม่เสียเวลามาก แต่ก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดีเช่นกัน”





หลังจากหอบแฮ่ก ...สำหรับคนที่ออกกำลังน้อยเยี่ยงเรา เส้นทางหนึ่งกิโล หยุดชื่นชมธรรมชาติตามระยะ ที่นี่เส้นทางเดินค่อนข้างสะดวก พื้นทางเดินปรับปู ไม่อันตราย แต่หากจะไปช่วงนี้อยากให้แวะไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุดหนุนถุงกันทากกันซะหน่อย ว่าที่จริง... เจ้าถุงกันทากนี่ ก็ไม่ได้กันทาก เพียงแต่ทำให้เห็นตัวทากชัดเจนขึ้น ง่ายต่อการจัดการกับเจ้าตัวกระดึ๊บนี้มากกว่า แม้จะไม่ได้กันทาก แต่เพราะมีสัญลักษณ์รูปสัตว์หลากชนิดที่พิมพ์อยู่บนถุงเท้ากันทาก พร้อมโลโก้บ่งบอกความยิ่งใหญ่ของอุทยานฯ  อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นของที่ระลึกที่น่าเก็บไว้เป็นความทรงจำไม่ใช่หรือ?

กิจกรรมถัดไปจากการรังสรรค์ของพี่แอ๋วคือ นวด ใช่...นวดคะนวดโดย ห้องนวดของที่นี่ ตั้งอยู่ริมสระบัวขนาดใหญ่ท่ามกลางธรรมชาติ กระจกเปิดโล่งให้ได้สัมผัสสายลมเอื่อยอ่อยจากด้านนอก มองเห็นบึงบัวแบบพาโนรามา รื่นรมย์ดีแท้











เทอราปิส ที่มาให้บริการเป็นความร่วมมือระหว่างเดอะ เปียนโน ฯ กับ รพ.ปากช่อง นานา เพื่อให้การนวดสามารถทำได้ตามความต้องการของผู้เข้ามาใช้บริการ เทอราปิสจะถูกฝึกมาเป็นอย่างดีเพื่อรับมือกับการนวดเพื่อสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ สำหรับลูกค้าหรือผู้ใช้บริการต้องการให้นวดเพื่อรักษาเฉพาะ เช่นออฟฟิศซินโดรม เป็นการนวดรักษาบริเวณที่ปวดโดยเฉพาะเช่นบ่า คอ หรือศีรษะ จะช่วยทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น“หลังจากเดินป่าเสร็จ ก็จะมีการนวดเท้า นวดตัว จัดเตรียมห้องรมยา (อบสมุนไพร) เพราะพื้นที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา ชุมชนย่านนี้เพียบพร้อมด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด เช่นเดียวกับ อาหาร อินทรีย์หาได้จากชุมชนในพื้นที่โดยรอบเช่นกัน”





กิจกรรมดูดาว อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ เพราะเดอะเปียนโน เวลเนส รีสอร์ท เป็นสถานที่ซึ่งได้รับมอบโล่และขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย ประเภท “เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดส่วนบุคคล (Dark Sky Properties)” ภายใต้โครงการ “Dark Sky in Thailand” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อส่งมอบประสบการณ์เที่ยวยามค่ำคืน “ชวนเธอ ไปชมดาว” โดยแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวดูดาวทั่วทุกภูมิภาคของไทย

ซึ่งจะทำให้เห็นว่าการดูดาวไม่จำเป็นต้องไปไกล หรือไปในที่ที่เดินทางลำบาก ซึ่งอาจจะทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่การดูดาวสามารถอยู่ในที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมได้ ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ขึ้นทะเบียนมีภาคเอกชนเพียง 6 แห่งเท่านั้นในประเทศ ที่นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จุดประกายให้เห็นพื้นที่ดูดาวในภาคเอกชน  

ส่วนกิจกรรม ดนตรีเพื่อการฟื้นฟู โดย ดร.ไพบูลย์ ปรัชญานุสรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี ซึ่งเป็นนักดนตรีและเป็นเจ้าของเดอะเปียนโน ซึ่งได้ดีไซน์ดนตรีของอีสานให้ผู้ที่เข้ามาทำกิจกรรมสามารถเล่นได้ง่าย ภายในเวลา 2 ชั่วโมง และสามารถร่วมทำกิจกรรม แฟร์เวลได้ โดยมีสองอาจารย์ คุณประธาน นักดนตรี และคุณสราวุฒิ ภาณุวัฒน์ เป็น Instructor


ดังที่ ดร.วัชรี เปรยไว้ว่า “เดอะเปียนโน เวลเนส รีสอร์ท ตั้งใจให้ผู้ที่สนใจเข้ามาในสถานที่แห่งนี้แล้ว กลับออกไปอย่างมีสุขภาพนี่กระมัง ... กับความหมายของการเดินทางในแบบของเรา  ... แผ่วพลิ้ว... อ่อนเบา... ฟังเสียงหัวใจ ตึกตัก ตึกตัก... เนิบช้า ....หากแต่ยั่งยืน มั่นคง”

.....  “หากจะเปรียบ “ชีวิต”เป็นดั่งบทเพลง สักเพลงหนึ่ง  “สุขภาพ”คงเปรียบเสมือน
“ท่อนฮุค”ของเพลงนั้น มาร่วมกันปรับแต่งบทเพลงชีวิตของคุณ ตามหาตัวโน้ตที่ขาดหาย ทำลายตัวโน้ตที่เกินออก เพื่อเรียบเรียงบทเพลง ๆนี้ให้ลื่นไหล ไพเราะ สวยสดและงดงามกับเรา
ที่นี่ The Piano Wellness Resort “









จับคู่กาวซีเมนต์และกาวยาแนวกับกระเบื้องแบบไหนให้สวยทน พร้อมเพิ่มมิติความสวยให้บ้านแบบมีสไตล์


การใช้กระเบื้องปูพื้นและกรุผนัง  นับเป็นวัสดุยืนหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ตกแต่งบ้านให้สวยงามได้หลากสไตล์  อีกทั้งมีความคงทนในการใช้งาน  ดูแลรักษาทำความสะอาดง่าย  ราคาไม่แพง  แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้การปูกระเบื้องมีความคงทน  นั่นก็คือ กาวซีเมนต์ และ กาวยาแนว ที่เราเคยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่าง หรือผู้รับเหมา ในการจัดหามาใช้งาน ซึ่งคงไม่ใช่คำตอบ สำหรับการดูแล หรือคนที่สนใจ การตกแต่งบ้านด้วยตัวเองในปัจจุบัน ท่ามกลางนวัตกรรรมใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยให้การใช้วัสดุตกแต่งให้เป็นเรื่องที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว และไม่เป็นภาระทั้งเวลา และการดำเนินการตกแต่ง กาวซีเมนต์ และ กาวยาแนว ที่เชื่อมต่อความสวยงามของกระเบื้องให้อยู่คู่บ้านจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราไม่ควรจะรู้จักกันสักนิด และที่สำคัญนวัตกรรม กาวซีเมนต์ และ กาวยาแนว ในปัจจุบันมีการพัฒนาทั้งในด้านคุณสมบัติ และรูปสมบัติจนกลายเป็นสิ่งเล็กๆ ที่เราไม่ควรมองข้าม  เพราะ เส้นสายลายเล็ก ๆ รอบกระเบื้องผูกกระเบื้องกับพื้นผิว  ไม่ใช่แค่ “กาว” อย่างที่เราเคยคิด หรือรู้จักกันมา  

การใช้กระเบื้องปูพื้นและกรุผนัง  นับเป็นวัสดุยืนหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ตกแต่งบ้านให้สวยงามได้หลากสไตล์  อีกทั้งมีความคงทนในการใช้งาน  ดูแลรักษาทำความสะอาดง่าย  ราคาไม่แพง  แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้การปูกระเบื้องมีความคงทน  นั่นก็คือ กาวซีเมนต์ และ กาวยาแนว ที่เราเคยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่าง หรือผู้รับเหมา ในการจัดหามาใช้งาน ซึ่งคงไม่ใช่คำตอบ สำหรับการดูแล หรือคนที่สนใจ การตกแต่งบ้านด้วยตัวเองในปัจจุบัน ท่ามกลางนวัตกรรรมใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยให้การใช้วัสดุตกแต่งให้เป็นเรื่องที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว และไม่เป็นภาระทั้งเวลา และการดำเนินการตกแต่ง กาวซีเมนต์ และ กาวยาแนว ที่เชื่อมต่อความสวยงามของกระเบื้องให้อยู่คู่บ้านจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราไม่ควรจะรู้จักกันสักนิด และที่สำคัญนวัตกรรม กาวซีเมนต์ และ กาวยาแนว ในปัจจุบันมีการพัฒนาทั้งในด้านคุณสมบัติ และรูปสมบัติจนกลายเป็นสิ่งเล็กๆ ที่เราไม่ควรมองข้าม  เพราะ เส้นสายลายเล็ก ๆ รอบกระเบื้องผูกกระเบื้องกับพื้นผิว  ไม่ใช่แค่ “กาว” อย่างที่เราเคยคิด หรือรู้จักกันมา  

กาวซีเมนต์ และ กาวยาแนว คืออะไร
กาวซีเมนต์ (Tile Adhesive) หรือที่คนส่วนใหญ่มักจะเรียกกันว่า  ปูนกาว เป็นซีเมนต์ผสมสารยึดเกาะ  ทำให้เกิดการยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดีกว่าการใช้ปูนผสมทราย  ส่วนกาวยาแนว (Tile Grout )  ก็คือวัสดุที่ที่ช่วยในการเชื่อมรอยต่อระหว่างกระเบื้องแต่ละแผ่นให้แนบสนิทด้วยกัน   และยังช่วยลดสิ่งสกปรกที่จะสะสมตามร่องกระเบื้องได้ด้วย บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนความผูกพัน และศิลปะการเชื่อมต่อของกระเบื้องด้วย “กาว”  ได้พัฒนากาวซีเมนต์คอตโต้ ให้มีสารยึดเกาะสูงในคุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ ตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้กระเบื้องยึดเกาะพื้นผิวได้คงทนมากยิ่งขึ้น ไม่หลุดร่อนง่าย ช่วยให้ช่างทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้น  และกาวยาแนวคอตโต้ ได้ถูกพัฒนาด้วยนวัตกรรมใหม่ ในสูตรอัลตร้าพลาสเตอร์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่นำเอาวัตถุดิบหลัก คือ พลาสเตอร์ มาผ่านกระบวนการผลิตพิเศษ มีคุณสมบัติโดเด่นในเรื่องเนื้อละเอียดใช้งานง่าย ไม่เป็นเชื้อรา ลดปัญหาราดำ ที่เกิดหลังจากใช้งาน ทนกรดน้ำยาล้างห้องน้ำได้ถึง 3 เท่า ดีกว่ากาวยาแนวทั่วไปที่ใช้ซีเมนต์เป็นวัตถุดิบหลัก ที่สำคัญ กาวยาแนวคอตโต้ ยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับงานตกแต่งด้วย สีสันให้เลือกใช้ถึง 29 เฉดสี   ที่พร้อมสร้างสรรค์ความสวยให้กับทุก ๆ พื้นที่ของบ้านอย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย 


จับคู่ กาว กับ กระเบื้อง ให้ถูกงานและถูกที่  เพิ่มเติมคือความสวย ในหลากหลายดีไซน์ การเลือกใช้กาวซีเมนต์และกาวยาแนว ให้ถูกต้องกับลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่ในบ้านนอกจากจะช่วยให้คุ้มค่ากับจำนวนเงินที่จ่ายไปแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมิติความงามให้กับพื้นที่อีกด้วย 

พื้นที่ต้องการปูกระเบื้องแผ่นใหญ่ สวยแบบไร้รอยต่ออย่างเนียบเนียน
ห้องนอนเป็นหนึ่งในพื้นที่บ้านที่ต้องการความเงียบสงบ เรียบง่ายแบบไร้รอยต่อ  การเลือกใช้วัสดุปูพื้นด้วยกระเบื้องพอร์ชเลนชนิดตัดขอบ  แผ่นใหญ่ขนาด 60x120 cm.  ควรเลือกใช้กาวซีเมนต์ คอตโต้ (เทา) ที่มีเนื้อกาวเหนียว ดูดซึมน้ำต่ำ ป้องกันความชื้น พลังยึดเกาะสูง ลดการหลุดล่อน ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร  และกาวยาแนว คอตโต้ สลิมพลัส ด้วยคุณสมบัติของกาวที่มีการไหลตัวดีสามารถเติมเต็มร่องกระเบื้องขนาดเล็กได้ตั้งแต่ 0.2-2 มม. ป้องกันราดำ เลือกใช้สีกาวยาแนวสไตล์ Harmony ทำให้ลวดลายพื้นผิวที่ต่อผสานเสมือนเป็นเนื้อเดียวกันแบบไร้รอยต่อ  ไม่มีอะไรรบกวนสายตาทำให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีความสุข

พื้นที่สร้างสรรค์ด้วยกระเบื้องตกแต่ง  ตัดเส้นสีสันให้โดดเด่นไม่ซ้ำใคร
หากต้องการสร้างสรรค์บางพื้นที่ให้มีโดดเด่นตามสไตล์ส่วนตัวที่ไม่ซ้ำแบบเดิม ๆ ของสมาชิกในบ้าน  การเลือกใช้กระเบื้องตกแต่งขนาดเล็กเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์  ใช้กาวซีเมนต์ คอตโต้ (สีเขียว)สำหรับกระเบื้องพอร์ชเลน ขนาดเล็ก  เนื้อกาวเหนียวติดแน่น ดูดน้ำต่ำ ลดการหลุดล่อน ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน  และกาวยาแนว คอตโต้ ยับยั้งแบคทีเรีย (แดง) สูตรยับยั้งแบคทีเรีย ป้องกันราดำ ทนกรดได้ 3 เท่า ใช้กับร่องกระเบื้องขนาด 2-10 มม.  มีสีให้เลือกถึง 29 เฉดสี สามารถสร้างสรรค์พื้นที่นั่งเล่นด้วยสไตล์ Contrast การเลือกใช้กาวยาแนวสีเหลืองเป็นเส้นตัดกับกระเบื้องตกแต่งสีดำ ทำให้ผนังห้องดูโดดเด่น มีลูกเล่น จะดูมุมไหนก็ชวนมองไม่น่าเบื่อ ให้ทุกคนได้สนุกกับสีสันใหม่ในบ้าน  

ซ่อมแซมพื้นเก่า ให้สวยกว่าใครว่ายาก
สำหรับบ้านที่มีการอยู่อาศัยมานาน   อาจจะอยากเปลี่ยนพื้นกระเบื้องใหม่เพื่อความสวยงามหรือเปลี่ยนสไตล์ เปลี่ยนบรรยากาศในบ้าน  สามารถทำได้หลายวิธี อาจจะรื้อกระเบื้องเก่าออกแล้วปูกระเบื้องใหม่  หรืออาจจะปูกระเบื้องใหม่ทับกระเบื้องเดิม  ซึ่งช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน  แต่จะต้องเลือกวัสดุติดตั้งที่ออกแบบพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะ  กาวซีเมนต์ คอตโต้เฟล็กซ์ (ทอง) ได้ถูกพัฒนาเพื่อใช้สำหรับปูทับกระเบื้องเดิมได้ตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ทั้งพื้นและผนัง  ผลิตจากนาโนพลาสเตอร์ เนื้อเนียนละเอียด จึงมีพลังยึดเกาะสูงสุด สำหรับพื้นที่ในห้องน้ำควรใช้กาวยาแนว คอตโต้ ยับยั้งแบคทีเรีย (แดง)  มีสารนาโนชนิดพิเศษยับยั้งแบคทีเรียได้มากกว่าสูตรทั่วไป 90% ป้องกันราดำ และตะไคร่ ทนกรดได้ 3 เท่า หมดกังวลเรื่องคราบสกปรกและแบคทีเรียสะสม   ให้ทุกเส้นสายสวยสะอาดตาอยู่เสมอ

สระว่ายน้ำ พื้นที่ออกกำลังกาย มุมพักผ่อนหย่อนใจของครอบครัว
การว่ายน้ำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการออกำลังกายที่สามารถทำร่วมกันของในครอบครัว  การมีสระว่ายน้ำในบ้านเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ใช้ทำสันทนาการให้ความสนุกกับคนในครอบครัวทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หรืออาจใช้เป็นที่สังสรรค์กับเพื่อนฝูงจัดพูลปาร์ตี้ (Pool Party) เริดได้อีกแบบ   การสร้างสระว่ายน้ำนอกจากการเลือกใช้กระเบื้องให้สวยงามแล้ว การเลือกวัสดุติดตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง  กาวซีเมนต์ คอตโต้ สระว่ายน้ำ ผลิตจากนาโนพลาสเตอร์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กเหนือสูตรซิเมนต์ทั่วไป จึงมีพลังยึดเกาะแน่น ลดปัญหากระเบื้องหลุด  ใช้คู่กับกาวยาแนว คอตโต้ สระว่ายน้ำ ด้วยสูตร Power Nano Plaster เนื้อกาวแน่น แรงยึดเกาะสูง ทนแรงดันน้ำ ไม่แตกร้าว ลดปัญหาหลุดร่อน ทนสารคลอรีน ป้องกันราดำ ปลอดภัยต่อสุขภาพ  เพียงเท่านี้ก็ทำสระว่ายน้ำมีความคงทน ช่วยให้ทุกคนในครอบครัวออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจ  

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ติดตั้งและซ่อมแซมที่เหมาะสมกับการใช้งานต่าง ๆ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cotto.com/product/tile-grout  และที่ WEBSITE :COTTO Life >> http://bit.ly/2tg0WJl   สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่  SHOPPING COTTO Life >>https://bit.ly/3gz5Pm7  Line Official Account : @COTTOlife >> http://bit.ly/2D5BeJd   และชมผลิตภัณฑ์ออนไซด์ได้ที่ COTTO Life  ทั้ง 3 สาขา กรุงเทพ เชียงใหม่ ขอนแก่น

วัดบวรฯ จัดวิ่งการกุศลเพื่อช่วย 17 รพ.

       ก้าวด้วยธรรม ครั้งที่ 6 เพื่อ 17 โรงพยาบาล ปี 2565 “ก้าวด้วยธรรม ก้าวด้วยใจ เพื่อสร้างอาคารโรงพยาบาล” ร่วมเป็น 1 ใน 10,000 คนที่จะสร้างประโยชน์และมอบโอกาสทางการแพทย์ให้สังคม

      ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ​ ภักดีธนากุล ประธานกรรมการกองทุนเพื่อผู้ป่วยและโรงพยาบาลในมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรม เดิน-วิ่ง การกุศล “ก้าวด้วยธรรม ครั้งที่ 6 เพื่อ 17 โรงพยาบาล” พร้อมด้วย ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน และนายปิติ ลีเลิศพันธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด ร่วมแถลงข่าว เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ที่ อาคารกวีบรรณาลัย วัดบรนิเวศวิหาร 

 สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2565 กับกิจกรรมฟันรันคู่ขนานสี่จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์เมืองหลวงยามรุ่งอรุณด้วยกิจกรรมเดิน 6 กิโลเมตร หรือ วิ่ง 10.5 กิโลเมตร จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่จะจัดคู่ขนานกันไปเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้ เพื่อประโยชน์และโอกาสทางการแพทย์ ให้กับ 17 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

     ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ประธานกรรมการกองทุนเพื่อผู้ป่วยและโรงพยาบาลในมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ มีหน้าที่ 3 ประการคือ สนับสนุนการเรียนภาษาบาลี ช่วยผู้ป่วยยากไร้ และช่วยเด็กยากไร้  กิจกรรมก้าวด้วยธรรมดำริขึ้นเพื่อสนับสนุนหน้าที่ดังกล่าว กิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ‘ก้าวด้วยธรรม’ ครั้งแรกจัดเมื่อปี 2560 ซึ่งในครั้งนั้นเป็น ‘ก้าวเพื่อธรรม เพื่อศึกษาภาษาบาลี’ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ภาษาบาลีของพระภิกษุสามเณร ต่อมาเนื่องจากสถานการณ์ความต้องการด้านสาธารณสุขและการเข้าถึงทางการแพทย์และการรักษาสำหรับผู้ยากไร้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มูลนิธิฯ จึงดำริให้เกิดกิจกรรม ‘ก้าวด้วยธรรม เพื่อ 17 โรงพยาบาล’ ในรูปแบบ Fun Run และจัดต่อเนื่องมาปีนี้เป็นปีที่ 6 สานต่อบทบาทในการช่วยผู้ยากไร้ให้เข้าถึงการรักษาพยาบาล”

    “การจัดกิจกรรม 5 ครั้งที่ผ่านมามีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง รวมกว่า 46,000 คน ระยะทางรวม 483,000 กิโลเมตร ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาเป็นอย่างดี โดยตลอดห้าปีที่ผ่านมาได้รับการบริจาครวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 90 ล้านบาท ซึ่งนำไปใช้ในการดำเนินการด้านสาธารณสุข อาทิ จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วย และร่วมช่วยเหลือในสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา”

    สำหรับในปีนี้กิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลจัดขึ้นพร้อมกัน 4 จุดด้วยกัน คือ กรุงเทพฯ กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ และสุราษฎร์ธานี โดยกรุงเทพฯ เริ่มต้นและสิ้นสุดการวิ่งฯ ทั้งสองระยะที่วัดบวรนิเวศวิหาร จุดที่สองเริ่มต้นและสิ้นสุดการวิ่งฯ ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จุดที่สามคือโรงพยาบาลละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ และจุดที่สี่คือ โรงพยาบาลไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยปีนี้คณะกรรมการฯ หวังว่าจะมีผู้สมัครและเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 10,000 คน รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและธุรกิจต่าง ๆ

     ผู้สนใจสามารถชมกิจกรรมจากส่วนกลางผ่านทาง เฟซบุ๊ก LIVE แฟนเพจ “ก้าวด้วยธรรม” สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยการบริจาค 500 บาท และ 1,000 บาท สามารถสมัครออนไลน์ได้ที่ https://race.thai.run/kaoduaydham ผู้สมัครจะได้รับเสื้อ พร้อมเหรียญ และของที่ระลึก โดยไม่มีค่าจัดส่ง หรือสมัครพร้อมรับเสื้อ ฯลฯ ได้ที่บริเวณด้านข้างพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @KaoDuayDham โทร 09-8275-4505 / 09-8276-0545”