เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว! Hot คนดัง บันเทิง

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทิค รีสอร์ท ร่วมขอบคุณนักรบชุดขาว

 จัดที่พักฟรี สำหรับบุคลากรทางการแพทย์
โรงแรม เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทิค รีสอร์ท หนึ่งในโรงแรมชั้นนำของจังหวัดกระบี่ ขอขอบคุณความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ร่วมผ่าฟันวิกฤตเชื้อไวรัสโควิด 19 ในประเทศไทย เพียงแสดงบัตรประจำตัว ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (MD CARD) และเอกสารรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ว่ามีส่วนในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 ก็สามารถ เข้าพักฟรี ณ โรงแรม เดอะทับแขก รีสอร์ท 3 วัน 2 คืน ห้องซูพีเรียหรือการ์เดน พร้อมอาหารเช้า ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2563


นางสาววิภาวรรณ เหล่าธนาสิน กรรมการผู้จัดการ โรงแรม เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทิค รีสอร์ท กล่าวว่า“จากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด 19 ที่กำลังระบาดหนักในทุกพื้นที่ทั่วทุกมุมโลก  ในส่วนของประเทศไทยภาคธุรกิจต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักไม่แพ้กัน  แต่ท่ามกลางวิกฤตการณ์ ยังมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เสียสละ อุทิศแรงกาย แรงใจ ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ หาทางป้องกันยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค จนสถานการณ์ระบาดที่เคยแพร่กระจายในวงกว้างนั้นได้คลี่คลายลง

กลุ่มบุคคลนั้นคือ เหล่านักรบชุดขาว บุคลากรทางแพทย์   นับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศ ที่ประเทศไทยได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลก และนานาชาติให้เป็นแบบอย่างในด้านการสาธารณสุข

เพื่อแสดงความขอบคุณ จากการอุทิศตนเอง ทำงานอย่างหนัก เพื่อดูแลพี่น้องคนไทยมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน ทีมผู้บริหาร โรงแรม เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทิค รีสอร์ท จึงขอมอบที่พัก 3 วัน 2 คืน
ห้องซูพีเรีย หรือการ์เดน พร้อมอาหารเช้า แก่บุคลากรทางการแพทย์ ฟรี


เกี่ยวกับโรงแรม
ทับแขก หรืออีกนัยหนึ่งหมายถึง บ้านพักสำหรับผู้มาเยือน ตั้งอยู่บนชายหาดที่ถูกซ่อนตัวจากภายนอก เบื้องหน้าเป็นทะเลอันดามันอันสวยงามและเงียบสงบ มองเห็นหมู่เกาะทั้ง 13 เกาะที่ทอดตัวเรียงรายอยู่หน้าหาด ด้านหลังคือภูเขาหางนาค แหล่งท่องเที่ยวที่งดงามที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก มีภูมิทัศน์ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของจังหวัดกระบี่  รีสอร์ทได้รับการออกแบบ และตกแต่งภายใน ที่เน้นความสะดวกสบาย ให้บรรยากาศแบบไทยๆ กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ล่าสุดเรามีวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ให้ความรู้สึกหรูหรา            

นอกจากนี้ยังมี L’escape Spa และร้านอาหารอิตาเลียน Di Mare ตั้งอยู่ริมชายหาดไว้ให้บริการ ทับแขกรีสอร์ท ถูกจัดอันดับให้เป็น “1000 Places to see Before you Die”และยังได้รับรางวัล สิ่งแวดล้อมดีเด่น และด้านการออกแบบ รวมไปถึงโรงแรมที่โรแมนติกที่สุดติดต่อกันหลายปี

ข้อตกลง และเงื่อนไขสำหรับการเข้าพัก
-       สิทธิพิเศษนี้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น
-       จะต้องทำการจองที่พักล่วงหน้า 7 วัน และสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2563 เท่านั้น
-       ต้องแสดงแสดงบัตรประจำตัว ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (MD CARD) และเอกสารรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ว่ามีส่วนในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 ขณะทำการเช็กอิน และไม่สามารถโอนสิทธิ์การเข้าพักให้แก่บุคคลอื่นได้
-       สามารถอัพเกรดห้องพักได้ แต่ต้องชำระค่าบริการส่วนต่างของห้องพัก
-       การจองห้องพัก ขึ้นอยู่กับอัตราห้องพักว่างในวันนั้นๆ และจะต้องทำการยกเลิกล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
-       ทางโรงแรมขอสงวนสิทธิ์การเข้าพักในวันหยุดสงกรานต์ ช่วงเดือนกันยายน
-       ทางโรงแรมขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

โดยบุคลากรทางการแพทย์ ที่ประสงค์เข้าพักสามารถติดต่อจองห้องพัก
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account : @TheTubkaakKrabi
อีเมล์ rsvn@tubkaakresort.com

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

COVID-19 ปัจจัยเร่ง ทปอ.ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนวงการศึกษาไทย ครั้งใหญ่


เชิญประชุมสัมมนาออนไลน์ The ASAIHL Online World Congress 2020 ภายใต้หัวข้อ
“COVID-19: the Global New Reality” ผ่าน ZOOM Webinar โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) และประธานสมาคมสถาบันการศึกษาขั้นอุดมแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Association of Southeast Asian Institutions of Higher Learning : ASAIHL) กล่าวว่า วิกฤติ COVID-19 กลายเป็นปัจจัยเริ่งให้เกิดการระดมสมองของนักการศึกษาครั้งใหญ่ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เพื่อให้ระบบการศึกษาทั้งหมดขับเคลื่อนต่อไปได้ และเครื่องมือสำคัญคือการใช้ Educational Technology มาเป็นตัวช่วย โดย ทปอ. จะจัดการประชุมสัมมนาออนไลน์ The ASAIHL Online World Congress 2020

ภายใต้หัวข้อ “COVID-19: the Global New Reality” ผ่าน ZOOM Webinar ในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563 เวลา 14.00-21.00 น.


โดยการประชุมครั้งนี้ เป็นการนำเสนอมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลกต่อผลกระทบของวิกฤต COVID-19 ในทุกมิติ ทั้งผลกระทบด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม  การแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเป็นผลกระทบในวงกว้างไปทุกประเทศทั่วโลก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ และสิ่งที่ใกล้
ตัวคือการปฏิรูป “วงการการศึกษา” ทั่วโลกครั้งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ให้มุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการเรียนการสอน การดำเนินชีวิต และการทำงานของภาคสังคมต่าง ๆ รวมทั้งจะมีการหยิบยกตัวอย่างความสำเร็จของระบบสาธารณสุขของไทยในการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก โดยมีหัวข้อการประชุมและกำหนดการ ดังนี้

เวลา 14.00 - 20.00 น.  :  COVID-19: the Global New Reality
ประกอบด้วย Sub-themes:
A. Medical & Health: infectious data and forecasting
B. Social Communication & Public Measure: privacy, security       
C. Economy, Business & Services: food security
D. Education & Life-long Learning
E. City, Living & Tourism
F. Technology & Innovation
และในเวลา 20.00 - 21.00 น. จะเป็นช่วง Special Talk : “COVID-19 Together: ร่วมเดินเคียงข้าง
ไปด้วยกัน ร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่าง ๆ  โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และ
คุณสุทธิชัย หยุ่น พร้อมแขกรับเชิญ

ขอเชิญประชุมสัมมนาออนไลน์ระดับโลก ครั้งใหญ่  The ASAIHL Online World Congress 2020
ภายใต้หัวข้อ “COVID-19: the Global New Reality” วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563
เวลา 14.00-21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ผ่าน ZOOM Webinar โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ http://www.cupt.net/aowc-2020/ และจะได้รับ Link ในการลงทะเบียน

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

มันอยู่ในกระจก (Mirrors)

การันตีความหลอนด้วยฝีมือผู้กำกับ “อเล็กซานเดอร์ เอจา”
         
แฟนช่อง 3 ใครเป็นสายโหดชอบภาพยนตร์แนวสยองขวัญชวนขนหัวลุกต้องห้ามพลาดกับภาพยนตร์
“มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ได้กระแสตอบรับจากแฟน ๆ คอหนังสยองขวัญมากมายในปี 2008 เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานของผู้กำกับที่แฟน ๆ ภาพยนตร์สยองขวัญต้องรู้จักกันดีนามเขาคือ “อเล็กซานเดอร์ อาจา” ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านหนังสยองขวัญระดับแถวหน้าของวงการ ที่เคยฝากผลงานภาพยนตร์สยองขวัญมาแล้วมากมาย ซึ่งผลงานล่าสุดที่เพิ่งผ่านสายตาผู้ชมไปในเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมาก็คือภาพยนตร์เรื่อง “คลานขย้ำ CRAWL” หนังสยองที่เกี่ยวกับสัตว์ร้ายในน้ำอย่างจระเข้ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดผู้กำกับที่แฟน ๆ สายสยองขวัญต้องจับตามองอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ส่วนในภาพยนตร์ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” ผู้กำกับอย่าง “อเล็กซานเดอร์ อาจา” ก็ได้คว้านักแสดงตัวท็อปฝีมือระดับเทพมากมาย อาทิ คีเฟอร์ ซูเธอร์แลนด์, พอลลา แพ็ทตัน, แคเมอรอน บอยซ์ และเอมี่ สมาร์ท
       
เรื่องราวอันน่าขนหัวลุกของ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” เริ่มขึ้นเมื่ออดีตนายตำรวจผู้มีประวัติอันเจ็บปวด และความพยายามกอบกู้ชีวิตที่แตกเป็นเสี่ยงๆของเขา  เขาจึงรับงานประจำเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ถูกเพลิงไหม้ แต่ภาพหลอนสุดสยองที่เขาเห็นผ่านกระจกซึ่งใช้ตกแต่งอาคารใหม่ที่กำลังสร้างอยู่ ได้นำเขาสู่การสืบสวนชวนขนลุกเพื่อค้นหาประวัติความเป็นมาของห้างแห่งนี้ ก่อนสิ่งที่อธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์จะทำลายทุกชีวิตในครอบครัวเขา
     
หากคุณชอบหนังสยองขวัญที่พร้อมจะกระตุกขวัญ และปล่อยความหลอนใส่คุณ จนอาจทำให้คุณไม่กล้าส่องกระจกในตอนกลางคืน ต้องติดตามภาพยนตร์ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)”

ในคืนวันเสาร์ที่  23 พฤษภาคม 2563
เวลา 22.48 – 01.15 น. ทางช่อง 3 กด 33 

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

บุ๋ม-ตรีรัก และ เอ้-ชุติมา ตัวแทนเหล่าศิลปินยุค 90

นำสบู่ลดการสะสมของแบคทีเรียจำนวน 1,000 ก้อน 

โครงการสบู่สู้ Covid-19 นำโดยคุณบุ๋ม ตรีรัก รักการดี และคุณเอ้ ชุติมา นัยนา เป็นตัวแทนของเหล่าศิลปินยุค 90 ได้นำสบู่จิ๊กซอว์ มี บูล การ์เดียน โซพ ที่มีส่วนผสมของสาระสำคัญ Chloroxylenol
สามารถทำความสะอาดและลดการสะสมของแบคทีเรีย จำนวน 1,000 ก้อน มอบให้ นพ.ชูศักดิ์ วรงค์ชัยกุล ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลบางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งสบู่ที่ได้มอบให้โรงพยาบาลบางใหญ่เป็นโรงพยาบาลแรก ได้เงินสนับสนุนจากศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี รุ่น 4 นอกจากนี้ยังมี                 
เจลแอลกอฮอล์ จำนวน 26 ลิตร จากบริษัท วธูธร จำกัด โดยคุณทัตภณ และคุณณภัชชา จีโชตินันท์ และน้ำดื่มตรา “ซัน-กรีน” จำนวน ขวด 1,200 ขวด จากบริษัท เค.จี.เอ็น.วอเตอร์ จำกัด โดยคุณวรพรรณ สินธุโสภณ และน้องพีช คุณพิชญ์อร วนรัตน์ (Top 10 Thai Supermodel 2019) ร่วมนำผลิตภัณฑ์มามอบให้กับโรงพยาบาลบางใหญ่ร่วมกับโครงการสบู่สู้ Covid-19 ในครั้งนี้ด้วย เพื่อให้คุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนซึ่งระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้กับเชื้อไวรัส Covid-19
ได้ใช้ของที่ดีมีคุณภาพในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสในสถานการณ์โรค Covid-19
ร่วมส่งกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานต่างๆ โดยการร่วมกันสมทบทุนสนับสนุน “โครงการสบู่สู้ Covid-19” เพียงบริจาคเงินคนละ 30 บาท ได้ที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี โครงการสบู่สู้ Covid-19 เลขที่บัญชี 214-1-42581-7 ในการจัดหาสบู่ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญ Chloroxylenol และอุปกรณ์ป้องกันไวรัส Covid-19 ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยโครงการแรกจะทำการมอบสบู่ให้กับ 10 โรงพยาบาล แห่งละจำนวน 1,000 ก้อน ในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ด้วยพลังน้ำใจจากคนไทยทั้งประเทศที่ส่งมอบให้คุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางแพทย์ด้วยหัวใจ แล้วเราจะผ่านวิกฤติไวรัส Covid-19 นี้ไปด้วยกัน

สามารถติดตามข่าวสารของ  “โครงการสบู่สู้  Covid-19”
ได้ที่ Facebook : สบู่สู้ Covid-19
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์หมายเลข 063-351-9649

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ นายเกียรติ ตั้งจิตต์ศีล


นายชวน  หลีกภัย  ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ นายเกียรติ  ตั้งจิตต์ศีล บิดา นางสาวสุภาลักษณ์  ตั้งจิตต์ศีล ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โดยมีนายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ร่วมพิธี สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2563 เวลา 15.00 น. ณ วัดธาตุทอง (พระอารามหลวง)

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เปิดให้บริการทั่วประเทศวันแรกหลังคลาย ล็อคดาวน์ รณรงค์ ‘วินัยคนไทย’

ประมวลภาพ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เปิดให้บริการทั่วประเทศวันแรกหลังคลาย

เพื่อใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย พร้อมเดินหน้าเศรษฐกิจไทย “Reunite Thailand Together”
- ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ 33 สาขาทั่วประเทศ พร้อมเปิดให้บริการ จันทร์-พฤหัสบดี 11.00-20.00 น.
ศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00-20.00 น. เพื่อเป็น “Center of New Normal Life” ศูนย์กลางการใช้วิถีชีวิตใหม่อย่างปลอดภัย และร่วมแรงร่วมใจกับคนไทยให้ประเทศเดินหน้าต่อไป
- ลุยปฏิบัติจริงมาตรการต้นแบบ “เซ็นทรัล ผู้นำ สะอาด มั่นใจ” รณรงค์ให้คนไทยช่วยกันรักษาวินัย การ์ดอย่าตก ใช้ชีวิตปลอดภัย วันแรกลูกค้าให้ความร่วมมือเป็นระเบียบอย่างดี
- ชูไฮไลท์ New Normal Innovation อาทิ หุ่นยนต์วัดอุณหภูมิและกดเจลล้างมือจาก AIS ที่เซ็นทรัลเวิลด์, ลิฟต์ไร้สัมผัส (Touchless Lift) ที่เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV-C ของ Central Food Hall & Tops, เครื่อง UV-C เช็ดบันไดเลื่อน, ตู้ UV-C ทำความสะอาดถุงสินค้า
กรุงเทพฯ – วันนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย เชื่อมั่นใน ‘พลังบวก’ เปิดแผน “พลังไทยช่วยไทย Reunite Thailand Together” รณรงค์ ‘วินัยคนไทย’ การ์ดอย่าตก เพื่อร่วมกันสะท้อนหนึ่งใน Social Distancing ที่ดีที่สุดให้ทั่วโลกชื่นชม เผยแผนธุรกิจ ‘เศรษฐกิจไทยช่วยไทย’ สร้างงาน สร้างอาชีพ ชวนคนไทยอุดหนุนสินค้าไทยจากชุมชน และผู้ประกอบการในประเทศ ชู 3 กลยุทธ์ เสริมสร้างความเชื่อมั่น ขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกัน สร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทย พร้อมเปิดให้บริการ ‘ศูนย์การค้าเซ็นทรัล’ ทั้ง 33 สาขา ทั่วประเทศ วันแรก หลังภาครัฐประกาศคลายล็อคดาวน์ เพื่อเป็น “Center of New Normal Life” ศูนย์กลางการใช้วิถีชีวิตใหม่อย่างปลอดภัย และร่วมแรงร่วมใจกับคนไทยให้ประเทศเดินหน้าต่อไป เปิดตัว New Normal Innovation จากร้านค้าในศูนย์ฯ พร้อมประกาศช่วยลดค่าเช่าร้านค้าต่อเนื่องไปอีก 3-6 เดือน คาดว่าจะมีทราฟฟิกกลับเข้าศูนย์ฯ ในช่วงแรก 25-40% มั่นใจในมาตรการ Density Control คุมความหนาแน่นของผู้ใช้บริการลงทะเบียนก่อนเข้า และจำกัด 1 คนต่อ 5 ตร.ม. เตรียมหนุนร้านค้าจัด Clearance Sales ช่วยระบายสต็อก, เปิดตลาดพื้นที่ขายสินค้าฟรีรวมกว่า 40,000 ตร.ม. อาทิ ตลาดเกษตรกร, SMEs ท้องถิ่น, ตลาดคนว่างงาน, เปิดท้ายขายของ สร้างเงินสะพัดหมุนเวียนในชุมชน ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยเดินหน้าต่อไปอย่างแข็งแกร่ง

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ เปิดให้บริการแล้ววันนี้ วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 11.00-20.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.00 น. พร้อมคุมเข้มมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อย่างต่อเนื่อง รณรงค์ให้ทุกคนมีวินัยในการใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์ และสแกนเข้า-ออกจากศูนย์การค้าด้วยแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” หรือ LINE @centralLife หรือแอพพลิเคชั่น The 1 โดยแนะนำให้ลูกค้าใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงภายในศูนย์การค้า



ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่ทำให้เราต่อสู้กับ COVID-19 จนตอนนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นตัวเลขหลักเดียว และมีตัวเลขเป็น 0 มาแล้วนั้น เพราะ ‘พลังคนไทย’ ที่ร่วมมือกัน และ ต้องขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ รัฐบาล หน่วยงานต่างๆ และคนไทยที่มีวินัยในการใช้ชีวิต แสดงให้เห็นถึงมาตรฐาน Health Security ในประเทศไทย ที่รับมือกับการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้อย่างมีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สำหรับเซ็นทรัลพัฒนาในฐานะภาคเอกชนผู้นำด้านการพัฒนาวงการรีเทล ที่มีส่วนขับเคลื่อนสังคมและประเทศมาโดยตลอด เรามีการเตรียมความพร้อม สร้างความมั่นใจด้วยมาตรการความสะอาดปลอดภัยในเชิงรุกมาตั้งแต่เริ่มต้นสถานการณ์ อีกทั้งยังเป็นผู้นำสร้างบรรทัดฐานตอบรับ New Normal ด้วยมาตรการต้นแบบ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” ที่วันนี้เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นทุกภาคส่วนพร้อมใจกันนำไปปฏิบัติในวงกว้าง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยโดยเฉพาะด้าน Social Distancing ที่เรียกได้ว่าเราเป็นผู้นำที่สร้างปรากฏการณ์จนได้รับความสนใจจากทั่วโลก”

ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าวต่อไปว่า “เซ็นทรัลพัฒนาเรามีส่วนสร้างงาน สร้างเมือง สร้างประเทศมาโดยตลอด ในวันนี้ที่ธุรกิจและชีวิตคนไทยกลับมาเดินหน้าต่ออย่างระมัดระวัง เราต้องการช่วยขับเคลื่อนและช่วยเหลือให้ฝ่าฝันอยู่รอดไปด้วยกันทั้งระบบ จึงได้ดำเนินแผนงานฟื้นฟูประเทศ ‘Reunite Thailand Together’ พลังไทยช่วยไทย ด้วย 3 กลยุทธ์หลักที่เน้นกระตุ้น Localised Economy ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ด้วยบทบาทใหม่ที่ต่อไปนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ จะเป็น ‘Center of New Normal Life’ ศูนย์กลางการใช้วิถีชีวิตใหม่อย่างปลอดภัย และร่วมแรงร่วมใจกันกับคนไทยให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ดังนี้

กลยุทธ์ที่ 1 – Reassure Confidence: เสริมสร้างความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตของประชาชน เน้นย้ำบทบาทของศูนย์การค้าที่ไม่เพียงดูแลลูกค้าแค่ภายในศูนย์ฯ เท่านั้น แต่ดูแลตลอดเวลาด้วยมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยและการมีวินัยในสังคม ศูนย์การค้าจึงเป็นมากกว่า Service Provider แต่เป็น Health & Safety Provider ด้วย โดยมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดทั้งในส่วนของศูนย์ฯ เอง กับ Touchless Lift ลิฟต์ไร้สัมผัสที่เริ่มนำร่องไปแล้วที่เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์, เครื่อง UV-C เช็ดบันไดเลื่อน, ตู้ UV-C ทำความสะอาดถุงสินค้า ร่วมด้วยพันธมิตรต่างๆ เช่น หุ่นยนต์วัดอุณหภูมิจาก AIS, หุ่นยนต์                ฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV-C ของ Central Food Hall & Tops, Uniqlo มีเครื่อง UV-C ทำความสะอาดเสื้อผ้าหลังลองสินค้า และ Sephora มีบริการ Find my shade ทดลองเครื่องสำอาง เป็นต้น

กลยุทธ์ที่ 2 – Reopen Business: ขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกัน รักษาความเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ ทั้งการไม่เลิกจ้างพนักงาน CPN และเดินหน้าลงทุนระยะยาวอย่างต่อเนื่องด้วยงบลงทุนกว่า 15,000-20,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงดูแลคู่ค้าร้านค้าให้สามารถฟื้นตัวและพร้อมที่จะกลับมามีรายได้ โดยมีการดูแลเรื่องค่าเช่าต่อเนื่องไปอีก 3-6 เดือนเพื่อช่วยให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้งโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังวางแผนเสริมความแข็งแกร่งของ Omnichannel เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ใน Retail Ecosystem เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยประสานจุดแข็งของ Physical & Online Platform ที่เริ่มเปิดตัวไปแล้วกับบริการ New Normal Lifestyle ได้แก่ One Call x One Click โทร. 02-021-9999 และ LINE: @CentralLife, บริการ Drive Thru, บริการ Central Eats ร่วมกับ Grab Food, บริการ Food Delivery & Food Pick Up Counter และบริการล่าสุด CentralLife: Chat & Shop เหมือนช้อปด้วยตัวเองจากเซ็นทรัลเวิลด์และเซ็นทรัล วิลเลจ ทั้งหมดนี้เรามีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยจุดแข็งที่เรามีคือฐานข้อมูลจาก The 1 ที่เรามีมานานและขยายฐานลูกค้ามาตลอด ทำให้เราเข้าใจลูกค้าและสามารถที่จะ Design Journey ได้อย่างตอบโจทย์
กลยุทธ์ที่ 3 – Rebuild Economy: สร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทย ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ สนับสนุนคนไทยอุดหนุนคนไทย ผลักดันและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าเปิดพื้นที่ฟรีให้เกษตรกรและเอสเอ็มอีรายย่อยทั่วประเทศ รวมกว่า 40,000 ตร.ม. ต่อเนื่อง 3-6 เดือน ยกตัวอย่างที่เราทำไปก่อนหน้านี้และได้รับผลตอบรับดีกับ ‘ตลาดผลไม้รวมใจ’ ที่ช่วยเกษตรกรผลไม้ส่งออกให้มีช่องทางกระจายสินค้า และต่อจากนี้ยังวางแผน สนับสนุนร้านค้าจัด Clearance Sales เพื่อช่วยเหลือทั้งร้านค้าและลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าจำเป็นในราคาถูก รวมถึงการตรึงราคาสินค้าและลดราคาอาหารในศูนย์อาหารของเรา เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนอีกด้วย”



ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ เปิดให้บริการแล้ววันนี้ วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 11.00-20.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.00 น. พร้อมคุมเข้มมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อย่างต่อเนื่อง รณรงค์ให้ทุกคนมีวินัยในการใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์ และสแกนเข้า-ออกจากศูนย์การค้าด้วยแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” หรือ LINE @centralLife หรือแอพพลิเคชั่น The 1 โดยแนะนำให้ลูกค้าใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงภายในศูนย์การค้า

ตลอดระยะเวลา 40 ปีแห่งการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เซ็นทรัลพัฒนา เล็งเห็นถึงคุณค่าของ ‘Positivity’ พลังความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการที่ใฝ่ฝันอยากจะสร้างสิ่งที่ดีกว่าให้กับลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ชุมชน ตลอดจนสิ่งแวดล้อม

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

GIT เปิดตัว CARAT APPLICATION

แพลตฟอร์มให้คำปรึกษาออนไลน์ ตอบโจทย์ทุกคำถาม อัญมณีและเครื่องประดับออนไลน์ 

วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดตัว CARAT Application ช่องทางให้คำปรึกษา และ ข้อมูลเชิงลึกผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสนับสนุน และเยียวยาผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ ในภาวะวิกฤติ COVID-19 ในทุกมิติ

นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบัน เปิดเผยว่า อัญมณีและเครื่องประดับไทยถือได้ว่าเป็นสินค้าสำคัญที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศ อีกทั้งเป็นผู้ส่งออกพลอยสีอันดับ 3 ของโลก แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ดังนั้น เพื่อเป็นการปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคม รูปแบบธุรกิจ วิถีชีวิต พฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับสถาบันมีนโยบายในการสร้างองค์ความรู้ด้านอัญมณีและเครื่องประดับ คลอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการออกแบบ การตรวจสอบอัญมณีและโลหะมีค่า ระบบมาตรฐาน เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ในระดับสากล สถาบันจึงได้จัดทำ Mobile Application ที่ชื่อว่า “กะรัต” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการให้คำปรึกษาด้านอัญมณีและเครื่องประดับครบวงจร ที่สามารถให้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา

สำหรับ “กะรัต” ถือได้ว่า เป็นแอพลิเคชั่นให้คำปรึกษา และ ข้อมูลเชิงลึกด้านอัญมณีและเครื่องประดับโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงผู้ที่สนใจ  ซึ่งสามารถใช้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา โดยสถาบัน ได้จัดทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งด้านการตรวจสอบอัญมณี การตรวจสอบโลหะมีค่า ด้านการตลาด นักออกแบบ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น บทวิเคราะห์การนำเข้า ส่งออก และในอนาคตสถาบันมีแผนจะเปิดให้บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายการประกอบธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ และการบริหารจัดการ อีกด้วย

นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังพร้อมให้บริการคำปรึกษาด้านเทคนิคนอกสถานที่ (Mobile Consult) เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการขอรับคำปรึกษาด้านเทคนิคโดยเฉพาะ เพื่อเร่งสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ รองรับมาตรการเร่งด่วนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นกะรัต Carat Application แพลตฟอร์มที่ปรึกษาทุกเรื่องราวอัญมณีและเครื่องประดับ ได้แล้วผ่านระบบ IOS และ Android

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 63 4 4999 ต่อ 635 - 642

เตรียมความพร้อม เพื่อเปิดกิจการ สถาน ประกอบการ Spa

เปิดกิจการ สถาน ประกอบการ Spa - นวดเพื่อสุขภาพณ. Oasis Spa

ดร.สุวภรณ์ แนวจำปา ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ) กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ  มาดำเนิน การถ่ายทำ
สื่อวีดีทัศน์ ณ โอเอซิส สปา (สาขาสุขุมวิท 31 ) เพื่อประชาสัมพันธ์แนวทางการเตรียมความพร้อม
เพื่อเปิดกิจการสถานประกอบการสปา นวดเพื่อสุขภาพ และนวดเพื่อเสริมความงาม
 เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19




วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

Thai Organic Platform เกษตรกรอินทรีย์อุ่นใจเดินหน้าพัฒนาผลผลิต

สามพรานโมเดล เผย 7 เหตุผล ผู้บริโภคขานรับ Thai Organic Platform เกษตรกรอินทรีย์อุ่นใจเดินหน้าพัฒนาผลผลิต

หลังจากเปิดใช้งานอีคอมเมิร์ชในแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ Thai Organic Platform เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีช่องทางการระบายสินค้าเกษตรอินทรีย์ จากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้เพียงแค่ 1 เดือนกว่าๆ กระแสตอบรับจากผู้บริโภคเข้ามาช้อปสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สร้างความอุ่นใจให้เกษตรกรอินทรีย์ และพร้อมเดินหน้าพัฒนาผลผลิตกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานและเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต
คุณอรุษ นวราช ผู้ริเริ่มขับเคลื่อนสามพรานโมเดล และไทยออร์แกนิกแพลตฟอร์ม (Thai Organic Platform) 
คุณอรุษ นวราช ผู้ริเริ่มขับเคลื่อนสามพรานโมเดล และไทยออร์แกนิกแพลตฟอร์ม (Thai Organic Platform) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดให้ผู้บริโภคซื้อพืชผัก และสินค้าอินทรีย์ ตรงจากเกษตรกรในรูปแบบ        พรีออเดอร์มาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ก็ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคมีหลากหลาย ทั้งที่เป็นลูกค้าตลาดสุขใจอยู่แล้ว และผู้บริโภครายใหม่ที่ต้องการเข้าถึงวัตถุดิบอินทรีย์ ซึ่งมียอดสั่งซื้อเฉลี่ยรายละประมาณเกือบ 1,000 บาท บางรายสูงถึง 3,000 บาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร เนื่องจากสะดวกเพราะมีจุดรับสินค้าที่ซอยทองหล่อ23 พร้อมมีการเรียกบริการขนส่งต่อไปยังบ้าน (ผู้บริโภคดูแลค่าบริการเอง)


สำหรับปัจจัยที่ทำให้ Thai Organic Platform มาแรง ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  คุณอรุษ กล่าวว่า  มี 7 เหตุผลหลัก  คือ

1. เป็นการซื้อตรงจากเกษตรกร จึงมั่นใจได้ในความเป็นอินทรีย์
2. ราคาเป็นธรรมที่สุดเพราะไม่ผ่านคนกลาง
3.ผู้บริโภครู้สึกดี มีคุณค่า ทุกการซื้อหมายถึงการสนับสนุนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ และกระจายรายได้ตรงให้เกษตรกร
4. การพรีออเดอร์ทำให้ลูกค้าแน่ใจว่าจะได้รับสินค้าที่สั่งไว้แน่นอน
5. ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้า ข้อมูลกลุ่ม เห็นรูปเกษตรกร กิจกรรมของเกษตรกรอินทรีย์อื่นๆ เช่น การไปเยี่ยมชมฟาร์ม  Workshop ต่างๆ รวมถึงโปรโมชั่นในอนาคต
6.ผู้บริโภคมีช่องทางในการสื่อสาร สอบถามเรื่องสินค้า ให้ความคิดเห็น ถึงผลิตภัณฑ์ การขับเคลื่อน  รวมถึงสามารถแชร์ข้อมูลความรู้บนแพลตฟอร์มได้ด้วย
7. มีเกษตรกรอินทรีย์ที่อยู่บนแพลตฟอร์มจากหลายพื้นที่ ทำให้มีสินค้ามากกว่า 350 รายการบนแพลตฟอร์ม ซึ่งคลอบคลุม ทั้งข้าว พืชผัก ผลไม้ อาหารแปรรูป เครื่องปรุง เครื่องดื่ม วัตถุดิบแห้ง ปศุสัตว์อินทรีย์ รวมถึงพืชผักพื้นบ้านตามฤดูกาล สินค้าอุปโภคต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
ได้เลือกสรร  วางแผนการทำอาหาร หรือคิดเมนูอินทรีย์ได้ล่วงหน้า



สำหรับความเห็นของผู้บริโภคได้สะท้อนถึงการใช้แพลตฟอร์มว่า มีความประทับใจในความหลากหลายของสินค้า  แต่ก็อยากให้เพิ่มประเภท และรายการ ให้เลือกมากขึ้นเรื่อยๆ มีการให้ข้อมูลสินค้าเด่นๆ ในแต่ละสัปดาห์หรือฤดูกาล ตลอดจนเพิ่มช่องทางในการจัดส่งสินค้า และขยายการส่งไปต่างจังหวัด
“ขอบคุณผู้บริโภคที่มามีส่วนร่วม เริ่มมาใช้แพลตฟอร์ม ซึ่งมุ่งให้เป็นเครื่องมือเชื่อมตรงระหว่างผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภค รวมถึงให้ข้อคิดเห็นเพื่อร่วมการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น” คุณอรุษ กล่าว

ทั้งนี้ Thai Organic Platform เป็นแพลตฟอร์มแรกในประเทศไทย ที่เชื่อมโยงสังคมอินทรีย์ ทั้งระบบ ทั้งผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์  ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค  สำหรับฟังก์ชันการซื้อสินค้าอินทรีย์ออนไลน์ผ่าน Thai Organic Platform  จะเป็นการพรีออเดอร์ โดยผู้บริโภคที่สมัครเป็นสมาชิกแล้ว  จะสามารถสั่งซื้อ
ได้ทุกวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง วันพุธ เวลา12.00 น. และมารับสินค้าได้ในวันเสาร์ ที่จุดรับสินค้า
ณ ตลาดสุขใจ ในสวนสามพราน  จ. นครปฐม  และจุดรับที่ร้าน Patom Organic Living  ซอยทองหล่อ 23

ในส่วนของเกษตรกรอินทรีย์ ที่วันนี้สามารถก้าวข้ามความกลัว อุปสรรค และเริ่มมีการปรับตัวกับระบบพรีออเดอร์ มีการวางแผน นำสินค้าขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง และจากผลตอบรับที่ดีทำให้เกษตรกรหลายคนคลายความกังวลจากสถานการณ์โควิด-19ไปได้มาก และอุ่นใจ พร้อมมีกำลังใจเดินหน้าพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพมาตรฐานรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเพิ่มมาก
คุณสมประสงค์ นาคดี (พี่หลวง) กลุ่มชุมชนป่าละอูเป็นสุข จ.ประจวบคีรีขันธ์ เล่าว่า  ตอนนี้เริ่มเข้าใจการขายออนไลน์มากขึ้น ช่วงแรกก็เหนื่อยนิดหน่อย เพราะต้องนำสินค้ามาขายที่ตลาดด้วย และต้องจัดการกับสินค้าพรีออเดอร์ที่จะต้องมีการจัดเตรียมให้ลูกค้าล่วงหน้า  ตอนนี้ก็เริ่มลงตัว และเชื่อว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น หน้าที่ของเราเมื่อลูกค้าต้องการอะไร ก็จะทำการผลิตให้ได้ และดีด้วย


“การขายบนแพลตฟอร์มลูกค้าจ่ายเงินตรงมาที่เราแม่บ้านก็ดีใจมาก บอกว่า อยู่บ้านก็ได้เงิน อนาคตจากนี้ไปมันต้องเป็นแบบนี้แหละมีช่องทางออนไลน์ และจะต้องมีการพัฒนาให้ดีขึ้นทั้งระบบในส่วนเกษตรกรจะทำอย่างไรให้ตอบสนองลูกค้าให้ได้ ทำอย่างไรที่จะประเมินผลผลิตในแปลงให้ตรงกับความต้องการ และมีสินค้าเพียงพอ เป็นโจทย์ที่เราต้องไปทำต่อ”

ส่วนคุณลำเจียก แสงพิทักษ์ เกษตรอินทรีย์บางช้าง จ.นครปฐม เล่าถึงความอุ่นใจให้ฟังว่า ช่วงนี้ ก็กำลังนึกอยู่ว่าฝรั่งที่กำลังออกมาจะขายได้ไหม ปกติจะส่งตามโรงแรม และห้างต่างๆ แต่พอโควิด-19 มากระทบไปหมด ออเดอร์หายเกลี้ยง ตอนแรกคิดว่าจะห่อฝรั่งดี หรือจะเลิกห่อ เพราะออกลูกมาก็ต้องตัดทิ้งอยู่ดี แต่พอมีแพลตฟอร์มเข้ามาทำให้เราเห็นโอกาส มีความมั่นใจว่าสินค้าเราขายได้ ขอบคุณผู้บริโภค  ที่สนับสนุนเกษตรกรอินทรีย์ ทำให้พวกเราอุ่นใจและมีกำลังใจผลิตอยากให้มาซื้อบนแพลตฟอร์มเยอะๆ


ผู้สนใจใช้แอพพลิเคชั่น Thai Organic Platform สามารถโหลดแอพหรือเข้าเว็บhttps://thaiorganicplatform.com
สอบถาม ติดต่อได้ทาง   Line @ thorganicplatform กด Link: https://lin.ee/1uDee1A
โทร. 064-295-4289 หรือ ฝากข้อความผ่าน FB: ไทยออร์แกนิกแพลตฟอร์ม

“ชวน” รับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากกลุ่มนักธุรกิจไทยจีน ช่วยผู้เดือดร้อนโควิด -19


นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา รับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากกลุ่มนักธุรกิจไทยจีน ประกอบด้วย ดร.อมร มีมะโน ผู้ก่อตั้ง บมจ.เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี(AJ) บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด รวมมูลค่า 8,000,000 บาท ได้แก่ หน้ากากอนามัย 70,000 ชิ้น เจลและแอลกอฮอล์ 20,000 ขวด เครื่องวัดอุณหภูมิ รุ่น IT-888 จำนวน 900 เครื่อง

นอกจากนี้ ภัตตาคารเสฉวน ได้จัดทำอาหารกล่อง 1,000 กล่อง เพื่อให้ประธานรัฐสภา และคณะ นำไปมอบช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด 19


นายชวน กล่าวว่า หลังจากนี้ ประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารรานำสิ่งของไปมอบให้ผู้ที่มีความจำเป็น โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึง อสม. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดต่างๆ ด้วย ขณะเดียวกัน วันนี้ จะมอบหมายให้นายแทนคุณ จิตอิสระ คณะทำงาน นำอาหารไปมอบให้ประชาชนในพื้นที่ที่กำลังเดือดร้อน

ดร.อมร มีมะโน ผู้ก่อตั้ง บมจ.เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี(AJ) กล่าวว่า การมอบครั้งนี้ คณะนักธุรกิจไทย-จีน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อยของชาวจีน ที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย เพราะจีนถืออยู่เสมอว่า ไทยจีนเป็นพี่น้องกัน เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน จึงขอให้คนไทยมีความเข้มแข็ง อดทน เพื่อฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน


แบรนด์ เซเลเน่ จัดโครงการ เซเลเน่ แมส รวมใจสู้ภัยโควิด



โครงการ Selene Mask #รวมใจ #สู้ภัยโควิด เป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยแบรนด์ของ Selene เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีหน้ากากผ้าคุณภาพดีสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังได้รับประกันโควิด-19 กับประกันอุบัติเหตุ อีกทั้งยังได้ร่วมสมทบทุนเพื่อมอบเงินและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับบุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลอีกด้วย
สิทธิพิเศษสำหรับท่านที่ซื้อหน้ากากผ่านทางโครงการในราคาพิเศษมูลค่า  100 บาท (จากปกติราคา 180 บาท)
ได้รับหน้ากากผ้า Selene Mask รุ่นพิเศษ 1 ชิ้น ที่มีคุณสมบัติสะท้อนน้ำ เทคโนโลยีผ้าคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดกลิ่นอับและแบคทีเรีย
ได้ร่วมสมทบทุนให้โรงพยาบาล
ได้รับได้รับประกันโควิด-19 และประกันอุบัติเหตุ

โดยโครงการนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่
1 พฤษภาคม – 31 กรกฏาคม 2563 นี้ และจะมีการนำรายได้จากการลงทะเบียนหลังจากหักค่าใช้จ่าย ไปมอบให้กับโรงพยาบาล เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรค ให้กับแพทย์และพยาบาลต่อไป

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนได้ที่ 


เกี่ยวกับหน้ากาก Selene Mask รุ่นพิเศษ
ด้านหน้าใช้ผ้าสะท้อนน้ำแบบพิเศษ เพื่อความปลอดภัย สามารถกันน้ำและสารคัดหลั่งต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ผ้าด้านในใช้ผ้าเทคโนโลยีพิเศษผสมคอลลาเจน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดกลิ่นอับและยับยั้งแบคทีเรีย  อีกทั้งยังเป็นหน้ากากผ้าที่สามารถซักและนำมาใช้ใหม่ได้มากถึง 30 ครั้ง




วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

บาโอจิ (BAOJI) จัดโครงการ “บาโอจิรวมใจ มอบให้ทีมพยาบาล”

มอบรองเท้าพยาบาล แทนกำลังใจสนับสนุนฮีโร่ก้าวผ่าน
โควิด-19


ย้อนกลับไปเมื่อ 24 ปีก่อน บนถนนพุทธมณฑล สาย 4 ถือเป็นจุดสตาร์ทก้าวแรกของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ “หลงไทย กรุ๊ป” เจ้าของและผู้พัฒนารองเท้าผ้าใบชื่อดัง “บาโอจิ (BAOJI)” ซึ่งความน่าสนใจจุดแรกของแบรนด์บาโอจิ คือการเป็นแบรนด์ชื่อแรกๆ ของไทย ที่ประสบความสำเร็จ และเติบโตในตลาดรองเท้าผ้าใบอย่างรวดเร็ว

ความน่าสนใจจุดที่สองของบาโอจิ คือการเดินหน้าขยายความแมส ที่เข้ามาเป็นไลฟ์สไตล์ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันทั่วไปของผู้ใช้ หรือพูดง่ายๆ คือการสร้างรองเท้าผ้าใบที่เป็น “ไลฟ์ชู” สไตล์ SPORT FASHION ของทุกเพศทุกวัย ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ใช้งานได้ทั้งตอนเล่นกีฬา ตอนใส่สไตล์แฟชั่น หรือแม้แต่ช่วงเวลาลำลอง



ประโยคง่ายๆ อย่าง “ใครใส่ก็ดูดี” คือหนึ่งในแรงผลักให้บาโอจิ ตั้งใจสรรค์สร้างรองเท้าที่มีคุณภาพ
มีความยืดหยุ่น นุ่มที่สุด เบาที่สุด และคงรูปร่างความทันสมัยที่สุด จนเป็นที่ยอมรับของผู้สวมใส่ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งการก้าวอย่างต่อเนื่องมาถึงจุดที่เดินอยู่ในปัจจุบัน ช่วยให้บาโอจิได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในนั้นคือการขยับเอาจุดแข็ง SPORT FASHION มาไว้ในบริบทที่แตกต่างของ “รองเท้าพยาบาล” กลายเป็นอีกความน่าสนใจที่ประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ โควิด-19 แบบพอ
ดิบพอดี

นางสาวเบญญาภา ปริญณรัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท หลงไทย อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รองเท้าทุกคู่ที่บาโอจิออกแบบล้วนมีเอกลักษณ์ที่ต่างกันออกไป ซึ่งถ้าพูดถึงรองเท้าของพยาบาล เราคงนึกภาพไลฟ์ชูที่ต้องคอยรองรับการทำงานหนัก ต้องเคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา และบาโอจิก็ได้ตอบโจทย์ภาพในหัวนี้ ออกมาเป็นรองเท้าสำหรับพยาบาลโดยเฉพาะ ที่ใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เลือกวัสดุ ไปจนถึงวินาทีที่พื้นรองเท้าได้สัมผัสกับพื้นของโรงพยาบาล


รองเท้าพยาบาลบาโอจิ คือผลผลิตที่เกิดจากเทคโนโลยีอันเป็นนวัตกรรมทุกสัดส่วน เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุหนังคุณภาพสูง 2 ชั้น เพื่อเป็นรองเท้าที่ดีที่สุด นุ่มที่สุด เบาที่สุด มีความยืดหยุ่น เน้นการใช้งาน พื้นรองเท้าทำจากยางพารา เพิ่มการยึดเกาะพื้นได้ดี และป้องกันการลื่นไถล เมื่อสวมใส่จะให้ความสบายทั้งเท้า จากฟองน้ำหนานุ่มที่กระจายน้ำหนักได้ดี ส่วนปลายรองเท้าไม่มีการบีบรัด คิดเผื่อเพื่อป้องกันอาการเท้ากัด ด้านส่วนส้นเท้าได้ใช้การผลิตในรูปแบบยกระดับ เพื่อช่วยให้การรองรับน้ำหนักทำได้ดียิ่งขึ้น ซ้ำยังช่วยเสริมบุคลิกภาพของผู้ใช้ให้ดูสง่างาม และเมื่อไล่ไปที่ส่วนด้านบนของรองเท้า จะเห็นว่าบาโอจิเลือกใช้วัสดุ Velcro หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ตีนตุ๊กแก’ สำหรับช่วยให้การสวมใส่เกิดความกระชับ สะดวกต่อการเคลื่อนไหว แต่แฝงการออกแบบที่ทันสมัยแบบ LOOKING GOOD ON YOU อันเป็นหัวใจสำคัญ
“เหตุการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ส่งผลให้ทีมแพทย์และพยาบาล ที่ทำหน้าที่เป็นนักรบแนวหน้า ต้องทุ่มเททำงานอย่างหนัก ทั้งแรงกาย แรงใจ และต้องขยับร่างกายเคลื่อนไหวตลอดเวลา เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อให้ปลอดภัย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบกับการแพทย์ทั่วโลก ลากยาวมาตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ในเดือนพฤษภาคม ที่มีวันสำคัญของพยาบาลทั่วโลกรวมอยู่ด้วยคือ วันพยาบาลสากล (International Nurses Day) และทำให้ หลงไทย กรุ๊ป ผู้จำหน่ายรองเท้าผ้าใบและรองเท้าพยาบาล แบรนด์บาโอจิ ได้เลือกวันที่แสนสำคัญนี้ มาสนับสนุนรองเท้าสำหรับพยาบาล ภายใต้โครงการ ‘บาโอจิรวมใจ มอบให้ทีมพยาบาล’ เพื่อร่วมยืนสู้เคียงข้างทีมแพทย์และพยาบาล ให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

นางสาวเบญญาภา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ “บาโอจิรวมใจ มอบให้ทีมพยาบาล” เป็นโครงการที่สนับสนุนรองเท้าพยาบาล มีมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ที่ถูกออกแบบมาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ ช่วยสนับสนุนการทำงาน ด้วยคุณสมบัติที่ใส่สบายแม้ต้องยืนเป็นเวลานาน มีการยึดเกาะที่ดี นุ่ม เบา ยืดหยุ่น ไม่ลื่น ให้กับทีมพยาบาล 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลศิริราชฯ, โรงพยาบาลรามาฯ และโรงพยาบาลจุฬาฯ ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2020 ซึ่งเป็นวันพยาบาลสากลครั้งแรกของทศวรรษนี้ โดยชาว หลงไทย กรุ๊ป และแบรนด์บาโอจิ เชื่อว่ากำลังใจคู่นี้ จะส่งมอบความอบอุ่น ส่งมอบความสบาย เพื่อให้พี่ๆ น้องๆ พยาบาลทุกคน มีแรงอดทน ยืนสู้ เป็นฮีโร่พาคนไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

แม้ว่าการก้าวเดินของแบรนด์บาโอจิ ต้องชะงักจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แต่การเป็นฐานรองให้ฮีโร่พาคนไทยก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ก็คงเป็นการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

คนจนมาก ลำบากจริง

ใน กทม. จำนวน 2,700 คน
กรมพ้ฒนาสังคมฯ และ อพม. ลุยเก็บตก

วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 นายสุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ที่ไวรัส Covid-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก รัฐบาลออกมาตรการดูแลเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งคนตกงาน คนเร่ร่อน คนไร้ที่พึ่ง ผู้ประสบปัญหาสังคม ให้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการ แต่ยังมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ รอรับการช่วยเหลือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน จึงดำเนินโครงการค้นหา “คนจนมาก ลำบากจริง” ในเขตพื้นที่กรุงเทพ ฯ



โดยจัดชุดปฏิบัติการนักสังคมสงเคราะห์ 128 คน พร้อมอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กว่า 1,800 คน แบ่งเป็น 7 ทีม ลุยพื้นที่ชุมชนทั่วกรุงเทพมหานคร 50 เขต เพื่อตามหาเป้าหมาย "คนจนมากฎ- 2,700 คน
   
ขั้นตอนการดำเนินงาน พส.ได้จัดประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ แก่ อพม.จากนั้นได้วางแผนปฏิบัติการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน โดยเริ่มส่งทีม อพม.ค้นหากลุ่มเป้าหมาย ชี้เป้า และจะส่งชุดปฏิบัติการร่วมกับ อพม.ลงเยี่ยมบ้าน สอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 และดำเนินการตามแผนการช่วยเหลือ เฝ้าระวังผู้ประสบปัญหาสังคม และจะจ่ายเงินสงเคราะห์ผ่านระบบ “Krungthai Corporate Online” โดยระบบจะโอนเงินไปยังผู้ประสบปัญหาทางสังคม และแจ้งผลการโอนเงินให้ อพม.รับทราบ เพื่อแจ้งแก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคมต่อไป


   
หากประชาชนประสบปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลือต่าง ๆ 
สามารถแจ้งมายัง ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ หรือ สายด่วน พม. โทร. 1300 
บริการ 24 ชั่วโมง แล้วเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ไทยแลนด์มอลล์ผนึกซีพี รีเทลลิงค์ เพิ่มช่องทางขายสินค้าช่วยผู้ประกอบการ

เปิดเชลขายผ่านร้านกาแฟมวลชนทั่วประเทศ 


บริษัท มอลล์ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมกับ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ร่วมช่วยเหลือผู้ประกอบการโอทอปและเอสเอ็มอี ด้วยการเพิ่มช่องทางการขายสินค้า จัดโครงการ "ไทยแลนด์มอลล์คัดโอทอปคุณภาพ เสริมช่องทางจำหน่าย สร้างรายได้โดย "มวลชน"  เพื่อให้สินค้าของกลุ่มผู้ประกอบการโอทอปและเอสเอ็มอี เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ผ่านร้านกาแฟมวลชนทั่วประเทศ  โดยสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านกาแฟมวลชนนั้นได้รับการพัฒนาและคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์พร้อมทานเพื่อสุขภาพเห็ดภูฐานจากชื่นฟาร์ม ที่ได้รับการพัฒนาจนเป็นสินค้าพร้อมเสิร์ฟบนเครื่องบินการบินไทย  และผลิตภัณฑ์ "ข้าวกรอบสยาม" สินค้าดี ๆฝีมือเอสเอ็มอีไทยที่หลายคนชื่นชอบ จัดวางจำหน่ายเพื่อเป็นของทานเล่นเคียงคู่กับกาแฟและเมนูเครื่องดื่มต่าง ๆภายในร้าน  ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น  สำหรับลูกค้าที่สนใจและชื่นชอบผลิตภัณฑ์พร้อมทานเพื่อสุขภาพนี้สามารถเลือกซื้อได้ที่ร้านกาแฟมวลชนกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ อาทิ ร้านกาแฟมวลชนสาขาวิภาวดี , เทเวศน์,  กระทรวงเกษตรฯ, สามเสน , แม็คโครศาลายา, ธาราพาร์ค, แม็คโครถลาง ภูเก็ต, แม็คโครปากช่อง,  แม็คโครพัทลุง, แม็คโครยโสธร, แม็คโครมหาสารคาม, แม็คโครนครนายก, แม็คโครทุ่งสง, แม็คโครแพร่, แม็คโครพะเยา, แม็คโครเกาะช้าง, โลตัสตาก, โฮมโปรสมุทรสงคราม, โลตัสอยุธยา และร้านกาแฟมวลชนทั่วประเทศกว่า 200 สาขา 


นอกจากนี้ยังสามารถอุดหนุนสินค้าโอทอปไทยเปี่ยมคุณภาพได้หลากหลายรายการ
โดยสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ https://www.thailandmall.com
หมายเลขโทรศัพท์ 094-895-9175

วิริยะประกันภัย ร่วมมือสู้ภัยโควิด-19

มอบชุด PPE และอุปกรณ์การแพทย์ โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ 



นายอัสมัน มะลี  ผู้จัดการศูนย์ปฎิบัติการสินไหมทดแทนปัตตานี พร้อมผู้บริหารและทีมงานในสังกัดฝ่ายปฎิบัติการภาค 5 (ภาคใต้) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และเพิ่มความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลปัตตานี  จังหวัดปัตตานี , โรงพยาบาลยะลา จังหวัดยะลา ,โรงพยาบาลบันนังสตา จังหวัดยะลา
                ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เสียสละชีวิตของตนเองเพื่อรักษาผู้ป่วย บริษัทฯ ขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของไทยทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อคนไทยในการฟันฝ่าวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19 ในครั้งนี้

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

Hydro C สกินแคร์ในรูปแบบ “สเปรย์”



ผลิตภัณฑ์เสริมคุณภาพผิว สัมผัสใหม่ ของการบำรุงผิวหน้า Hydro C สกินแคร์ในรูปแบบ 
“สเปรย์” บำรุงได้ล้ำลึก ซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว

ก่อนหน้านี้ต้องออกจากบ้าน และแต่งหน้าไปข้ทำงานนอกบ้านทุกวัน พอได้หยุดทำงานที่บ้านบ้าน เลยเลือกที่จะไม่ทาอะไรลงบนผิวหน้าเลย เพราะคิดว่าไม่ได้ออกไปไหน แต่รู้หรือไม่ว่าถึงแม้เราจะอยู่แต่ในบ้าน พบเจอได้ทั้งแสง UV ที่ลอดผ่านโทรศัพท์มือถือ หน้าจอคอมพิมเตอร์ เข้ามา หรือจะเป็นฝุ่นควัน มลพิษที่ลอยเข้ามาใน



มาดูตัวช่วยความเบาสบายที่มีคุณสมบัติพิเศษเช่น
- Acmella เป็นโบท็อกซ์จากธรรมชาติช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง รูขุมขนกระชับ
- เติมเต็มความชุ่มชื่น แต่ไม่ทำให้หน้ามัน
- ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำบำรุงที่ปกป้องความชุ่มชื้นของผิว และยังช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน
- ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และปกป้องผิวจากมลภาวะ
- ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์มาปกป้องผิวหน้าไว้ก่อนดีกว่า

อายุเพิ่มขึ้น และปัจจัยภายนอกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผิวแลดูเหนื่อยล้า เสื่อมโทรม และมองเห็นถึงปัญหาผิว สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ และจุดด่างดำ ที่มองเห็นจากภายนอก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
https://lin.ee/hhmv4nd
Call center : 064 2829 888


Work from Hotel @ เรสซิเดนซ์ ฦทธิ์ กรุงเทพ


กรุงเทพมหานคร, พฤษภาคม 2563 - เปลี่ยนบรรยากาศจากการ “Work from Home” เป็น “Work from Hotel” กับ เรสซิเดนซ์ ฦทธิ์ กรุงเทพ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านสยามสแควร์ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า หรือรถส่วนตัว พร้อมอุปกรณ์การสื่อสาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างสร้างสรรค์ สงบและปลอดภัย ด้วยการรักษาความสะอาด และการบริการที่ได้มาตรฐาน

เรสซิเดนซ์ ฦทธิ์ กรุงเทพ ขอมอบบริการห้องแบบ Day Use 10 ชั่วโมง ราคาพิเศษ เพียง 1,299 บาท หรือพักค้างคืนในราคาเพียง 2,499 บาท ต่อคืน พร้อมอาหารเช้าในห้องพัก และสิทธิพิเศษอีกมากมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 612 3456 หรืออีเมล reservation@litbangkok.com