เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle บันเทิง ทันทุกกระแสข่าว!

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

“ฮ็อป อินน์ “กรุงเทพฯ พร้อมเปิด “คอมโบโฮเท็ล”

“คอมโบโฮเท็ล” 
เมอร์เคียว ไอบิส สุขุมวิท24 ขนาดกว่า 500 ห้อง 

เอราวัณ เดินหน้าตามแผน ลุยปักธง “ฮ็อป อินน์ “กรุงเทพฯ พร้อมเปิด “คอมโบโฮเท็ล” 
เมอร์เคียว ไอบิส สุขุมวิท 24 ขนาดกว่า 500 ห้อง บริษัท ดิเอราวัณกรุ๊ป จำกัด ( มหาชน ) 






รายงาน ผลกำไรสุทธิสำหรับไตรม าส 4/61 จำนวน 180 ล้านบาท 
เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จาก
ผลประกอบการของไตรมาส 4/60 ส่งผลให้ในปี 2561 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 536 ล้านบาท และในปี 2562
ตั้งเป้าเติบโต ประมาณร้อยละ 10-15 จาก ปี 2561 
โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งคาดว่าปีนี้  ประเทศไทยจะมีจำนวนกับท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าจำนวน 41.1 ล้าน คนเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 7.5 จากปี 2561





โดยประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมจากนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ในปี 2562  มีแผนจะเปิดโรงแรม
ใหม่จำนวน 9 แห่ง โดยเป็นโรงแรม ฮ็อปอินน์ 
ในประเทศไทย จำนวน 7 แห่ง โรงแรมระดับกลาง และ
ชั้นประหยัดอีก 2 
แห่ง จะส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2562 มี โรงแรมรวมทั้งสิ้น 70 แห่ง  มีจำนวนห้องพัก ทั้งสิ้น 9,559 ห้อง โดยตั้งเป้าว่าจะมีอัตราการเข้าพักมากกว่าร้อยละ 80 ในปีนี้   เพิ่มขึ้น จากร้อยยละ79ในปี 2561 และคาดการณ์การเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักรวม  (ไม่รวมกลุ่มฮ็อป อินน์) ร้อยละ 3-5


นายเพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป 


นายเพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป กล่าวว่า
“ปีนี้จะเป็นปีแรกที่เปิดโรงแรมฮ็อป อินน์ ในกรุงเทพฯ จำนวน 2 
แห่ง แห่งแรก คือโรงแรมฮ็อป อินน์ แจ้งวัฒนะ จำนวน 108 
ห้อง พร้อมเปิดให้บริการ  ในไตรมาส 3 ของปีนี้
ตั้งอยู่บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ 
23 ใกล้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า
MRT สายสีชมพู สถานีแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด และแห่งที่ 2 คือ โรงแรมฮ็อปอินน์ รังสิต จำนวน 79 ห้อง
ตั้งอยู่ใกล้โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต และห้างสรรพสินค้า ฟิ วเจอร์ ปาร์ค รังสิต พร้อมเปิดให้บริการในไตรมาส 3 
ของปี นี้เช่นกัน”



บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าโรงแรมทั้ง 2 แห่งจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี
ทั้งจากทำเลที่สะดวกในการเดินทางอยู่ใกล้ ศูนย์การค้าโรงภาพยนตร์และคุณภาพของโรงแรม
ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดถือมาโดยตลอด ตั้งแต่ในปี 2557 ที่เริ่มเปิดฮ็อป อินน์แห่งแรก จนถึงปัจจุบัน
ณ สิ้นปี 2561 มีเครือข่ายโรงแรมฮ็อป อินน์รวมจำนวน 36 แห่งทั่วประเทศไทย


ซึ่งนับเป็นกลุม่โรงแรมบัคเจ็ท ซึ่งมีเครือข่ายทีครอบคลุมการให่บริการมากทีสุดใน ประเทศไทย
และได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าม าโดยตลอด สะท้อนจากผลการดำเนินงานทีเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเป็ นผลมาจากการให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของโรงแรมเพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าอยู่ ตลอดเวลารวมถึงสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในฐานะเครือข่ายโรงแรมบัดเจ็ทที่มีคุณภาพ   
สำหรับโรงแรมฮ็อป อินน์ อีก 5แห่งจะเปิดให้บริการที่ จังหวัด ขอนแก่น เชียงราย ระยอง หาดใหญ่
และ นครปฐม โดยจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ 



นอกจาก โรงแรมฮ็อปอินน์ จำนวน 7 แห่ง และในปีนี้ บริษัท ยังมีแผนจะเปิดให้บริการ โรงแรมเมอร์เคียว ไอบิส สุขุมวิท 24 จำนวนห้องพัก 501 ห้องในไตรมาส 4 ของปีนี้  ซึ่งนับเป็นโรงแรมในกรุงเทพฯ  ของบริษัทที่มีจานวนห้องพักมากที่สุดโดยโรงแรม ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์และห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม เป็น โรงแ รมรูปแบบคอมโบโฮเต็ล แห่งที่3 ของบริษัท ซึ่งมี 2 โรงแรมภายในตึกเดียวกัน  หลังจากการเปิดให้บริการโรงแรมเมอร์เคียว ไอบิสสยามซึ่งเป็นโรงแรมคอมโบแห่งแรกในปี  2555 และมีผลการดำเนินงานที่ดีมาโดยตลอดรวมถึง

โรงแรมโนโวเทล ไอบิส สไตล์ สุขุมวิท 4 โรงแรมรูปแบบคอมโบ แห่งที่ 2 ซึ่ง  เปิดให้บริการในไตรมาส4 ปี 2561และ  ได้รับการตอบรับที่ดีโดยมีอัตราการเข้าพักมากกว่าร้อยละ 60 ในช่วง 3 เดือนแรก
ของการเปิดให้บริการ  ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 4 ของแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2559-2563) เดินหน้าตามแผนทีกำหนดไว้มุ่งสูการเป็นผู้นำในธุรกจิการพัฒนา และลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทในประเทศไทย 
และอาเซียนโดยในปีนี้ตั้งงบลงทุนไ ว้ประมาณ  3,000  ล้านบาท 


เพื่อใช้ในการพัฒนาโรงแรมใหม่ที่จะเปิดให้บริการในปีนี้  จำนวน  9 แห่ง และปรับปรุงโรงแร มเดิ มให้มีความพร้อมในการแข่งขันรวมถึงโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและจะเปิดให้บริการในปี ต่อๆ ไปด้วย
จากการดำเนินงานตามแผนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2562 บริษัทจะมีจำนวนโรงแรมทั้งสิ้น 70แห่ง และจำนวนห้องพัก 9,559 ห้อง และมุ่งสู่การมีจำนวนห้องพักมากกว่า10,000 ห้องภายในปี 2563 ได้ตามเป้าหมาย  


ด้านนางสาวกันยะรัตน์ กฤษณะเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการ สายบริหารเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ  บมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป กล่าวว่า 
3 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไตรมา ส 4/61 กลับมาเติบโตอีกครั้งหนึ่ง  หลังจากการชะลอตัวในไตรมาส 3/61 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ในไตรมาสนี้เท่ากับ 9.7 ล้าน คนขยายตัวร้อยละ 5 จากไตรมาส 4/60 ทั้งนี้  นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทยมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยในเดือนธันวาคม 2561
นักท่องเทียวจีน กลับมาเติบโตอีกครั้งหนึ่ง หลังจากหลังจากอุบัติเหตุเรื่อล่มที่จังหวัดภูเก็ต ในเดือน กรกฎาคม 2561 แม้ว่าจะยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะปกติ แต่พัฒนาการนี้ได้สะท้อนให้เห็นสัญญาณที่ดี
ของการฟื้นตัวในไตรมาส 4/61 บริษัทเปิดโรงแรมใหม่จำนวน 4 แห่ง ส่งผลให้ ณ สิ้ น ปี 2561

บริษัทมีจำนวนโรงแรม ที่เปิดให้บริการทั้งสิ้น 61 
โรงแรมและมีจำนวนห้องพัก ทั้งหมด 8,485 ห้องนอกจากนี้ในเดือนตุลาคม 2561บริษัทได้เปิดให้บริการห้องพักของ  โรงแรม เจ ดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ที่ปรับปรุงแล้วเสร็จซึ่งห้องพกัที่ปรบัปรุงแล้วเสร็จคิดเป็นจำนวน 70% ของห้องพักทั้งหมด สำหรับการปรับปรุงห้องพักระยะสุดท้ายจ านวน 30%  จะดำเนินการปรับปรุง  ในระหว่างไตรมาส 2
และ 3 ของปี 2562 
รายได้รวมจากการดำเนินงานในไตรมาส 4/61 เท่ากับ 1,701ล้านบาท เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 7  จากไตรมาส 4/60 



ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น