เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว! Hot คนดัง บันเทิง

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563

"Digital Day : D-Day"



กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดกิจกรรม Digital Day : D-Day ปั้น ปรุง เปลี่ยน  SMEs ให้ดีพร้อมเพื่อเตรียมเข้าสู่ยุค  ดิจิทัล 5G
  • ขอเชิญท่านผู้ประกอบการ เข้าร่วมงาน Digital Day : D-Day ปั้น ปรุง เปลี่ยน  SMEs ให้ดีพร้อมเพื่อเตรียมเข้าสู่ยุค  ดิจิทัล 5G 
  • โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน
  • พร้อมรับการวินิจฉัยจากที่ปรึกษาของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมรับซอฟต์แวร์เพื่อธุรกิจ 6 เดือน -1 ปี ฟรี 
  • พบกับการสัมมนา หัวข้อ การปรับตัวของ SMEs ไทย ในยุค Digital Transformation โดย นายไผท ผดุงถิ่น CEO & Co-Founder จากบริษัท บิลค์ เอเชีย จำกัด และบริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จำกัด
  • วันที่ 30 มกราคม 2563  เวลา 12.30-17.00 น. 
  • ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ ห้องบอลรูม 2 ชั้น 3
+++++++++++++++++++++++++++
จัดโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่นั่งจำนวนจำกัด
สามารถลงทะเบียนสำรอง ได้ 2 ช่องทาง
1. สแกน QR Code
2. ลงทะเบียน Online ผ่านลิงค์






วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563

ปริญญ์ พานิชภักดิ์ เจ้าของร้านเป็ดย่างดัง “โฟร์ซีซั่นส์” ในไทย

แม่ทัพใหญ่ ทุ่มเท ทุ่มทำอย่างตั้งใจ


หลังประสบความสำเร็จมากมายกับการเปิดตัวโครงการ “เรียนจบ พบงาน”  ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ
ณ บริเวณลานด้านหน้ามูลนิธิควง อภัยวงศ์ เมื่อวันก่อน โดยมีแอพพลิเคชั่นเชื่อมโยงงาน/ที่ฝึกงานและการยกระดับทักษะอาชีพให้สอดคล้องกับยุค Digital Transformation ได้ง่ายๆ ผ่าน  “@DemTum” 
ฝ่าวิกฤติคนไทยตกงาน ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายหลักของทีมเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การกุมบังเหียนของหัวหน้าทีมอย่าง  “นายปริญญ์ พานิชภักดิ์”

วันนี้ ทีมงานมีโอกาสได้พบ  “ดร.ปริญญ์” ถึงเรื่องราวที่ได้ตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองตามรอยบิดา ในฐานะหัวหน้าทีมและทีมเศรษฐกิจของพรรค  ซึ่งบทบาทหน้าที่สำคัญ ในการเป็นคลังสมองให้พรรค และยังมีประสบการณ์อยู่ในแวดวงกลุ่มคนทำสตาร์ทอัพ โดยมีประสบการณ์คลุกคลีอยู่ในแวดวงกลุ่มคนทำสตาร์ทอัพเทรนด์ของกลุ่มคนที่มารวมตัวกันนำเสนอความคิดทางธุรกิจอันแปลกใหม่  เพื่อ
นำไประดมทุน เทรนด์ สตาร์ทอัพ เกิดขึ้นและเป็นกระแสโดยเฉพาะเอเชียและประเทศไทย


แนวคิดในการพัฒนาแอพพลิเคชัน เรียนจบ พบงาน ใช้ชื่อว่า @DEMTUM  เกิดจากการมองเห็นปัญหาของนักศึกษาหลายคนที่เรียนจบแต่ตกงาน เพราะขาดโอกาส  ในการเข้าถึงงาน ในขณะที่บริษัทเองก็ขาดแรงงานฝีมือ  โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงาน เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และการเรียนรู้นอกห้องเรียน (Apprentices/ Internships) ก่อนที่จะเรียนจบ

ในขณะที่บริษัทผู้ประกอบการ ได้ประโยชน์จากการได้เด็กฝึกงานมาช่วยกิจการและได้เห็นถึงศักยภาพการทำงานในสนามจริง สามารถตัดสินใจจ้างงานในอนาคต  แอพพลิเคชันนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้นักศึกษาได้ พบงานที่ดี บริษัทหรือองค์กรต่างๆ นโยบายทางด้านการศึกษาจะเข้ามามีส่วนในการช่วยพัฒนาการเติบโตทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี แนวทางด้านการทำงานและสร้างแรงบันดาลใจโดย CEOs หรือตัวแทนบริษัทที่เป็นไอดอลแต่ละภาคส่วน อาทิเช่น คุณโด่ง CEO และผู้ก่อตั้ง ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ค่ายอสังหาฯ รวมไปถึงศิลปิน ตู่ ภพธร เณอปรางค์ แก้ว ตาหวานจาก BNK48, ผู้กำกับชื่อดัง
อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตรนักธุรกิจรุ่นใหม่  คุณเมย์ AfterU  มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับอาชีพที่ทำ มาตรฐาน คุณภาพ และความโปร่งใส เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มาในงานได้ร่วมพูดคุย ซักถาม โดยมาร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การคิดต่าง เป็นสิ่งสร้างสรรค์ และทำให้เกิดการพัฒนา


นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ เริ่มเล่าต่อว่า  จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่มีจำนวนผู้ว่างงานในไทยมากกว่า 4 แสนราย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปีนั้น เป็นผลสืบเนื่องจากปัญหาของตลาดงานยุคเก่าที่ประสบผลกระทบจากยุคของ Digital Transformation  การจัดโครงการนี้เพื่อตอบโจทย์สังคมที่นักศึกษาในปัจจุบันที่เรียนจบแล้วตกงาน มากกว่าที่จะหางานทำได้ ปัจจัยการตกงานมาจากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่แปรเปลี่ยนไป  ปัจจุบันหุ่นยนต์มาแย่งงานคนเยอะมาก งานก็เปลี่ยนแปลงไปอีกทั้งนายจ้างก็มีวิธีการจ้างคนแบบใหม่ ลักษณะที่จ้างคนก็เปลี่ยนแปลงไป บางทีนักศึกษาที่เรียนเก่งวิชาการแค่ไหน บางทีไม่มีการเรียนรู้ ไม่มีประสบการณ์จริง ไม่มีการฝึกงานก็จะหางานไม่ได้

เพราะฉะนั้น โครงการ เรียนจบ พบงาน ทีมงานตั้งใจที่จะให้นักศึกษาที่มีความตั้งใจ ขวนขวายสถานที่ฝึกงานในช่วงปิดเทอม หรือกำลังเรียนอยู่ และพอมีเวลาในการทำงานพาร์ทไทม์ หรือแม้กระทั่งคนที่เรียนจบแล้วก็สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ได้  โครงการนี้จะแมทช์สำหรับคนที่หางาน หรือหาพื้นที่ฝึกงานกับบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจหรือรัฐ ที่พร้อมจะรับเด็กเข้าไปช่วยเทรนด์ กระบวนการฝึกงานนี้ก็จะมีโครงการช่วยสอนสมรรถนะที่โลกยุคใหม่ต้องการ เช่นเรื่องภาษา การตลาด แขนงงานด้านกม. อยากให้ความสำคัญตรงนี้ ทุกคนทราบดีว่าเศรษฐกิจปีนี้ค่อนข้างยากและฝืด แต่งานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข ทางทีมเศรษฐกิจคิดว่า หากต้องการจะหางานอยากสนับสนุนให้โครงการนี้ เป็นหนึ่งในตัวช่วยขับเคลื่อนให้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้เบาลง

การตั้งเป้า โครงการ เรียนจบ พบงาน
เรื่องการตั้งเป้าหมายในการช่วยแก้ไขปัญหาการตกงานนั้น  นายปริญญ์ กล่าวต่อว่า  เราหวังว่าจะสร้างงาน 100,000 ตำแหน่ง โดยได้พูดคุยกับเอกชนหลายพันบริษัท บริษัทใหญ่ๆ ที่เข้ามาร่วมกับโครงการ 100 กว่าบริษัท เช่นกลุ่ม เซ็นทรัล กลุ่มสยามพิวรรธน์ จำกัดกลุ่มสยามพารากอน ไอคอนสยาม หัวเหว่ย กลุ่มปตท. กลุ่มซีพี ทรู แม้กระทั่ง กลุ่ม SME ที่เป็นกลุ่มเล็กๆ ทางด้าน บล็อกเชน เหล่านี้ พร้อมและมีพื้นที่ที่จะให้นักศึกษาเข้าไปฝึกงานได้


​ปัจจุบันประเทศไทยกำลังขาดแรงงานฝีมือ และการสร้างทรัพยากรมนุษย์  จึงไม่ใช่งานของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเมือง ภาคประชาชนและ NGOs ที่จะต้องร่วมมือกันช่วยสร้างคนที่มีคุณภาพ ซึ่งในที่นี้ไม่ใช่แค่แรงงานยุคเก่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรดานักศึกษาจบใหม่ที่พบปัญหาเดียวกัน จากระบบการศึกษาเดิมที่อาจจะขีดกรอบให้เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้รับประสบการณ์ที่ควรจะเป็นในโลกของงานยุคนี้ เฉกเช่นเดียวกันกับในหลายบริษัทเอง ขาดแรงงานฝีมือดี โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่จะทำให้ระบบนิเวศน์ของตลาดงานไทยเดินหน้าไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องยิ่งขึ้น
ทั้งนี้การที่นักศึกษาคนรุ่นใหม่เรียนจบแล้วพบงานได้นั้น ต้องผ่านการฝึกงานเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และการเรียนรู้นอกห้องเรียน ก่อนที่จะเรียนจบ บริษัท/ผู้ประกอบการเองก็จะได้ประโยชน์จากการได้เด็กฝึกงานมาช่วยกิจการและได้ดูศักยภาพการทำงานในสนามจริง/เรียนรู้นิสัยใจคอของเด็กระหว่างฝึกงานด้วย เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจการจ้างงานในอนาคตได้ แต่ปัจจุบันนี้ นักศึกษาหลายคนยังไม่สามารถหาที่ฝึกงานที่ดีได้ และผู้ประกอบการเองก็ไม่สามารถรู้จักความสามารถที่แท้จริงของคนสมัครงานใหม่ ๆ ดังนั้นการมาพบกัน (matching) ในช่วงเวลาก่อนนักศึกษาจะเรียนจบจึงเป็นจังหวะเวลาที่ดีที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และนักศึกษาอาจมีรายได้เสริมระหว่างเรียนอยู่ได้อีกด้วย


นึกถึงศูนย์กลางสตาร์ทอัพ นึกถึง Prinnp

คงจะไม่เกินเลยไปกับการทุ่มเทสุดตัวของแม่ทัพใหญ่ ของทีมเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ กับสิ่งที่เขาคาดหวัง “.....เราหวังว่า เราจะเป็นศูนย์กลางของคนที่ต้องการอาวุธด้านธุรกิจ ให้มาที่เรา หรือนึกถึง prinnpทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์  อยากเป็นศูนย์กลางของสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี บางทีแต่ละหน่วยงาน อย่าง กระทรวงพาณิชย์ มีสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ ดีป้าของกระทรวงดิจิทัลอเคเดมี่ ก็ไปด้านหนึ่ง กระทรวงอว. ก็สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักนายกฯ ก็ทำสตาร์ทอัพ ทีซีดีซีก็ทำเรื่องสตาร์ทอัพ ก็ไปคนละด้าน ผมจะดึงทั้งหมดนี้มาว่า ใครมีอะไรดีบ้าง จะได้รู้ว่า ไปที่ไหนดีและเร็วสุด

คนชอบคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ หรือทีมเศรษฐกิจ หรือในอดีตชอบดีแต่พูดไม่ทำหรือมีแต่คนเดินออกหรือเลือดไหล แต่จริง ๆ คนหล่อ คนสวยก็เดินเข้ามาทำกิจกรรมดีดีที่พรรค คนอย่างบีเอ็นเคสี่สิบแปดมาด้วยใจ ทุกคนที่มาเขาเข้ามาร่วมกิจกรรมดีดีกับพรรคของเราไม่ใช่มีแต่เดินออก คนเข้ามาร่วมกิจกรรมดีดีก็มีมาก เงินก็ซื้อไม่ได้

ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร 73 ปีของพรรคไม่เคยมีแบบนี้ ประวัติศาสตร์ที่กลุ่มคนแบบนี้เข้ามา บางคนบอกว่ายังเป็นไดโนเสาร์ แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย เขาเปลี่ยนไปแล้ว แม้แต่คุณจุลินทร์ ยังกล้าให้ผมมาเป็นรองหัวหน้าพรรค ฯ คนแรกที่ในประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์ที่จากเอกชนโดดเข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรคฯ

ผมเป็นคนแรกที่เป็นแบบนั้นและทางพรรคให้อิสรภาพในการทำงานเต็มที่ ถ้าคุณขยันทำงานและไม่โกงกิน ทำงานให้เต็มที่ เราก็ทำงานเต็มที่ได้

คณะกรรมการ 10 กว่าคนในทีมเศรษฐกิจมิติใหม่ของการเมืองของเราคือ เรานำคนที่ไม่ใช่นักการเมืองเข้ามาอยู่ในทีมเศรษฐกิจด้วยมากขึ้น เราดึงคนที่มีกูรูความรู้แต่ละด้านเข้ามาช่วย ด้านเมืองจีน ก็มีรศ.ดร.อักษรศรี พาณิชย์สาม ด้านพลังงานสีเขียว คุณอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ จากเชลล์ คุณหนึ่งปรมินทร์ อินโสม คนที่เขียน เรื่องบล็อกเชนคนแรก เราเชิญคนที่เก่งแต่ละสาขาเข้ามาอยู่ ในยคนี้ คุณเก่ง ข้ามาคนเดียวไม่ได้แล้ว โมเดลของเรา ....
สนใจ ติดต่อสาขาพรรค หรือไลน์ไอดีนี้เลย ....” นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวท้ายสุด นึกถึงศูนย์กลางสตาร์ทอัพ นึกถึง @prinnp


คงจะไม่เกินเลยไปกับการทุ่มเทสุดตัวของแม่ทัพใหญ่ ของทีมเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ กับสิ่งที่เขาคาดหวัง “  เราหวังว่า เราจะเป็นศูนย์กลางของคนที่ต้องการอาวุธด้านธุรกิจ ให้มาที่เรา หรือนึกถึง prinnpทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์  อยากเป็นศูนย์กลางของสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี (SME)

บางทีแต่ละหน่วยงาน อย่างเช่น กระทรวงพาณิชย์ มีสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ ดีป้าของกระ
ทรวงดิจิทัลอเคเดมี่ ก็ไปด้านหนึ่ง กระทรวง อว.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักนายกฯ ก็อาจมีการทำสตาร์ทอัพ ทีซีดีซี ก็ทำเรื่องสตาร์ทอัพ ต่างทำไปคนละด้าน ผมจะดึงทั้งหมดนี้มาว่า ใครมีอะไรดีบ้าง จะได้รู้ว่า ไปที่ไหนดีและเร็วสุด

คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่า พรรคประชาธิปัตย์ หรือทีมเศรษฐกิจ หรือในอดีต ดีแต่พูด ไม่ทำ หรือมีแต่คน
เดินออกหรือเลือดไหลออก ที่แท้จริง คนหล่อ คนสวย ก็เดินเข้ามาทำกิจกรรมดีดีที่พรรคมากมา
อย่างศิลปินชื่อดัง  BNK48 ก็เดินทางมาร่วมงานด้วยใจ ศิลปินและทุกผ่ายที่มาเขาเข้ามาร่วมกิจกรรม
ดีดีกับพรรคของเราในครั้งนี้  จริงๆ แล้วไม่ใช่มีแต่เดินออก คนเข้ามาร่วมกิจกรรมดีดีก็มีมาก มาด้วยใจที่จะช่วยให้สังคมพัฒนา เป็นเรื่องที่เงินก็ซื้อไม่ได้ครับ

ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร 73 ปี ที่ผ่านมาของพรรคไม่เคยมีแบบนี้ ครั้งนี้ผมว่าเป็นประวัติศาสตร์ ที่กลุ่มคนนี้เข้ามาบางคนบอกว่ายังเป็นไดโนเสาร์ แต่จริงๆ ไม่ใช่เลยครับ  เขาเปลี่ยนไปแล้ว แม้แต่ คุณจุลินทร์ ยังกล้าให้ผมมาเป็นรองหัวหน้าพรรคฯ คนแรกที่ในประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์ จากเอกชนโดดเข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรคฯ

ผมเป็นคนแรกที่เป็นแบบนั้นและทางพรรคให้อิสรภาพในการทำงานเต็มที่ ถ้าคุณขยันทำงานและไม่โกงกิน ทำงานให้เต็มที่  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  โดยคณะกรรมการ 10 กว่าคนในทีมเศรษฐกิจมิติใหม่ของการเมืองของเราคือ เรานำคนที่ไม่ใช่นักการเมืองเข้ามาอยู่ในทีมเศรษฐกิจด้วยมากขึ้น เราดึงคนที่มีกูรูความรู้แต่ละด้านเข้ามาช่วย ด้านเมืองจีน ก็มีรศ.ดร.อักษรศรี พาณิชย์สาม ด้านพลังงานสีเขียว คุณอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ จากเชลล์ คุณหนึ่งปรมินทร์ อินโสม คนที่เขียน เรื่องบล็อกเชนคนแรก เราเชิญคนที่เก่งแต่ละสาขาเข้ามาอยู่ ในยคนี้ คุณเก่ง ข้ามาคนเดียวไม่ได้แล้ว โมเดลของเรา

สนใจ ติดต่อสาขาพรรค หรือไลน์ไอดีนี้เลย @prinnp
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวท้ายสุด



นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทันสมัย
เพื่อเปิดโอกาสให้กับตนเองและใครก็ได้ หรือคนรุ่นใหม่ที่กล้าเปิดใจ ที่มีความตั้งใจจริงที่จะทำงาน  พรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจจริง ในการจัดงานครั้งนี้ พรรคเห็นความสำคัญทางด้านการศึกษาและ
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการสร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับผู้คน และตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาวที่ต้องสร้างคนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ขาดแคลนแรงงานฝีมือ การสร้างทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเมือง ภาคประชาชน  โดยภาคเอกชนควรใช้โอกาสนี้หาพาร์ตเนอร์ต่างประเทศที่มาเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันหรือซื้อเทคโนโลยีทันสมัยมาเพิ่มมูลค่าให้กิจการ


#ปริญญ์พานิชภักดิ์
Prinn Panitchpakdi

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงาน


นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานให้กับผู้บริหาร บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด ภายใต้แนวคิด "เชื่อมไทย เชื่อมโลก" เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2563 ณ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต พร้อมด้วย นายเจือ ราชสีห์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ประจำนายถาวร
เสนเนียม) และคณะ ร่วมการตรวจเยี่ยมฯ โดยมี นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด กล่าวต้อนรับ และนายณพงศ์ ศิริขันตยกุล กรรมการและรักษาการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด บรรยายสรุปภารกิจ แผนงาน และผลการดำเนินงาน ซึ่งในปีงบประมาณ 2562 มีผลกำไรสุทธิจากการประกอบกิจการโรงแรม จำนวน 122 ล้านบาท โดยเป็นปีแรกที่บริษัท ฯ มีกำไรสะสม 20 ล้านบาท

นายถาวร เสนเนียม ได้มอบนโยบายแก่ผู้บริหาร บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
- พัฒนาให้เป็นโรงแรมที่มีมาตรฐานที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ระดับ 5 ดาว
- กำกับดูแลและบริหารกิจการโรงแรมให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้มากยิ่งขึ้น
- พัฒนาการบริการให้เป็นที่ยอมรับ สามารถ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและสร้างความประทับใจระดับสากล (Service Mind)
- การบริหารจัดการห้องพักต้องมีความพร้อมให้บริการตลอดเวลา รวมทั้งรักษาความสะอาดของสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น ห้องพัก ห้องน้ำ ห้องอาหาร ห้องประชุม สปา ฟิตเนส
- บริหารจัดการพื้นที่จอดรถให้มีความสะดวกและความปลอดภัย
- ต้องมีการบริหารจัดการการประหยัดพลังงานอย่างมีคุณภาพ (Energy Efficiency)
- รสชาติอาหารต้องอร่อยโดยเฉพาะอาหารไทย
- รักษาดูแลทรัพย์สินและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- แผนงานระบบรักษาความปลอดภัย แผนเหตุ ต้องมีการเตรียมความพร้อม และฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ
- มีการปรับปรุงและเสริมศักยภาพด้านบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ มีคุณภาพและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
-ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการด้วยระบบ (Customer Data)
- การบริหารองค์กรต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตามหลักธรรมาภิบาล

จากภาพ นายกลินท์ สารสิน (ที่ 3 จากขวา)ประธานกรรมการ บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัดนายณพงศ์ ศิริขันตยกุล (ที่ 3 จากซ้าย)กรรมการและรักษาการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รทส.)
และน.ท.สุธีรวัฒน์  สุวรรณวัฒน์ (ที่ 2 จากซ้าย)ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมคณะกรรมการ รทส. ให้การต้อนรับและเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องครูว เล้าจน์ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

วิริยะประกันภัย ร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ตรุษจีน 2563

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา
เป็นประธานในพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล


“เหรียญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย” ภายใต้ โครงการตรุษจีนเมาไม่ขับ ของมูลนิธิเมาไม่ขับ ซึ่ง บมจ.วิริยะประกันภัย ร่วมสนับสนุน โดยมี นางสาวกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาดผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้าร่วมพิธี ทั้งนี้เหรียญดังกล่าวได้รับการปลุกเสกโดย หลวงจีนธรรมรัตจีนประจักษ์ (เย็นงี้) รักษาการเจ้าอาวาส วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนเพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการเตือนสติในการใช้ชีวิตไม่ให้ประมาทในช่วงเทศกาลตรุษจีน ณ วัดมังกร กมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ถนน เจริญกรุง กรุงเทพมหานคร สำหรับ “โครงการตรุษจีนเมาไม่ขับ ” มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บริษัทวิริยะประกันภัยและภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการรณรงค์กระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง เคารพกฎจราจร และเพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากการดื่มสุราแล้วขับรถ

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2563

อินฟินิตี้ เวลบีอิ้ง" สปามีระดับครบวงจรมาตรฐานโรงแรม ใจกลางย่านสุขุมวิท


"อินฟินิตี้ เวลบีอิ้ง" สปามีระดับครบวงจรมาตรฐานโรงแรม ใจกลางย่านสุขุมวิท
เมื่อ มกราคม 2563 อินฟินิตี้ ได้เปิดตัว อินฟินิตี้ เวลบีอิ้ง ในย่านใจกลางของสุขุมวิท กรุงเทพฯ เพื่อเติมเต็มการให้บริการได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจาก อินฟินิตี้ สปา ที่สีลม

ก่อนหน้านี้สปาของโรงแรมครองส่วนแบ่งการตลาดของธุรกิจสปาระดับหรู แต่ในยุคปัจจุบันนี้ ผู้ให้บริการสปา อย่างอินฟินิตี้ สปา ได้ก้าวผ่านและยกระดับของมาตรฐานการให้บริการที่ไม่ใช่เพียงแค่การมอบบริการด้วยประสบการณ์และความมีระดับ แต่ยังมอบความคุ้มค่าสูงสุดด้วยการบริการสปาในระดับเฟิร์สคลาส ไม่ว่าจะเป็นที่อินฟินิตี้ สปา (สีลม ซอย 21) หรือจะเป็นที่ใหม่ล่าสุด อินฟินิตี้ เวลบีอิ้ง (สุขุมวิท ซอย 20)




อินฟินิตี้ก่อตั้งขึ้นในปี2557 โดย นายอธิวัฒน์ เพียร์ซ หรือที่รู้จักกันดีในนาม “คุณเบนจี้” โดยมีความมุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์สปาแบบครบวงจร ด้วยการสัมผัสกับผลิตภัณฑ์คุณภาพจากธรรมชาติ “พนักงานของเราผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีจากสถาบันฝึกอบรมของอินฟินิตี้ พร้อมที่จะมอบบริการสปาเพื่อความประทับใจแก่ลูกค้า ที่จะสัมผัสได้ถึงการให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสปาอย่างแท้จริง” คุณเบนจี้กล่าว




“พนักงานต้อนรับของเรา พร้อมให้บริการได้ครบวงจรในระดับโรงแรมมาตรฐานสากลเลยทีเดียว” เขากล่าวเพิ่มเติม ความสำเร็จก้าวแรกของอินฟินิตี้ สปา ได้เปิดทางให้คุณเบนจี้ ทำการเปิด อินฟินิตี้ เวลบีอิ้ง สปาที่มีระดับ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอโศก และรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสุขุมวิท
ทั้งนี้ อินฟินิตี้ เวลบีอิ้ง กำเนิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจสปาแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นในการสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าสปาอื่น ๆ ในย่านเดียวกัน อินฟินิตี้ เวลบีอิ้ง มอบสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยมและออกแบบมาอย่างดี ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึง 1,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทซอย 20

ซึ่งสะดวกต่อการเข้ารับบริการ พร้อมที่จอดรถและสวนสวย เพื่อเติมเต็มประสบการณ์สปาที่ดีที่สุดและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยห้องทำทรีตเมนต์สปา ทุกห้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เช่น ห้องน้ำส่วนตัว ผ้าห่มไฟฟ้า เตียงสำหรับทำทรีตเมนต์ระบบไฮโดรลิก และอื่น ๆ อีกมากมาย

คุณอธิวัฒน์ เพียร์ซ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทอินฟินิตี้ สปา เซอร์วิสเซส จำกัด 

อินฟินิตี้สปาและอินฟินิตี้เวลบีอิ้ง นำเสนอบริการทรีตเมนต์พร้อมผลิตภัณฑ์สปาที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์วันพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ โดยบริการที่ต้องการแนะนำให้ลูกค้าได้ลองสัมผัสคือ InfinitySteamShowers™ และ InfinityHydroShower™ เป็นการสตีมในรูปแบบใหม่
พร้อมให้บริการแล้วที่



อินฟินิตี้ เวลบีอิ้ง 
ที่ตั้ง: อินฟินิตี้ สปา - 1037/1-2 ถนนสีลม ซอย 21 บางรัก กรุงเทพฯ
อินฟินิตี้ เวลบีอิ้ง – โรงแรมแรมแบรนดท์ ชั้น 1 สุขุมวิท 20 คลองเตย กรุงเทพฯ

รมว.พณ.เปิดงาน “พาณิชย์ตุ้งแช่รับปีหนูทอง”

ในกิจกรรมรณรงค์ฉลาดซื้อประหยัดใช้

รมว.พาณิชย์ เปิดกิจกรรมรณรงค์ฉลาดซื้อประหยัดใช้ “พาณิชย์ตุ้งแช่รับปีหนูทอง”กระตุ้นใช้จ่ายช่วงตรุษจีน ณ ศูนย์การค้าตลาดรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานกิจกรรมรณรงค์ฉลาดซื้อประหยัดใช้ ภายใต้ชื่องาน “พาณิชย์ตุ้งแช่รับปีหนูทอง” ที่ศูนย์การค้าตลาดรังสิต จังหวัดปทุมธานี โดยกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญในการดูแล และต้องการที่จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนจึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น
กระทรวงพาณิชย์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และต้องการที่จะช่วยลดภาระค่าครองชีพในช่วงภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ จึงได้จัดงานกิจกรรมรณรงค์ฉลาดซื้อประหยัดใช้ ภายใต้ชื่องาน “พาณิชย์ตุ้งแช่รับปีหนูทอง” ขึ้นโดย กรมการค้าภายใน ร่วมกับตลาดกลางสินค้าเกษตร และตลาดสด ในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน จำนวน ๑๐ แห่ง ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จัดให้มีการจำหน่าย ผัก ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ส่งตรงมาจากเกษตรกรและผู้ผลิตมาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาที่เป็นธรรม
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ โดยจัดทำคูปองเป็นส่วนลดให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ในการนำไปซื้อสินค้าที่จำเป็นในการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และเทพเจ้า เพื่อส่งเสริมการขาย และกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเพิ่มขึ้น อีกด้วย

รมว.พาณิชย์ กล่าวต่ออีกว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่กำลังจะออกไปจับจ่ายหาซื้อสินค้า ให้มาเลือกซื้อสินค้าในสถานที่จัดกิจกรรมแห่งนี้ และตลาดอื่น ๆ ทั้งหมด 10 แห่ง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่
(1) จังหวัดปทุมธานี จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การค้าตลาดรังสิต
(2) จังหวัดนนทบุรี จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ตลาดบางใหญ่ และตลาดพระราม 5
(3) จังหวัดนครปฐม จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ ตลาดศาลายา
(4) กรุงเทพมหานคร จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ตลาดศูนย์การค้ามีนบุรี ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดฟู้ดวิลล่า ตลาดอ่อนนุชเฟรชมาร์ท ตลาดบางขุนศรี และตลาดถนอมมิตร
ซึ่งจะไม่เพียงแต่จะได้สินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในเทศกาลตรุษจีนในราคาที่เป็นธรรมแล้ว แต่ยังได้ความอิ่มใจที่ได้ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ค้าในตลาด ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย สร้างรายได้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย อันจะช่วยให้นโยบายของรัฐบาล และแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ ในการส่งเสริมให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัวได้อย่างยั่งยืน ประสบผลสำเร็จได้อีกทางหนึ่งด้วย

“GRAND OPENING สมาคมวิชาชีพช่างผมไทย”

เชิญ “ดร.สมศักดิ์ ชลาชล” นั่งเก้าอี้นายกคนแรกของสมาคม

ดร.สมศักดิ์ ชลาชล นายกสมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย จัดงานเปิดตัวสมาคมฯอย่างเป็นทางการ “GRAND OPENING สมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย” เพื่อนำเสนอแฟชั่นโชว์สุดอลังการ และ Talk Show ในหัวข้อ “ ฮวงจุ้ยการจัดร้านให้รวย ดัง และ ปัง ในปีหนูทอง ” ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร. คฑา ชินบัญชร “หมอดูแนวหน้าของเมืองไทย” ที่ได้มาให้ความรู้ ด้าน ฮวงจุ้ย ในการทำธุรกิจเสริมสวย การจัดแต่งร้านอย่างไรให้ร่ำรวย ดังดัง ปังปัง ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ เอกมัย (โรงที่6)



หนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ไทยที่ต้องจารึก ธุรกิจช่างผมแบรนด์ไทย ที่ผ่านร้อนหนาวมาจนประสบความสำเร็จ และเป็นที่ประจักษ์ว่า อาชีพช่างทำผมของไทย ได้รับการยกย่องว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเอง ครอบครัว และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมได้อีกด้วย ดร.สมศักดิ์ ชลาชล นายกสมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย มีเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาวิชาชีพเข้ากับวิชาการเพื่อยกระดับช่างผมไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูล สร้างวิสัยทัศน์ ทัศนะคติที่ดี และพัฒนาความรู้ ช่างทำผม ให้มีฝีมือมาตรฐานระดับประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุน และชี้แนะในการประกอบอาชีพช่างทำผมเป็นไปโดยถูกต้องตามหลักการและมีจรรยาบรรณ อีกทั้งมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ และเป็นตัวแทนในการทำงานร่วมมือกับรัฐ และเอกชนทั้งข่าวสารในและต่างประเทศเพื่อผลักดันวิชาชีพช่างทำผม พร้อมทั้งดำเนินการจัดกิจกรรมให้มีส่วนร่วม ความสามัคคีของสมาชิกช่างทำผม หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศล เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีในการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์เพื่อส่วนรวม และสังคม


ทั้งนี้ทางสมาคมฯ จะจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การดำเนินการของสมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีทิศทางเดียวกันตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวข้างต้น โดยภายในงานจัดให้มีแฟชั่นโชว์ผม จากคณะกรรมสมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์ผลงานสุดอลังการ อาทิ

ร้าน Oazis Salon คุณดุสิตา ศุภผลา
ร้าน Kespaiboon Hairsalon คุณวรพันธ์ เลิศวิริยะประภา
ร้าน Thongchai Hairtraining Center คุณธงชัย ม่วงบำรุง
ร้าน Venus Hair Team ดร.ทศพร นพวิชัย
ร้าน The Lounge Hair Salon คุณพรเทพ หวันปาเต๊ะ
ร้าน Jiro Unique Hair Creative คุณศิรภพพ์ โอคาเบ
ร้าน The White Box คุณชัชวาล พัวธัญวงศ์


สมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย เชื่อว่าการจัดงาน “GRAND OPENING สมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย” ในครั้งนี้จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนยุคใหม่ที่หลงใหลในงานแฟชั่น ได้ค้นพบทางเดินในวงการแฟชั่นผมมากไปกว่านั้น ทางสมาคมมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ถึงระบบการบริหาร การจัดการ ให้กับเพื่อนร่วมวงการอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยพัฒนาวงการช่างทำผมให้มีมาตรฐาน สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพสู่ตลาดแรงงานใน ภาคบริการต่อไป

“บิล เบนสเลย์” นักออกแบบโรงแรมระดับโลก

“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะถึงจุดสิ้นสุดหากไม่เน้นธรรมชาติ” Thailand Tourism Forum 2020

กรุงเทพฯ ประเทศไทย: “บิล เบนสเลย์” (Bill Bensley) หรือที่รู้จักกันดีในนามของ “วิลลี่ วองก้า” แห่งการออกแบบโรงแรมที่มีเอกลักษณ์หลายแห่งทั่วโลก ได้เข้าร่วมงาน Thailand Tourism Forum 2020 สุดยอดประชุมสัมมนาของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียในปีนี้ โดยได้แนะผู้ประกอบการธุรกิจด้านการบริการและการท่องเที่ยวทั่วเอเชียที่มาเข้าร่วมประชุมสัมมานากว่า 1,000 ชีวิตว่า “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยกำลังตั้งอยู่บนความหายนะ หากยังคงดำเนินต่อไปตามเส้นทางการเจริญเติบโตที่ไม่ยั่งยืน ในขณะที่โลกเผชิญกับภาวะฉุกเฉินทางนิเวศวิทยาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น พวกเราจะต้องเปลี่ยนวิธีการหากต้องการอยู่รอด”




Thailand Tourism Forum 2020 หรือ TTF 2020 งานสุดยอดประชุมสัมมนาของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ดำเนินมาเป็นปีที่ 9 โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “BIG BANG” ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความสำคัญ ปัญหา และทางออกของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทย ภายในงานประกอบด้วยกูรูนักคิดจากทั่วเอเชียมาร่วมอิปราย ในปีนี้นำโดย “บิล เบนสเลย์” Creative Director แห่ง BENSLEY และ “แจสเปอร์ ปาล์มควิส” ผู้อำนวยการประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกที่ STR นักวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรมโรงแรม
ร่วมด้วยผู้บริหาร-นักคิดรุ่นใหม่ ที่มานำการอภิปรายในประเด็น Millennial Travel อาทิ บอนน์ ปรมาเจริญโรจน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจสำหรับ YOO Worldwide ที่จะผลักดันให้ประเทศไทยปฏิวัติการท่องเที่ยวเชิงกัญชา (Cannabis Tourism) ให้เกิดขึ้น และ คงชนก แพร่พิพัฒน์มงคล ผู้จัดการโครงการนวัตกรรม Fuchsia MuangThai Life Assurance ที่มาในหัวข้อ ความร่วมมือของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ สู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค นอกจากนั้น พวกเขายังให้ความเห็นว่า แนวคิดการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม หรือ Niche Tourism Concepts สามารถช่วยให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในเชิงบวกและยั่งยืนได้สอดคล้องกับแนวโน้มสังคมและนักเดินทางชั้นนำของโลก

เวที TTF 2020 เริ่มต้นขึ้นอย่างฮึกเหิมด้วยประเด็นวิสัยทัศน์ปี 2050 ของ บิล เบนสเลย์ โดยกล่าวว่า “ปี 2050 ไม่ใช่อนาคตที่ห่างไกลอีกต่อไป เมื่อพิจารณาถึงการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เราจำเป็นต้องหยุดและเริ่มหาวิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง แต่ปัญหาใหญ่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องการวิธีแก้ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ - เราทุกคนสามารถสร้างความแตกต่างในระดับเล็กน้อย แค่ต้องการความตั้งใจร่วมกันเราก็สามารถสร้างโลกที่ดีกว่าได้”
นอกจากนั้น บิล เบนสเลย์ ยังได้เปิดตัว “Sensible Sustainable Solutions” คู่มือเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมและนักพัฒนาเริ่มต้นเส้นทางสู่อนาคตที่สะอาดกว่านี้ ซึ่งประกอบด้วยชุดของแนวคิดและคำแนะนำเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีทำให้ธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ด้าน แจสเปอร์ ได้ให้ข้อมูลของ STR ที่พบว่า ในปี 2020 สถานการณ์โรงแรมในต่างหวัดอ่อนตัว 4-5% ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังคงทรงตัว โดยมีจำนวนห้องพักรวมกว่า 50,000 ห้อง แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 15,000 ห้อง ปัญหานักท่องเที่ยวจีนชะลอตัว ไม่เพียงแต่ในไทย แต่ทั่วโลกก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากปกติจะเติบโต 10-12% แต่ตอนนี้โตแค่ 3-5% เนื่องจากประเทศจีนใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวมากขึ้น ดังนั้น การเดินทางภายในประเทศจึงเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลจีนส่งเสริมการท่องเที่ยวของตนเอง การท่องเที่ยวไทยจึงหันไปเน้นตลาดญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลี คาดว่าการท่องเที่ยวไทยปี 2020 จะเติบโต 2.2.% ในปีนี้หรือปีหน้า เพราะประเทศไทยยังเป็นที่สนใจของนักลงทุน และต้องมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บิล บาร์เน็ต กรรมการผู้จัดการ ซีไนน์โฮเทลเวิร์คส์ ผู้ร่วมจัดงาน TTF 2020 กล่าวปิดท้ายว่า “เราต้องการให้ TTF 2020 ปลุกประเทศให้หยุดยั้งการเดินเข้าสู่หายนะ การร่วมกันค้นหาคำตอบที่งานแห่งนี้ เพื่อส่งมอบความคิดที่รวดเร็วของดุจดัง 'Bang Bang' เกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคตที่จะผลักดันการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวของประเทศไทย”
TTF 2020 เป็นปีที่ 9 ของการจัดงานอุตสาหกรรมที่สำคัญนี้ จัดขึ้นร่วมกับโดยหอการค้าอเมริกัน - ประเทศไทย (AMCHAM) และ C9 Hotelworks ฟอรัมของปีนี้เกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2562 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TTF 2020 กรุณาเยี่ยมชม www.thailandtourismforum.com

SiS Cloud จับมือ Fortinet ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยบริการคลาวด์

รุกเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้งาน
Business Critical Application


บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำธุรกิจ IT Distribution ในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2535 และเป็นผู้ให้บริการ Cloud แบบครบวงจรภายใต้ชื่อ "SiS Cloud Services" จัดงานแถลงข่าวร่วมมือกับ Fortinet Thailand ผู้นำด้าน Cyber Security เปิดให้บริการ Managed Security Service (MSS) ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์อย่างครบวงจร เพื่อจัดการภัยคุกคามได้ทันท่วงที ทำให้การบริหารจัดการระบบ IT มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นโดยผสานโซลูชั่นของ Fortinet เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งาน Business Critical Application บนคลาวด์รวมทั้งตรวจสอบ แจ้งเตือนภัยคุกคามแบบ Real Time และสามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกรูปแบบ ณ โรงแรม แกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอมินัล21 กรุงเทพมหานคร


นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS พูดถึงจุดประสงค์การร่วมมือกับ Fortinet และการบริการคุณภาพที่ลูกค้าจะได้รับว่า “บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีเป้าหมายด้านการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศไทยซึ่งตลอดเวลาที่ดำเนินธุรกิจ บริษัทได้ติดตามเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา และประสานกับเจ้าของเทคโนโลยี นำสินค้าและบริการใหม่ ๆ เข้ามาให้ผู้บริโภคและองค์กรในไทยใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Cloud Service ในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมาเป็นบริการที่ได้รับความนิยมเพิ่มอย่างรวดเร็ว เพราะสามารถให้ประโยชน์กับผู้ใช้ได้มาก ทั้งในแง่การลดความยุ่งยากในการใช้งาน เพราะไม่ต้องดูแลระบบ รวมทั้งสามารถเพิ่ม ลด ปริมาณการใช้งานได้ตามการที่ใช้งานจริง และระบบก็มีความเสถียรขึ้นจากการมีระบบสำรองในทุกด้าน ทำให้องค์กรต่าง ๆ เริ่มหันมาใช้งาน Cloud Service แทนระบบที่ตนเองมีอยู่ หรือใช้ควบคู่กับระบบของตนเอง ซึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการใช้ Cloud Service บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจไปสู่การเป็นผู้ให้บริการ Cloud Service ในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ SiS Cloud Services เพื่อให้บริการผู้ใช้ผ่านคู่ค้าของบริษัทฯจากแนวโน้มการได้รับความนิยมของ Cloud Service และการสนับสนุนจากคู่ค้า ทำให้ SiS Cloud Service มีการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อไตรมาสในปี 2562 โดยปัจจุบัน มีลูกค้ามากกว่า 100 รายที่ใช้บริการ SiS Cloud Service ในฐานะผู้ให้บริการ Cloud บริษัทฯ ตระหนักถึงภาระหน้าที่การดูแลระบบที่จะต้องใช้งานได้อย่างราบรื่น ซึ่งในด้านความปลอดภัย ได้ร่วมมือกับ Fortinet ในการคุ้มครองระบบของลูกค้าที่ใช้งานบน SiS Cloud ให้มีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่ง Fortinet เป็นบริษัทชั้นนำของโลก ที่มีผลิตภัณฑ์ด้าน CyberSecurity ครบวงจร ช่วยให้ลูกค้าทุกรายที่มาใช้บริการบน SiS Cloud มั่นใจถึงความปลอดภัยระดับสูงสุดที่จะได้รับจากการปกป้องของ Fortinet

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) 

 ดร. รัฐิติพงษ์ พุทธเจริญ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมระบบจาก Fortinet Thailand 
ด้าน นายพันธนา ณ ตะกั่วทุ่ง General Manager, SiS Cloud Services ได้กล่าวถึงแนวทางของบริการ SiS Cloud Services “เราเป็นผู้ให้บริการ Cloud Service แบบครบวงจร ที่เปิดให้บริการมามากกว่า 3 ปี ซึ่งได้รับความร่วมมือกับ Interlink Telecom หนึ่งในผู้นำด้าน Datacenter และ Media Provider และให้บริการผ่านคู่ค้าเป็นหลัก ปัจจุบันมีลูกค้าทั้งกลุ่ม Enterprise และ SME กว่า 100 ราย ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในปัจจุบัน SiS Cloud Services มีการเปิดให้บริการคลาวด์แบบครบวงจรซึ่งใช้ระบบรักษาความปลอดภัยครบถ้วน รวมถึงสามารถรองรับการสำรองและกู้คืนระบบในกรณีที่ไซต์หลักได้รับความเสียหาย และรับรองคุณภาพบริการที่ 99.90% Monthly Uptime SLA พร้อมศูนย์บริการหลังการขายแบบ 24x7”

นายพันธนา ณ ตะกั่วทุ่ง General Manager, SiS Cloud Services
“ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าบริการคลาวด์จะช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการระบบ IT ได้ แต่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ก็ยังคงมองว่า Security เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้องค์กรไม่สามารถประยุกต์ใช้งานคลาวด์ได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะการใช้งาน Business Critical Application และมีความเชื่อที่ว่าหากข้อมูลไม่ได้อยู่ในศูนย์ข้อมูลของตนเอง อาจทำให้ข้อมูลที่สำคัญมีโอกาสรั่วไหล ดังนั้นทำให้ SiS จับมือกับ Fortinet ซึ่งเป็น IT Security Vendor ชั้นนำของโลก อาศัยเทคโนโลยีของ Fortinet มาใช้งานในการปกป้องระบบคลาวด์ รวมถึงการให้บริการ Managed Security Service แบบครบวงจรให้กับผู้ใช้งานคลาวด์ ก็จะช่วยให้ระบบมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยการรับรองจากผลิตภัณฑ์ของ Fortinet ทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น Next Generation Firewall และ Web Application Firewall หรือผลิตภัณฑ์ด้าน Analytics และ SIEM ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานบนคลาวด์ตั้งแต่ต้น”

ทั้งนี้ นายพันธนา ณ ตะกั่วทุ่ง ได้กล่าวปิดท้ายถึงความคาดหวังกับการร่วมมือครั้งนี้ว่า “SiS และ Fortinet ยังคาดหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าใช้งานคลาวด์ได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่ส่วนใหญ่ในตลาดเจอปัญหาด้าน IT Security ทั้งด้านงบลงทุนเนื่องจากทางผู้บริหารไม่ได้ให้ความสำคัญกับ IT Security มากนัก และการขาดผู้เชี่ยวชาญด้าน IT Security ในท้องตลาดซึ่งผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มักจะเลือกทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่มากกว่า ส่งผลให้ระบบ IT Security ของลูกค้า SME เป็นการทำงานแบบเชิงรับ ดังนั้นการที่ลูกค้ากลุ่ม SME หันมาใช้งาน SiS Cloud ที่มีบริการ Managed Security Service ก็จะช่วยลดปัญหาด้าน Security ได้ ที่ผ่านมาถึงแม้เรามีอัตราการเติบโตที่สูงอยู่แล้ว มียอดค่าบริการเพิ่มขึ้น 30% ต่อไตรมาส เราเชื่อว่าการที่เราขยายตลาดไปยัง Managed Security Service เพิ่มเติม จะทำให้เรามีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นและมีจำนวนลูกค้าอย่างน้อย 300 รายภายในปี 2563”

ด้าน ดร. รัฐิติพงษ์ พุทธเจริญ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมระบบจาก Fortinet Thailand ได้กล่าวถึงกลยุทธ์ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความปลอดภัยบนระบบ Cloud ว่า “Fortinet ได้วางกลยุทธ์เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยบน ระบบ Cloud อย่างครบวงจร ทำให้มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่งในท้องตลาด โดยเน้นไปที่ 6 ประการสำคัญคือ
1. รองรับ Cloud Security service เต็มรูปแบบ ถึงแม้ว่าผู้ให้บริการระบบ Cloud ที่ดีจะมีการจัดให้มีบริการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานมาให้ด้วย แต่ผลิตภัณฑ์ของ Fortinet จะช่วยให้องค์กรมีโซลูชั่นทางด้านความปลอดภัยชั้นสูงหลากหลายรูปแบบและทำให้องค์กรสามารถกำหนดนโยบายทางด้านความปลอดภัยในระดับสูงได้ด้วยตนเอง
2. มีโซลูชั่นที่รองรับ Cloud Services Hub หรือ ฮับศูนย์กลางความปลอดภัย ที่ช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้งานระบบ Cloud จากผู้ให้บริการหลายราย ได้รับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ โดยระบบ Cloud ต่าง ๆ จะเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ที่เป็นฮับศูนย์กลางผ่าน VPN
3. รองรับการรักษาความปลอดภัยระบบ Hybrid Cloud โดยโซลูชั่นของ Fortinet จะช่วยให้องค์กรสามารถจัดการนโยบายรักษาความปลอดภัยของระบบ Public Cloud และศูนย์ข้อมูลภายในองค์กร (Data Center) ได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงปกป้องข้อมูลในขณะที่ถูกถ่ายโอนและเก็บรักษาในทั้ง 2 ระบบ
4. รองรับ Advanced Application Protection เพื่อให้สามารถปกป้องแอพพลิเคชั่นทั้งหมดขององค์กรบน Cloud ได้ด้วยการปกป้องในระดับแอพพลิเคชั่นที่ก้าวหน้าและครบวงจร เช่น เว็บแอปพลิเคชั่นไฟล์วอลล์ ระบบป้องกันภัยคุกคามชั้นสูง และระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับอีเมลล์ เป็นต้น
5. รองรับ Compliance and Governance หรือข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวของกับความปลอดภัย เช่น พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
6. ด้าน Visibility, Integration and Automation โดยโซลูชั่นของ Fortinet ช่วยให้องค์กรสามารถรับและวิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ความปลอดภัยบนระบบ Cloud ทั้งหมดได้ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยที่เกิดขึ้นในระบบ Cloud แบบเรียลไทม์ รวมถึงสามารถตรวจวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงในระบบ Cloud และสามารถกำจัดหรือกักกันหรือลดความเสี่ยงบนระบบ Cloud ได้แบบอัตโนมัติ ทั้งหมดนี้เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ หรือชั้นสูงได้อย่างทันท่วงที ในทุกช่องทางข้อมูล