เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว! Hot คนดัง บันเทิง

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พิเศษ...สำหรับลูกค้า “Superrich Thailand” (สีเขียว) เท่านั้น !!!



รับส่วนลดพิเศษ 10% เช่า Pocket WiFi กับ Tripizee


พิเศษ !! สำหรับลูกค้า “ซุปเปอร์ริช ไทยแลนด์” (สีเขียว) เมื่อแลกเงินไทยเป็นสกุลต่างประเทศ
เท่าไหร่ก็ได้ รับส่วนลดสุดพิเศษ 10% สำหรับเช่า Pocket WiFi กับ Tripizee ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ สามารถสอบถามข้อมูล รวมถึงบริการสั่งจองเงินล่วงหน้า ได้ที่

• Call center 02-254-4444
• ช่องทางออนไลน์
- Line@ / Facebook / Twitter / Application : SuperrichTH
• www.superrichthailand.com

สัมผัสประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในอัตราที่ดีที่สุด พร้อมให้บริการทุกวัน ที่ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ทั้ง 13 สาขา

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

“สวนผึ้งไฮแลนด์” แลนมาร์คแห่งใหม่ของ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

พิกัดนับถอยหลังสู่ปี 2019


ใครที่กำลังมองหาสถานที่เคาท์ดาวน์ต้อนรับปี 2018.....เราขอแนะนำ คอนเสิร์ตสุดโรแมนติกแบบใกล้ชิดศิลปิน  ท่ามกลางลมหนาวและหมู่ดาวในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ! เพื่อให้ทุกคนได้เต็มอิ่มกับบรรยากาศแห่งความสุขไปพร้อมๆ กัน กับสถานที่เคาท์ดาวน์"สวนผึ้ง ไฮแลนด์ เคาท์ดาวน์ เฟสติวัล 2018" มาสัมผัสลมหนาวแรกของสวนผึ้ง พร้อมปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า ในสองค่ำคืนแห่งความทรงจำ ร่วมกันนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2019  ไปพร้อมๆกัน  กับศิลปินสุดพิเศษ

วันที่ 30 ธันวาคม พบกับ ป๊อป ปองกูล และวงมายด์ วันที่ 31 ธันวาคม พบกับ วงพอส , พีท พล และวง The Mousses ที่ “สวนผึ้งไฮแลนด์” แลนมาร์คแห่งใหม่ของ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี  บนลานคอนเสิร์ต แบบ Amphitheater  บนพื้นหญ้านุ่มๆ เขียวชะอุ่มและร่มรื่น พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ที่จะทำให้การฉลองปีใหม่ปีนี้ไม่ซ้ำใครแน่นอน  ภายในงานยังมีซุ้มอาหารมากมายให้เลือกสรรและกิจกรรมขึ้นบอลลูนที่จะทำให้คุณสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่อีกด้วย  

สนใจซื้อบัตรได้ที่ 7-11 (เพียงแจ้งชื่อคอนเสิร์ตกับพนักงาน)
www.allticketthailand.com 

***เริ่มขายบัตร Early Bird  ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคมนี้เท่านั้น!!!
ในราคาเพียง 500 บาท (จากราคาปกติ 700 บาท) ซึ่งสามารถเข้างานได้ทั้ง 2 วัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook : Suanphueng Highlan

กรมพก.ร่วมกับสมาคมสภาคนพิการฯ เตรียมจัดใหญ่

งาน”วันคนพิการสากล ปี 61” มุ่งเน้นสิทธิความเท่าเทียม


องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับคนพิการและเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไป ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลเป็นประจำทุกปี ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จึงร่วมกับสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2561 ขึ้น เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากล นอกจากนั้น ยังเป็นการดำเนินการเพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้ร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรม เสมอภาค เท่าเทียม เป็นสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
โดยแนวคิดในการจัดงานวันพิการสากลได้สอดคล้องกับองค์การสหประชาชาติ กำหนดหัวข้อการจัดงานตามประเด็นหลัก (Theme) คือ “การเสริมพลังคนพิการ และการประกันการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเสมอภาค ทั่วถึง และเป็นธรรม” (Empowering persons with disabilities and ensuring inclusiveness and equality) ในปี 2562 ประเทศไทยโดยนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายหน้าที่ประธานอาเซียนของไทยต่อจากสิงคโปร์

โดยนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแนวคิดหลัก (theme) สำหรับการเป็นประธานอาเซียนของไทย คือ “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 ประการ 1) การก้าวไกล (Advancing) โดยให้อาเซียนมองและก้าวไปด้วยกันสู่อนาคตอย่างมีพลวัต 2) การร่วมมือ ร่วมใจ (Partnership) ผ่านการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนภายในอาเซียนและกับประเทศคู่เจรจาและประชาคมโลก 3) ความยั่งยืน (Sustainability) กล่าวคือ การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ

นอกจากนี้ในระดับอาเซียน ประเทศไทยได้ผลักดันแผนแม่บทอาเซียน พ.ศ. 2568 (ASEAN Enabling Masterplan) เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และบูรณาการงานด้านคนพิการเข้าไปมีส่วนร่วมในประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community หรือ APSC) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) เพื่อให้คนพิการสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในทุกมิติอย่างแท้จริง

สำหรับภายในประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เน้นให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการอื่นอันเป็นสาธารณะอย่างเท่าเทียม ปราศจากการถูกเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งความพิการ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการให้มีความเข้มแข็ง สอดคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “คนพิการเข้าถึงสิทธิได้จริง ดำรงชีวิตอิสระ ในสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน” ภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งความเท่าเทียม (EQUAL) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2561 ซึ่งจะเน้นถึงการฉายภาพความสำเร็จของการอยู่ในสังคมของคนพิการได้อย่างยั่งยืน ผ่านการมีงานทำของคนพิการ ตามมาตรา 33 34 และ 35

ดังนั้น  การที่จะให้เห็นถึงศักยภาพคนพิการอย่างแท้จริง คือการที่คนพิการมีงานทำ ซึ่งมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ในมาตรา 33 34 35 ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำ ดำรงชีวิตด้วยตนได้เองอย่าง ยั่งยืน จึงเกิดแนวคิดว่าการจัดงานคนพิการ ประจำปี 2561 จะเน้นในเรื่องของงานและการจ้างงาน เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างโอกาสให้กับคนพิการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนพิการอย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน เพราะการมีงานทำมีรายได้ เป็นการบ่งบอกถึงการทำหน้าที่ของบุคคลเต็มตามศักยภาพและส่งผลให้บุคคลนั้นมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างภาคภูมิ

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย อาทิ องค์กรคนพิการ ๗ ประเภท คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ไอชาร์) กระทรวงแรงงาน  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์กรภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายคนพิการ

กิจกรรมภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ
1.โซนพิธีการ เป็นรูปแบบเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรูปประสบการณ์ในการมีงานทำของคนพิการไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจ้างงานคนพิการอย่างมีศักดิ์ศรี และยั่งยืน เพื่อมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านคนพิการและปัจจัยความสำเร็จ (Key success) ร่วมกันระหว่างคนพิการ องค์กรคนพิการ ภาคเอกชน และภาครัฐ  เวทีเสวนา ขอนแก่นโมเดล ... เดินหน้าการจ้างงานคนพิการผ่านชุมชน เป็นการยกตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เน้นการใช้องค์ความรู้ในการขยายเครือข่ายคนพิการ และผู้ดูแลให้รวมตัวร่วมคิดร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมทำงานจนพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้ และเป็นที่ยอมรับของชุมชน มีกระบวนการทำงานที่โดดเด่น สามารถสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม และส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และ 35 ในหน่วยงานต่าง ๆ และ การทำ Work shop ช่องทางทำกิน "ขนมไทย ทำกินได้ ทำขายรวย" เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประกอบอาชีพของคนพิการ โดยได้นำครูจากศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการบ้านทองพูนเผ่าพนัส จ.อุบลราชธานี มาเป็นผู้ฝึกสอนในงานและให้คนพิการได้ทดลองปฏิบัติจริง

2.โซนนิทรรศการ ประกอบด้วย องค์กรคนพิการ ๗ ประเภท สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  กระทรวงแรงงาน  ภาคเอกชนที่สนับสนุนงานด้านคนพิการดีเด่น และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

3. โซนบูธขายผลิตภัณฑ์คนพิการ ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพคนพิการ อาทิ เช่น งานศิลปะ งานฝีมือและงานประดิษฐ์เครื่องใช้ งานจักรสาน งานตัดเย็บ งานทอผ้า อาหาร อาหารแปรรูป จำนวนกว่า 150 บูธ


โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม 2561
เวลา 9.00 – 18. 00 น. ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

การประชุมคณะทำงานศูนย์ประสานงานชายแดนเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์


การประชุมคณะทำงานศูนย์ประสานงานชายแดนเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์
เกาะสอง – ระนอง ครั้งที่ 13




พันตำรวจโท มาวโทนอู ผู้บังคับการจังหวัดเกาะสอง หัวหน้าคณะทำงานศูนย์ประสานงาน เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์จังหวัดเกาะสอง แห่งสหภาพเมียนมา และนางสาวอังคณา ใจกิจสุวรรณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระนอง ในฐานะประธานคณะทำงานศูนย์ประสานงานชายแดน เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ไทย-เมียนมา จังหวัดระนอง พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมคณะทำงานศูนย์ประสานงานชายแดน เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ หรือ BCATIP ของทั้ง 2 ประเทศ ณ ห้องประชุม วิคตอเรีย คลิฟ จังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมาร์





ทั้งนี้ จังหวัดระนองและจังหวัดเกาะสองได้ริเริ่มจัดการประชุมดังกล่าว ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 12-14 มิถุนายน 2555 และได้เปิดศูนย์ประสานงานจังหวัดระนองและจังหวัดเกาะสอง เมื่อวันที่ 30-31 สิงหาคม 2555 จากนั้น ได้กำหนดการประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่องปีละสองครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ร่วมกัน ส่งเสริมพัฒนางานคุ้มครอง และส่งกลับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมถึงผู้ประสบปัญหาสังคมซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ตลอดจนช่วยเสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างหน่วยงาน ระนอง-เกาะสอง





จากการประชุมที่ผ่านมา จำนวน 12 ครั้ง คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้มีการประสานความร่วมมือ ในการดำเนินงานป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และการช่วยเหลือผู้เสียหายทั้งในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิด การประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายและครอบครัว การประสานการรับ-ส่ง ทั้งที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และขยายความช่วยเหลือถึงผู้ประสบปัญหาสังคมชาวเมียนมาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์ ฝั่งเกาะสองได้ให้ความสำคัญในการติดตามครอบครัว เตรียมพร้อมในการส่งกลับผู้เสียหาย และผู้ประสบปัญหาทางสังคม กลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย





ทั้งนี้ คณะทำงานฝั่งระนองได้รับความร่วมมือในการประสานงาน และปฏิบัติงานจากฝั่งเกาะสองอย่างดีมาโดยตลอด

อาบน้ำเพ็ญ @ระนอง วันลอยกระทงนั้น เป็นช่วงวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในการทำน้ำมนต์

ระนองจัดงาน”อาบน้ำเพ็ญ@ระนอง” ประจำปี 2561
อาบน้ำแร่คืนวันเพ็ญเดือน 12 เสริมบารมีชีวิต




คนไทยแต่โบราณจึงนำพิธีกรรมอาบน้ำเพ็ญเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในประเพณีลอยกระทง คือ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนที่พระจันทร์เต็มดวงตรงศีรษะก็จะลงอาบน้ำเพ็ญใกล้ตามแม่น้ำลำคลอง การอาบน้ำเพ็ญ หนึ่งปีจะนิยมทำในวันเพ็ญเดือน 12 ความศรัทธาที่ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณ นั่นคือ พิธี อาบน้ำเพ็ญ  ในคืนวันเพ็ญเดือน 12 พิธีกรรมอาบน้ำเพ็ญขึ้น ตามความเชื่อ เพื่อชำระล้างอัปมงคล และรับพลังดีๆจากพระจันทร์ คือพลังด้านเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์  ความเป็นมงคลทั้งหลายให้เกิดกับตน โดยปฏิบัติตามความเชื่อของคนโบราณ ให้ตักน้ำจากแม่น้ำลำคลองมาอาบในช่วงเวลาเที่ยงคืน โดยนำขันภาชนะใส่น้ำไปตั้งไว้กลางแจ้งเพื่อไม่ให้บดบังแสงจันทร์ รอจนกระทั่งบังเกิดเงาของพระจันทร์ลอยเด่นอยู่ภายในขันน้ำมนต์ เพื่อให้น้ำได้ซึมซับพลังงานจากพระจันทร์ แล้วให้อาบชำระร่างกายในตอนนั้น






กิจกรรมที่ประชาชาวไทยนิยมทำในวัดลอยกระทง คือการสวดมนต์ขอพรพระ รวมไปถึงการอาบน้ำเพ็ญ ท่ามกลางแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร และ นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานร่วมในการเปิดงาน อาบน้ำเพ็ญ@ระนอง ประจำปี 2561 โดยมีส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมงาน ณ บริเวณ บ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง จัดงาน”อาบน้ำเพ็ญ@ระนอง” ประจำปี 2561 อาบน้ำแร่คืนวันเพ็ญเดือน 12 เสริมบารมีชีวิต ซึ่งเป็นการจัดงานขึ้นเป็นปีที่ 2 ของจังหวัดระนอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และร่วมสืบสานประเพณีโบราณ



ส่วนที่บริเวณลาน ณ บริเวณ บ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง  นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงงานอาบน้ำเพ็ญ @ระนอง เพื่อความเป็นสิริมงคล งานอาบน้ำเพ็ญ@ระนอง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของจังหวัดระนอง การจัดงานงาน อาบน้ำเพ็ญ@ระนอง โดยในบริเวณงาน มีการออกร้าน นำอาหารพื้นเมืองมาจำหน่ายเป็นตลาดย่อมๆ และมีพิธีอาบน้ำเพ็ญ ซึ่งถือเป็นพิธีกรรมที่ศักสิทธิ์ เป็นศิริมงคลแก่ชีวิต

อาบน้ำเพ็ญ@ระนอง ในครั้งนี้  ภายในงานจะมีกิจกรรมตลาดย้อนยุค ของดี 5 อำเภอ การออกบูธ ร้านอาหารที่โดดเด่นของจังหวัดตลาดย้อนยุคของดีเมืองระนอง อาหารพื้นเมือง การจำหน่ายสินค้า OTOP นวัตวิถี 28 แห่งในจังหวัดระนอง การแสดงของเด็กนักเรียนในจังหวัดระนอง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น การประกอบพิธีกรรมอาบน้ำเพ็ญ ซึ่งในส่วนพิธีกรรมอาบน้ำเพ็ญ ได้มีสวดเจริญพระพุทธมนต์ พิธีพุทธาภิเษก ตามแบบโบราณ ที่บริเวณบ่อน้ำแร่ (บ่อพ่อ) โดยพระเกจิชื่อดัง และอาจารย์คฑา ชินบัญชร เพื่อเสริมบารมีชีวิตในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ตามความเชื่อแบบโบราณที่มีมาแต่ช้านานตามความเชื่อคนไทยโบราณ ในเรื่องพลังลี้ลับที่เกิดจากดวงจันทร์ในคืนเดือนเพ็ญ  ให้เกิดศิริมงคลขับไล่สิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย มีโชคดีมีลาภ มีเสน่ห์ ที่ป่วยไข้ก็จะหาย ชะตาชีวิตรุ่งโรจน์ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ที่พิเศษที่สุดคือการอาบน้ำเพ็ญในวันที่พระจันทร์เต็มดวง






โดยภายในงานนอกจากจะมีการประกอบพิธีอันศักดิ์สิททธิ์จากเกจิชื่อดัง ยังมีการแสดงของเด็กนักเรียนหลายโรงเรียนในจังหวัดระนอง และ Otop นวัติวิถีทั้ง 28 แห่งในจังหวัดระนองมาจำหน่ายด้วย ทั้งนี้งานอาบน้ำเพ็ญ @ระนอง

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 พ.ย.2561 เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง
@prd.ranong
Face Book : https://www.facebook.com/prd.ranong



วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ร่วมเฉลิมฉลองพร้อมหน้ากับมื้ออาหารสุดพิเศษในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ณ ห้องอาหารบิสโทรเอ็ม
แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สุขุมวิท พาร์ค


เทศกาลคริสต์มาสปีนี้ เชฟธีรเทพ ดิษาภิรมย์ หรือ ’เชฟต่อ’ เอ็กเซ็คคิวทีฟเชฟแห่งห้องอาหารบิสโทรเอ็ม โรงแรม แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สุขุมวิท พาร์ค กรุงเทพฯ ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขด้วยคริสต์มาสบุฟเฟ่ต์สองโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มาพร้อมเมนูคลาสสิค
ที่มีเฉพาะช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้เท่านั้น

มาดื่มด่ำกับบรรยากาศของค่ำคืนวันคริสต์มาสอีฟ พร้อมเพลิดเพลินไปกับอาหารแสนอร่อยหลากหลายรายการในโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นวันคริสต์มาสอีฟ ในวันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่ 18:30 - 22:00 ราคาเพียงท่านละ 1,500 บาทเน็ท พบกับเมนูพิเศษ อาทิ ไก่งวงอบ, ฮันนี่แฮม, เนื้อเวลลิงตัน ราคานี้รวมเครื่องดื่มซอล์ฟดริ้งค์แบบฟรีโฟลวและไวน์ร้อนท่านละหนึ่งแก้ว ชวนครอบครัวและคนที่คุณรักมาต้อนรับวันคริสต์มาสพร้อมหน้ากับบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันคริสต์มาสที่แสนอบอุ่นหัวใจสไตล์ยุโรปดั้งเดิม

ในวันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่ 12:00 - 14:30 ราคาเพียงท่านละ 1,200 บาทเน็ท พบกับเมนูไฮไลท์สุดพิเศษ  อาทิ ขาแกะอบ, แซลมอนอบเกลือ, คริสต์มาสพุดดิ้ง ราคานี้รวมเครื่องดื่มซอล์ฟดริ้งค์แบบฟรีโฟลวและเฟสทีฟม็อคเทล ท่านละหนึ่งแก้ว พิเศษ! รับส่วนลด 20% ทันที เมื่อสำรองที่นั่งกับทางโรงแรมก่อนวันที่ 15 ธันวาคม 2561

สอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่ง ติดต่อ +66 (0) 2302 5555 หรือติดตามข่าวสาร 
และโปรโมชั่นของทางโรงแรมได้ที่ www.facebook.com/marriottsukhumvitpark

สมฮท.เตรียมฉลอง 20 ปีมาตรฐานฮาลาลไทย จัดใหญ่งาน “Thailand Halal Assembly 2018”

ภายใต้แนวคิด “บูรณาการฮาลาลแม่นยำ ยุคเศรษฐกิจฐานชีวภาพ” เพื่อยกระดับกิจการฮาลาลไทยสู่ยุคสมัยแห่งการ
ฮาลาลแม่นยำ



รวมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของมาตรฐานฮาลาลไทย สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย  (สมฮท.) และ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “THAILAND HALAL ASSEMBLY 2018” ขึ้นเป็นปีที่ 5 ภายใต้แนวคิด “บูรณาการฮาลาลแม่นยำ ยุคเศรษฐกิจฐานชีวภาพ” เพื่อส่งเสริมให้กิจการฮาลาลประเทศไทยพัฒนาสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2018 
รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2018 กล่าวว่า ในเวลานี้ งานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลนานาชาติที่นับว่าดีที่สุดคืองาน “Thailand Halal Assembly” หรือ THA สิ่งนี้ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ในฐานะเจ้าภาพหลักร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (สกอท.) มิได้กล่าวอ้าง แต่เป็นหลายฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาบันมาตรฐานและมาตรวิทยาเพื่อประเทศอิสลาม (Standard and Metrology Institute for Islamic Country) หรือ SMIIC ได้กล่าวไว้ ซึ่งการจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2518” หรือ THA 2018 ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 14 – 16 ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Precision Halalization in The Bioeconomy Era” หรือ “บูรณาการฮาลาลแม่นยำในยุคเศรษฐกิจชีวภาพ” คำว่า การฮาลาลแม่นยำ หรือ Precision Halalization เป็นการสื่อให้ทุกฝ่ายได้รับทราบว่ากิจการฮาลาลประเทศไทยกำลังพัฒนาสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำ เช่นเดียวกับยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision medicine) และการเพาะปลูกแม่นยำ (Precision farming) ที่ได้รับการกล่าวขานกันก่อนหน้านี้



การบูรณาการฮาลาลแม่นยำ เป็นความพยายามของประเทศไทยในการผสมผสานเทคโนโลยีเพื่อการรับรองฮาลาล ไม่ว่าจะการตรวจทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาลโดยนำระบบ H-number ที่พัฒนาขึ้นใหม่เข้ามาใช้ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารสามารถเลือกวัตถุดิบฮาลาลอได้อย่างถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องตรวจการปนเปื้อนในวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อีกต่อไป และเลือกใช้ห้องปฏิบัติการเฉพาะที่จำเป็น ในระบบการมาตรฐานฮาลาลมีการพัฒนาระบบ HAL-Q Plus เพื่อให้การดำเนินงานการมาตรฐานฮาลาลเป็นไปอย่างจำเพาะโดยใช้เวลาสั้น และเลือกทำเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนหะรอมเท่านั้น



นอกจากระบบห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาลและระบบการมาตรฐานฮาลาลที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นการใหญ่แล้วนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเช่นเดียวกันก็คือ “มาตรฐานและมาตรวิทยา” ซึ่งทาง SMIIC
ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) ซึ่งจะเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของมาตรฐานฮาลาลประเทศไทยในงาน THA 2018 ครั้งนี้ จะร่วมกับ ศวฮ.เพื่อพัฒนามาตรฐานฮาลาลใหม่ๆ ให้กับประเทศไทยอย่างน้อย 5 - 6 มาตรฐาน เพื่อให้ครอบคลุมการดำเนินงานฮาลาลในทุกๆ ด้าน เพราะการใช้มาตรฐานฮาลาลที่ถูกต้องมีส่วนสำคัญในการพัฒนางานบูรณาการฮาลาลแม่นยำนั้นเอง




โดยภายในงาน THA 2018 ประกอบด้วยงานประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และธุรกิจฮาลาล (HASIB) ครั้งที่ 11, การประชุมองค์กรรับรองฮาลาลนานาชาติ ครั้งที่ 5, นิทรรศการเฉลิมฉลอง 20 ปี มาตรฐานฮาลาลไทย, การจับคู่เจรจาทางธุรกิจฮาลาล, การเสวนาในหัวข้อต่างๆ และงาน Thailand International Halal Expo 2018 หรือ THIHEX 2018 เป็นงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 350 บูท หลากหลายประเภทสินค้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นอีกครั้งที่ ศวฮ.ตั้งใจจะยกระดับงาน HASIB โดยยกขึ้นสู่ระดับงาน International Halal Science and Technology Conference เรียกสั้นๆ ว่า IHSATEC 2018 เป็นการประกาศความเป็นหนึ่งทางด้านการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาลนานาชาติให้สมกับที่ทุกฝ่ายคาดหวัง เมื่อจะต้องพัฒนาจำเป็นต้องพัฒนากันไปไม่มีวันสิ้นสุด ทั้ง ศวฮ.ทั้ง สกอท.และ สมฮท.มุ่งมั่นกันไว้อย่างนั้น รศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

“คัท-ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู”

ศิษย์รักครูน้อง พรสุดา,ครูดี้ ปัทมา
ลงประชันความหล่อเป้าหมายโกอินเตอร์



“คัท ธนวัฒน์” นับว่าเป็นนายแบบหน้าใหม่ โปรไฟล์ดีอีกคนจากรั้วมหิดล ที่เคยตกเป็นข่าวกิ๊กกับดาราสาวรุ่นพี่ “พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช” เมื่อครั้งรับงานพรีเซ็นเตอร์แป้งพัฟยี่ห้อหนึ่งคู่กัน ภายหลังได้ออกมาปฏิเสธ แค่พี่น้องร่วมงานกัน ไม่มีอะไรในกอไผ่


ล่าสุดตัดสินใจ ลงประกวดเวทีนายแบบระดับประเทศ Mister Tourism World Thailand 2018 โดยรับตำแหน่งเป็นตัวแทนจังหวัดระนอง เป้าหมายเพื่อโกอินเตอร์ในเวทีระดับโลกที่ประเทศอิตาลี่

“สำหรับการประกวดครั้งนี้ที่ผมเป็นตัวแทนจังหวัดระนองเพราะทางผู้ใหญ่ให้โอกาส มองเห็นศักยภาพในตัวผม ดีใจมากครับเพราะผมชอบสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติหลายแห่งที่ระนอง ส่วนเรื่องการเตรียมตัว ได้รับการเทรนเรื่องบุคลิกภาพและการแสดงจากสถาบันกันตนา จากครูดี้ ปัทมา ปานทอง, ครูน้อง พรสุดา ต่ายเนาว์คง ผมก็คิดว่ามีความพร้อมพอสมควรกับการประกวดครั้งนี้ครับ”

เป็นกำลังใจแรงเชียร์ให้ “คัท ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู”
ในรอบไฟนอลวันที่ 1 ธันวาคม
ที่โรงละคร MAMBO CABARET พระราม3

“ยาลดกรด ทานแล้วเสียชีวิต” จริงหรือไม่!!!



หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ เช่น CNN หรือ The Guardian นำเสนอข่าวที่ว่า ยาลดกรดชนิด Proton Pump Inhibitor นั้น เพิ่มอัตราการเสียชีวิต!! ซึ่งสร้างความตระหนกเป็นอย่างยิ่งกับผู้คนโดยทั่วไป

ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ขอให้ข้อมูลเป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ กล่าวคือ ยาลดกรดกลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPIs) เป็นยาที่ใช้กันเป็นอย่างมากและแพร่หลายในปัจจุบันนับเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานมาตลอดเกือบ 30 ปีตั้งแต่มีการใช้ยาตัวแรก ยานี้สามารถใช้ได้ในหลากหลายกรณี อาทิ ใช้ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน ใช้เพื่อป้องกันเลือดออกในทางเดินอาหารในกรณีที่ผู้ป่วยมีความเสี่ยงหรือมีภาวะเลือดออกง่าย เป็นต้น

ยากลุ่มนี้มีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพในการลดกรดที่สูงมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มพบผลข้างเคียง และข้อจำกัดของยามากขึ้น ตั้งแต่ปฏิกิริยาระหว่างยาโดยเฉพาะกับยาต้านเกล็ดเลือดที่ผู้ป่วยโรคหัวใจมักได้รับร่วมกันบ่อยๆ การเกิดแบคทีเรียในลำไส้เล็กเจริญเติบโตมากกว่าปรกติเพราะยาลดกรดนั้นไปรบกวนสภาวะกรดด่างของทางเดินอาหาร การเพิ่มโอกาสการเกิดกระดูกหักโดยเฉพาะกระดูกสะโพกเพราะการดูดซึมแคลเซียมและฟอสเฟตที่ผิดปกติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มความเสี่ยงโรคไตเสื่อมเรื้อรังรวมถึงภาวะที่ไตได้รับบาดเจ็บแบบเฉียบพลัน (acute kidney injury) ที่มีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 เป็นต้นมา

ข่าวที่ว่ายาลดกรดเพิ่มอัตราการเสียชีวิตนั้น เป็นข้อมูลที่นำเสนอในวารสารแนวหน้าทางการแพทย์อย่าง British Medical Journal (BMJ) โดยทำการศึกษาแบบติดตามไปข้างหน้า รวบรวมข้อมูลการใช้ยาลดกรดชนิดนี้ และติดตามผลไปประมาณ 5 ปี เปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตโดยรวม ไม่ว่าใครที่ได้ฟังหัวข้อข่าวจากผลการศึกษานั้นล้วนตกใจกันเป็นธรรมดา เพราะเราใช้ยาลดกกรดชนิดนี้กันมากจริงๆ อีกทั้งยังซื้อหากันได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป หากทว่า ผลงานวิจัยเรื่องนี้ยังมีจุดน่าสงสัยหลายประเด็น เช่น การที่ไม่ได้แจกแจงโรคและสาเหตุที่เสียชีวิตให้ชัดเจน การที่งานวิจัยมีตัวรบกวนการศึกษาและโรคร่วมอื่นๆ อยู่มาก รวมถึงกลุ่มประชากรที่มีอายุประมาณ 60 ปีส่วนใหญ่เป็นชาวผิวขาวในอเมริกา


อย่างไรก็ตาม เราก็ควรระวังการใช้ยาลดกรดกันให้ดี เพราะในขณะเดียวกันนั้น ก็มีงานวิจัยหลายงานที่แสดงให้เห็นว่า ในปัจจุบันมีการใช้ยาลดกรดที่มากเกินความจำเป็น และไม่มีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสมโดยทั่วไปในทุกประเทศ ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยของกลุ่ม “Pharmacy Practice” ซึ่งตีพิมพ์ในปี พ.ศ.2558 พบว่าแม้ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วก็ยังมีการใช้ยาลดกรดเกินความจำเป็นอยู่หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา (65%) ออสเตรเลีย (63%) นิวซีแลนด์ (40%) และอิตาลี (68%) และโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรคก็มักได้รับยานี้พ่วงเพิ่มไปด้วยอยู่บ่อยๆ ทำให้เราเริ่มพบผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้นได้มากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่าผู้ป่วยหลายคนได้ประโยชน์จากยาไม่คุ้มกับที่เสียไป

จากข่าวนี้ จึงขอให้เราใช้ยาลดกรดอย่างสมเหตุสมผล หยุดใช้ยาเมื่อไม่จำเป็น นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและลดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคทางเดินอาหาร รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ถือว่าเป็นการรักษาโรคด้วยอยู่แล้วในตัว อย่าลืมว่าการดูแลร่างกายของเราให้แข็งแรงไม่ต้องพึ่งพายารักษาโรค ถือว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาสามารถติดต่อทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล

เฮลท์แคร์ จำกัด (โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ (จังหวัดสมุทรปราการ) โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ (จังหวัดนครสวรรค์) โรงพยาบาลพิษณุเวช (จังหวัดพิษณุโลก) และโรงพยาบาลสหเวช (จังหวัดพิจิตร)) และสามารถติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่ www.princhealth.com

จอร์จ-ธาดา วาริช แนะ 6 เมืองต้องไป

แชะแอนด์เช็ค(อิน) สักครั้งในชีวิต



เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงสิ้นปี กลิ่นอายของฤดูกาลท่องเที่ยวก็เริ่มต้นขึ้น หลายคนเตรียมมองหาสถานที่พักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว รีชาร์จพลังให้กับร่างกาย พร้อมมองหาสถานที่เที่ยวแปลกใหม่เพื่อแคปเจอร์ภาพสวยๆ เก็บบันทึกเป็นความทรงจำ แต่หากใครที่ยังไม่มีไอเดียว่าจะไปที่ไหน “จอร์จ-ธาดา วารีช” ช่างภาพสุดอาร์ตแถวหน้าของเมืองไทย ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปแชะแอนด์เช็ค(อิน) สักครั้งในชีวิต กับ 6 เมืองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ บิ๊ก คาเมร่า เคยพาเหล่าโฟโต้ลีสต้าไปสัมผัสมาแล้วในกิจกรรม “บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โบนัส” ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อแชร์ให้เหล่าช่างภาพนักเดินทางเกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ กับทริปที่แสนพิเศษ


จอร์จ-ธาดา วารีช เล่าว่า “ประเทศออสเตรีย ถือเป็นเช็คลิสต์อันดับต้นๆ ที่ต้องไป เพราะฟังแค่ชื่อก็รับรู้ได้ถึงความสดชื่นของธรรมชาติบวกกับความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณและศิลปะเก่าแก่ ที่มีให้นักท่องเที่ยวและเหล่าช่างภาพได้ชื่นชมพร้อมเก็บภาพกันเพียบ อย่างเมือง “อินส์บรุค” (Innsbruck) เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีความงดงามมากเพราะตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ มีทั้งความงดงามจากธรรมชาติและสถาปัตยกรรมโบราณ อย่าง “โกลเด้น รูฟ” (Golden Roof) ที่ก่อสร้างขึ้นในช่วงเปลี่ยนเข้าสู่ศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นการเป็นเฉลิมฉลองการอภิเษกสมรสครั้งที่ 2 ของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่ 1 มีการใช้กระเบื้องทองแดงปิดทองจำนวน 2,657 แผ่น ในการมุงหลังคากว้าง 16 เมตร จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอินส์บรุค ที่นักท่องเที่ยวต้องพากันไปถ่ายภาพ แต่ถ้าจะถ่ายภาพโกลเด้น รูฟ ให้ดูสวย ขอแนะนำให้หามุมสูง เพราะจะทำให้เก็บภาพได้ทั้งตัวอาหารที่มีหลังคาสีทองเป็นจุดเด่น และมีเทือกเขาเป็นฉากหลัง






เมืองต่อมา คือ ซาลซ์บูร์ก (Salzburg) เป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 4 ของประเทศออสเตรีย ที่สำคัญ คือ เป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก จุดเด่นของเมืองนี้นอกจากเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดัง The Sound of Music แล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมบาโรกที่เหมาะแก่การเดินเล่นเพื่อเสพความงดงาม และถ่ายภาพแบบชิลๆ  ส่วนอีกมุมหนึ่งที่ช่างภาพไม่ควรพลาด คือ วิวที่มีฉากหลังเป็นเมืองเก่าของซาลซ์บูร์ก เพียงเดินออกจากตัวเมืองข้ามสะพานแม่น้ำซาลซัค แล้วมองย้อนกลับไปที่ตัวเมืองก็จะได้เห็นวิวเมืองเก่าที่ตัวตึกยังคงสีสันของความงามในยุคอดีต และพลาดไม่ได้กับเมืองยอดฮิต อย่าง ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt)  เมืองชนบทของออสเตรีย ที่มีอากาศแสนบริสุทธิ์ เหมาะอย่างยิ่งที่จะเดินทางมาพักผ่อนและชมทัศนียภาพที่ถูกโอบล้อมไปด้วยทะเลสาบฮัลล์สตัทท์และเทือกเขาสูงตระหง่าน ซึ่งเสน่ห์ของเมืองนี้คือสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ทุกฤดู และจะได้ภาพถ่ายความงดงามที่แตกต่างกันออกไป


มาต่อกันที่เมือง วานาก้า (Wanaka) ประเทศนิวซีแลนด์ จัดว่าเป็นอีกเมืองที่ควรค่าแก่การมาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะเป็นเสมือนศูนย์รวมความงดงามทางธรรมชาติ อย่างเช่น ทะเลสาบวานาก้า (Lake Wanaka) เป็นทะเลสาบที่ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่ของพืชและสัตว์นานาพันธุ์ ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูสงบและสบายตา สามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายภาพ เพราะไม่ว่าจะสาดชัตเตอร์ไปที่มุมไหนก็ได้ภาพสวยไม่ซ้ำกัน ส่วนใครที่ชอบสถานที่แปลกๆ ที่เมืองวานาก้า ก็มีให้มาถ่ายรูปเล่น อย่าง พัซซ์ลิง เวิลด์ (Puzzling World) ดินแดนแห่งความพิศวง เกิดจากไอเดียสุดเท่ของ “สจวร์ต แลนด์โบโร” กับการออกแบบประติมากรรมให้มีรูปทรงและสีสันแปลกจนกลายเป็นจุดถ่ายภาพที่เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวนิยมและกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศนิวซีแลนด์



        

ประเทศฝรั่งเศส จัดเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง เพราะเป็นแหล่งรวมความศิวิไลซ์และศิลปะอันงดงาม อย่างเช่น เมืองหลวง “มหานครปารีส”  ศูนย์กลางแฟชั่นของโลก ที่มีแลนด์มาร์คอันยิ่งใหญ่เมื่อใครไปถึงก็ต้องขอแชะภาพคู่ อย่าง “หอไอเฟล” (Tour Eiffel) ซึ่งอีกมุมที่อยากแนะนำกับการถ่ายภาพหอไอเฟลให้ออกมาไม่ซ้ำใคร คือ เดินข้ามฟากมาริมฝั่งแม่น้ำแซนและรอให้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จะได้ภาพหอไอเฟลยามค่ำคืนที่ฉาบไปด้วยแสงไฟสีเหลืองอร่าม หรือจะเลือกเดินมาที่ลานด้านหน้าปราสาท Palais de Chaillot ก็จะได้มุมใหม่อันทรงพลัง จากนั้นแวะมาเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ ต่อที่ “มงมาร์ต” (Montmartre) ย่านศิลปะเก่าแก่ที่เป็นแหล่งรวมตัวกันของศิลปินมาตั้งแต่สมัยอดีตจนกระทั่งปัจจุบัน และเดินขึ้นเนินเขามาเก็บภาพวิวเมืองปารีสให้เต็มอิ่มกับสองตา


ใครที่หลงใหลสีฟ้าของน้ำทะเลต้องเดินทางมาที่ตอนใต้ของประเทศอิตาลี เพื่อมาพบกับเมือง “ซอร์เรนโต้” (Sorrento) ซึ่งจัดว่าเป็นเมืองพักตากอากาศริมทะเลทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่มีชายฝั่งที่สวยงามที่สุดอีกเมืองหนึ่งของยุโรป อย่าง “อะมัลฟี่ โคสต์” (Amalfi  Coast) จนมีผู้กล่าวไว้ว่า ‘See Amalfi Coast And Die ได้มาชายหาดอะมัลฟี่ถึงตายก็ไม่เสียดาย’ เพราะตลอดเส้นทางของชายฝั่งจะได้สัมผัสกับความงดงามของภูเขาไฟ     วิซูเวียสสีเขียวออกน้ำตาลเป็นฉากหลังตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมถึง “เกาะคาปรี” (Capri) เกาะที่ได้รับการขนานนามให้เป็นวิมานริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 


ใครที่อยากลองไปหามุมถ่ายรูปสวยๆ ที่เมืองนี้ สามารถมาร่วมสนุกกับกิจกรรม "บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โบนัส 2018” (BIG CAMERA BIG BONUS 2018) เพื่อลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดี ร่วมทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติก ณ อะมัลฟี่ โคสต์ ประเทศอิตาลี 8 วัน 5 คืน  จำนวน 20 รางวัล โดยมี จอร์จ-ธาดา วารีช ร่วมเดินทางพร้อมถ่ายทอดเทคนิคการถ่ายภาพ Fashion Photo Workshop แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และได้นักแสดงชื่อดัง แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ ร่วมเป็นนางแบบให้ได้สัมผัสบรรยากาศประสบการณ์แบบ Luxury ตลอดทริป เพียงซื้อสินค้าภายในร้าน บิ๊ก คาเมร่า และ บิ๊ก คาเมร่า แกลเลอเรีย กว่า 230 สาขาทั่วประเทศ ครบทุก 3,000 บาท รับคูปอง บิ๊ก โบนัส 1 ใบ เพื่อร่วมลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดี และรับสิทธิ์โปรโมชั่นสุดพิเศษ 9 ต่อ เครดิตเงินคืนสูงสุด 24,000 บาท ผ่อน 0% นานสูงสุด 36 เดือน  กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และของแถมอีกมากมาย นอกจากนี้รับสิทธิ์อบรมการถ่ายภาพสุดพรีเมี่ยมฟรี มูลค่ากว่า 20,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 มกราคม 2562 จับรางวัลผู้โชคดี วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bigcamera.co.th

ได้เวลา....เยี่ยมชมช่วงเวลาแห่งความสุขที่จังหวัดบึงกาฬ


จังหวัดบึงกาฬ  จังหวัด ที่ 77  ของประเทศไทย

สำนักงานประช
าสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ  จังหวัด ที่ 77  ของประเทศไทย ขอเชิญนักท่องเที่ยวทุกท่านเข้าสู่เทศกาลท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่หลาย ๆ คน คงกำลังมองหาสถาน
ที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนประทับใจ 





สำหรับ เมืองที่ 77  บึงกาฬเป็นดินแดนอุดมสุขเต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เด่นดังในฐานะศูนย์กลางยางพาราแห่งภาคอีสาน แต่เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวก็สวยงามไม่แพ้ที่ไหน เริ่มตั้งแต่วัดพระธาตุภูลังกา ชมแสงแรกแห่งวัน  วัดอาฮงศิลาวาส  “สะดือแม่น้ำโขง”ภูทอก    ที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร บึงโขงหลง ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากและยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกมากมาย แต่ที่ยอดนิยมตอนนี้ก็ต้องขอยกให้  “หินสามวาฬ แห่งภูสิงห์” ที่หนาวนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องไม่พลาด! 

นอกจากนี้สินค้าโอทอป  ของ จังหวัดบึงกาฬก็เด่นดังเช่นกัน  อย่างเช่น ผ้าหมักโคลนบ้านสะง้อ  ผ้าที่ได้จากการหมักโคลนแห่งลำน้ำโขง สวยงามมาก ๆ เรียกได้ว่า มาเที่ยวบึงกาฬจังหวัดเดียวครบทุกรสชาติทีเดียวขอเชิญเข้าเยี่ยมชมคลิ๊ปวิดีโอสั้นได้ที่  

ได้เวลา....เยี่ยมชมช่วงเวลาแห่งความสุขที่จังหวัดบึงกาฬ



ย้อนวันวาน เที่ยวงาน กาชาด ที่สวนลุมพินี

ไปหยุดที่ความ บันเทิง อธิบดี พก. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พก. ร่วมออกบูธ พม. ในงานกาชาด ประจำปี 2561 “ร้อยดวงใจ ส่งต่อการให้ที่งดงาม”


วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ณ บูธกระทรวง พม. สวนลุมพินี ถนนพระราม 4 กรุงเทพมหานคร
นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พก. ร่วมออกบูธ พม. ในงานกาชาด ประจำปี 2561 “ร้อยดวงใจ ส่งต่อการให้ที่งดงาม” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม นี้ เพื่อเยี่ยมชมและให้กำลังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิ
บัติภารกิจภายในงานฯ โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมและนิทรรศการ ภาพภารกิจที่สื่อถึง





“การให้” ของกระทรวง พม. และหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะด้านคนพิการ ที่นำเอาภาพสิ่งอำนวยความสะดวกจากสถานที่ต่างๆ ที่สื่อถึงการให้คนพิการและทุกคนในสังคมใช้ชีวิตประจำวันในสังคมได้อย่างอิสระ ปราศจากการเลือกปฏิบัติและเข้าถึงสิทธิต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม นอกจากนี้ ได้เชิญดารานักแสดงจากช่องวัน ได้แก่ ใบเฟิร์น-อัญชสา ไบรท์-นรภัทร และมะปราง-อลิสา มาร่วมสร้างความสนุกภายในบูธ


สำหรับในวันนี้ พก. เป็นเวรประจำวัน มีประชาชนร่วมสนุกกับเกมตักไข่ไดโนเสาร์ ภายในบูธของกระทรวง พม. มียอดรวมจำนวนทั้งสิ้น 214,000 บาท ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเที่ยวชมงานกาชาดเพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ได้ไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม นี้




โดยสามารถติดตามข่าวสารของ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.)
รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของคนพิการได้ที่ www.dep.go.th
หรือ https://www.facebook.com/dep.go.th/

#งานกาชาดประจำปี2561 #alliswell  @ Lumphini Park

เมิร์ซ เอสเธติกส์ จับมือ PATINYA จัดเอ็กซ์คลูซีฟแคมเปญ

The Serendipity Journey of Successful Women Presented by 
Merz Aesthetics  ป้อนสมการความสุขและแรงบันดาลใจ
สู่การเป็น “Successful Women”



เมิร์ซ เอสเธติกส์ (Merz Aesthetics) สร้างปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกของประเทศไทย ป้อนสมการความสุขให้กับสาวๆ ค้นเส้นทางความสำเร็จ สู่การเป็น “Successful Women” จับมือ PATINYA แบรนด์แฟชั่นดีไซเนอร์ระดับท็อปของไทย จัดแคมเปญ The Serendipity Journey of Successful Women Presented
by Merz Aesthetics เอ็กซ์คลูซีฟแคมเปญที่จะดึงความมั่นใจของสาวๆ ให้เปล่งประกายงดงามจากภายใน ผ่านแฟชั่นโชว์ ‘PATINYA x Merz Aesthetics, The Serendipity Journey Collection’

เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้จัดการใหญ่ประจำ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จำกัด เผยว่า “ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมความงาม ทำให้ เมิร์ซ เอสเธติกส์ คอยถามตัวเองอยู่เสมอว่า เราจะสร้างแรงบันดาลใจให้สาวไทยมีความมั่นใจและมีความสุขในตัวเองได้อย่างไร เพราะในผลสำรวจทางสังคมพบว่าผู้หญิงในเอเชียแปซิฟิก 11 ประเทศ โดยส่วนใหญ่ราว 70% ขาดความมั่นใจ ไม่เชื่อมั่นในความงามของตัวเอง กังวลว่าผู้อื่นจะมองอย่างไร ส่งผลให้พวกเธอไร้ซึ่งความสุขอย่างที่ควรจะเป็น เราจึงคิดสร้างเส้นทางสู่แรงบันดาลใจให้ผู้หญิง ได้มีความมั่นใจและค้นพบความสุขในตัวเอง ด้วยการ



จัดแคมเปญ The Serendipity Journey of Successful Women Presented by Merz Aesthetics ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้ Successful Women ผู้ประสบความสำเร็จ มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวการเดินทางในชีวิต
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้สาวไทยทั้งประเทศ ได้พบกับความสุข ตัวแปรเล็กๆ ที่จะพาพวกเธอไปรู้จักความงามที่แท้จริง”
 

แคมเปญ The Serendipity Journey of Successful Women Presented by Merz Aesthetics เป็นเอ็กซ์คลูซีฟแคมเปญที่หลอมเอาเอกลักษณ์แห่งนวัตกรรมความงามและแฟชั่นสไตล์เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อเป็นจุดรวม ดึงบุคลิกของ Successful Women คนหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งที่ช่วยให้เรามาถึงจุดนี้ได้คือความสุขในการได้ความพยายามไปกับสิ่งที่รัก เช่นเดียวกับแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ที่เราสามารถสื่อสารแรงบันดาลใจผ่านไปกับสิ่งที่เรารักได้ ทุกคอลเลกชั่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่พยายามสื่อสารในเชิงของแฟชั่น แต่สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คอยเสริมบุคลิกและความมั่นใจให้กับผู้หญิง ให้มองเห็นในสิ่งที่สะท้อนความเป็นตนของตัวเอง ซึ่งเราเชื่อว่าแรงบันดาลใจเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้หญิงได้เปลี่ยนมุมมองเรื่องการประสบความสำเร็จและช่วยให้พวกเธอพบความสุขในตัวเอง”

“การเป็น Successful Women หรือการประสบความสำเร็จในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่การที่พวกเธอเป็นคนที่สวยที่สุด ไม่ใช่การที่พวกเธออยู่ที่ตำแหน่งสูงที่สุด แต่ที่จริงแล้วมันคือช่วงเวลาที่ผู้หญิงมีความสุขที่สุด การได้ใช้ช่วงเวลาไปกับสิ่งที่ตนเองรักหรือเต็มที่กับทุกสิ่งที่พวกเธอลงมือทำ มักช่วยให้เกิดความมั่นใจและทัศนคติที่ดี อีกทั้งรอยยิ้มที่เปล่งประกายในตอนนั้น คือสิ่งที่คอยสร้างความแตกต่างและเสน่ห์อันไม่เหมือนใครให้เกิดกับผู้หญิงทุกคน และเมิร์ซเชื่อว่าในงานที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจมากมายนี้ จะเป็นโมเม้นท์สำคัญที่ช่วยให้สาวๆ ได้พบกับเส้นทางความสุข และเป็น Successful Women ในแบบที่เป็นตัวเองได้อย่างแน่นอน” เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ กล่าวทิ้งท้าย