28 มีนาคม 2567

ผู้ว่าการ ททท. ร่วมต้อนรับคณะ Fam Trip

ตัวแทนขายบริษัทนำเที่ยว (Frontliners) เยี่ยมชมงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2567 


ผู้ว่าการ ททท. ร่วมต้อนรับคณะ Fam Trip ตัวแทนขายบริษัทนำเที่ยวระดับแนวหน้า (Frontliners) ซึ่งเป็นตัวแทน Travel Agent ที่เป็น Best Seller นำเสนอขายสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย จำนวน 21 คน จาก 13 ประเทศ ในภูมิภาคยุโรป ได้แก่ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ราชอาณาจักรสวีเดน สาธารณรัฐอิตาลี สาธารณรัฐโปรตุเกส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐเช็ก สาธารณรัฐโปแลนด์ ราชอาณาจักรเดนมาร์ก สหราชอาณาจักร สหพันธรัฐรัสเซีย และราชอาณาจักรเบลเยียม ที่เข้าร่วมทัศนศึกษาเพื่อสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ในประเทศไทย เส้นทางทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ได้แก่ เส้นทางชลบุรี-ระยอง และเส้นทาง กระบี่-ตรัง จำนวน 5 วัน 4 คืน ระหว่างวันที่ 22-27 มีนาคม 2567  




#TTF2024 #เทศกาลเที่ยวเมืองไทย2567 #AmazingThailand

เครือ รพ. พญาไท-เปาโล ได้รับยกย่องให้เป็น The Best Medical Healthcare Brand

 ในงาน The People Awards 2024 


     เครือ รพ. พญาไท-เปาโล ขึ้นแท่นผู้นำด้านสุขภาพ ล่าสุดคว้ารางวัล The Best Medical Healthcare Brand ในหมวดธุรกิจการแพทย์ในประเทศไทย จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อให้การตัดสินรางวัลในครั้งนี้มีข้อมูลเชิงลึกที่ถูกต้องแม่นยำ มีความน่าเชื่อถือ ทันต่อความเคลื่อนไหว ครอบคลุมรอบด้านทุกความแตกต่างหลากหลาย โดยมี คุณอนันต์ ลือประดิษฐ์ บรรณาธิการอำนวยการ และผู้ร่วมก่อตั้ง The People เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัล ในงาน The People Awards 2024 โดยทีมผู้บริหารของโรงพยาบาลฯ นำโดย คุณศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาดเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล พร้อมด้วย คุณวนิดา เศรษฐเศวต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารการตลาดองค์กร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เข้ารับรางวัลดังกล่าว 


     ซึ่งเกณฑ์การตัดสินได้คัดเลือกองค์กรที่มีความโดดเด่นด้านต่างๆ 5 รางวัล จากองค์กรที่เข้าเกณฑ์จำนวน 100 Finalists โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาเน้นเรื่อง “คน” ที่ไม่หยุดพัฒนา สอดคล้องกับการให้ความสำคัญเรื่อง “People Branding” ควบคู่กับการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือให้คนไปดูแลคน ซึ่งงานนี้จัดโดย The People ซึ่งเป็นสื่อในเครือ Nation Group ประกอบด้วย กรุงเทพธุรกิจ คมชัดลึก, สปริงนิวส์ ,The Nation, ฐานเศรษฐกิจ และ The People  

     รางวัลนี้นับเป็นอีกความสำเร็จร่วมกันของพนักงานทุกระดับที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นพัฒนา ‘คน’ ที่เป็นหัวใจสำคัญขององค์กร ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการสร้างนวัตกรรมที่ดูแล ‘คน’ ดังคำที่ว่า “นวัตกรรมที่ดีที่สุด คือ คนที่ไม่หยุดพัฒนา” ภายใต้แคมเปญ Fight for Better หรือ ‘ดีที่สุดไม่มี มีแต่ดีขึ้น ดีขึ้น และดีขึ้น” คำพูดติดปากของคนในเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล องค์กรที่อาศัยแรงขับเคลื่อนจากความดีและความเก่งของทุกคน สู่เป้าหมายสร้างคนเพื่อให้ดูแลคน

พยัคฆ์ มอเตอร์ ปลื้ม EV BIKE กระแสตอบรับดี ตั้งเป้าเสิร์ฟมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเข้าถึงทุกกลุ่มผู้ใช้งาน


นายภาณุ ศีติสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พยัคฆ์ เพาเวอร์ คอร์ป และบริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า จากสถิติของกรมการขนส่งทางบก เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา ระบุว่ามีรถจักรยานยนต์ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย จำนวน 22,137,636 คัน ยังไม่รวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีกจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในระบบขึ้นทะเบียน หลายปัจจัยที่ทำให้คนไทยหันมาขับขี่ยานยนต์สองล้อ ปัญหาการจราจรติดขัดในวิกฤตช่วงเวลาเร่งด่วน ระบบขนส่งมวลชนไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ เข้าถึงเฉพาะถนนสายหลัก ตรอกซอกซอยจำนวนมากที่กระจายอยู่ทั่วเมือง หรือการใช้รถมอเตอร์ไซค์เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางไปยังระบบขนส่งสาธารณะ 


ขณะที่ภาครัฐส่งเสริมนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต และกำหนดให้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่ม S-Curve พร้อมประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2065 ทุกภาคส่วนต่างตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้อัตราการเติบโตของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV เป็นเมกะเทรนด์ที่น่าจับตา ด้วยเหตุผลการประหยัดเงินค่าน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดภาวะโลกร้อน ปราศจากมลพิษทางเสียง ค่าใช้จ่ายการดูแลรักษาต่ำ ประกอบกับยานยนต์ไฟฟ้ามีสมรรถนะสูง เทคโนโลยีนำสมัย ดีไซน์สวย ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

พยัคฆ์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจนำเข้า ประกอบ จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ และได้รับการแต่งตั้งจาก ZHEJIANG CFMOTO POWER ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ รถ ATV รถ UTV ชั้นนำของโลกและเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO (ซีโฮ่) ประเดิมเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยการจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง 3 รุ่น คือ AE6+, AE8+ และ AE8 S+ ภายใต้การควบคุมด้านคุณภาพจาก CFMOTO โดยตรง ด้วยสมรรถนะคุณภาพสูง ดีไซน์โดดเด่นสะท้อน DNA แบรนด์ ZEEHO และเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ใช้ในเวลาอันรวดเร็ว ล่าสุดในปีนี้เปิดตัวใหม่ 2 รุ่น คือ ZEEHO AE2 รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด และ ZEEHO C!TY SPORT รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ ทุกรุ่นตอบโจทย์ความต้องการและเข้าถึงทุกกลุ่มผู้ใช้งาน ในระดับราคา 35,000 - 150,000 บาท 



นายพุทธพงศ์ สมใจ ZEEHO Product Advisor บริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด กล่าวเสริมว่า จากการสำรวจข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พบว่า ผู้ขับขี่จำนวนมากต้องการรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ที่ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ เข้าถึงทุกช่วงวัย ใช้งานง่ายไม่ซ้ำซ้อน เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานขับขี่ในบริเวณที่พักอาศัย สถานที่ภายใน เช่น สำนักงาน โรงแรม แคมปัส หรือการเดินทางที่ไม่ไกลนัก จึงได้นำ ZEEHO AE2 มารองรับความต้องการของผู้ใช้งานในกลุ่มนี้ ซึ่งพบว่าในจำนวนนี้มีทุกเพศและทุกช่วงอายุ วัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงวัย คาดว่าความต้องการของตลาดในเซกเม้นต์นี้จะมีค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ทาง พยัคฆ์ มอเตอร์ ได้นำเสนอรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ AE6SE และ AE8SE เพื่อรองรับความต้องการและขยายฐานกลุ่มลูกค้าที่สนใจ AE6 และ AE8 ในรูปแบบ Special Edition ซึ่งพร้อมจำหน่ายจริงในไตรมาส 3 ของปีนี้ และนอกจากนั้นจากการเก็บรวบรวมข้อมูลยังพบว่า อัตราความต้องการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ ได้แก่ กลุ่มไรเดอร์ กลุ่มโลจิสติกส์ ขนส่งพัสดุ ธุรกิจอาหาร กลุ่มที่ให้บริการเดลิเวอรี่ ตลอดจนกลุ่มลูกค้าองค์กร มองว่า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
จะช่วยองค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนค่าครองชีพได้ คาดการณ์ว่า ยอดความต้องการรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทั้ง Home Use และการใช้งานเชิงพาณิชย์ภายในปีนี้ น่าจะมีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดอย่างแน่นอน


นายพุทธพงศ์ สมใจ ZEEHO Product Advisor บริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด

ขณะเดียวกัน เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นที่นิยม การรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตย่อมจำเป็นอย่างยิ่ง พยัคฆ์ มอเตอร์ ร่วมกับ พาวเวอร์ เน็คซ์ คิดค้นแพลตฟอร์มระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ 72V สำหรับระบบนิเวศ (Ecosystem) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบสลับแบตเตอรี่ ด้วยการพัฒนา Smart Battery ในรูปแบบ Swappable ซึ่งเป็นลิเธียม แบตเตอรี่ ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด UN R136 ตลอดจนทั้งระบบตู้ชาร์จแบบสลับแบตเตอรี่ Fast Charge ที่เชื่อมต่อ Big Data ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะประสิทธิภาพสูง True5G ระบบแพลตฟอร์ม 72V มาพร้อมระบบโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบสลับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย ทรงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งความเร็วและระยะทาง เหมาะกับการใช้งานในภาครัฐและเอกชน ธุรกิจรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ บริการจัดส่งอาหารและพัสดุ ซึ่งทาง พยัคฆ์ มอเตอร์ และ พาวเวอร์ เน็คซ์ เปิดรับพันธมิตรที่สนใจร่วมลงทุน เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต

ปัจจุบัน พยัคฆ์ มอเตอร์ มีตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและศูนย์บริการ ทั้งจากการร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายและพันธมิตร จำนวนมากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ โดยในไตรมาส 2 คาดว่าน่าจะเพิ่มจากเดิมอีก 20 แห่ง รวมกว่า 50 แห่ง เพื่อมอบความมั่นใจให้กับผู้ใช้ด้วยคุณภาพ บริการหลังการขาย และการควบคุมคุณภาพภายใต้บริษัทฯ ผู้ผลิตจากต่างประเทศ ในปีนี้ พยัคฆ์ มอเตอร์ ตั้งเป้ายอดขาย ไม่น้อยกว่า 2,000 คัน และวางเป้าหมายการเติบโตไม่น้อยกว่า 20% ในทุกๆ ปี เพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า



สนใจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
LINE OFFICIAL: @ZEEHO.THAILAND และ เฟซบุ๊กเพจ ZEEHO Thailand Official 

สนใจร่วมลงทุนระบบแพลตฟอร์ม 72V
สอบถามได้ที่สายด่วน โทร. 084 215 8989 หรือ Line ID: @powernext
หรือ e-mail: info@powernext.co.th

27 มีนาคม 2567

บ้านสุขาวดี เตรียมรับเทศกาลสงกรานต์ ปี 67 จัดปาร์ตี้โฟม เย็นชุ่มฉ่ำ เปิดให้เล่นฟรีทุกวัน


เตรียมรับเทศกาล สงกรานต์ 2567 ล่าสุด บ้านสุขาวดี สถานที่ท่องเที่ยวซอฟต์พาวเวอร์ ชื่อดังพัทยา เริ่มจัดเตรียมสถานที่ พร้อมเปิดบ้านในวันที่ 1-30 เมษายน นี้ ชวนลูกค้าทุกท่านสนุกไปกับปาร์ตี้โฟมโดยเปิดให้เล่นฟรีทุกวัน ตั้งแต่ 17:30 น.-19:30 น.


นางวรวรรณ โชติเทวัญ ผู้บริหารแห่งบ้านสุขาวดี เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขของทุกครอบครัวไทยปีนี้ บ้านสุขาวดี ตั้งใจสรรค์สร้าง ความสวยงามอลังการณ์พร้อมสืบสานวัฒนธรรมความเป็นไทยในเทศกาลสงกรานต์ เพื่อส่งมอบความสุขแก่ลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน โดยเราเนรมิตรบ้านสุขาวดี จัดรถบุปผาชาติที่มีความงดงามตระการตาโชว์ความเป็นไทย พร้อมตัวแทนนางนพมาศ ให้ลูกค้าถ่ายรูปด้วย นอกจากนี้ยังเปิดให้ลูกค้าสามารถสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านและสรงน้ำพระ พร้อมกับมีบริการชุดไทยสวยๆ ให้สามารถแต่งกายและถ่ายรูป กับบรรยากาศไทยๆ ในบ้านสุขาวดีอีกด้วย สำหรับอัตลักษณ์ประจำสงกรานต์ที่ขาดไม่ได้ คือสระน้ำใหญ่ใส่น้ำอบหอมไทย ลอยดอกมะลิ ดอกดาวเรือง อบอวลด้วยความหอม บ้านสุขาวดีก็เตรียมให้ลูกค้าได้สาดเล่นตลอดเดือนเมษายนนี้ฟรี พร้อมยังมีไฮไลท์โชว์พิเศษอันงดงามตระการตาสุดๆ จากสาวงาม และ BOY GIRL ของบ้านสุขาวดี

นอกจากนี้ เตรียมเต็มอิ่มไปกับเมนูอาหาร ที่รังสรรค์เป็นพิเศษ ที่จะขาดไม่ได้ คือเมนูกุ้งก้ามกรามตัวใหญ่จุใจ และของหวานซิกเนเจอร์ ข้าวเหนียวมะม่วงเลิศรสจากบ้านสุขาวดี ที่ใครได้ลิ้มลองเป็นต้องติดใจ

พลาดไม่ได้ตลอดเดือนเมษายนนี้เท่านั้น ให้บ้านสุขาวดีเป็นอีกหมุดหมายของทุกท่านและทุกครอบครัวในทุกช่วงโอกาสพิเศษ แล้วพบกันนะคะ…

ยอดขาย STYLE Bangkok 2024 ทะลุเป้าเกินความคาดหมาย

สร้างรายได้กว่า 1,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 นักธุรกิจ 49 ประเทศชมงาน

ประสบสำเร็จอย่างงดงามสำหรับ STYLE Bangkok 2024 มหกรรมแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นชั้นนำของเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่่ 20-24 มีนาคม 2567 โดยประกาศความสำเร็จที่เหนือความคาดหมายด้วยมูลค่าการค้าและจำนวนผู้เข้าชมงาน

โดยมูลค่าการค้าตลอด 5 วัน สามารถสร้างรายได้กว่า 1,756 ล้านบาท ทะลุเป้าหมายที่คาดไว้ที่ 1,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 จากมูลค่าการค้าของครั้งก่อน ในส่วนของมูลค่าการค้าวันเจรจาธุรกิจ ทั้งมูลค่าจากยอดสั่งซื้อทันทีและจากที่จะสั่งซื้อภายใน 1 ปี อยู่ที่  กว่า 1,732 ล้านบาท ยอดขายในวันสำหรับประชาชนทั่วไปอยู่ที่  กว่า 24 ล้านบาท ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย นอกจากนี้ จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมงานตลอด 5 วัน กว่า  25,000ราย จาก 49 ประเทศ/เขตการค้า เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนร้อยละ 4.40 ทำให้ประจักษ์ได้ถึงศักยภาพของงาน STYLE Bangkok ในการเป็นศูนย์รวมการค้าและโอกาสในการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ 


ในงาน STYLE Bangkok ปีนี้ หมวดสินค้าที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด ได้แก่ หมวดสินค้าแฟชั่นซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมาก โดยมูลค่าการค้าของสินค้าในหมวดแฟชั่นเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน ร้อยละ  40.6 ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะเวทีการค้านานาชาติที่สำคัญของภูมิภาค

ภายในงานยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) จำนวน 2 คู่ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน SMEs และ OTOP ภายใต้โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ตามแนวพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยการพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้มีศักยภาพ และส่งเสริมต่อยอดด้านตลาดทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย (1) MOU ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ กระทรวงมหาดไทย และ (2) MOU ระหว่าง บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับ วิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู (ศูนย์การเรียนรู้ออกแบบขวัญตา)



นอกจากนี้ยังมีการเจรจาการค้า ระหว่าง MUJI (มูจิ) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น
กับผู้ประกอบการไทย 5 ราย ประกอบด้วย Prodpran Craft, Boonyarat Thaicrafts, Mallavi Limited Partnership, Deesawat Industries Co., Ltd และ Divana Global Co., Ltd. ซี่งจะช่วยส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการของไทยในตลาดโลก โดยความร่วมมือนี้เป็นการต่อยอดจากการเยือนประเทศญี่ปุ่นของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะ เมื่อเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา

สำหรับนักธุรกิจ ผู้เข้าเยี่ยมชมจากต่างประเทศ 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง อินเดีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในระดับโลกของงานนี้และผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดในระดับภูมิภาค


นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวชื่นชมความสำเร็จของงานว่า “STYLE Bangkok 2024 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยสามารถยกระดับมรดกทางวัฒนธรรมสู่มิติใหม่ของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Soft Power ของไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

STYLE Bangkok 2024 ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากผู้แสดงสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่แบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาดโลก SMEs รวมถึงผู้ประกอบการหน้าใหม่ ต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีอัตลักษณ์ของมรดกวัฒนธรรมผสมผสานกับกลิ่นอายความร่วมสมัย

นายภูสิตกล่าวถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมและความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ว่า “มองไปข้างหน้า เราวางเป้าหมายที่จะทำให้งาน STYLE Bangkok มีส่วนช่วยยกระดับประเทศไทยให้ก้าวขึ้นไปอยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับโลก การเป็นแหล่งรวมของความคิดสร้างสรรค์ การนำเสนอสินค้าที่มีดีไซน์ การทำงานร่วมกัน และการเข้าถึงตลาด คาดว่าจะช่วยส่งผลให้งาน STYLE Bangkok ประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต”

STYLE Bangkok 2024 ได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้เยี่ยมชมงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ซื้อชาวต่างประเทศ เช่น Ms. Takako Kondo กล่าวว่า “มางาน STYLE Bangkok 2024 ได้รับประสบการณ์ที่ดี มีค่ามาก ได้พบสินค้าถูกใจมากมาย และพบว่า  STYLE Bangkok ให้ความสําคัญกับเรื่อง SDGs ซึ่งสำคัญมาก และให้มุมมองที่แตกต่าง”  มร. David Tucker ผู้ซื้อจากซิดนีย์ ออสเตรเลีย บอกว่าเขาตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของงาน  STYLE Bangkok ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าไปในฮอลล์ด้วยซ้ำ  ที่จริงเขาและเจ้านายต่างมีความสนใจในผลิตภัณฑ์ประเภทของตกแต่งบ้านจากประเทศไทยมานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สินค้าทำมือ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีความยั่งยืน “ผมคิดว่า เมื่อเราขายสินค้าให้ใคร เราจำเป็นที่จะต้องบอกเค้าได้ว่านี่เป็นสินค้าประเภทที่มีความยั่งยืนผลิตแบบออร์แกนิก ไม่สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม”


นอกจากสินค้าที่โดดเด่น มากมายที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อผู้ชมงานแล้ว STYLE Bangkok 2024 ยังได้รับการตอบรับในแง่การจัดนิทรรศการที่หลากหลาย การสัมมนาให้ความรู้เชิงลึก และกิจกรรมการจับคู่ทางธุรกิจที่คึกคัก ความสำเร็จของงานเป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยานในความมุ่งมั่นของไทยบนเส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและบทบาทของสินค้าไทยในเวทีระหว่างประเทศ

26 มีนาคม 2567

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินไปงาน “สานฝัน ปันน้ำใจ” จัดโดย มูลนิธิคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 

เพื่อหารายได้เป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  ที่มีผลการเรียนและความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ณ ห้องเมย์แฟร์ แกรนด์ บอลรูม โดยมี ดร.พัชรา วีรบวรพงศ์ รองประธานกรรมการ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ร่วมรับเสด็จและทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยข้อพระกร พร้อมเข้ารับพระราชทานของที่ระลึกในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน

“ปอย-ภานุรัจน์” เดือดจัด ออกโรงเตือนภัยให้ระวังมิจฉาชีพ

ลวงสวมรอยเป็นทีมงาน “7 สีช่วยชาวบ้าน” เปิดรับบริจาค


ออกโรงเคลียร์ “ปอย-ภานุรัจน์” ผู้ประกาศข่าวช่อง 7HD เตือนภัย หลังมิจฉาชีพสวมรอยเป็นทีมงาน “7 สีช่วยชาวบ้าน” จากช่วง “ทุก(ข์)ชีวิต” เพื่อเรียกรับเงินบริจาค พร้อมชวนแฟน ๆ แจ้งเบาะแสหากพบมีผู้แอบอ้างนำภาพ หรือชื่อผู้ประกาศไปใช้ในทางมิชอบ                      

เดินหน้าเป็นสื่อกลางในการทำหน้าที่ช่วยสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนในสังคม พร้อมร่วมหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นธรรม เพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้ที่ขาดโอกาสให้ได้รับความช่วยเหลือ สำหรับรายการ 7 สีช่วยชาวบ้าน ออกอากาศทาง ช่อง 7HD ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.55 น.
ล่าสุดถูกเหล่ามิจฉาชีพป่วน สวมรอยเป็นทีมงาน รายการ 7 สีช่วยชาวบ้าน ช่วง ทุก(ข์)ชีวิต ติดต่อตรงไปขอรับบริจาคเพื่อให้ความช่วยเหลือชาวบ้านและผู้ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสงสัยให้กับชาวบ้าน จึงร้องทุกข์สอบถามตรงมาทางรายการ  งานนี้ทำเอาผู้ประกาศข่าวสาวประจำรายการ ปอย-ภานุรัจน์ ศนีบุตร ต้องรีบออกมาชี้แจง เตือนภัยและประณามผู้หากินบนความทุกข์ของผู้อื่นว่า

“พวกเราขอเตือนภัยสังคมนะคะ สำหรับมิจฉาชีพมาทุกรูปแบบจริง ๆ ล่าสุดได้รับแจ้งจากเคสที่เราไปลงพื้นที่โทรมาสอบถามเราทำแบบนี้จริงไหม พร้อมเล่าว่ามีคนอ้างตัวเป็นทีมงาน “7 สีช่วยชาวบ้าน” ช่วง “ทุก(ข์)ชีวิต” ที่ปอยทำ อ้างเป็นทีมงานของ “ปอย-ภานุรัจน์” โทรไปหลอกผู้ตกทุกข์ได้ยาก แล้วสวมรอยเป็นทีมงานอ้างว่า จะเป็นผู้ประสานงานให้ใช้บัญชีของคนนั้นเปิดรับบริจาค จากนั้นเขาจะเป็นคนรวบรวมเงินทั้งหมดนำส่งโอนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนนั้น ๆ เองอีกที 



ปอย และทีมงานทุกคนขอมาชี้แจงและเตือนภัยกับทุกท่านตรงนี้นะคะว่า พวกเราทีมข่าว 7HD พร้อมทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมา และไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเราจะแสดงเลขที่บัญชีของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือโดยตรงบนหน้าจอในแต่ละเคส เพื่อให้คนในสังคมร่วมเติมกำลังใจให้กันและกัน จำนวนเงินที่ได้รับการบริจาคและช่วยเหลือทุกบาททุกสตางค์ จะไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคารของทีมงาน หรือของปอย หรือแม้แต่ของทาง ช่อง 7HD เราไม่มีการเก็บค่าหัวคิวใด ๆ หากมีใครมาแอบอ้าง คือมิจฉาชีพแน่นอน ขอประณามการกระทำดังกล่าวของเหล่ามิจฉาชีพ ที่หากินบนความทุกข์ของผู้อื่น สุดท้ายนี้อยากแจ้งเตือนและย้ำอีกครั้งว่าหากท่านใดที่พบเห็น หรือได้รับการติดต่อดังกล่าว สามารถร้องเรียนทางแฟนเพจ 7 สีช่วยชาวบ้าน เรายังเชื่อเสมอว่า น้ำใจยิ่งให้ยิ่งได้ อย่าให้มิจฉาชีพใช้จิตบริสุทธิ์ของเรา ที่ตั้งใจจะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เป็นช่องทางหากินและหลอกลวงคนอื่นนะคะ และหากมิจฉาชีพยังไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว มาตรการขั้นต่อไปจะเตรียมดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด”

                        

นอกจากนี้ เหล่าผู้ประกาศข่าวช่อง 7HD ขอชวนแฟนรายการหรือใครที่พบเห็น แจ้งเบาะแสได้ทันที หากพบว่ามีการแอบอ้างนำภาพ-ชื่อ ซึ่งไม่ได้รับความยินยอม ในขณะกำลังดำเนินรายการทางหน้าจอไปตัดต่อ ดัดแปลงเพื่อโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ  โดยมิชอบทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสียหาย  ทั้งนี้จึงขอแจ้งเตือนเพื่อให้ประชาชนระมัดระวังตัว อย่าหลงเชื่อ อย่าให้ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยเด็ดขาด               

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และ ช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD News (Facebook, IG, TikTok, YouTube) และเว็บไซต์  www.ch7.com