02 เมษายน 2567

นายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์ IGNITE TOURISM THAILAND

จุดพลังการท่องเที่ยวไทยมุ่งสู่ Tourism Hub พร้อมโชว์ศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทุกมิติในปี 2568

วันนี้ (2 เมษายน 2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ IGNITE TOURISM THAILAND จุดพลังการท่องเที่ยวไทยด้วยแนวคิด Up Level, Add Story และ Create Value ชู 5 กลยุทธ์ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Tourism Hub ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวของภูมิภาค หรือ Tourism Hub ถือเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ประเทศไทยที่รัฐบาลมุ่งนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในทุกมิติ โดยในปีนี้ รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายรายได้ทางการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาท และจะทวีเพิ่มมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป ด้วย 5 กลยุทธ์สำคัญ การยกระดับ Experience ของการท่องเที่ยวไทยในทุก Touchpoint การโปรโมท Soft Power ด้วยเรื่องราว ( Story ) ที่ดึงดูดใจผ่านการนำเสนอ 5 Must Do in Thailand การกระจายการท่องเที่ยวเชื่อมสู่เมืองใกล้เคียงที่เป็นเมืองน่าเที่ยว หรือ Hidden Gems การพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งภูมิภาค CLMV โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง และการเป็นศูนย์กลาง Event ระดับโลกตลอดทั้งปี พร้อมให้ความสำคัญกับคุณภาพทางการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับปริมาณจำนวนนักท่องเที่ยว และการร่วมมือบูรณาการทำงานกันของทุกฝ่าย จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องการมาเยือน 


นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีที่จะทำให้ประเทศไทยเป็น Tourism Hub และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สอดรับกับการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Thailand’s Aviation Hub ที่จะรองรับผู้เดินทางได้มากถึง 150 ล้านคนต่อปีในปี 2030 ในปี 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ จะปักหมุดการท่องเที่ยวไทยให้ปังกว่าเดิม โดยจะเพิ่มมิติใหม่แห่งการท่องเที่ยวและผลักดันให้เกิดการเติบโตอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยผลจากการประชุมระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนใน Workshop IGNITE Thailand’s Tourism เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะจุดพลังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยแนวคิด Up Level ผ่านประสบการณ์ที่เหนือกว่า Add Story เพิ่มเรื่องราวมากกว่าที่เคยสัมผัส และ Create Value สร้างมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากความเป็นไทย ด้วย 5 กลยุทธ์หลักมัดใจนักท่องเที่ยวให้ปี 2025 เป็นปีที่นักท่องเที่ยวจะประทับใจในทุกย่างก้าว ทุกประสบการณ์ที่ได้สัมผัส และสะดวกสบายในทุก Touch Point 

ทั้งนี้สำหรับ 5 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยจุดพลังขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ได้แก่ การยกระดับประสบการณ์จะโปรโมทการท่องเที่ยวไทยในทุกมิติ และสร้างความประทับใจตลอด Customer Journey ด้วยการสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยก่อนการเดินทาง (Before Trip) ให้ข้อมูลครบถ้วนหลากหลาย ทำโปรโมชันกับพันธมิตรให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ในทุกมิติ และระหว่างการเดินทาง (During Trip) จะให้ข้อมูลสำคัญกับนักท่องเที่ยวตั้งแต่บนเครื่องบิน เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการในสนามบิน และสร้างความประทับใจด้วยมัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวที่มีมาตรฐาน ความพร้อมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกสถานที่  ตลอดจนสร้างความน่าสนใจของเส้นทางการท่องเที่ยวภายในประเทศ ให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดและพร้อมรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุ (Tourism for All) และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงด้วย 1155 Call Center ซึ่งจะเป็น one-stop service เชื่อมต่อตำรวจท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยกระดับ UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) ในการคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตให้ครอบคลุมนักท่องเที่ยว โดยภายในระยะเวลา 3 เดือนจะอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องรอคิวนานที่สนามบิน ยกระดับมาตรฐานโรงแรมทั่วประเทศพร้อมโปรโมชั่นที่พัก เปิดมาตรการ Free Visa ให้หลากหลายประเทศ ยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และดูแลความสะอาดห้องน้ำสาธารณะ และภายในระยะเวลา 6 เดือนจะปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ การกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การจัดเก็บภาษีนำเข้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมระดับโลกให้แล้วเสร็จ และอำนวยความสะดวกให้มี VAT Refund ในหลายจุด

สำหรับ 5 สิ่งที่ต้องทำในประเทศไทย จะชูเอกลักษณ์ไทย หรือเสน่ห์ไทย ด้วยการนำเสนอเรื่องราวและเพิ่มมูลค่าด้วยการนำจุดแข็งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมมาเป็นจุดขาย ได้แก่ Must Beat มวยไทย เปิดประสบการณ์แม่ไม้มวยไทย 4 ภาค และต่อยอดมวยไทยสู่การออกกำลังกายแบบ Cardio ในฟิตเนส Must Eat อาหารไทย ต่อยอดครัวไทยสู่ครัวโลก พร้อมนำเสนอ 77 อาหารถิ่น 77 ขนมไทย ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของคนในแต่ละพื้นที่ Must Seek วัฒนธรรมไทย สร้าง Story บนเส้นทางศรัทธาเพื่อดึงดูดความสนใจ รวมถึงวัฒนธรรมสายมูที่กำลังโด่งดัง Must Buy ผ้าไทย ร่วม Co-branding กับแฟชั่นดีไซเนอร์ระดับโลกให้ผ้าไทยเป็น Fashion Item ที่ทุกคนหลงใหล และ Must See โชว์ไทย นำเสนอทั้งรูปแบบไทยและ Thai Contemporary ให้เป็นที่ประทับใจของคนทั่วโลก

เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวจะเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองใกล้เคียง กระจายนักท่องเที่ยวไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ พร้อมทั้งกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยว อาทิ เส้นทาง Lanna Culture (เชียงใหม่ - ลำพูน – ลำปาง) ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ อารยธรรมล้านนา นำเสนอศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิตและประเพณีที่ถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรม โบราณสถาน เส้นทาง UNESCO Heritage Trail มรดกไทย มรดกโลก (สุโขทัย-กำแพงเพชร และ นครราชสีมา) เส้นทาง NAGA Legacy (นครพนม สกลนคร บึงกาฬ) ตามรอยตำนานศรัทธาพญานาค Paradise Islands (ตรัง-สตูล) หมู่เกาะแห่งอันดามันใต้ สวรรค์แห่งท้องทะเล The Wonder  of Deep South (ปัตตานี - ยะลา - นราธิวาส) ใต้สุดแห่งสยาม มนต์เสน่ห์แห่งพหุวัฒนธรรม โดยจะจัดเตรียมความพร้อม Upgrade ที่พักให้มีความสะดวกสบาย และร้านอาหารที่ได้มาตรฐาน Update แพ็คเกจการเดินทางและโปรโมชันให้ตอบโจทย์ทุกเส้นทาง ตลอดจน Accommodate เส้นทางในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ 

Hub of ASEAN เปิดประตูการท่องเที่ยวสู่อาเซียนให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางกับประเทศเพื่อนบ้านพันธมิตรให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ให้อาเซียนเป็น Single Destination ด้วย ASEAN Pass จากความร่วมมือของพันธมิตรสายการบินในการออกแพ็คเกจตั๋วเครื่องบินให้นักท่องเที่ยวเดินทางเชื่อมต่อไปประเทศอาเซียน ด้วยความสะดวกสบาย ประหยัด และ Cross Border QR Payment อำนวยความสะดวกเรื่องช่องทางการชำระเงินให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวกสบาย

World Class Event Hub ให้เมืองไทยเป็นศูนย์รวม World Class Experience จากการนำ Event ระดับโลกเข้ามาจัดแสดงในประเทศ ทั้งด้านดนตรี กีฬา อาหาร และไลฟ์สไตล์ อาทิ Summer Sonic Bangkok 2024, KAWS Arts, Moto GP, Volleyball World Championship เป็นต้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับประเทศ 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 1 เมษายน 2567 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ 9.4 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566  โดย 5 กลยุทธ์ข้างต้นจะช่วยจุดพลังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย “IGNITE TOURISM THAILAND” สู่ Tourism Hub ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากขึ้น พำนักในประเทศไทยนานขึ้น และใช้จ่ายมากขึ้น ให้ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งของการท่องเที่ยว ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากคนไทยทุกภาคส่วน

01 เมษายน 2567

Art Toy "องค์เทพ" สไตล์ไทยที่มาพร้อมความเชื่อ

คอลเลกชั่นพิเศษจาก Siam Songkran Music Festival 2024

เรื่องของสะสมนาทีนี้ต้องยกให้ ‘Art Toy’ (อาร์ตทอย) ไอเท็มสุดฮอตที่ทั้งสายอาร์ตและสายของเล่นให้ความสนใจ จนกลายเป็นกระแสนิยมในโลกไลฟ์สไตล์อย่างมากในทั่วโลก ความเจ๋งของ Art Toy ไม่ได้เป็นแค่ของเล่น แต่คืองานศิลปะที่เป็นความคิดสร้างสรรค์สะท้อนรสนิยม แรงบันดาลใจ และความชอบของผู้สะสม

สำหรับคนรัก Art Toy ที่กำลังมองหาไอเท็มเด็ดในสไตล์ที่แตกต่างจากที่เคย ลองมาทำความรู้จัก SIAM Songkran "ONGTHEP Collection" คอลเลกชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ Siam Songkran Music Festival 2024 (SSK 2024) งานเทศกาลดนตรี EDM งานเดียวที่รวมเอา “ความเป็นไทย” เข้ากับ “ดนตรีสากล” และสร้างปรากฏการณ์ “สงกรานต์แนวใหม่” ให้กับเมืองไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นของที่ระลึกที่จะเตือนความทรงจำถึงความสุดยิ่งใหญ่ของเทศกาลดนตรีระดับชาติแล้ว ยังเป็น Art Toy ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “ความเชื่อของคนไทย” ในรูปแบบสุดครีเอท ซึ่งจะเป็นหนึ่งในไอเท็มสะสมแห่งปีที่ต้องมี!

ทำไมต้องเป็นเจ้าของ Art Toy SSK 2024?

· ดีไซน์โดยฝีมือทีมงาน Siam Songkran: ความเก๋ของ Siam Songkran Music Festival 2024 ในปีนี้ คือการนำเอาวัฒนธรรมไทยมาผสมผสานกับงานศิลปะในรูปแบบ Art Toy ซึ่งจัดทำโดยทีมงานฝีมือขั้นเทพของ Siam Songkran สู่ Art Toy : SIAM Songkran "ONGTHEP Collection" คอลเลกชั่น Art Toy องค์เทพสุดครีเอท เป็นการผสมผสานงานอาร์ตเข้ากับความศรัทธาได้อย่างลงตัว ซึ่งพลาดสะสมไม่ได้ทุกประการ

· “ความเชื่อไทย” ในสไตล์สุดครีเอท: Art Toy: SIAM Songkran "ONGTHEP Collection" มาในธีม “ความเชื่อของไทย” ออกแบบจากแรงบันดาลใจ “ความเชื่อ” (Mutelu) และเสน่ห์ของ “ความศรัทธา” ที่กล้าแกร่งของคนไทย มีเอกลักษณ์เรียบง่าย แต่ทรงพลังสำหรับผู้สะสมอย่างแท้จริง ผ่านการสร้างสรรค์คาแร็กเตอร์ทั้ง 7 แบบ ซึ่งจะมี 1 ตัวละครลับ ที่หายากที่สุดในคอลเลกชั่นให้สะสมกัน ได้แก่ 1. Garuda (ครุฑ) 2. Naga (พญานาค) 3. Yaksa (ท้าวเวสสุวรรณ) 4. Monkey (พระพาลี) 5. Golden Boy (กุมารทอง) 6. Ganesaa (พระพิฆเนศ) และ 7. Special Character คาแรกเตอร์สุดเซอร์ไพร์สที่ต้องไปตามลุ้นกันที่งาน SSK 2024 เท่านั้น โดยทีมงาน Siam Songkran ได้สร้างสรรค์ตัวละครแต่ละตัวด้วยงานศิลปะที่ออกแบบมาเฉพาะ พิถีพิถัน ร่วมสมัย มีสีสันสดใส เชื่อมโยงถึงเสน่ห์ของสิ่งมีชีวิตในตำนาน และกลิ่นอายของความเป็นไทย ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ของไทยที่จะทำให้โลกรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

· ไอเท็มลับ สงกรานต์ กับเทศกาลดนตรี EDM: นักสะสม Art Toy ห้ามพลาดเด็ดขาด คาแรกเตอร์คอลเลกชั่น Siam Art Toy ONGTHEP ทั้ง 7 ตัว จะวางจำหน่ายภายใต้ลิขสิทธิ์ SIAM SONGKRAN ในราคาเพียง 490 บาทต่อกล่อง หาซื้อได้ที่ งาน Siam Songkran Music Festival 2024 วันที่ 12 - 15 เมษายน 2567 นี้ ณ RCA CENTRAL PARK กรุงเทพฯ หรือห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ และ Box Toy ทั้ง 3 จุดทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ สยาม สแควร์ วัน (ชั้น 1 หลังร้าน Eve & Boy) เซ็นทรัลเวิลด์ (ชั้น 7 ฝั่ง Zen) และ ยูเนี่ยม มอลล์ ลาดพร้าว (ชั้น 1 ประตูทางออกที่จอดรถข้าง MK) ซึ่งช่วยให้นักสะสมหาซื้อได้ไม่ยุ่งยาก พร้อมสนุกกับงาน “สงกรานต์” เทศกาลความชุ่มฉ่ำแห่งปี เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ไทยแบบสุดเหวี่ยงกำลังจะมาถึงแล้ว! ไม่ว่าจะได้สนุกกับกิจกรรมแบบไทย ๆ อร่อยกับอาหารสตรีทฟู้ดรสเด็ด เล่นน้ำกันทั้งวันแบบสุดมันส์ แล้วแดนซ์ให้ไฟลุกกับดีเจชื่อดังระดับโลกมากมาย

สงกรานต์นี้ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปตามหา Art Toy ไอเท็มลับ พร้อมมันส์กันที่ Siam Songkran Music Festival 2024 ในวันที่ 12 - 15 เมษายน 2567 นี้ ณ RCA CENTRAL PARK กรุงเทพฯ เปิดจองตั๋วแล้ววันนี้ทาง https://siamsongkran.info และ https://www.ticketmelon.com/oneasia/siamsongkran2024 ราคาเริ่มต้น 2,000 บาท (บัตรผ่าน 1 วัน) และ 4,600 บาท (บัตรผ่าน 3 วัน) บัตร VIP 3,400 บาท (บัตรผ่าน 1 วัน) และ 8,200 บาท (บัตรผ่าน 3 วัน) และสำหรับบัตร VVIP สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ LINE OA: @siamsongkran และอีเมล์ไปที่ siamsongkran.rsvp@gmail.com

เปิดแล้ว “ห้างเซ็นทรัลนครปฐม” ในเครือเซ็นทรัล รีเทล

เปิดแล้ว “ห้างเซ็นทรัลนครปฐม” ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ปฐมบทใหม่ของความสุขแห่งการช้อปห้างรักษ์โลกที่ผสานเสน่ห์ของจังหวัดและผลงานศิลปะจากผู้สร้างสรรค์ท้องถิ่นในโปรเจกต์ ‘The Makers’พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยสินค้ากว่า 500 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก

·       “ห้างเซ็นทรัลนครปฐม” (Central Nakhon Pathom) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล สาขาลำดับที่ 28 และเป็นสาขาที่ 2 ในจังหวัดนครปฐม เดสติเนชันการช้อปแห่งใหม่ของประตูแห่งภาคตะวันตกที่พร้อมเปิดปฐมบทใหม่ของความสุขแห่งการช้อปบนพื้นที่กว่า 14,000 ตร.ม. ในงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท มุ่งเติมเต็มและมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สมบูรณ์แบบ และรองรับการเติบโตของจังหวัด พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 30 มี.ค. 67 นี้ เป็นต้นไป

·       โดดเด่นด้วยดีไซน์กับการดึงอัตลักษณ์ของจังหวัดอย่าง ‘พระปฐมเจดีย์’ มาออกแบบอาคารและการตกแต่งภายใน ร่วมด้วยการใช้โทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อหลอมรวมทั้งประวัติศาสตร์และความทันสมัยไว้อย่าง

ลงตัวเพื่อเป็นห้างสำหรับทุกคนในจังหวัด พร้อมนำผลงานอาร์ตสุดครีเอตจาก The Makers ในโปรเจกต์ Central x The Makers มาตกแต่งตามจุดต่าง ๆ ภายในห้างฯ ได้อย่างลงตัว

·       ครบครันทุกความต้องการกับจักรวาลสินค้าที่พร้อมตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกเพศ ทุกวัย จากทุกกลุ่มสินค้ากว่า 500 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Lancome, Estee Lauder, Clarins, Kiehl’s, Anello, GQ, Levi’s, Converse, Adidas, Nike, New Balance, Rayban, Pasaya. Santas, Dyson, Nespresso, Sanrio, Smiggle, Lego, Samsonite ฯลฯ พร้อมสะดวกเหนือระดับกับการช้อปปิ้งด้วยบริการที่ดีที่สุด เสมือนบ้านหลังที่ 2 อาทิ Personal Shopper

on Demand ผู้เชี่ยวชาญในการแนะนำสินค้าของทางห้างฯ

·       ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมฉลองยิ่งใหญ่เปิด “ห้างเซ็นทรัลนครปฐม” พร้อมจัดเต็มดีลโปรโมชันสุดพิเศษ มากมาย ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 67 – 21 เม.ย. 67 ที่ห้างเซ็นทรัลนครปฐม และทุกช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ


คุณณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ห้างเซ็นทรัลนครปฐม นับเป็นสาขาใหม่ล่าสุดลำดับที่ 28 และเป็นสาขาที่ 2 ในจังหวัดนครปฐม เนื่องจากเราได้รับการตอบรับจากชาวนครปฐมเป็นอย่างดีจากสาขาแรกอย่างห้างเซ็นทรัลศาลายา โดยสาขานี้มาพร้อมความพิเศษที่แตกต่างบนพื้นที่กว่า 14,000 ตร.ม. ด้วยงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เพื่อสร้างให้ห้างเซ็นทรัลนครปฐมเป็นเดสติเนชันการช้อปแห่งใหม่ของประตูแห่งภาคตะวันตกบนถนนเพชรเกษมที่ใกล้ตัวเมืองนครปฐม และมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตนครปฐม ที่มาพร้อมความโดดเด่นทั้งดีไซน์การออกแบบที่สอดคล้องไปกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากอัตลักษณ์เฉพาะของจังหวัดอย่าง ‘พระปฐมเจดีย์’ ในการออกแบบอาคารและการตกแต่งภายใน ร่วมด้วยการใช้โทนสีหลักจากแม่สีร่วมกับสีเหลืองทองอร่ามในเฉดเดียวกับพระปฐมเจดีย์และโทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อหลอมรวมทั้งประวัติศาสตร์และความทันสมัย

ไว้อย่างลงตัว ครบครันทุกความต้องการกับจักรวาลสินค้าทั้งความงาม แฟชั่น สินค้าแม่และเด็ก และสินค้าตกแต่งบ้าน ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์กว่า 500 แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก และสะดวกเหนือระดับกับบริการที่ดีที่สุดในการช้อปปิ้งทั้งห้างฯ และออนไลน์ เพื่อเติมเต็มและมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สมบูรณ์แบบในฐานะห้างสำหรับทุกคนในจังหวัด พร้อมตั้งเป้าหมายในการช่วยยกระดับและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในจังหวัดนครปฐม และดำเนินธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับจังหวัดอย่างยั่งยืน”



สำหรับไฮไลต์เพิ่มเติมในการออกแบบ “ห้างเซ็นทรัลนครปฐม” ที่นอกจากจะมีดีไซน์ที่หลอมรวมอัตลักษณ์ของจังหวัดนครปฐมแล้ว ยังมีกิมมิคในการออกแบบพื้นที่ภายในห้างให้ดูมีความสนุกมากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Primary Department Store” ที่ได้ไอเดียมาจากคำว่า “ปฐม – Pathom” ซึ่งนำมาใช้ในการออกแบบแต่ละส่วน โดยแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ Primary Color การเลือกใช้โทนสีของแม่สีหลัก ๆ ที่เหมาะกับสินค้าในแต่ละพื้นที่ Primary School คือ การแบ่งพื้นที่จากโทนสีที่ เน้นการไล่ระดับสีตามระดับชั้นเรียนประถมศึกษาที่ต่อยอดมาจากคำว่าปฐม ตั้งแต่ ชั้น 2 โทนสีเด็ก ๆ สดใส เหลือง เขียว ชมพู เทียบชั้นน้อง ป.1-2 ไล่ลงมาที่ ชั้น 1 กับโทนสีฟ้า น้ำเงิน ของพี่ ป.3-4 และ ชั้น G โทนสีชมพู แดง ส้ม สื่อถึงพี่ที่เริ่มโต ป.5-6   Primary Material คือการใช้วัสดุตกแต่งที่เรียบง่าย เช่น ไม้ กระเบื้อง ตะแกรง มาผสมผสานในงานออกแบบ เพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย Primary Shape & Pattern คือ การนำรูปทรงสามเหลี่ยมมาใช้ในงานดีไซน์ โดยถอดแบบมาจากทรงสามเหลี่ยมของพระปฐมเจดีย์

นอกจากนี้ยังมีการนำผลงานอาร์ตสุดครีเอตจาก The Makers ทั่วประเทศในโปรเจกต์ Central x The Makersมาผสมผสานในการตกแต่งห้าง อาทิ ผลงาน Window “Silpakorn Ceremic  Collection” โดยอาจารย์ธาตรี เมืองแก้ว จากมหาวิทยาลัยศิลปากร  สร้างสรรค์ผลงานในชื่อ Message from the Universe ๓๐๓๖๗ จากแนวความคิด ‘ความสมดุลย์ในนความเคลื่อนไหว ของชีวิตและสรรพสิ่ง’ โดยได้นำดินเหนียวจากในจังหวัดนครปฐม ไปเคลือบด้วยน้ำเคลือบที่ทำมาจากเถ้าของผลไม้ (Fruits Ash Glaze) ชนิดต่างๆ ที่พบอยู่พื้นถิ่นในประเทศไทย แล้วเผาด้วยอุณหภูมิ 1,222°c บรรยากาศสันดาปสมบูรณ์, “Mosaic  Vase and Totem” กระถางและรูปปั้นน้องหมาที่นำมาตกแต่งโมเสคแบบ Upcycling จากกระเบื้องเหลือใช้ และ “Bio-Sheet Sculpture” ที่ตั้งตระหง่านที่ชั้น 1 ของห้างฯ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของพระปฐมเจดีย์ โดยสร้างขึ้นจากเศษวัสดุของงานก่อสร้างมาผ่านกระบวนการบดละเอียดและอัดขึ้นแผ่นผสมสีทองอร่ามจากทรายและขมิ้น ซึ่งห้างเซ็นทรัลถือเป็นห้างไทยห้างแรกที่นำแผ่น “Bio-Sheet” จากการ Upcycling วัสดุต่างๆ มาใช้ในการตกแต่งห้าง เพื่อแสดงถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

รวมทั้งยังมีมิชชั่นดี ๆ เพื่อสังคม กับการชวนลูกค้าคนสำคัญของห้างเซ็นทรัลนครปฐมมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในหัวข้อ “Spread Kindness” เพื่อร่วมกันสบทบทุนในการช่วยเหลือน้อง ๆ ผู้ยากลําบากในจังหวัดนครปฐม ผ่านมูลนิธิหลวงตาน้อย อีกทั้งส่งต่อความช่วยเหลือไปยังสุนัขจรจัดผ่านมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยและมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ หรือร่วมสบทบทุนผ่านทางมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ เพื่อเป็นสื่อกลางในการกระจายความช่วยเหลือไปยัง 3 มูลนิธิต่อไปได้อีกด้วย ระหว่างวันที่ 30 มี.ค. 67 – 30 เม.ย. 67 ที่ชั้น G ห้างเซ็นทรัลนครปฐม

ด้านคุณรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวเพิ่มเติมถึงไฮไลต์ที่เป็นปฐมบทใหม่แห่งความสุขนักช้อปที่ “ห้างเซ็นทรัลนครปฐม” ว่า “เพื่อเป็นการขอบคุณชาวนครปฐมที่ให้การต้อนรับห้างเซ็นทรัลเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ห้างเซ็นทรัลนครปฐมจึงได้ผนึกกำลังพันธมิตรแบรนด์ บัตรเครดิต และศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการช้อปปิ้งของลูกค้าคนสำคัญ และร่วมสร้างประสบการณ์

สุดพิเศษเพื่อฉลองเปิดห้างอย่างยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมทั้งโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะห้างเซ็นทรัลนครปฐมเท่านั้น รวมทั้งกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องมากมาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการช้อปปิ้งแก่ลูกค้าชาวนครปฐม ตอกย้ำการเป็นเดสติเนชันในการสร้างแรงบันดาลใจในทุกช่วงเวลาของชีวิตอย่างแท้จริง”


ดีลโปรโมชันสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 67 – 21 เม.ย. 67 ประกอบด้วย...

o   รับบัตรของขวัญเซ็นทรัลมูลค่า 1,000 บาท เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด

o   พิเศษ รับฟรีบัตรของขวัญมูลค่า 500 บาท เพียงแสดงบัตรประชาชน สำหรับ 200 ท่านแรก ในวันที่ 30 มี.ค. 67

o   เล่นสนุกลุ้นรางวัลพิเศษจากห้างเซ็นทรัลมากมาย เมื่อช้อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป

*โปรโมชันทั้งหมดตามเงื่อนไขที่ห้างฯ กำหนด

พร้อมสัมผัสความสะดวกเหนือระดับกับการช้อปปิ้งด้วยบริการที่ดีที่สุด เสมือนบ้านหลังที่ 2 ผ่านช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ ไม่ว่าจะเป็น Personal Shopper on Demand โทร.1425 กด 3 ที่พร้อมอำนวยความสะดวกและแจ้งสิทธิพิเศษให้เหล่านักช้อปอย่างครบครันจากผู้เชี่ยวชาญในการแนะนำสินค้าของทางห้างฯ บริการ Central Call & Shop (การสั่งซื้อสินค้าผ่านทางโทรศัพท์) Chat & Shop ที่ Line @CentralOfficial หรือ ผ่านเฟซบุ๊กwww.facebook.com/CentralDepartmentStore  (การสั่งซื้อสินค้าผ่านทาง Line Official และ Facebook) รวมถึงช่องทาง TikTok Shop: Central Department Store, Central App ครบครันเสมือนยกห้างเซ็นทรัลมาไว้บนมือถือ และ เว็บไซต์ www.central.co.th  และชวนชาวนครปฐมตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมสุดว้าวฉลองเปิด “ห้างเซ็นทรัลนครปฐม” มากมาย  ไม่ว่าจะเป็น...

o   ไฮไลต์เปิดห้าง (วันที่ 30 มี.ค. 67) พบกับการแสดงวงดนตรีเครื่องเป่าสุดอลังการ จากน้อง ๆ นักศึกษา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เวลา 11.30 น. / 13.30 น. / 15.30 น.

o   (วันที่ 30 มี.ค. 67) Meet & Greet พร้อมฟังเพลงเพราะๆ จากนักแสดงซีรีส์หนุ่มสุดฮอต “จุง-อาเชน ไอย์ดึน”

ที่จะมา Live Streaming Store Tour พาทัวร์ห้างเซ็นทรัลนครปฐม เวลา 16.00 – 17.00 น. ทาง Facebook Fanpage / Youtube: Central Department Store

o   (วันที่ 30 มี.ค. 67 – 31 พ.ค. 67) ชวนปักหมุดแลนด์มาร์กถุงช้อปปิ้งใบยักษ์สีแดง พร้อมร่วมกิจกรรมสแกน

QR Code เพื่อรับความสุขสุดเซอร์ไพรส์ 2 ต่อ ต่อที่ 1 รับคูปองจากห้างเซ็นทรัล และ Central App ต่อที่ 2 โพสต์รูปคู่กับถุงช้อปปิ้งพร้อมติด #CENTRALSHOPPINGBAG บน Facebook ลุ้นรับบัตรของขวัญมูลค่า 500 บาท

o   (วันที่ 30 มี.ค. 67 – 30 เม.ย. 67) กิจกรรม Shopping Bag Troupe ทรูปแจกของรางวัลสุดเซอร์ไพรส์ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

o   (ตลอดเดือน เม.ย. 67) ร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ มากมาย    

สำหรับ “ห้างเซ็นทรัลนครปฐม” ประกอบด้วย 3 ชั้น ตั้งแต่ชั้น  G  ไปจนถึงชั้น  2  เพื่อเปิดปฐมบทใหม่ของความสุขแห่งการช้อป…..

ชั้น G: แผนก Beauty & Fragrance, Watch & Jewelry, Shoes & HandBag, Accessories, Women’s Apparel และ Lingerie

o   Beauty: เผยมนต์เสน่ห์แห่งโลกของความงาม ด้วยลูกเล่นการตกแต่งสีเบจที่เป็นสีชูโรงความโดดเด่นของบิวตี้แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชาวนครปฐม ที่เต็มไปด้วยแบรนด์บิวตี้ชั้นนำครบทุกหมวดหมู่ ทั้งเมคอัพ สกินแคร์ และทรีทเมนต์ จากทั่วโลก

ที่พร้อมมอบความสุขขั้นสุดให้เหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ได้เปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับเคาน์เตอร์แบรนด์ดังระดับโลก  อาทิ Lancome, Estee Lauder, Clarins, Kiehl’s และน้ำหอมในโซน Garden of Fragrance ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินช้อปปิ้งท่ามกลางแสงธรรมชาติและต้นไม้โดยรอบ กับเหล่าน้ำหอมแบรนด์ดัง อาทิ Burberry, Gucci, Chole, Versace, Ralph Lauren พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษให้เหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ได้เลือกช้อปอย่างจุใจ

o   Watch & Jewelry: เน้นตกแต่งด้วยโทนสีเข้มแนววินเทจ ด้วยสีน้ำเงินเข้มบนฝ้าให้ดูมีลูกเล่น รวมถึงการตกแต่ง Light Box และป้าย Artwork ขนาดใหญ่ เพื่อโชว์ความงดงามของเรือนเวลาสุดหรูจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกสู่สายตาวอทช์เลิฟเวอร์ชาวนครปฐม อาทิ Seiko, Casio, Orient, Lumninox, Garmin

o  Shoes & HandBag Accessories: ใช้โทนสีส้มผสมผสานหลายเฉด และเพ้นต์ลวดลายที่ผนังด้วยลายเส้นที่ดูสนุกขึ้น ชวนให้สาว ๆ ช้อปสนุกไม่มีเบื่อกับแบรนด์กระเป๋าและรองเท้าแฟชั่นสุดฮิตให้มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ทุกลุครวมไว้ที่นี่ ที่เดียว อาทิ Fitflop, Hush Puppies, Kipling, Anello, Fonney

o   Women Accessories: เน้นโทนสีชมพู ม่วง เพิ่มจินตนาการใหม่ให้สเปซด้วยไฟตกแต่งฝ้าเพดานขนาดใหญ่ที่ชูความงามของเครื่องประดับชิ้นเก๋มากมาย

o  Women’s Apparel: ใช้แพทเทิร์นสามเหลี่ยมระแนง ที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้านไทยสมัยก่อน ในโทนสีชมพูมาตกแต่งบนผนังให้ความรู้สึกถึงผู้หญิงที่ดูอ่อนหวาน แต่ดูชิคมีสไตล์ด้วยการใช้เชือกถักตกแต่งบนฝ้า ช่วยปลุกไฟแห่งแฟชั่น ให้ลุกโชนกับแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นหลากสไตล์ให้ชาวนครปฐมได้สนุกกับการครีเอตลุคได้ทุกวันไม่มีเบื่อ อาทิ G2000, Defry 01, Esp, Lolita, Estimate

o  Lingerie: แผนกชุดชั้นในสตรีที่ออกแบบมาด้วยโทนสีเบจ เติมความละมุนด้วยไฟบับเบิลทรงกลม และผนังลอนที่เข้ามาเบลนด์ให้พื้นที่ดูนุ่มนวลขึ้น พร้อมอัดแน่นไปด้วยกองทัพแบรนด์ชุดชั้นในช่วยเสริมความมั่นใจให้กับผู้หญิงยุคใหม่ รวมทั้งชุดนอน และชุดออกกำลังกาย อาทิ Wacoal, Sabina, Triumph, Cherilon, Elizabeth ชั้น 1: แผนก Men, Young Fashion, Denim และแผนก Luggage

o    Men: พื้นที่แห่งแฟชั่นสำหรับชายหนุ่มยุคใหม่ด้วยการตกแต่งเน้นโทนสีฟ้า น้ำเงิน มีการใช้กระเบื้องสีน้ำเงินหลากหลายเฉดเข้ามาตกแต่งแซมกับลายไม้ ใช้รูปทรงเอียง สามเหลี่ยม เข้ามาตกแต่งให้พื้นที่ดูทันสมัย มีการใช้ตะแกรงเหล็กและสีส้มที่ตัดกันเข้ามาตกแต่งให้เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจของโลกแฟชั่นของสุภาพบุรุษที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าแฟชั่น แอคเซสเซอรี่ และ Underwear จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Beverly Hills Polo Club, GQ, G2000, Jockey, Hush Puppies

o    Young Fashion: สนามแฟชั่นแห่งใหม่ที่พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนุกและหลากหลาย รวมเสื้อผ้าแฟชั่นมัลติแบรนด์ดังของเหล่าวัยรุ่นสุดชิคครบทุกสไตล์ทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 30 แบรนด์ ให้ได้มาสนุกกับการมิกซ์แอนด์แม็ตช์ครีเอตลุคตามสไตล์ของตัวเอง

o   Denim: เอาใจเหล่ายีนส์เลิฟเวอร์ กับการมัดรวมแฟชั่นยีนส์ทุกสไตล์ที่พร้อมจัดเต็มทุกมิติความเท่ เก๋ คูล มาไว้ที่นี่ที่เดียว อาทิ Levis, Lee, Wrangler, Niyom Jeans, Mc Jeans

o   Luggage: นักเดินทางต้องถูกใจสิ่งนี้ กับการตกแต่งที่เน้นโทนสี Neutral มากขึ้น เพื่อชูให้สินค้าดูเด่น และมีพื้นที่สำหรับ shop in shop แบรนด์ ที่รวบรวมกระเป๋าเดินทางจากหลากหลายแบรนด์ดังที่มาให้เลือกช้อปอย่างคับคั่ง อาทิ American Tourister, Caggioni, Delsey, Samsonite, Elements ชั้น 2: แผนก Home, Small Appliances, Baby & Kids

o    Home: มอบประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้งสำหรับคนรักบ้าน กับการอัปลุคดิสเพลย์ทุกโซนให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นด้วยโทนสีน้ำตาล เขียว เพิ่มลูกเล่นสีฟ้าสบายตาในโซน Baht towel ชวนตื่นตาตื่นใจด้วยสินค้าตกแต่งบ้าน สินค้าเครื่องครัว เครื่องนอน พรม หมอนอิง รวมถึงอุปกรณ์ในห้องน้ำแบรนด์คุณภาพชื่อดัง ที่ตบเท้ามาสร้างแรงบันดาลใจสำหรับคนรักบ้าน อาทิ Pasaya, Santas, Omazz, Cuizimate, Meyer พร้อมมอบบริการเหนือระดับแบบครบจบทุกความต้องการของสายโฮมเลิฟเวอร์

o    Small Appliances: อัดแน่นด้วยเครื่องครัวไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก มาพร้อมการตกแต่งพื้นที่ด้วยสีเทาแซมเหลือง

ใช้ลายเส้นเข้ามาตกแต่งให้ทันสมัยขึ้น ตื่นตากับสเตชั่นโชว์แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ อาทิ Electrolux,  Tefal, Philips, Toshiba, Panasonic ที่ยกขบวนมาให้ช้อปกันแบบจุใจ

o    Baby & Kids ใช้โทนสีเหลืองและสีชมพูอมน้ำตาลและแพทเทิร์นสามเหลี่มมาตกแต่งผนัง เนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งจินตนาการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวรุ่นใหม่และคุณหนู ๆ ตัวจิ๋ว ที่มาพร้อมกับสินค้าที่ครบทุกความต้องการสำหรับคุณหนู ๆ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก จากแบรนด์คุณภาพ อาทิ Enfant, Pigeon, Sanrio, Smiggle, Lego ที่มาพร้อมบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวชาวนครปฐมแบบครบวงจร

“ห้างเซ็นทรัลนครปฐม” เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น.
โดยสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook Fanpage: Central Department Store / Central Department Store Nakhon Pathom 

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. จับมือสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเทศกาล “มหกรรมเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์”

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. จับมือสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมเปิดตัวงานเทศกาล “มหกรรมเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” พร้อมขบวนแห่สงกรานต์ตระการตา 5 ภูมิภาคในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 42 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

บ่ายนี้ (วันที่ 1 เมษายน 2567) นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมแถลงข่าวงานเทศกาล “มหกรรมเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” จัดขบวนแห่นำเสนออัตลักษณ์สงกรานต์ 5 ภูมิภาค พร้อมเปิดตัว “72 ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว” ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 42 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เชิญชวนประชาชนร่วมงานสงกรานต์ซึ่งจัดขึ้นทั่วประเทศ ในโอกาสที่สงกรานต์ในประเทศไทยได้รับการประกาศเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากการที่ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยได้รับการประกาศจากองค์การ UNESCO ให้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจึงขอเชิญชวนคนไทยเข้าร่วมกิจกรรมสงกรานต์ในกรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาค 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น สมุทรปราการ ชลบุรี และภูเก็ต รวมถึงท่องเที่ยวไหว้พระเสริมสิริมงคลในพื้นที่มรดกโลกทางวัฒนธรรม 4 แห่ง ได้แก่ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย และเมืองบริวาร จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดกำแพงเพชร นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงตำบลบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมเยือน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ 

นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงสงกรานต์นี้ยังมีความสำคัญอีกประการ ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบและอนุมัติเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2532 ให้ในวันที่ 14 เมษายนของทุกปี เป็น “วันครอบครัว” เนื่องจากครอบครัว คือ สถาบันมูลฐานของมนุษยชาติ เป็นหน่วยขนาดเล็กที่สุดของสังคม เป็นผู้สร้างและกำหนดสถานภาพ สิทธิ หน้าที่ของบุคคลอันพึงปฏิบัติต่อกันในสังคม เป็นสถาบันแห่งแรกในการถ่ายทอดวัฒนธรรมและพัฒนา สงกรานต์ปีนี้จึงอยากเชิญชวนประชาชนชาวไทยให้ความสำคัญกับครอบครัวมากขึ้น พบปะรวมญาติ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ ตลอดจนรดน้ำดำหัว ขอพรผู้ใหญ่ตามประเพณีไทย หรืออาจจะมีการพาครอบครัวเดินทางไปท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระรับสิริมงคล ตามสถานที่ต่าง ๆ โดยขอให้เดินทางอย่างปลอดภัย ด้วยความมีสติและไม่ประมาท

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองการขึ้นทะเบียนสงกรานต์ในประเทศไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของยูเนสโก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เตรียมจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2024 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567 อย่างยิ่งใหญ่ และวิจิตรตระการตา ในวันที่ 11-15 เมษายน 2567 ณ บริเวณถนนราชดำเนินกลางและพื้นที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร โดยนำเสนอภาพลักษณ์ความสวยงามของประเพณีสงกรานต์ไทย ด้วยขบวนรถพาเหรดมหาสงกรานต์กว่า 20 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถพระพุทธรูป  ขบวนรถเทพีสงกรานต์ ประจำปี 2567 "มโหธรเทวี" เสด็จไสยาสน์ลืมเนตรเหนือหลังนกยูง ขบวนรถพาเหรด 16 จังหวัด พร้อมด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากนักแสดงและผู้ร่วมขบวนแห่กว่าพันคน พร้อมจัดกิจกรรมนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทย อัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ 5 ภาค และ Soft Power ไทย บริเวณท้องสนามหลวง และเพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตในโอกาสเถลิงศกใหม่ไทย ททท. ยังได้จัดทำโครงการ "72 ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว" นำเสนอ 72 เส้นทางแห่งศรัทธาเพื่อเสริมสิริมงคล สร้างความรุ่งเรืองแห่งชีวิต โดยเชื่อมโยงชุมชนที่มีศักยภาพและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ จำนวน 72 เส้นทางทั่วประเทศใน 5 ภูมิภาค โดยแบ่งเป็นประเภทเส้นทางไหว้พระธาตุ เส้นทางตามรอยพระเถราจารย์ และเส้นทางขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เพื่อให้คนไทยได้ออกเดินทางสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในช่วงสงกรานต์วันปีใหม่ไทย พร้อมแนะนำร้านอาหารอร่อยในบริเวณใกล้เคียงให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย




พิธีเปิดตัวงานเทศกาล “มหกรรมเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ในวันที่ 1 เมษายน 2567 ณ งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดอย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม ตระการตา นำเสนออัตลักษณ์สงกรานต์ 5 ภูมิภาค ด้วย 6 ขบวนแห่ประเพณีสงกรานต์ที่จะอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญประจำภาคเข้าร่วมพิธีสรงน้ำพระ ได้แก่ ขบวนที่ 1 มหาสงกรานต์นฤมิต แต่งขบวนรูปแบบราชสำนักสยามบอกเล่าเรื่องราวนางสงกรานต์ในปี 2567 นางมโหธรเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกสามหาว มาเหนือหลังมยุรา (นกยูง) พร้อมด้วยกลุ่มเทวดานางฟ้า ขบวนที่ 2 วิจิตรปี๋ใหม่เมืองล้านนา (ภาคเหนือ) นำขบวนโดย นางสงกรานต์ภาคเหนือ หนุ่มสาวถือเครื่องสักการะ ตุงไส้หมูและตุงนักษัตร และกลุ่มฟ้อนขันดอก ขบวนที่ 3 ตระการตากรุงศรีสยาม (ภาคกลาง) บอกเล่าความวิจิตร ประณีต วัฒนธรรมและประเพณี กลุ่มกลองยาว หนุ่มสาวถือขันน้ำ พวงมาลัยคล้อง พร้อมหัวโตเล็ก หัวโตใหญ่ ขบวนที่ 4 งดงามอีสานวดี (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) แห่เสลี่ยงต้นดอกไม้ ธุงใยแมงมุม แสดงความสวยงาม วัฒนธรรมประเพณี ความศรัทธาของคนอีสาน เสริมความสนุกสนานด้วยกลุ่มเซิ้งสาวอีสาน ผู้บ่าวกั๊บแก๊บ ขบวนที่ 5 ทักษิณราศี แห่นางดาน (ภาคใต้) นำเสนอมหาสงกรานต์แห่นางดานของภาคใต้และรำเสนง พราหมณ์ พร้อมขบวนแห่พระจันทร์พระอาทิตย์ พระแม่ธรณีและพระแม่คงคา และปิดท้ายด้วยขบวนที่ 6 คัลเลอร์ฟูลบูรพาวิถี (ภาคตะวันออก) นำเสนอความเชื่อ ความศรัทธา สงกรานต์ภาคตะวันออก สร้างสีสันด้วยตุงตะขาบ เสลี่ยงเจดีย์ทราย และแตรวง 


การเปิดตัวงานเทศกาล “มหกรรมเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยในวันนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นเดือนแห่งเทศกาลสงกรานต์เถลิงศกใหม่ไทยที่จะมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ ตลอด 21 วันช่วงเดือนเมษายน โดย ททท. คาดการณ์ว่าตั้งแต่วันที่ 1 – 21 เมษายน 2567 จะทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศประมาณ 15.03 ล้านคน-ครั้ง และคาดว่าจะส่งผลให้เกิดรายได้ทางการท่องเที่ยว 52,500 ล้านบาท 

กรมกิจการผู้สูงอายุ-พม. นำ ผู้สูงอายุ ชมภาพยนต์“หลานม่า”

วราวุธ ขอบคุณ-ชื่นชม GDH สร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่มีคุณค่าต่อสถาบันครอบครัว 

วันนี้ 1 เมษายน 2567 เวลา 16.00 น. ที่โรงภาพยนตร์ สยามภาวลัย สยามพารากอน นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เปิดเผยว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด (GDH) และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มอบให้กรมกิจการผู้สูงอายุ นำผู้สูงอายุจากศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค และ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี มาร่วมชมภาพยนตร์ “หลานม่า” รอบกาล่าพรีเมียร์ นำแสดงโดย  บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล , ดู๋ สัญญา คุณากร ,  เผือก พงศธร จงวิลาส , เจีย สฤญรัตน์ โทมัส และนักแสดงนำหน้าใหม่ วัย 76 ปี แต๋ว อุษา เสมคำ 



นางสาวแรมรุ้ง กล่าวว่า เป็นภาพยนตร์ไทย ที่สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันของครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลากหลายเจเนอเรชั่นมาอยู่ร่วมกัน ซึ่งนับวันจะหายไปจากสังคมไทย ภาพยนต์เรื่องนี้จะช่วยกระตุ้น ให้คนไทยกลับมาให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุในครอบครัวมากขึ้น “หลานม่า” ได้ผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหม่ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันของครอบครัวใหญ่ ให้คนไทยกลับไปนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอบอุ่นอีกครั้ง ส่งเสริมความรักความผูกพันของสถาบันครอบครัวและช่วยปรับความเข้าใจของคนต่างวัยให้อยู่ร่วมกันได้ โดยเล่าผ่านตัวละครหลานชายวัยรุ่นที่ต้องกลับไปดูแลอาม่าที่ป่วยระยะสุดท้าย โดยหวังว่าตัวเองจะกลายเป็นทายาทคนเดียวที่ได้รับมรดกหลักล้าน แต่เมื่อหลานกับอาม่าที่อายุห่างกันกว่า 50 ปี ต้องมาอยู่ร่วมกันความผูกพันจึงเกิดขึ้นทำให้หลานชายได้เรียนรู้คำว่า “ครอบครัวมีค่ามากกว่าเงิน” 



นางสาวแรมรุ้ง กล่าวว่า รัฐมนตรีวราวุธได้ฝากขอบคุณและชื่นชมที่ GDH สร้างสรรค์ภาพยนตร์ ที่มีคุณค่าต่อสถาบันครอบครัว เรื่อง “หลานม่า” ขึ้นมา ทำให้เห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุ ความรัก ความผูกพัน ความอบอุ่นของสถาบันครอบครัวที่อยู่ร่วมกันของคนต่างวัย กระทรวง พม. จึงจะขอมอบโล่รางวัล “ภาพยนตร์ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุและครอบครัว” ในงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2567 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 เมษายน 2567 ณ ห้องวายุภักษ์แกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “ผู้สูงวัย ศูนย์รวมใจของครอบครัว” เพื่อกระตุ้นให้ประชาชน เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุและสถาบันครอบครัว สมาชิกในครอบครัวมีสัมพันธภาพที่ดี เข้าใจบทบาทที่เปลี่ยนแปลงทุกช่วงวัย รวมทั้งเพื่อสร้างแนวคิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ และเพื่อให้ทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาครอบครัวให้มากขึ้น รวมทั้งยกระดับการพัฒนาผู้สูงอายุและสมาชิกในครอบครัวให้สอดคล้องกับบริบทโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา




#ข่าวพม #esshelpme #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม
#พมหนึ่งเดียว #ศรส #พม #กรมกิจการผู้สูงอายุ #ผู้สูงอายุ
#ผู้สูงอายุที่รัก #หลานม่า #วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว

ชงเจริญ กรุ๊ป จัด ”CHUM CHUM Festival” ชุ่มฉ่ำกับเทศกาลสงกรานต์ก่อนใครที่เซ็นทรัลบางนา

ปรากฏการณ์ความชุ่มฉ่ำดับร้อนครั้งแรกและครั้งใหญ่สุดเท่าที่ชาวบางนาและคนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เคยมีมา กับ ”CHUM CHUM Festival” ฉ่ำฉ่ำ เฟสติวัล โดย ชงเจริญ กรุ๊ป ชุ่มฉ่ำกับเทศกาลสงกรานต์ก่อนใคร วันที่ 5-7 เมษายน 2567 ณ ลานกิจกรรมด้านหลังศูนย์การค้า เซ็นทรัลบางนา 

รับประกันความเปียก 3 วัน 3 คืน สุดเหวี่ยงกับกองทัพศิลปิน ดีเจ ระดับประเทศ อาทิ

วันที่ 5 เม.ย. พบกับ Lipta, Polycat, UrBoy, DJ Fame, DJ Dope Here Here / วันที่ 6 เม.ย. พบกับ Bodyslam, DJ Knatz, DJ Roxy June / วันที่ 7 เม.ย. พบกับ Paradox, Milli, Joey boy, DJ Buddha, DJ Taidy 

เริ่มจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันนี้ที่ https://www.theconcert.com/concert/2940 รายละเอียดการจำหน่ายบัตรประเภทต่างๆ ดังนี้

- Standing Zone 800 บาท (Ticket Only) 

- VIP Table 8,000 บาท (4 Buckets + 5 Tickets) **ที่จอดรถสำหรับโซน VIP โต๊ะละ 1 คัน / ทุกโต๊ะมีถังน้ำฉ่ำฉ่ำ โต๊ะละ 1 ถังใหญ่ / Fast Lane สำหรับเข้างานก่อนใคร 

- VVIP Table 18,000 บาท (Jameson 4 Bottles + 10 Mixers + 6 Tickets) **VVIP รับสิทธิ์พิเศษ โต๊ะส่วนตัว ห้องน้ำและบาร์เครื่องดื่มแยกโซน / ที่จอดรถสำหรับโซน VVIP โต๊ะละ 1 คัน / เติมน้ำ เล่นฟรีตลอดคืน / Fast Lane สำหรับเข้างานก่อนใคร 

หมายเหตุ **จำกัดอายุผู้เข้างาน 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สอบถามเพิ่มเติมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ChumChum Festival

“กลุ่มอมตะ”เปิดบ้านขอบคุณสื่อมวลชนโชว์ทิศทางธุรกิจปี 67

มั่นใจยอดขายที่ดินโตต่อเนื่องพร้อมรับกลุ่นทุนจีนย้ายฐาน


“กลุ่มอมตะ” เปิดบ้านกรมดิษฐ์ ขอบคุณสื่อมวลชน ธีม “Outlook 2024" สะท้อนทิศทาง ปี 2567 รับปัจจัยบวก ด้านเศรษฐกิจ การลงทุน  ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจ ภายใต้หลัก 'All Win' เน้นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ คาดการณ์ยอดขายที่ดิน ปี 2567 โตต่อเนื่องรับอานิสงส์ นักลงทุนย้ายฐาน ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี  โดยเฉพาะกลุ่มจีนเร่งสร้างฐานผลิตใหม่ในไทย


นายโอซามู ซูโด รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)  (AMATA) เปิดเผยว่า ในงานกิจกรรมขอบคุณสื่อมวลชน ภายใต้ธีม “ Outlook 2024" เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและสื่อมวลชน พร้อมสรุปทิศทางและคาดการณ์แนวโน้มปี 2567  สะท้อนผลลัพธ์เชิงบวกที่ได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่เอื้ออำนวย และมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจสู่ความเป็นเลิศด้านความยั่งยืนมากขึ้น   สอดคล้องกับปรัชญาหลักของอมตะที่ว่า 'All Win' ซึ่งให้ความสำคัญกับความสำเร็จร่วมกันทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ




นายอาซามูกล่าวถึง แนวโน้มการขายที่ดินเพื่อรองรับการลงทุนในปี 2567 ว่า  บริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวน  การวางเป้ายอดขายที่ดินในปี 2567 เนื่องจากบริษัทยังอยู่ระหว่างรอข้อสรุปการปิดการขายสัญญาซื้อที่ดินของลูกค้าคาดว่ายอดขายที่ดินในปีนี้ น่าจะใกล้เคียงหรือมากกว่าปีที่ผ่านมาสอดรับกับทิศทางการเติบโตเศรษฐกิจในปัจจุบัน ในขณะที่สถานการณ์การเมืองทำให้นักลงทุนให้ความสนใจในการเข้ามาลงทุน เพื่อผลิตสินค้าส่งออก ดังนั้นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนจึงขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกที่มีความสำคัญมากขึ้น

นายโอซามู ซูโด รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)  (AMATA) เปิดเผยว่า ในงานกิจกรรมขอบคุณสื่อมวลชน ภายใต้ธีม “ Outlook 2024" เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและสื่อมวลชน พร้อมสรุปทิศทางและคาดการณ์แนวโน้มปี 2567  สะท้อนผลลัพธ์เชิงบวกที่ได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่เอื้ออำนวย และมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจสู่ความเป็นเลิศด้านความยั่งยืนมากขึ้น  สอดคล้องกับปรัชญาหลักของอมตะที่ว่า 'All Win' ซึ่งให้ความสำคัญกับความสำเร็จร่วมกันทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

นายโอซามู ซูโด รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)  (AMATA) เปิดเผยว่า ในงานกิจกรรมขอบคุณสื่อมวลชน ภายใต้ธีม “ Outlook 2024" เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและสื่อมวลชน พร้อมสรุปทิศทางและคาดการณ์แนวโน้มปี 2567  สะท้อนผลลัพธ์เชิงบวกที่ได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่เอื้ออำนวย และมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจสู่ความเป็นเลิศด้านความยั่งยืนมากขึ้น สอดคล้องกับปรัชญาหลักของอมตะที่ว่า 'All Win' ซึ่งให้ความสำคัญกับความสำเร็จร่วมกันทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

นายอาซามู  กล่าวถึง   แนวโน้มการขายที่ดิน  เพื่อรองรับการลงทุนในปี 2567 ว่า  บริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวน  การวางเป้ายอดขายที่ดินในปี 2567 เนื่องจากบริษัทยังอยู่ระหว่างรอข้อสรุปการปิดการขายสัญญาซื้อที่ดินของลูกค้าคาดว่ายอดขายที่ดินในปีนี้ น่าจะใกล้เคียงหรือมากกว่าปีที่ผ่านมาสอดรับกับทิศทางการเติบโตเศรษฐกิจในปัจจุบัน ในขณะที่สถานการณ์การเมืองทำให้นักลงทุนให้ความสนใจในการเข้ามาลงทุน เพื่อผลิตสินค้าส่งออก ดังนั้นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนจึงขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกที่มีความสำคัญมากขึ้น



อย่างไรก็ตาม การขายที่ดินในปีก่อนที่มีความโดดเด่นในโครงการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม สอดรับกับทิศทางความต้องการของนักลงทุนและแนวโน้มการลงทุนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคลัสเตอร์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง สอดรับกับนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  นับเป็นทิศทางและปัจจัยบวกในการส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่องในขณะที่รัฐบาลของประเทศเวียดนามเองก็ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนมากขึ้น

แนวโน้มการลงทุนในช่วงปีก่อนจนถึงปัจจุบัน มีลูกค้าให้ความสนใจซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท เพื่อลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตอย่างต่อเนื่อง และได้เข้ามาสำรวจที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของอมตะหลายราย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการจากจีนที่มีความต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมที่กลุ่มนักลงทุนจีนให้ความสนใจเข้ามาสำรวจที่ดิน คือ นิคมฯ ไทย-จีน ที่ตั้งอยู่ในอมตะซิตี้ ระยอง ทำให้แนวโน้มความต้องการซื้อที่ดินในจังหวัดระยองจากผู้ประกอบการจีนสูงอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้ผลิตรถยนต์ และผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ในปี 2567 คาดว่าสัดส่วนลูกค้าจีนในระยองจะเพิ่มขึ้น



ทั้งนี้ จากการที่ผู้ประกอบการในประเทศจีนมีการย้ายฐานเข้ามาประกอบการตั้งโรงงานในไทยมากขึ้น สาเหตุมาจากปัจจัยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งประเทศกลุ่มอาเซียนถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการย้ายฐานการผลิต  ซึ่งไทยมีความพร้อมที่จะรองรับการลงทุนจากมาตรการสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล

นางสาวเด่นดาว  โกมลเมศ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน AMATA กล่าวว่า ในปี  2567 บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการเงินมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของรายได้ รวมถึงการจัดการด้านต้นทุน โดยวางแนวทางการบริหารจัดการด้านค่าใช้จ่าย การแสวงหาโอกาสการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่มีต้นทุนทางการเงินต่ำ  พร้อมการบริหารกระแสเงินสดให้มีความเหมาะสม เพื่อรักษาความยืดหยุ่นในการดำเนินงานให้สอดรับกับสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงของตลาดเงินและตลาดทุนเพื่อให้บริษัทเติบโตต่อเนื่อง รวมทั้ง บริษัทยังมีแผนการระดมทุนโดยนำบริษัท อมตะ ยู จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการระบบสาธารณูปโภคและการให้บริการต่างๆ  เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในโอกาสต่อไปด้วย