เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle บันเทิง ทันทุกกระแสข่าว!

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2563

ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ร่วมทำ CSR

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท.โดยคุณสมชาย ชมภูน้อย ผ.อ.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การสนับสนุน และบริษัทจักรวาล แอนด์ ซัลไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ร่วมกับสถานีวิทยุเสียงสามยอด โดยมีคุณชดา บูรณะพิมพ์ ผจก.ทั่วไป บ.เทรเชอร์ มาร์เก็ตติ้ง ประสานงานนำคณะสื่อมวลชนและคณะร่วมบุญเดินทางสู่วัดดงพญาเย็น ปากช่อง นครราชสีมา



     คณะสื่อและผู้ร่วมบุญ พร้อมเดินทางออกจากสวนลุมรัชดาฯ พร้อมอาหารเช้าบนรถสู่จุดหมายแรก พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน ที่บิ๊คโจ๊ย รีสอร์ต  มวกเหล็ก สระบุรี โดยการสนับสนุนของ การท่องเที่ยวสำนักงานอยุธยา-สระบุรี โดยคุณบิ๊คโจ้ย ให้การต้อนรับ จากนั้นเดินทางต่อไปท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมเขื่อนลำตะคลอง เขายายเที่ยง และฟาร์มเกษตร ก่อนเข้าสู่ที่พัก 360  องศา รีสอร์ต เขาใหญ่ และช่วงเย็นร่วมรับประทานอาหาร พร้อมกล่าวต้อนรับจาก ผ.อ.สมชาย ชมภูน้อย แบบ Callfaren เนื่องจากท่านติดภาระกิจ พร้อมกับน้องๆศิลปินดาราอีกสามคนที่มาให้ความบันเทิงตลอดทั้งคืนก่อนเข้าพักผ่อนตามอัธยาศัย

     คณะสื่อและผู้ร่วมบุญรับประทานอาหารเช้าที่พักออกเดินทางสู่ไร่สุวรรณ ชมไร่ข้าวโพด จากนั้นเดินทางต่อไปทำ CSR ที่วัดดงพญาเย็นปากช่อง เริ่มงานบุญ ร่วมถวายสังฆทาน มอบเงินร่วมสร้างพระอุโบสถ เสร็จพิธีร่วมรับประทานอาหารเที่ยงที่วัด ก่อนออกเดินทางต่อไปชมฟาร์มโคนม ไทย-เดนมาร์ค และชมไร่องุ่นศิริวัฒน์ ก่อนเดินกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563

กนอ. ร่วมกับ ส.อ.ท. จัดสัมมนาวิชาการ ECO INNOVATION FORUM 2020

 ชูแนวคิด “ปรับตัวให้อยู่รอด ทางออกอุตสาหกรรม 4.0 ในยุค New Normal” 

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  (ส.อ.ท.)
จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2563 Eco Innovation Forum  2020  ภายใต้แนวคิด “ปรับตัวให้อยู่รอด ทางออกอุตสาหกรรม 4.0 ในยุค New Normal ” ในวันที่ 24-25 กันยายน 2563 ณ  ห้อง GH 201-202
ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา




โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คุณภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี   เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาวันที่ 24 กันยายน 2563 และมอบนโยบายทางออกของอุตสาหกรรม 4.0 ในยุค New Normal รวมทั้งมอบโล่เกียรติยศและประกาศเกียรติคุณให้กับนิคมอุตสาหกรรม / ท่าเรืออุตสาหกรรม / โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในระดับต่างๆ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นวาระพิเศษครบรอบ 20 ปี แห่งการดำเนินการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นในปี 2542 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นถึงพัฒนาการของนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่ก้าวกระโดดสู่เป้าหมาย ของการเป็นหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมอันดับต้นๆของทวีปเอเชีย โดย กนอ. มีเป้าหมายสำคัญ ที่จะนำพานิคมอุตสาหกรรมที่เปิดดำเนินการแล้วทั้ง 39 แห่งในประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศได้ทั้งหมด ภายในปี 2568

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในการหาแนวทางการปรับตัว เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลง ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ และการหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจเพื่อก้าวข้ามสถานการณ์นี้  ภายในงานสัมมนานี้ กนอ. สอท. พันธมิตรจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน จะได้มาร่วมกันหาแนวทางการปรับตัวปรับกลยุทธ์เพื่อให้ทุกภาคส่วนอยู่รอดและยังคงต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ทั้งการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และลดของเสียในการผลิต ปรับปรุงคุณภาพการผลิต และหาหนทางการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ภายใต้นโยบาย BCG (Bioeconomy, Circular Economy, Green Economy) ของรัฐบาล ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญ กับการดำเนินงานตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ร่วมกับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ  มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาสู่ Industry Transformation รวมทั้งการวางแนวทางการสร้างสมดุลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชน  และสังคมอย่างยั่งยืน นำไปสู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ  

สำหรับไฮไลท์ของทุกปี คือ การมอบโล่เกียรติยศ และประกาศเกียรติคุณ ให้กับนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรืออุตสาหกรรม และโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองเป็น นิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ซึ่งในปีนี้มีนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองในระดับ Eco-World Class จำนวน 3 แห่ง ระดับ Eco-Excellence จำนวน 13 แห่ง Eco-Champion จำนวน 34 แห่ง นิคม/ท่าเรืออุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 4.0  จำนวน 3 แห่ง โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 4.0 จำนวน 5 แห่ง โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Factory) จำนวน 29 แห่ง และโรงงานที่สนับสนุนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 35 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการมอบประกาศนียบัตรให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรอง Water Footprint อีก 7 แห่ง

GIT พร้อมร่วมจัดเทศกาลนานาชาติ “พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2020”

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ผนึกกำลังจังหวัดจันทบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี สมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี และสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ประกาศความพร้อมจัดงานเทศกาลนานาชาติพลอย และเครื่องประดับจันทบุรี 2020ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากกระแสตอบรับดีเกินคาด ปลุกกำลังซื้อส่งท้ายปลายปี ระหว่างวันที่ 18-22 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เคพี จิวเวลลี่เซ็นเตอร์ และตลาดพลอย ถนนศรีจันทร์

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย รองผู้อำนวยการสถาบัน รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันกล่าวว่าในภาวะที่ตลาดการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระหว่างประเทศได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางสถาบันฯ เดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี จัดเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2020 เพื่อเป็นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศทดแทนการส่งออกในภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19ภายใต้แนวคิด “Go Together: Chanthaburi City of Gems”เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นในการเลือกซื้ออัญมณี และเป็นเวทีสำหรับผู้ประกอบการในจังหวัดจันทบุรี ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาจังหวัดจันทบุรีให้เป็นนครอัญมณี และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลกต่อไป

ภายในงานจะมีคูหาจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการชาวไทยและต่างชาติกว่า 300 คูหา
โดยผู้ชมงานจะได้พบกับผลิตภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับและสินค้าเกี่ยวข้องมากมาย ได้แก่ พลอยดิบ พลอยเจียระไน วัตถุดิบประกอบอัญมณี เครื่องประดับอัญมณี เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ ซึ่งครอบคลุมทุกภาคส่วนในวงการอุตสาหกรรมอัญมณี และยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักส่งเสริมการ

จัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) โดยจัดกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย Business Matching การสัมมนาเชิงธุรกิจเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนขณะเดียวกัน ภายในงาน ทางสถาบัน GIT จะจัดห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับเคลื่อนที่ (Mobile Lab)เพื่อให้บริการผู้ประกอบการ ผู้ซื้อและผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใน

การซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับด้วยความมั่นใจ ภายใต้โครงการซื้อด้วยความมั่นใจ(Buy With Confidence) ผ่านใบรับรองจาก GIT โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับ

“ความพิเศษของงานครั้งนี้คือ ระยะเวลาของการจัดงาน เป็นช่วงเวลที่ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปี และจับจ่ายสินค้าเพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งงานนี้ผู้ชมงานจะได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีในราคาผู้ผลิต คาดว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัด ทั้งการท่องเที่ยว และอัญมณีและเครื่องประดับช่วงปลายปีให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง” นายสุเมธ กล่าว

ทั้งนี้ เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี ๒๐๒๐ (International Chanthaburi Gems and Jewelry Festival 2020” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-22ธันวาคม 2563
ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เคพี จิวเวลลี่เซ็นเตอร์ และตลาดพลอย ถนนศรีจันทร์

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
“เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2020”  www.git.or.th

 

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563

ซีพีแรม โชว์ศักยภาพผู้นำอาหารปลอดภัย ชูแนวคิด “ร่วมส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดีให้ทุกคน” ในงาน Thaifex-Anuga Asia 2020


 นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานและผู้นำด้าน FOOD PROVIDER มาตรฐานโลก ให้เกียรติเข้าร่วมงาน และเยี่ยมชมบูธซีพีแรม ในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2020 ณ บูธซีพีแรม(K-01) อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “ร่วมส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดีให้ทุกคน” 


ทั้งนี้ ภายในบูธซีพีแรม ในปีนี้ ยังสร้างปรากฎการณ์ใหม่ในการแสดงสินค้า ตอบรับวิถี New Normal จากสถานการณ์ COVID-19 คำนึงถึงความสะอาด ปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานเป็นหลัก นอกจากนั้นประกอบด้วยการแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมอาหาร การจัดแสดงผลงานวิจัยด้านอาหาร โดยศูนย์วิจัยและบริการทดสอบ บริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด ซึ่งมีเป้าหมายในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหาร โดยงานวิจัยของ “ซีพี ฟู้ดแล็บ” จะเน้นการรับปัญหา และความท้าทายจากบริษัท ซีพีแรม จำกัด มาสร้างโจทย์ต่อเพื่อทำงานวิจัยพื้นฐาน ประยุกต์ และส่งต่อให้ทีมพัฒนาสินค้าใหม่ (New Product Development ; NPD) รวมถึงการวิจัยเชิงลึกต่าง ๆ










นอกจากนี้ CPRAM ยังมุ่งเน้นการ “ยกระดับความดีคู่ความเก่ง” สู่ผู้บริโภคและสังคมที่ยั่งยืน ด้วยหลักการที่เรียกว่า “3S”โดยหลักการ “3S” เป็นแนวทางที่ต้องทำร่วมกันตลอดทั้ง "ห่วงโซ่อุปทาน" หรือ "Supply Chain Management" โดยประกอบด้วยFOOD SAFETY คือ ความปลอดภัยของอาหารFOOD SECURITY คือ ความมั่นคงของอาหารFOOD SUSTAINABILITY คือ ความยั่งยืนของอาหาร

พร้อมกับการส่งเสริมอีกหนึ่งโครงการสำคัญอย่าง โครงการเกษตรคู่ชีวิต เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ และให้คำแนะนำในการเพาะปลูกกะเพรา การส่งเสริมการรับรองระบบมาตรฐาน GAP เพื่อให้เกษตรกร มีความรู้ ความเข้าใจ ในการทำการเกษตรที่ดีและเหมาะสม ตลอดจนมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพที่มีความมั่นคง และยั่งยืนให้แก่เกษตรกรในชุมชน รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้ต่างๆ ในการทำเกษตรกรรมของเกษตรกรเองเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด


อีกทั้งการนำเสนอรูปธรรมในการสร้างคุณค่าให้สังคมตามแนวทาง 3S กับ "โครงการ เกษตรกรคู่ชีวิต" ที่สอดคล้องตามปณิธานการขับเคลื่อนองค์กรเคียงข้างสังคมอย่างเกื้อกูล รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานในบรรจุภัณฑ์ปิดผนึกปลอดภัยในยุค COVID-19 ในกลุ่มบริษัท ซีพีแรม จำกัด อาทิ แบรนด์เจด ดราก้อน, แบรนด์เลอแปง, แบรนด์เดลี่ไทย, แบรนด์เดลิกาเซีย, แบรนด์ซีพีแรม แคทเทอริ่ง เป็นต้น

พิธีลงนาม (MOU) บูรณาการความร่วมมือการปลูกจิตสำนึกรักเมืองไทยให้กับเด็กและเยาวชน

เปิดตัวโครงการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายสถานีวิทยุ
เพื่อเด็กและเยาวชนสร้างสรรค์สังคม DCY Radio Network  

วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมละสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มหานาค กทม. พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการบูรณาการความร่วมมือในการปลูกจิตสำนึกรักเมืองไทยให้กับเด็กและเยาวชน ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(โดย นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ) สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (โดย นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย) และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (โดย พลเอก กู้เกียรติ ศรีนาคา
รองปลัดกระทรวงกลาโหม) โดยมี นายจุติ  ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้ความเข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ของตน ปลูกจิตสำนึกสาธารณะให้มีความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์ส่วนรวม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมและประเทศชาติ ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  





 การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการบูรณาการความร่วมมือในการปลูกจิตสำนึกรักเมืองไทยให้กับเด็กและเยาวชน ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีขอบเขตความร่วมมือในการกำหนดแนวทาง เป้าหมายในการประสานงานให้เกิดความร่วมมือระหว่างเด็กและเยาวชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดกระบวนการในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรม ในการสร้างและปลูกจิตสำนึกสาธารณะให้กับเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมกันคิดและนำความคิดไปสู่การปฏิบัติในแผนงานหรือโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างสร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม 

 สำหรับโครงการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายสถานีวิทยุเพื่อเด็กและเยาวชนสร้างสรรค์สังคม DCY Radio Network  เป็นโครงการนำร่อง การบูรณาการความร่วมมือร่วมกัน ทั้ง 4 หน่วยงาน ในการสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อเด็กและเยาวชน           เป็นช่องทางในการสื่อสารร่วมกันปลูกจิตสำนึกรักเมืองไทยให้กับเด็กและเยาวชน โดยมีสถานีวิทยุสีขาวเครือข่ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และสถานีวิทยุเครือข่ายวิทยุเพื่อเด็กและสังคม กรมกิจการเด็กและเยาวชน เข้าร่วมโครงการ จำนวน 212 สถานีทั่วประเทศมาร่วมเป็นเครือข่าย พร้อมเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมผลิตรายการวิทยุที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้ แนวคิด “เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน”  ผ่านรายการวิทยุเพื่อเด็กและเยาวชนสร้างสรรค์สังคม ซึ่งทางกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ร่วมกับ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สำนักข่าวต้นกล้านิวส์  และสถานีวิทยุเยาวชนออนไลน์ ออกอากาศทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ทางสถานีวิทยุเยาวชนออนไลน์  www.thailandonair.com   ในช่วงเวลา 16.00 – 18.00 น  ตามประกาศของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ (กสทช) ที่กำหนดไว้  เป็นช่วงเวลาสำหรับเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ผู้แทน 4 กระทรวง ร่วมมอบป้ายสถานีวิทยุเครือข่ายวิทยุเพื่อเด็กและเยาวชนสร้างสรรค์สังคม DCY Radio Network ให้แก่ผู้แทนสถานีวิทยุ 4 ภาค และมอบเกียรติบัตรแก่สถานีวิทยุเครือข่ายวิทยุเพื่อเด็กและเยาวชนสร้างสรรค์สังคม DCY Radio Network 20 สถานี และผู้ผลิตรายการ 4 ราย







การส่งเสริมเพื่อพัฒนา ตลอดจนปลูกจิตสำนึกของเด็กและเยาวชนให้มีความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์ส่วนรวม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาสังคมและประเทศชาติ ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ในฐานะองค์กรขับเคลื่อนงานด้านเด็กและเยาวชน การบูรณาการความร่วมมือในการปลูกจิตสำนึกรักเมืองไทยให้กับเด็กและเยาวชนนั้น จะทำให้เกิดการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม สร้างและปลูกจิตสำนึกสาธารณะให้กับเด็กและเยาวชน ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมกันคิดและนำความคิดไปสู่การปฏิบัติในแผนงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ตลอดจนการผลักดันให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาโดยรอบอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน”


วิริยะประกันภัย ร่วมสนับสนุน ดุสิตธานี เปิดตัวแพคเกจท่องเที่ยวสุดคุ้ม “Stay with Confidence”

 

นายเกรียงศักดิ์ โพธิเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นเกียรติในงานเปิดตัวแพคเกจท่องเที่ยวสุดคุ้ม “พักอย่างมั่นใจ” (Stay with Confidence) ซึ่ง บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ส่งมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า พร้อมนำเสนอบริการที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสบายใจและมั่นใจตลอดการเข้าพักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิตทั่วประเทศ ทั้งนี้ วิริยะประกันภัย ได้ร่วมสนับสนุนประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางกลุ่ม ภายใต้แพคเกจดังกล่าว เพื่อมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้าอีกด้วย ณ อาคารจัตุรัสจามจุรี (จามจุรี สแควร์) ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ                

สำหรับความร่วมมือดังกล่าวเกิดจากความมุ่งมั่นที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย และส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมทั้งมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับลูกค้าที่เข้าพักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิต โดยลูกค้าที่จองแพคเกจ Stay with Confidence จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นที่พักพร้อมอาหารเช้า ส่วนลดเที่ยวบิน รถเช่า บัตรเติมน้ำมัน การดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร รวมถึงประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางจากวิริยะประกันภัย ที่ให้ความคุ้มครองการสูญเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุทั่วไปหรือการถูกฆาตกรรมหรือลอบทำร้ายร่างกาย สูงสุด 100,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลจาก

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563

โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 ที่จะมาเฟ้นหานักโฆษณาหน้าใหม่ ยุคนิวนอมอล ตอบโจทย์องค์กรธุรกิจในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลง

 ชวนนิสิต นักศึกษา ร่วมประชันไอเดียสร้างสรรค์ไวรัลคลิป ‘ยุคนิวนอมอล’
ในโครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 ปี 3

สมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ และกระทรวงอุดมศึกษาฯ ร่วมกับ 15 องค์กรชั้นนำ เปิดพื้นที่เวทีสร้างสรรค์ สำหรับนิสิต นักศึกษา ในโครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 ที่จะมาเฟ้นหานักโฆษณาหน้าใหม่ ยุคนิวนอมอล ตอบโจทย์องค์กรธุรกิจในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลง  

นางสาวกัลยา แสวงหาบุญ  เลขาธิการสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) กล่าวว่า “ โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (MHESI) ผนึกกำลัง 15 องค์กรธุรกิจรวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ที่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การผลิตไวรัลคลิปโฆษณา ที่ถือเป็นกลยุทธ์หลักในการทำการตลาดในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ให้กับนิสิต นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อปั้นนักโฆษณาวัยทีน ตอบโจทย์การตลาดยุคดิจิทัล 

โดยทุกภาคส่วนได้ตระหนัก ถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในภาคการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการสนับสนุน ส่งเสริม เปิดโอกาส ให้นิสิต นักศึกษา ได้แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ ได้มีประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน ในการผลิตคลิปวีดีโอโฆษณา จากหลายหลายโจทย์อุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของแผน Digital Economy ในเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 

จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา โครงการ X Campus Ads Idea Contest ได้รับการตอบรับจากสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา โครงการ มีนิสิต นักศึกษาเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 721 ทีม 2,884 คน จาก 56 สถาบันทั่วประเทศ และภายหลังจากกการปิดรับสมัครโครงการในปี 2020 เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมานี้ ปรากฏว่าได้มีผู้สนใจสมัครแข่งขันในปีนี้สูงถึง จำนวน 1147 ทีม 4,588 คนจาก 63 สถาบันทั่วประเทศ โดยในรอบการคัดเลือกแต่ละทีมจะได้โจทย์จากผู้ประกอบการชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมพร้อมคำแนะนำต่าง ๆ ที่จะนำไปสร้างสรรค์เป็นไอเดียในการผลิตวิดิโอโฆษณา โดยในการแข่งขันรอบที่ 1 จะนำส่งผลงานเป็น Storyboard ให้คณะกรรมการคัดเลือก จากนั้นหากทีมใดได้ผ่านเข้าสู่รอบที่ 2 จะต้องมาโค้ชชิ่งปรับปรุงผลงานก่อนผลิตจริงกับทางแบรนด์ พร้อมรับเงินทุนสนับสนุนการผลิตทีมละ 5,000 บาท เพื่อเริ่มลงมือทำผลงาน และเมื่อผลงานเสร็จสิ้นแล้วจะมีการนำคลิปมาเผยแพร่ลงเฟสบุ๊คโครงการในวันที่ 21 พฤศจิกายน 63 เพื่อวัดคะแนนความไวรัลออนไลน์ของคลิปต่อไป ซึ่งในปีที่ผ่านาองค์กรที่เข้าร่วมได้นำคลิปวิดิโอโฆษณา ทำขึ้นไปต่อยอดในด้านการตลาด กระตุ้นยอดขายผ่านระบบออนไลน์ จนประสบความสำเร็จ จึงถือเป็นการสร้างประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะออกมาทำงานกับผู้ประกอบการจริงในตลาดแรงงาน”นางสาวกัลยากล่าว และเพิ่มเติมว่า

“ยิ่งในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) คลิปโฆษณาออนไลน์ ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการอย่างมาก เห็นได้จากช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างหันมาขายสินค้าบนโลกออนไลน์ ซึ่งกระบวนการผลิตคลิปโฆษณา เป็นส่วนสำคัญอย่างมากในธุรกิจยุคใหม่ โดยโครงการนี้เป็นการจัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งหวังสร้างนักโฆษณาหน้าใหม่ ที่ตอบโจทย์ความต้องการในโลกดิจิทัล
ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว  รวมทั้งเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับนักโฆษณาหน้าใหม่ ได้มีทักษะจากผู้ประกอบการที่คลุกคลีอยู่ในวงการจริง ซึ่งในอนาคตน้องๆ เหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Digital Economy ในเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่สำคัญในปีนี้ มีองค์กรธุรกิจในอุตสาหกรรมชั้นนำกว่า 15 องค์กร ที่จะมาร่วมเป็นโจทย์ในการแข่งขัน พร้อมให้ความรู้และคำแนะนำ
แก่ผู้เข้าร่วมแข่งขัน อาทิ บริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท พัฒน์พลัส จํากัด , บริษัท หลงไทย อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด , บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน)  

โดยผลการประกวดในปีนี้ จะประกาศผลการตัดสินรอบชิงชนะเลิศในเดือนธันวาคม 2563 ซึ่งทีมชนะเลิศ
จะได้รับทุนการศึกษา 40,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร และถ้วยรางวัล จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจันทร์ ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 รับทุนการศึกษา 30,000 บาท ขณะที่รองชนะเลิศอันดับ 3 รับทุนการศึกษา 20,000 บาท รางวัลชมเชย 3 รางวัล รับทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตรและถ้วยรางวัล จากกระทรวงดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเช่นกัน

โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2020 ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญ ในการสร้างนักโฆษณารุ่นใหม่ ที่จะขึ้นมาประดับวงการ และสร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศไทย ตามแผนยุทธศาสตร์ Digital Economy ให้กับอนาคตอีกด้วย ”

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563

GIT ประกาศผลตัดสินรอบชิงชนะเลิศ การประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14






18 กันยายน 2563 เวลา 13.00 น. สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ (องค์การมหาชน) หรือ จีไอที จัดพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14 (GITs 14th World Jewelry Design Award 2020) โดยผู้ชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 4,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่รางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดย นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี ณ ห้อง รีเจนซี่บอลรูม 2 โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท





โครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Beyond Jewelry: Artistic Elegance of Gems โดยเปิดกว้างให้นักออกแบบได้ใช้จินตนาการสร้างสรรค์แบบวาดเครื่องประดับแบบไร้ขีดจำกัด ไม่มีการกำหนดชนิดของอัญมณี

 





ซึ่งได้รับการความสนใจและการตอบรับอย่างดีมากจากนักออกแบบทั้งไทยและต่างชาติ ส่งผลงานเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก มีผลงานส่งเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 352 ผลงาน แบ่งเป็นผลงานนักออกแบบชาวไทย 169 ผลงาน และผลงานของนักออกแบบต่างชาติ 183 ผลงาน จาก 28 ประเทศ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการจัดประกวดในครั้งนี้เป็นการต่อยอด และ ยกระดับความสามารถของนักออกแบบไทย และ ต่างชาติ ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในยุคปัจจุบัน ที่เครื่องประดับเป็นมากกว่าแค่ความสวยงาม




การประกวดครั้งนี้ สถาบันมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ให้เข้ามาในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อีกทั้งผลักดันให้นักออกแบบเหล่านี้ได้มีเวทีนำเสนอผลงานอันสร้างสรรค์ ซึ่งเห็นได้ว่า ผลงานที่ส่งเข้าประกวดนี้เป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลงานการออกแบบที่เข้ารอบนั้น มีความร่วมสมัย และ มีความโดดเด่นเฉพาะตัว สามารถยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้สถาบันยังมีแผนที่จะต่อยอดและผลักดันนักออกแบบที่ได้รับรางวัลจากการประกวดสู่เวทีการประกวดออกแบบระดับโลกต่อไป

 ในงานมีการแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องประดับจากผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 4 ผลงาน ถ่ายทอดความงดงามผ่านเหล่านางแบบในแฟชั่นโชว์เครื่องประดับสุดพิเศษ นำทีมโดย ดารานักแสดงชื่อดัง น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของผู้เข้ารอบการตัดสินคัดเลือกแบบวาดจำนวน 30 ผลงาน ให้ผู้ร่วมงานได้ชื่นชมความงามของผลงานการออกแบบของผู้เข้าประกวดอีกด้วย

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT ขอขอบคุณแขกกิติมศักดิ์ ที่ให้เกียรติร่วมงาน และให้เกียรติในนามประเทศขึ้นรับมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัล การออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14 GIT's World Jewelry Design Award 2020 ท่านอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ อดีต เอกอัครทูตประจำสิงคโปร์ เดนมาร์ค ลิกัวเนีย ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย สโลวาเนีย สโลวาเกีย และ องค์การระหว่างประเทศ 7 องค์การ แคนาดา กลุ่มประเทศแคริบเบียน 7 ประเทศ

H.E. Mrs. Laila Ahmed Bahaaeldin Ambassador The Embassy of Arab republic of Egypt

Mr. Manoranjan Sahu "Attache (Economic & Commercial)  Embassy of India" The Embassy of India

Mr. Mahmoud Alizadeh First Secretary The Embassy of the Islamic Republic of Iran

คุณ นวลพรรณ ล่ำซำ กงศุลกิตติมศักดิ์ สาธารณรัฐลิทัวเนียประจำกรุงเทพฯ

สำหรับผลการตัดสินการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14  รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานชุด SCAN ME ออกแบบโดย นายกิติศักดิ์ หมายเจริญ ประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 4,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงานชุด BRUT_LIST (Eastern European) ออกแบบโดย Mrs. Gerda Liudvinaviciute ประเทศลิทัวเนีย ได้รับเงินรางวัล 3,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงานชุด Smart Jewelry High Fashion ออกแบบโดย นางสาวภาพทิพย์ กุลวุฒิ ประเทศไทย ได้รับเงินรางวัล 1,500 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ รางวัลชมเชย ผลงานชุด Ant and Amber ออกแบบโดย Ms. Melika Aghili ประเทศอิหร่าน ได้รับเงินรางวัล 1,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ

 ผู้สนใจสามารถดูผลการตัดสินผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14  ได้ที่เว็บไซต์ www.gitwjda.com