09 กุมภาพันธ์ 2565

TQM ชวนมอบ ‘ของขวัญที่มากกว่าหัวใจ’ ให้คนรัก กับประกันสุขภาพ Health เบา เบา

ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ (TQM) ปล่อยแคมเปญ ‘ของขวัญที่มากกว่าหัวใจ’ รับเดือนแห่งความรัก ด้วยแนวคิด ‘รักแข็งแรง สุขภาพแข็งแรง ให้ประกันเป็นตัวแทนคุ้มครองคนที่คุณรัก’ มาพร้อมแพคเก็จประกันสุขภาพ Health เบา เบา คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลโควิด-19 ทุกสายพันธุ์ คุ้มครองกรณีเป็นผู้ป่วยใน เบี้ยเริ่มต้นเพียง 2,940 บาท ซื้อให้คนที่รักได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ของ TQM  

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้คนไทยเกิดความตระหนักกับการทำประกันสุขภาพเพื่อรองรับความเสี่ยงกันมากขึ้น จึงได้ต่อยอดแนวคิดในการออกแบบแคมเปญ ของขวัญที่มากกว่า ‘หัวใจ’ ในโอกาสที่เดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นเดือนแห่งความรัก ขณะเดียวกัน TQM ในฐานะ  โบรคเกอร์ประกันภัยอยากเพิ่มมุมมองใหม่ๆ ในการมอบของขวัญในวันวาเลนไทน์หรือในวันพิเศษๆ เป็นประกันภัยสุขภาพถือเป็นตัวแทนแห่งความรักความห่วงใยที่คนรักจะมอบให้แก่กัน ซึ่งอาจจะไม่ได้สื่อถึงเพียงแค่คู่รักเท่านั้น ยังหมายรวมถึงพ่อ แม่ พี่ น้อง และเพื่อน ก็สามารถถ่ายทอดความห่วงใยผ่านของขวัญที่มากกว่าหัวใจนี้ได้

ด้านดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์  โบรคเกอร์ จำกัด
กล่าวว่า แคมเปญ ของขวัญที่มากกว่า ‘หัวใจ’ เป็นการคัดสรรโปรดักท์ประกันสุขภาพ Health เบา เบา ที่มีให้เลือกหลากหลายความคุ้มครองซึ่งครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน นั่นคือค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลครอบคลุมผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากไวรัสโควิด-19 ทุกสายพันธุ์ มาในราคาที่คนไทยจับต้องได้ ด้วยเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2,940 บาทต่อปี

โดยใช้แผนการตลาดที่สื่อสารด้วยคอนเซปต์ รักแข็งแรง สุขภาพแข็งแรง ให้ประกันเป็นตัวแทนคุ้มครองคนที่คุณรัก เพราะเราไม่สามารถดูแลคนรักได้อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ซื้อแพ็กเกจประกันสุขภาพในแคมเปญฯ ยังสามารถใช้สิทธิ์รับส่วนลดในการใช้บริการปริ้นท์ภาพ Canvas จากโซดาปริ้นท์ติ้งในราคาพิเศษจาก 2,200 บาท เหลือเพียง 888 บาท เริ่มวันนี้ - 28 กุมภาพันธ์ 2565 

สำหรับประกันสุขภาพ Health เบา เบา สามารถสั่งซื้อให้คนรักได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ของ TQM
คลิก bit.ly/3oCSEVr

หรือเข้าไปที่ไลน์ TQM Insurance Broker เว็บไซต์ www.tqm.co.th
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สายด่วน 1737 ตลอด 24 ชั่วโมง

เปิดมุมมองใหม่...เที่ยว“ฮ่องกง” ฉบับ ‘เอาท์ดอร์’ พูดคุยกับสี่สาวนักปั่นชาวไทยถึงกิจกรรมสายลุย ในฮ่องกงที่ประทับใจ

รู้หรือไม่...ฮ่องกงไม่ได้ตอบโจทย์แค่สายช็อปหรือสายกินเท่านั้น แต่ยังเป็น “จุดหมายปลายทางยอดนิยม” สำหรับสายลุยอีกด้วย เพราะอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งอันหลากหลายตั้งแต่การเดินเขาแบบชิลๆ ไปจนถึงกิจกรรมเอ็กซ์สตรีมท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามโดยการท่องเที่ยวฮ่องกงได้ออกแคมเปญGreat OutdoorsHong Kongเพื่อนำเสนอมุมมองกิจกรรมใหม่ๆ ซึ่งมีให้เลือกทำได้หลากหลายเหมาะทั้งการมาเที่ยวแบบครอบครัว และสำหรับสายผจญภัย

กิจกรรมหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามสไตล์และความเหมาะสมของผู้เล่น เริ่มต้นที่การเดินเขา (Hiking)ซึ่งมีทั้งระดับง่ายที่สามารถไปได้ทั้งครอบครัวไปจนถึงเส้นทางระดับโปรฯ สำหรับการแข่งขัน การเดินสำรวจเกาะ (Island Hopping)ศึกษาธรรมชาติวัฒนธรรมอันหลากหลาย เรื่องราวในอดีตและภูมิปัญญาของผู้คนในท้องถิ่นตามหมู่เกาะชายฝั่งของฮ่องกง หรือจะแวะเวียนไปชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ (Sightseeing) เช่น นองปิง(Ngong Ping)ที่มีกระเช้าลอยฟ้านองปิง 360 พร้อมพื้นกระจกทำให้มองเห็นวิวของอุทยานได้แบบ 360 องศา หรือจะเป็นเดอะพีคThe Peakจุดชมวิวสุดอลังการที่สามารถปั่นจักรยาน หรือเดินเทรลขึ้นไปได้ และหากคุณเป็นคนที่รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจฮ่องกงก็มีกีฬาสนุกๆ (Sport)ให้เลือกเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางปั่นจักรยานที่มีให้เลือกหลากหลายระดับไปจนถึง โปรแกรมปั่นจักรยานนานาชาติอย่างฮ่องกง ไซโคลธอน การวิ่งเทรล (Trail Running) ลัดเลาะชมธรรมชาติไปตามป่าเขาและการพายเรือคายัคเป็นต้น

การเดินเขา (Hiking)
การเดินสำรวจเกาะ (Island Hopping) ชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ (Sightseeing) กีฬา (Sport)  เพื่อทำความรู้จัก “ฮ่องกง...ฉบับเอาท์ดอร์” ให้มากขึ้น 4 สาวนักปั่นคนดังอย่าง คุณมินท์ ณิชชา กาญจนอภิรักษ์(@minntz)คุณหวานหวาน อรุณณภา พาณิชจรูญ(@sweetvarnvarn) คุณมิ้ม รัตนาภรณ์ กลิ่นกุหลาบหิรัญ(@mimrattanapond)และคุณกอล์ฟ สุรัมภา หยกโชติสกุล(@golf_surampha)จึงมาเป็นตัวแทนสาวๆ สายลุยร่วมแชร์ประสบการณ์ พร้อมเปิดลิสต์สำหรับเที่ยวฮ่องกงแบบคนรักกิจกรรมกลางแจ้งให้เราได้ปักหมุดกัน

คุณมินท์:กิจกรรมที่มินท์เคยไปและอยากแนะนำต่อในฮ่องกงคือการปั่นจักรยานที่นองปิง (Ngong Ping)ค่ะ มินท์รู้สึกประทับใจบรรยากาศตอนนั้นมากๆโดยเฉพาะไฮไลท์อย่างNgong Ping 360 กระเช้าพื้นกระจกที่เราสามารถมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา วิวที่นั่นสวยมาก พอไปถึงก็เดินขึ้นเขาไปไหว้ขอพรพระใหญ่(Tian Tan Buddha)ที่ด้านบน ซึ่งเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มากขออะไรก็มักจะสมความปรารถนา หลังจากนั้นก็แวะชมหมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิงบรรยากาศในหมู่บ้านน่ารักมากๆ มีร้านอาหารและร้านค้าให้ช็อปเพียบ อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองมาปั่นจักรยานที่นี่สักครั้งค่ะ   

Ngong Ping 360 กระเช้าพื้นกระจกหนึ่งในไฮไลท์ในนองปิง
คุณหวานหวาน:ตอนที่ไปฮ่องกงหวานได้ลองปั่นจักรยานขึ้นเดอะพีค(The Peak) หรือ Victoria Peakมากค่ะ เพราะใครๆก็พูดว่าถ้ายังไม่ได้พิชิต The Peakก็ถือว่ายังไปไม่ถึงฮ่องกง พอมาลองขึ้นก็พบว่าทางชันได้ใจจริงๆ ตอนท้ายๆ ก็ยิ่งชันกว่าเดิมค่ะ ถึงทรมานแต่ก็บันเทิงมากพอจุดที่ได้ขึ้นตรงนั้นจริงๆ ก็ดีมากค่ะ มองเห็นวิวข้างล่างแล้วรู้สึกว่าที่นี่คือ Top of The Worldเลย การที่เราได้ไปปั่นในพื้นที่ใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจตลอดเวลาเลยค่ะ  

คุณหวานหวาน อรุณณภา พาณิชจรูญ(@sweetvarnvarn)กับประสบการณ์การพิชิตเดอะพีคคุณกอล์ฟ:เวลาไปฮ่องกงกอล์ฟจะชอบไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่Kwun Yam Shrineในย่านรีพัลส์ เบย์ (Repulse Bay) ค่ะ เสร็จแล้ว มาชมวิว นั่งเล่นที่หาด Repulse Bay Beach ที่ได้ชื่อว่ามีทรายนุ่มๆ สีขาวเหมาะกับการเดินชมบรรยากาศมากๆ ค่ะ 

เจ้าแม่กวนอิมที่ Kwun Yam Shrineในย่านรีพัลส์ เบย์ (Repulse Bay)คุณมิ้ม:สำหรับมิ้ม สิ่งที่ประทับใจในฮ่องกงก็คงจะเป็นการได้ลองปั่นในโปรแกรม Hong Kong Cyclothon(ฮ่องกง ไซโคลธอน) ค่ะ ทำให้อยากลองปั่นในเส้นทาง ฮ่องกง-มาเก๊าด้วย และถ้ามีโอกาสก็อยากมาปั่นในสถานที่จริงด้วย คิดว่าคงสวยมากๆ ค่ะ 

เมื่อพูดถึงกิจกรรมปั่นจักรยานแล้วก็ต้องพูดถึงโปรแกรมHong Kong Cyclothon (ฮ่องกง ไซโคลธอน)ที่เรียกได้ว่าเป็นงานปั่นที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงและของเอเชียเปิดพื้นที่ให้ทั้งมือสมัครเล่นและมือโปรได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันและปั่นท่องเที่ยวชมเมืองชื่นชมทัศนียภาพและแลนด์มาร์คของสองฟากสะพาน ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาทั้งตึกระฟ้า ธรรมชาติ ท่าเรือระดับโลก ฯลฯ ซึ่งทำให้มีนักปั่นจากทั่วโลกต่างสนใจเข้าร่วมงานเพื่อเก็บภาพความประทับใจกับการปั่นขึ้นสะพานข้ามเกาะในฮ่องกงแบบปิดถนน100เปอร์เซ็นต์อย่างเต็มที่ 

วันนี้เราจึงอยากให้นักปั่นของเราได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ประทับใจในการร่วมแข่งโปรแกรม ฮ่องกงไซโคลธอน ที่ใครๆ ต่างอยากมาร่วมโปรแกรมนี้สักครั้ง

คุณมินท์:ตัวมินท์เองได้มีโอกาสปั่นในงาน ฮ่องกง ไซโคลธอนมา 2 ปีแล้ว ประทับใจมากตั้งแต่โรงแรมที่พักสะอาดบริการดี ตลอดไปจนถึงการคัดเลือกนักปั่นที่สามารถเข้าร่วมแข่งด้วยกฎเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมงานทุกคน ทำให้คนปั่นแบบเราก็รู้สึกสบายใจในความปลอดภัยค่ะ และด้วยทางงานมีเวลา Cut-Off จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการปั่น เพราะเราต้องปั่นให้จบทันตามเวลาเพื่อไม่ให้เราโดนรถมาเก็บถือว่าสนุกไปอีกแบบค่ะ  

คุณมินท์ ณิชชา กาญจนอภิรักษ์(@minntz) ในงานฮ่องกง ไซโคลธอน
คุณมิ้ม:  สำหรับประสบการณ์การปั่นงานฮ่องกง ไซโคลธอน ที่ประทับใจมากๆ ของมิ้มคือการได้เข้าชมการแข่งขัน Hammer Series ซึ่งเป็นรายการทัวร์ของนักปั่นระดับโปรที่จัดขึ้นครั้งแรกทำให้ได้ใกล้ชิดกับนักปั่นมืออาชีพทีมในฝัน และยังได้พูดคุยถึงเทคนิคการปั่นและการซ้อมเพิ่มเติมจากมือโปรอีกด้วยอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้โปรแกรมนี้ท้าทายมากขึ้นก็คือการสื่อสารค่ะ เพราะเรามาจากประเทศไทย การให้สัญญาณต่างๆ บนจักรยานอาจจะแตกต่างกันบ้าง ทำให้มิ้มได้เรียนรู้กติกามารยาทของฮ่องกงเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ และไฮไลท์ของที่นี่คือการปั่นข้ามสะพานสะพานซิงหม่าอุโมงค์เฉิงชิง (Cheung Tsing Tunnel)และนัมหว่าน (Nam Wan Tunnel)ที่มีความยาวเกือบ 2 กิโลเมตรแบบปิดถนน 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายเพราะอากาศจะน้อยลง แต่ก็น่าตื่นตาตื่นใจมากเพราะที่ไทยไม่มีอุโมงค์ยาวขนาดนี้ค่ะ
คุณมิ้ม รัตนาภรณ์ กลิ่นกุหลาบหิรัญ(@mimrattanapond) ในงานฮ่องกง ไซโคลธอน

คุณกอล์ฟ:สำหรับกอล์ฟแล้วงานฮ่องกง ไซโคลธอน เป็นโปรแกรมที่น่าตื่นเต้นมากเพราะทำให้เราได้มีโอกาสใกล้ชิดโปรจักรยานจากทั่วโลกที่มาร่วมรายการHammer Series ทางเราส่งเสียงเชียร์จนเจ็บคอเลยค่ะ และที่ประทับใจมากที่สุดเลยก็คงจะเป็นวิวและบรรยากาศระหว่างปั่นค่ะ วิวรอบๆ ตัวสวยงามมากโดยเฉพาะช่วงที่ปั่นข้ามสะพานใหญ่แบบปิดถนนในช่วงเช้าที่พระอาทิตย์กำลังขึ้น เรียกว่าสวยจนบรรยายไม่ถูกเลยค่ะ อากาศตอนนั้นก็ดีมาก นี่เป็นอีกมุมหนึ่งไม่ได้เห็นบ่อยๆ ในฮ่องกง เพราะปกติเวลาเดินทางข้ามเกาะในฮ่องกงเราจะใช้รถไฟฟ้ากัน จึงทำให้ไม่ค่อยได้เห็นวิวตอนข้ามเกาะเท่าไหร่ พอได้เห็นแบบนี้ก็รู้สึกว่าน่าตื่นตาตื่นใจมากค่ะ
คุณกอล์ฟ สุรัมภา หยกโชติสกุล(@golf_surampha)ในงานฮ่องกง ไซโคลธอน

สุดท้ายนี้สำหรับใครที่รู้สึกสนใจกิจกรรมเอาท์ดอร์ของฮ่องกง วันนี้ทั้ง 4คนจะมาแนะนำกิจกรรมเด็ดๆ ให้เราไปตามรอยกันด้วย

คุณกอล์ฟ:ถ้าได้ไปฮ่องกงรอบนี้ กอล์ฟอยากไปอยู่สักเดือนนึงเลยค่ะ คิดถึงมากๆ และมีกิจกรรมที่อยากทำเยอะมาก อยากตื่นเช้ามาวิ่งที่ท่าเรือสตาร์เฟอร์รี่ วันเสาร์อาทิตย์ก็อยากลองปั่นจักรยานชิลๆ ชมเมืองที่ Tai Wai-plover cove แล้วค่อยเปลี่ยนมาลองปั่นเสือภูเขาที่ Tai Mo Shan DownhillรวมถึงอยากออกHiking ในหลายรูทอย่าง Sunset Peak กับDragon's Backค่ะ 

 

เส้นทางปั่นจักยานขึ้นเขาไท่โม่ฉาน
ขอบคุณรูปภาพจาก @AndyYeungPhotography เส้นทางปีนเขาซันเซ็ตพีค

คุณหวาน:นอกจากลิสต์แหล่งช็อปปิ้ง กับร้านอาหารและคาเฟ่ต่างๆ ที่ยาวเป็นหางว่าวแล้ว หวานหวานอยากลองไป Hiking ที่ Dragon’s Back เพราะที่นี่ว่ากันว่าจะได้เห็นวิวที่สวยงามของฮ่องกง เมื่อเดินลงมาก็จะได้เห็น หาดทรายขาวที่อ่าวบิ๊ก เวฟ เบย์ที่สามารถพักผ่อน หรือจะเล่นวินเซิร์ฟต่อก็ได้ค่ะ และสุดท้ายอยากลองขึ้นHelicopter Tour เพื่อชมวิวด้านบนของ Hong Kong UNESCO Global Geopark ในSai Kung ดูสักครั้งค่ะ คิดว่าวิวน่าจะสวยมากๆ

คุณมินท์:หากใครที่ยังไม่เคยพาจักรยานคันโปรดไปลองปั่นที่ต่างประเทศ มินท์แนะนำให้ลองไปปั่นที่ฮ่องกงดูสักครั้งค่ะ เดินทางไม่ไกลและได้เที่ยวชมเมืองสวย แสงสีเสียงครบ อากาศดีๆ อาหารอร่อย แวะไหว้พระให้เป็นสิริมงคลต่อชีวิต ที่เดียวครบ หลังจากปั่นจักรยานเสร็จแล้ว จะต้องไปลองข้าวมันไก่ หมูกรอบและหมูแดงซึ่งมินท์ชอบมากๆ ไปกี่รอบก็ต้องไปทาน เรียกว่าปั่นจักรยานเบิร์นไปเท่าไหร่ กินกลับไปเกินที่เบิร์นไปแน่นอนค่ะ

คุณมิ้ม:มิ้มอยากลองปั่นขึ้นวิคตอเรีย พีค (Victoria Peak)ที่ใครๆ ก็เรียกว่าเส้นวัดใจค่ะ ทำให้อยากไปพิชิตให้ได้สักครั้ง นอกจากเส้นทางปั่นจักรยานที่น่าตื่นเต้นแล้ว ฮ่องกงยังเป็นแหล่งรวมอาหารการกินที่สะดวก และห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ เหมือนมาปั่นแล้วได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวอื่นๆ ในที่เดียวเลยค่ะ เส้นทางปั่นจักรยานวิคตอเรีย พีค ที่สามารถมองเห็นวิวของทั้งเมือง

สำหรับใครที่อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมกลางแจ้งในฮ่องกงไว้เผื่อเปิดประเทศเมื่อไหร่ก็จะได้ออกตัวทันที สามารถชมวิดีโอ ASMR แนะนำเส้นทางปั่นจักรยานในพื้นที่เซิงซุย (Sheung Shui) เพื่อสัมผัสเส้นทางปั่นจักรยานที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ ได้ที่ YouTube และ Facebook Discover Hong Kong และ

ติดตามข้อมูลของ Great Outdoors Hong Kong ได้ที่เว็บไซต์ Discoverhongkong.com


ลาลามูฟ ร่วมกับ พรีม่า สร้างประสบการณ์เซอร์ไพรส์วาเลนไทน์อันล้ำค่า

สุดล้ำกว่าช่อดอกไม้ไหนๆ พร้อมจัดส่งด่วนดอกกุหลาบทองคำบริสุทธิ์ 99.9%
ทั่วกทม.ภายใน 3 ชม.มอบความรักให้คนที่คุณรักได้พิเศษกว่าที่เคย 

ลาลามูฟ ร่วมกับ พรีม่า สร้างประสบการณ์เซอร์ไพรส์วาเลนไทน์อันล้ำค่า    สุดล้ำกว่าช่อดอกไม้ไหนๆ พร้อมจัดส่งด่วนดอกกุหลาบทองคำบริสุทธิ์ 99.9% ทั่วกทม.ภายใน 3 ชม.มอบความรักให้คนที่คุณรักได้พิเศษกว่าที่เคย 

ลาลามูฟ - ผู้นำบริการรับ–ส่งสินค้าตามความต้องการ (on-demand delivery service)และPRIMA (พรีม่า) แบรนด์เครื่องประดับทองคำ เครื่องประดับเพชรและงานหัตถศิลป์ทองคำจัดแคมเปญต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ ยกระดับประสบการณ์การส่งมอบของขวัญล้ำค่า ช่อดอกกุหลาบทองคำทรงคุณค่าเป็นสัญลักษณ์แทนใจ สื่อรักแท้อันเป็นนิรันดร์ มอบความรักให้คนพิเศษเซอร์ไพร์สกว่าที่เคย ออกแบบรังสรรค์ร้อยเรียงเป็นช่อดอกกุหลาบทองคำบริสุทธิ์ 99.9%(24K) มีเอกลักษณ์โดดเด่น สร้างความประทับใจให้คนพิเศษของคุณ ราคาพิเศษเพียง 4,990 บาท จากปกติราคาปกติ 6,980 บาท พร้อมบริการจัดส่งฟรี แบบเอ็กซ์คลูซีฟของลาลามูฟที่จะจัดส่งของขวัญล้ำค่าแด่คนที่คุณรักทั่วกรุงเทพฯ มั่นใจ ปลอดภัย รับประกันทุกชิ้นส่งถึงมือคนที่คุณรักภายใน 3 ชั่วโมง  สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ตั้งแต่วันนี้ – 28 ก.พ. 65 ที่ร้าน PRIMA  ทุกสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และผ่านช่องทางออนไลน์ www.primaart.co.th  Line Official: @PrimaThailandFacebook: PrimaThailandhttp://m.me/primathailandสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-7456111 ต่อ 222วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00-18.00

“ลาลามูฟ พร้อมสร้างประสบการณ์การขนส่งให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ และผู้บริโภคที่ต้องการยกระดับการส่งมอบสินค้าที่ล้ำค่า ด้วยคนขับและรถยนต์ที่มีความเพรียบพร้อมให้บริการขนส่งที่รวดเร็วปลอดภัยและมั่นใจเสมอได้ว่าเราดูแลสินค้าที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษได้เป็นอย่างดี เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับพรีม่าและได้เป็นส่วนเติมเต็มแคมเปญนี้เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ผ่านการให้บริการจัดส่งของขวัญล้ำค่า ร่วมสร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้ผู้รับ เรามั่นใจว่าของล้ำค่าจากเราจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ส่งถึงมือผู้รับอย่างสมบูรณ์ในวันวาเลนไทน์ทั่วกรุงเทพฯ ในปีนี้ ” คุณเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลาลามูฟอีซี่แวน (ประเทศไทย) จำกัด

“พรีม่า เตรียมของขวัญสุดพิเศษเพื่อเซอร์ไพรส์คนที่คุณรักในช่วงวันวาเลนไทน์นี้  สำหรับช่อดอกกุหลาบทองคำบริสุทธิ์ 99.9%(24K) ที่ได้รับความนิยมในช่วงเทศกาล พร้อมเครื่องประดับแทนใจให้ได้คัดสรรมาแบบสุดพิเศษ และด้วยความเชื่อมั่นในการให้บริการอย่างผู้เชี่ยวชาญของลาลามูฟ ด้วยความรวดเร็ว สร้างความประทับใจให้วันพิเศษของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ”คุณ พิทยา เตียสุวรรณ์ กรรมการบริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  

ลาลามูฟผู้นำบริการรับ–ส่งสินค้าตามความต้องการ (on-demand delivery service)ให้บริการขนส่งสิ่งของที่บอบบางต้องการการดูแลเป็นพิเศษสามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งรถยนต์ซีดาน เอสยูวี หรือ แฮทช์แบ็กตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอพพลิเคชัน ราคาเริ่มต้นที่79 บาท คิดตามระยะทางที่จัดส่ง ส่งด่วน ใช้ลาลามูฟ

ลดราคาพาลาทีน สวีทเทนเนอร์ใหม่เพื่อสุขภาพ 12-14 กุมภาวาเลนไทน์นี้เท่านั้น

บอกรักในวันวาเลนไทน์  มอบสุขภาพดีๆให้คนที่คุณรัก 3 วันเท่านั้น 12-14 กุมภานี้ สินค้ากลุ่มอีทเวลล์คลับ ทุกรายการลดทันที 20%  พาลาทีนไลท์ "ดีกว่าน้ำตาล" แคลอรี่น้อยกว่า 50% และ "โอลิโกไลท์" น้ำเชื่อมใยอาหารสูง ทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ ใช้ผสมเครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำผลไม้ หรือใช้ปรุงอาหารคาว อาหารหวานได้ทุกวัน  ทานแล้วน้ำตาลในเลือดไม่สูงแน่นอน 

บริษัท อีทเวลล์ จำกัด ผู้ผลิตพาลาทีน สวีทเทนเนอร์เพื่อคนรักสุขภาพ ซึ่งเป็นไอโซมอลทูโลส (Isomaltulose) เป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีโครงสร้างคล้ายกับน้ำตาลทราย ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงอย่างรวดเร็วหลังรับประทาน พาลาทีน สามารถย่อยและดูดซึมหมดในลำไส้เล็ก ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบขับถ่าย ทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพใช้แทนน้ำตาล หรือใช้เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต 

จุดเด่น พาลาทีนเหมาะสำหรับควบคุมน้ำตาล และควบคุมน้ำหนัก, ใช้แทนน้ำตาลทรายในครัวเรือน, เพิ่มความหอมอร่อยให้อาหาร, ดูดซึมได้หมดในลำไส้, ค่า GI ต่ำ = 38, เบาหวาน ความดัน ไต มะเร็ง ทานได้
และเหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากสำหรับคนรักสุขภาพ และใช้ปั่นผสมอาหารผู้ป่วยทางสายยาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำเลือกใช้

สามารถสั่งซื้อพาลาทีนสวีทเทนเนอร์ได้ที่

LINE@: https://lin.ee/iADtNKV
📞เบอร์โทรศัพท์: 086-369-5555

08 กุมภาพันธ์ 2565

“The Colors of Nature” ธรรมชาติแห่งเขาใหญ่ผ่านสายตากลุ่มคนรุ่นใหม่ Young Khao Yai

สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่และ ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ ขอเชิญชวนเข้าร่วมงานนิทรรศการภาพวาดเทคนิคสีน้ำ “The Colors of Nature” โดยแพรว-รักชนก ช่วยเหลือ ทายาทรุ่นสองจาก “สวนเอเดน ออร์แกนิกส์” นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในสมาชิก “จิตอาสา ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์” ที่ฝากผลงานไว้จากการออกแบบสติ๊กเกอร์ชุด Move On Fighters และผลงานการออกแบบตราสัญลักษณ์ “6017” ในโอกาสการก่อตั้งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ครบ 60 ปี และ 17 ปี แห่งการเป็นมรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น โดยองค์การยูเนสโก

แพรวนำเสนอขอเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามามองความสวยงามที่มีอยู่ในธรรมชาติแม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ ด้วยแนวคิด “Look closer, you’ll see the colors of nature” เพื่อเชิญชวนให้เราช่วยกันค้นหาความแตกต่างหลากหลาย ความไม่สมบูรณ์แบบที่มีอยู่ตามธรรมชาติแต่เอื้อเฟื้อ หุ้มห่อ โอบล้อมจนกลายมาเป็นความงดงาม

นอกจากนี้เฉพาะวันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 17.00 - 20.00น. ขอเชิญพบกับกิจกรรมพิเศษจากกลุ่ม “Young Chefs at Khao Yai” นำทีมโดย เฟิร์ส - วัชรีภรณ์ อรุณพันธุ์ ทายาทรุ่นสองแห่ง “ครัวบินหลา”
จิตอาสาจากกลุ่ม “ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์” นำเสนอเมนูอาหารผ่านแนวคิดการใช้สีจากธรรมชาติ วัตถุดิบท้องถิ่น สมุนไพร ไข่ไก่อารมณ์ดี พืชผักออร์แกนิกส์ ที่คุ้นเคยนำเสนอ “ของดีบ้านฉัน-เขาใหญ่” เฟิร์ส ชักชวนเพื่อนในกลุ่มจิตอาสา Young Khao Yai อาทิ เจมส์ - พัศกฤต ธนาอัญมณี จากครัวยี่เหลา ร้านอาหารเก่าแก่ย่านแพร่งภูธร มารังสรรค์อาหารชุดพิเศษ

** ขอเชิญชวนทุกท่านมาชมนิทรรศการและลิ้มลองอาหารชุดสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อนิทรรศการนี้เท่านั้น ในวันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 17.00-20.00น. ณ ร้าน เดอะ การ์เดนเนอร์ เขาใหญ่




โดยเชฟที่จะมาทำอาหารในเย็นวันที่ 10 และ 11 นี้ ได้แก่ เชฟ วัชรีภรณ์ อรุณพันธุ์ (เฟิร์ส) ผู้มีเอกลักษณ์
ในการปรุงแต่งอาหารในสไตล์เฉพาะตัว การเติบโตมากับวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผสมผสานกับความชอบของตนเอง ทำให้เชฟเฟิร์สมีความสามารถทั้งในการทำ ขนมหวาน เบเกอรี่ อาหารไทย และ อาหารยุโรป Exclusive Dinner ที่จะจัดขึ้นในครั้งนี้เชฟจะนำวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยมารังสรรค์รสชาติใหม่ให้มีความจัดจ้าน ร้อนแรง มีกลิ่นอายความเป็นปักษ์ใต้ โดยเมนูในงาน The Colors Of The Nature เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปภาพวาดผัก ผลไม้ และดอกไม้ จึงนำวัตถุดิบมาผสมผสานกัน จนออกมาเป็นจานพิเศษแห่งค่ำคืน

และเชฟ พัศกฤต ธนาอัญมณี (เจมส์) ผู้ที่มีความโดดเด่นในด้านอาหารจีน จะนำอาหารจีนที่เป็น Traditional Chinese มารังสรรค์ให้เป็น Modern Chinese ซึ่งเมนูอาหารแต่ละจานได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปวาดที่มีวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ส้มจี๊ด คะน้าฮ่องกง และดอกกุยช่าย มาปรุงแต่งอาหาร พร้อมกับการตกแต่งจานให้แต่ละจานมีความพิเศษมากยิ่งขึ้น

ผู้เข้าชมทุกท่านจะได้รับ welcome drinks เครื่องดื่มที่ผสมผสานของวัตถุดิบปลูกขึ้นที่สวนหลังบ้าน อย่าง ตะขบ และ ตะลิงปลิง ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นระหว่างชมงาน โดยแพรว ผู้ดูแลด้าน mixology

นอกจากนี้ เตรียมพบกับบทเพลงจากศิลปินรับเชิญ “สุนทร สินยัง” หรือ เสาร์ห้า ที่จะมาร่วมบรรเลง สร้างบรรยากาศในงานเปิดนิทรรศการ ภายในงานมีการจำหน่ายของที่ระลึก “เสื้อยืด 6017” ออกแบบโดยแพรวเจ้าของงานศิลปะที่จัดแสดงในงาน (ราคาตัวละ 300บาท) รายได้จากการจำหน่ายจะนำไปสมทบกองทุน "เขาใหญ่ยั่งยืน" และ Food For Fighters

นิทรรศการ The Colors of Nature ถือได้ว่าเป็นผลงานของเด็กรุ่นใหม่ เหล่าจิตอาสา ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ การจัดการภาพรวมต่างๆ รวมไปถึงการอำนวยการติดต่องานทั้งหมด นำทีมโดย กุลภัสสร์ ไชยวงศ์สุริย (ไหม) นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตำแหน่งหัวหน้าทีมอำนวยการจัดนิทรรศการ และ จินห์จุฑา ใหญ่ไล้บาง (จิน) ผู้ประสานงาน จัดการภาพลักษณ์ด้านอาหาร

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
090-979-2581(ไหม) และ 065-549-7465 (แพรว)
หรือที่ FB: สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่

**ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงานทุกท่านแสดงส่งผลการตรวจ ATK ที่มีผลการตรวจไม่เกิน 72 ชั่วโมง
ก่อนวันงาน หากท่านใดไม่มีผลการตรวจมาแสดงหน้างาน สามารถเข้ารับการตรวจ ATK ได้ที่บูทหน้างานตั้งแต่เวลา 16.00 เป็นต้นไป**


#KYTA6017 #TheColorsofNature #Khaoyai

07 กุมภาพันธ์ 2565

เทวิกาปาร์คและจิวเวลรี่คาเฟ่ ที่ไม่ได้ดีแค่บรรยากาศ

เทวิกาปาร์ค ถือว่าเป็นร้านใหม่แกะกล่องที่ฮิปสเตอร์พลาดไม่ได้เลย สำหรับ เทวิกาปาร์คและจิวเวลรี่คาเฟ่  ร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่นสุดชิค น้องใหม่ในโลกออนไลน์ โดดเด่นพร้อมบรรยากาศร้านสวยๆ ตกแต่งเหมาะกับการแวะมาทานอาหารอร่อยๆ แล้วเดินชมโชว์จิวเวลรี่ ที่มีให้เลือกมากมายชวนให้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศอบอุ่น ที่อบอวลความงดงามและเต็มเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล   ภายในร้านเน้นตกแต่งด้วยสีขาวกับสีเบจสบายตา เหมาะอย่างยิ่งแก่การเป็นจุดนัดพบทางเลือกใหม่ หรือจะมานั่งละเลียดกาแฟก็ดีไม่น้อย แถมด้านนอกยังมีโซน Outdoor และมุมถ่ายสุดเก๋ให้เราได้เลือกถ่ายไม่มีเบื่อ ภายในร้านแบ่งเป็นโซนอินดอร์ ที่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเบจเป็นหลัก ตกแต่งด้วยตุ๊กตา รูปปั้นเก๋ๆ วางอยู่ทั่วทุกมุมร้าน ส่วนโซนเอ้าท์ดอร์ มีโต๊ะให้นั่งรับลมด้านนอกใกล้ชิดธรรมชาติ ก็มีให้เลือกทั้งมุมสงบ สำหรับใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว และมุมโต๊ะใหญ่แบบที่มาเป็นแก๊งค์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

เทศกาลแห่งความสุขทั้งที ทางนี้เลยหาที่เฉลิมฉลอง วาเลนไทน์นี้ เติมความสดชื่นด้วย Rosé เมนูพิเศษจากเทวิกาปาร์ค มาเสิร์ฟที่เหลือแค่ตั้งธีมกับชาวแก๊งค์ หาวันว่าง อัพลุคให้เข้ากับเทศกาล แล้วไปทานมื้อพิเศษส่งท้ายปีกันที่ เทวิกาปาร์คและจิวเวลรี่คาเฟ่ ร้านอาหารและเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสในตำนานที่มาพร้อมบรรยากาศหรูหรา แสนอบอุ่นละมุนใจ นั่งมุม ไหนก็ได้ภาพสวยๆ ปังๆ  และแน่นอนสำหรับเทศกาลแห่งความรักปีนี้ ทาง เทวิกาปาร์คและจิวเวลรี่คาเฟ่ จัดเต็ม ยกขบวนความอร่อยมาเสิร์ฟให้ทุกคนได้เอ็นจอยเพียบ ทั้ง  ที่เป็น 2 เมนูไฮไลต์ต้องห้ามพลาด รวมถึงขนมเครื่องดื่มประจำเทศกาลมาอีกมากมาย งานนี้รับรองว่าชวนใครมาเป็นต้องประทับใจใน ความอร่อย และการบริการแน่นอน และถ้าใครอยากรู้ว่าการไปเจออะไรแบบนี้มันรู้สึกดีแค่ไหน ตามมาตามมา…….คือสะดวกสบายมากๆ  แฝงความอบอุ่น สวยงามในทุกอณูนี่สินะ ประสบการณ์กินหรู อยู่สบายชั้นเลิฟฟฟฟ






และเทศกาลวันแห่งความรักที่กำลังจะมาถึง มาเริ่มด้วยเมนูอาหารและเครื่องดื่มTaevika Park มีมากมายหลากหลายเมนู ทำให้ร้านนี้เป็นหนึ่งในใจใครหลายคนได้ไม่ยากและในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์นี้ เติมความสดชื่นด้วย Rosé เมนูพิเศษจาก เทวิกาปาร์ค ความหอมหวานจากชาผสมผสานด้วยความหวานอมเปรี้ยวจากสตรอว์เบอร์รี่และมะนาว เป็นเครื่องดื่มที่สดชื่น

-Rosé ชาผสมสตรอเบอร์รี่ เสริมมะนาวรสเปรี้ยวเติมความซาบซ่าในวันแห่งความรัก 

-Unicorn เครื่องดื่มเย็นสีสวยกลิ่นมินท์และสตรอเบอร์รี่

-Pink Blossom  เครื่องดื่มนมปั่นสีชมพูหวานอย่าง 

-สายกาแฟต้องลอง Black Valentine อเมริกาโนเข้มข้น ผสมผสานกับความหวานจากลิ้นจี่โรส


Taevika Park ร้านสวยสะดุดตากับคาเฟ่ห้องกระจกใสที่มีดีไซน์สวยโดดเด่น หลังคากระจกรับแสงธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของวัน รายล้อมไปด้วยสีเขียวสบายตาจากต้นไม้นานาชนิดช่วยสร้างความร่มรื่นได้เป็นอย่างดีหมาะแก่การมาพักผ่อน รับประทานอาหาร หรือจิบชา กาแฟเพลินๆ กันได้ตลอดวันเหมาะแก่การมาพักผ่อน รับประทานอาหาร หรือจิบชากาแฟเพลินๆ กันได้ตลอดวันที่ จังหวัดจันทบุรี "เทวิกา พาร์ค"  นอกจากบรรยากาศดีดีและมุมถ่ายภาพสวยๆแล้ว ที่นี่ยังมีทั้งชารสชาติดีจิบท่ามกลางบรรยากาศที่ฟินสุดร้านใหม่ที่ถ่ายรูปสวย ถ่ายรูปได้ไม่เบื่อชอบมุมสวยๆ มีโต๊ะให้นั่งรับลมด้านนอก ดื่มด่ำกับบรรยากาศ อาหาร และเครื่องดื่มรสชาติดี พร้อมกับเลือกซื้อจิวเวลรี่ดีไซน์เอกลักษณ์ได้ที่ TAEVIKA PARK จิบกาแฟกันไปแล้วก็ได้เวลาของอาหารหน้าตาดีที่น่าจะถูกใจใครหลายคน....








ทางร้านมีมาตรการรักษาระยะห่าง

-สวมแมส -เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ  -รักษาสุขภาพกันด้วย 

*สำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางมา ตอนนี้มีบริการผ่าน grab ด้วย เสิร์ชชื่อร้าน "taevika" สั่งได้เลยค่ะ





เทวิกา ปาร์ค TAEVIKA PARK
66 ม.5 ถ. สุขุมวิท ตำบล เขาวัว อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี 22120
โทรศัพท์: 095 929 9697

Open : Mon-Sun 09.00 am - 07.00 pm.

Map: https://maps.app.goo.gl/QxVWivMZ5V7Mtcn89

Call me: 0944464454

Line: https://lin.ee/2SaYtUV


#TaevikaPark #jewallerycafe’ #เทวิกาปาร์ค #จิวเวลรี่คาเฟ่ #ชัญญ่าว่าดี

มูลนิธิประณัยยาและอาร์เธอร์ มากอฟฟิน (PAM Foundation) จัดงาน “เปิดใจคุยกัน มารู้จักกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด”

7 กุมภาพันธ์ 2565 กรุงเทพฯ: มูลนิธิประณัยยาและอาร์เธอร์มากอฟฟิน (Pranaiya & Arthur Magoffin Foundation) หรือ PAM Foundation จัดงาน “เปิดใจคุยกัน มารู้จักกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โดย มี Dr.Maddalena Miele-Norton จิตแพทย์จากสหราชอาณาจักร และ พญ.ญาดาวี ตั้งตรงไพโรจน์ แพทย์จิตเวชศาสตร์ ร่วมด้วย มร.เฮมิช มากอฟฟิน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ PAM Foundation คุณเปิ้ล จริยดี-คุณเจย์ สเปนเซอร์ และ คุณหนิง ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา ที่มาแบ่งปันประสบการณ์จริงในฐานะผู้ที่เคยประสบภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท สุมิพล คอร์ปอเรชั่น จำกัด


มร.เฮมิช มากอฟฟิน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ PAM Foundation เล่าถึงประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการก่อตั้งมูลนิธิว่า “ในปี 2564 ได้สูญเสียภรรยา คุณประณัยยา อุลปาทร และ ลูกชาย น้องอาร์เธอร์ไปอย่างน่าเศร้าจากภาวะซึมเศร้าหลังคลอด คุณประณัยยาเป็นที่รักของทุกคนและเป็นคุณแม่ที่ทุ่มเทให้กับลูกมาก ส่วนน้องอาร์เธอร์ก็สร้างความสุขให้กับคนรอบข้าง ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจก่อตั้งมูลนิธิในชื่อของทั้งสองคน ด้วยจุดประสงค์ที่จะสานต่อการทำงานเพื่อสังคมของคุณประณัยยา รวมถึงสร้างการรับรู้ สนับสนุนการดูแลและการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและภาวะอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนและหลังการคลอดบุตร”

งานวิจัยจาก 80 ประเทศทั่วโลกที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature  พบว่า ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเกิดขึ้นกับมารดามากกว่า 1 ใน 6 คน โดยแต่ละคนจะมีลักษณะและความหนักของอาการที่ต่างกันออกไป นอกจากสถิติที่สูงของการเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดแล้ว ยังสามารถพบอาการทางจิตเวชอื่นๆที่เกิดกับมารดาในช่วงก่อนและหลังการคลอดบุตร โดยประเด็นเหล่านี้มักจะไม่ถูกกล่าวถึงในวงกว้าง น้อยคนที่จะรับรู้ถึงภาวะอาการเหล่านี้ รวมถึงมุมมองทั่วไปในสังคมเกี่ยวกับปัญหาจิตวิทยาที่ไม่เป็นบวกนัก ส่งผลให้ผู้ที่ประสบภาวะอาการเหล่านี้มีความกังวลที่จะถูกตัดสินจากบุคคลภายนอก จึงทำให้การต่อสู้กับภาวะอาการทางจิตเวชในช่วงก่อนและหลังการคลอดบุตรยากขึ้นไปอีก

“ภาวะอาการทางจิตเวชเหล่านี้ เริ่มเป็นที่รับรู้ในสังคมและมีการพูดถึงมากขึ้นแบบเปิดเผย อย่างไรก็ดี คุณภาพของการรักษาผู้ป่วยที่ประสบภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและภาวะต่างๆที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงการดูแลผู้ใกล้ชิดของผู้ป่วยในประเทศไทย ยังสามารถที่จะพัฒนาได้อีกมาก PAM Foundation จึงถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยมี 3 วัตถุประสงค์หลักในการทำงานเกี่ยวกับโรคภาวะซึม เศร้าหลังคลอดและโรคทางจิตเวชอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สร้างการรับรู้และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การให้ความดูแลแก่พ่อแม่มือใหม่ และการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม”

ภายในงานยังมีการเปิดตัวกิจกรรมระดมทุนกิจกรรมแรกของมูลนิธิ PAM Foundation โดย            มร.เฮมิชจะร่วมวิ่งในรายการ JOGLE ที่ประเทศสหราชอาณาจักร เป็นระยะทางกว่า 1,400 กิโลเมตร จากตอนเหนือสุดของสก็อตแลนด์ลงไปถึงจุดล่างสุดของประเทศสหราชอาณาจักรที่เมืองคอร์นวอลล์ทางตอนใต้ โดยใช้เวลารวม 17 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2565 เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับมูลนิธิ และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด รวมถึงระดมทุนเพื่อใช้ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ 


สามารถติดตามคลิปวีดีโองาน “เปิดใจคุยกัน มารู้จักกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” และรายละเอียดเกี่ยวกับ มูลนิธิประณัยยาและอาร์เธอร์ มากอฟฟิน (PAM Foundation) และ JOGLE รวมถึงกิจกรรมต่างๆของมูลนิธิได้ที่เว็บไซต์  www.pamfoundation.org