07 สิงหาคม 2562

“Friday Night Seafood On Ice” บุฟเฟต์ซีฟู้ดสำหรับสายเฮลท์ตี้ ที่ “Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok”

“Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok” (เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท) รีสอร์ท


เพื่อสุขภาพสุดหรูที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานนี้ เอาใจสายเฮลท์ตี้มากยิ่งขึ้น ด้วย “Friday Night Seafood On Ice Buffet” (ฟรายเดย์ ไนท์ ซีฟู้ด ออน ไอซ์ บุฟเฟต์) ยกขบวนอาหารทะเลสด ๆ หลากชนิดจากมหาสมุทรไทยและนานาประเทศมาเสิร์ฟถึงใจกลางกรุง พร้อมปรุงสไตล์อาหารคลีน ให้ได้อิ่มอร่อยแบบไม่ยั้งแต่ยังสุขภาพดี ในราคา 1,500++ บาทต่อท่าน ทุกค่ำคืนวันศุกร์ ณ ห้องอาหาร “แทมมาริน เนเชอรัล ไดนิ่ง” (Tamarind Natural Dining)


ความโดดเด่นและความแตกต่างของ “Friday Night Seafood On Ice Buffet” คือไลน์อาหารที่รังสรรค์โดยเชฟราจีฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบอาหารเพื่อสมอง โดยเชฟจะคัดสรรวัตถุดิบที่สด ใหม่ แล้วนำมาครีเอทเป็นเมนูอาหารทะเลที่ถูกใจคนรักสุขภาพ ใช้เครื่องปรุงออร์แกนิค ไร้สารเคมี โดยเฉพาะซอสและน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ไม่มีสารเคมีปรุงรส เช่น ผงชูรส หรือสารเคมีอื่น โดยใช้น้ำสกัดจากผลไม้แทนน้ำตาลเพื่อให้ความหวานธรรมชาติ นอกจากนั้น แต่ละเมนูจะมีป้ายบอกคุณสมบัติ เล่าถึงที่มาของอาหารทะเลแต่ละชนิด พร้อมให้ข้อมูลเรื่องสุขภาพว่ามีประโยชน์อย่างไร มีพลังงานกี่แคลอรี่ เป็นต้น

ไลน์บุฟเฟต์แบ่งออกเป็นหลากหลายสเตชั่นให้เลือกชิม เริ่มจาก “Healthy Boost Drink” (เฮลท์ตี้ บูส ดริ้งค์) น้ำมะเขือเทศสดผสมเครื่องเทศที่เสิร์ฟให้กับทุกโต๊ะได้จิบสร้างความรู้สึกสดชื่นและเรียกน้ำย่อย ก่อนที่จะเริ่มลิ้มรสบุฟเฟต์สเตชั่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น...


· “สลัด” (Salad) ที่มีเมนูโดดเด่นอย่าง “สลัดปูมะม่วงอะโวคาโด” (Crab Mango and Avocado) ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานจนลืมความขมของผักร็อคเก็ต
· “ซาซิมิ” (Sashimi) มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทูน่า แซลมอน หรือปลาฮามาจิ
· “โคลด์คัทและชีส” (Cold Cut & Cheese) อาทิ ชาคูเทอรี่ (Charcuterie), พาร์มาแฮม (Parma Ham), ซาลามี่ (Salami), คอปป้า (Coppa) และแบล็คฟอเรสแฮม (Black Forest Ham) ฯลฯ
· “ซีฟู้ด ออน ไอซ์” (Seafood on Ice) อาหารทะเลสดบนน้ำแข็งเย็นฉ่ำซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ อาทิ กุ้งทะเล หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปูอลาสก้า กั้ง และกุ้งล็อบสเตอร์ ฯลฯ
· “บาร์หอยนางรม” (Oyster Bar) อาทิ ฟินดิแคลร์ (Fin de Claire), ไอริส (Iris), Korean (โคเรียน) เสิร์ฟพร้อมสารพัดซอส
· “โซนปลา” ปลาตัวใหญ่ สด ปรุงแบบคลีน ๆ ทานคู่กับซอสได้ตามใจ
· “โซนอาหารร้อน” (Live Station) กับเมนู “ทะเลถัง” ที่เชฟนำอาหารทะเลมาปรุงกับซอสแบบไทย ๆ ผัดกันควันร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟด้วย “พลั่วและถาดยักษ์” ที่เป็นไฮไลท์ของจานนี้


นอกจากนั้น ยังสามารถสั่งเมนูพิเศษ “Fresh From The Kitchen” เชฟปรุงให้ร้อน ๆ แบบจานต่อจาน ไม่ว่าจะเป็น “Surf & Turf” สเต็กเนื้อนุ่ม ๆ ฉ่ำๆ ที่กริลรวมมากับกุ้งลายเสือตัวอวบ ๆ “Seared Hokkaido Scallops” หอยเชลล์ฮอกไกโดย่างซอสหอม ๆ และของหวานอย่าง “Apple Tarte Tatin” แอปเปิ้ลทาร์ตทานคู่กับไอศกรีมวานิลลาจากเมอเวนพิครสชาติเข้มข้นเข้ากันได้ดี

ที่พลาดไม่ได้และเป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรมและรีสอร์ท “เมอเวนพิค” ทั่วโลก นั่นก็คือ “ขนมหวานและช็อกโกแลต” ที่มีให้เลือกหลายหลายเมนู รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น ตามต้นตำรับสวิสฯ ซึ่งบางเมนูครีเอทขึ้นใหม่และหาทานได้เฉพาะที่นี่ที่เดียว





“Friday Night Seafood on Ice” เปิดให้บริการทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 17:00 – 22:00 น.
ราคาท่านละ 1,500++ บาท เด็กอายุ 6-12 ปี ลดครึ่งราคา สายปาร์ตี้สามารถเพิ่มเครื่องดื่มแบบไม่อั้น ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทล สปาร์คลิ่ง ไวน์ หรือเบียร์ กับ Free Flow Beverage 888++ บาท นอกจากนั้น ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษลด 30% สำหรับแขกที่เข้าพักในรีสอร์ท และลด 20% สำหรับผู้ที่สำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่านอีเมล์ resort.bdms.fbadmin@movenpick.com หรือโทร. 02 666 3203

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดี ๆ ของโรงแรมได้ที่

เฟชบุ๊ก: Movenpick BDMS Bangkok หรือเว็บไซต์ https://www.movenpick.com/en/asia/thailand/bangkok/bdms-wellness-resort-bangkok/overview/

“เซ็นทารา” ตั้งเป้าเปิดโรงแรมใหม่ 20 แห่ง ทั่วเวียดนาม ภายในปี 2567


เซ็นทารา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท
 ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมของเมืองไทย รุกตลาดเวียดนาม 
เผยแผนการขยายตัวธุรกิจโรงแรมใหม่อย่างน้อย 20 แห่งทั่วเวียดนาม ภายใน 5 ปี
  
“เซ็นทารา” บริษัทในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ปที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทระดับเวิลด์คลาสที่ได้รับรางวัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศไทย ลาว และเวียดนาม) ตะวันออกกลาง ศรีลังกา และมัลดีฟส์ ด้วยคอลเลคชั่นโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้แบรนด์ชั้นนำที่มีคอนเซ็ปต์แตกต่างกัน 6 แบรนด์ รวมถึง SPA Cenvaree แบรนด์เพื่อสุขภาพสไตล์ไทย และ COAST แบรนด์ร้านอาหารและบาร์ริมทะเล

โรงแรมหลายแห่งของกลุ่มเซ็นทารานับเป็นผู้นำตลาดอย่างแท้จริง อาทิ Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld หนึ่งในสถานที่จัดประชุมชั้นนำของโลก Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya รีสอร์ทติดอันดับยอดนิยมสำหรับครอบครัวในประเทศไทยติดต่อกัน 5 ปีซ้อน และ Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin ซึ่งได้รับการขนานนามจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในเอเชีย

ด้านการตลาดเวียดนาม กลุ่มเซ็นทารานับเป็นผู้ประกอบการที่มีความรู้เกี่ยวกับตลาดท้องถิ่นเป็นอย่างดี โดยก่อนนี้ได้ดำเนินกิจการโรงแรมมาแล้วและได้รับความนิยมอย่างมาก ได้แก่ “เซ็นทารา แซนดี้ บีช รีสอร์ท ดานัง” (Centara Sandy Beach Resort Danang) รีสอร์ทริมชายหาดสุดหรูบนชายฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนาม นอกจากนั้น กลุ่มเซ็นทรัลยังได้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกชั้นนำมากมายทั่วประเทศเวียดนาม ได้แก่ GO! (เดิมคือ BigC Vietnam), LanChi Mart, B2S, Robins, SuperSports, Home Mart และ Nguyen Kim

จากความสำเร็จในเวียดนามที่ผ่านมา เซ็นทารามองเห็นโอกาสในเวียดนามสำหรับแบรนด์โรงแรมในเครือทั้ง 6 แบรนด์ ได้แก่ Centara Grand, Centara, Centara Residences & Suites, Centara Boutique Collection, Centra by Centara และ COSIโดยได้ดำเนินกลยุทธ์การเติบโตที่สำคัญทั่วประเทศ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายการขยายธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทใหม่อย่างน้อย 20 แห่งในเวียดนาม ภายในปี 2567 บนจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น Ho Chi Minh City, Hanoi และ Haiphong และพื้นที่ที่มีการเติบโตสูง อาทิ Danang, Phu Quoc, Nha Trang, Cam Ranh และ Hoi An นอกจากนี้ ยังมีทำเลที่มีศักยภาพที่แข็งแกร่งในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตอนใต้ของ Vung Tau, Ho Tram และ Mui Ne เนื่องมาจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานถนนสายใหม่เชื่อมต่อภูมิภาคกับ HCMC และสนามบินใหม่ที่สำคัญในจังหวัด Dong Nai

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทารา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเวียดนามมีอัตราการเติบโจมากในปี พ. ศ. 2561 และเราคาดว่าการเติบโตนี้จะดำเนินต่อไปอีกหลายปี ซึ่งเป็นผลมาจากการได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวในเอเชียที่เพิ่มมากขึ้น นโยบายการขอวีซ่าที่ผ่อนผันมากขึ้น และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่น่าประทับใจ ประเทศนี้ได้รับการพัฒนาไปสู่ปีการท่องเที่ยวที่ไม่หยุดนิ่งในปี 2562 ด้วยโรงแรมแนวคิดที่แตกต่างของเรา การบริการระดับโลก และประสบการณ์การตลาดในท้องถิ่น เราจึงพร้อมที่จะรุกตลาดเวียดนามอย่างเต็มกำลัง”

นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเวียดนามมีจำนวนสูงถึง 15.5 ล้านคนในปี 2561 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเอเชีย ภูมิภาคที่แบรนด์เซ็นทาราเป็นที่รู้จักและได้รับความนับถืออยู่แล้ว การหลั่งไหลที่สูงขึ้นนี้ยังคงดำเนินต่อไปในปี 2562 โดยจากข้อมูลสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติเวียดนาม (VNAT) เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 6 ล้านคน เดินทางเข้ามาในประเทศเวียดนามช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ และเศรษฐกิจที่เติบโตกำลังกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ

แนวโน้มการท่องเที่ยวที่เป็นบวกกำลังผลักดันอุปสงค์โรงแรมและรีสอร์ทใหม่ โดยข้อมูลล่าสุดจาก STR นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมแสดงให้เห็นว่า ขณะนี้มีการสร้างห้องพักโรงแรมใหม่มากกว่า 23,000 ห้องในเวียดนาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของประเทศในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวทั่วโลก สิ่งนี้สร้างโอกาสให้กับเซ็นทาราซึ่งมีประวัติที่พิสูจน์แล้วว่า ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานและมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งในประเทศ

การขยายตัวในเวียดนามของเซ็นทาราจะเป็นส่วนสำคัญของวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ระดับโลก ซึ่งรวมถึงเป้าหมายโดยรวมที่จะเพิ่มพอร์ตโฟลิโอของโรงแรมโดยรวมเป็นสองเท่าภายในปี 2565 โดยปัจจุบันบริษัทให้บริการโรงแรมและรีสอร์ท 71 แห่ง รวม13,000 ห้อง

เป็นเวลา 30 ปี ที่เซ็นทาราได้พัฒนาชื่อเสียงในด้านการต้อนรับแบบไทย บริการที่พักระดับเวิลด์คลาส และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยม และจะนำสิ่งเหล่านี้ไปสู่โรงแรมและรีสอร์ทใหม่ ๆ ทั่วเวียดนาม

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เซ็นทารา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ที่ www.centarahotelsresorts.com.

“คาเพลลา กรุงเทพ” ชวนสัมผัสเสน่ห์เจริญกรุง ที่มาแห่งความอร่อยสุดคลาสสิก


เตรียมเปิดประตูโรงแรมระดับโลกริมเจ้าพระยา พร้อมเสิร์ฟเมนูรังสรรค์สุดพิเศษโดย
“เชฟเล็ก” ชาวเจริญกรุง ปลายปีนี้

อีกไม่นานเกินรอ “คาเพลลา กรุงเทพ” (Capella Bangkok) โรงแรมบูติคแบรนด์หรูที่มีชื่อเสียงเรื่องความ “เหนือระดับ” มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก กำลังจะเปิดให้บริการครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมต้อนรับปลายปีนี้ ด้วยการผสานเสน่ห์ “เจริญกรุง” ย่านเก่าแก่ริมแม่น้ำแห่งมหานคร เข้ากับบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟดุจดั่งงานคราฟท์ (Craft)



ความโดดเด่นของ “คาเพลลา กรุงเทพ” คือ “ความพิถีพิถัน” ในการนำวิถีชีวิตและศิลปวัฒธรรมของท้องถิ่นมาผสานความเหนือระดับ สู่ประสบการณ์ที่หรูหราและเป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่ง การบริการ ความบันเทิง และโดยเฉพาะ “อาหาร” ที่ทางโรงแรมมุ่งมั่นที่จะสะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาของตำนาน “ย่านเจริญกรุง” ที่น่าหลงใหลแห่งนี้





โดย “คาเพลลา กรุงเทพ” พร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษ ด้วยฝีมือการรังสรรค์ของ เชฟวิเชียร ไตรรัตนวาธิน หรือ “เชฟเล็ก” หัวหน้าพ่อครัวไทยแห่ง คาเพลลา กรุงเทพ ผู้เกิดและเติบโตในย่านเจริญกรุง ที่ที่หล่อหลอมให้เชฟเล็กสมบูรณ์แบบด้านการรังสรรค์อาหาร ตามแบบฉบับของย่านที่มีความหลากหลายแห่งนี้ โดยเชฟเล็กจะรวมสูตรอาหารที่ได้รับการยกย่อง นำมาปรุงด้วยส่วนผสมสดใหม่ เข้ากับเทคนิคการทำอาหารร่วมสมัย เพื่อยกระดับอาหารท้องถิ่นสู่ระดับโลก และเสิร์ฟเมนูจานอร่อยที่ตกแต่งสวยงามให้ได้ลิ้มรสภายใต้บรรยากาศริมแม่น้ำ ณ ห้องอาหารไทยริมน้ำเจ้าพระยาของ คาเพลลา กรุงเทพ



VDO: 1 วันของเชฟเล็ก ณ ย่านเจริญกรุง



“เชฟเล็ก” ผู้มีพรสวรรค์ในการปรุงอาหารตามรอยเท้าพ่อ เป็นที่รู้จักมักคุ้นของเพื่อนบ้าน มีความผูกพัน และรู้จักย่านเจริญกรุงเป็นอย่างดีมาตลอดชีวิต เขามักจะตระเวนไปทั่วย่านเจริญกรุงด้วยมอเตอร์ไซค์คู่ใจ เพื่อชิมอาหารอร่อย ๆ จากแผงขายอาหารริมถนน ไปจนถึงร้านอาหารและร้านค้าหลายแห่งที่เขาแวะเวียนไปบ่อยครั้งตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนถึงปัจจุบัน
เชฟเล็กกล่าวอย่างประทับใจว่า “เจริญกรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีทั้งเสียง กลิ่น และวิถีชีวิต ที่ทำให้สถานที่แห่งนี้พิเศษอย่างแท้จริง มีอาหารมากมายและหลากหลาย แต่ละจาน แต่ละสูตร บอกเล่าเรื่องราวของตัวเองได้อย่างลงตัว เจริญกรุงเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของผม ดังนั้นจึงเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้แนะนำอาหารในบ้านของผมให้กับแขกต่างชาติ เช่นเดียวกับเจริญกรุงที่ได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาโดยตลอด และ คาเพลลา กรุงเทพ ก็จะสานต่อความภาคภูมิใจนี้ต่อไป”

ผู้เข้าพักที่ “คาเพลลา กรุงเทพ” จะมีบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดย Capella Personal Assistant ในการช่วยออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวแบบเทเลอร์เมด เพื่อพาไปสัมผัสกับวิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด ณ “ย่านเจริญกรุง” อาทิ ชมงานอาร์ตที่หอศิลป์ จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ที่บาร์ภายในอาคารเก่าริมสองฝั่งแม่น้ำ หรือลิ้มรสอาหารอร่อย ๆ ที่ตลาดซีฟู้ด ร้านอาหารริมถนน และร้านอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงหลายสิบปี ฯลฯ


สำหรับ “คาเพลลา กรุงเทพ” บูติคลักซัวรี่รีสอร์ตใจกลางเมืองแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "เจ้าพระยา เอสเตท" (Chao Phraya Estate) ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 35 ไร่ ทอดยาวตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 350 เมตร ให้บริการห้องพักในรูปแบบวิลล่าและห้องสวีท รวมทั้งสิ้น 101 ห้อง ทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่มีอะไรขวางกั้น ภายในครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยเหนือระดับ และสมบูรณ์แบบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ “คาเพลลา” ทั้งการออกแบบตกแต่งและการบริการที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานของสายน้ำ “เจ้าพระยา” รวมถึงวิถีชีวิตริมแม่น้ำ “เจริญกรุง” แลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ

โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ จะเปิดให้บริการในปลายปี 2562 นี้ ด้วยราคาเริ่มต้น 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน

ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.capellabangkok.com


“It’s ShuShu Time - ถึงเวลาชูชู”

มิวสิควิดีโอเพลงไทยเพลงแรก
ที่สร้างขึ้นสำหรับเด็กโดยเฉพาะ!

​กรุงเทพฯ, กรกฎาคม 2562 - ShuShu (ชูชู) วงเกิร์ลกรุ๊ปสัญชาติไทยที่มีจังหวะเพลงสนุก ๆ สำหรับเด็กได้เปิดตัวซิงเกิ้ลแรกของพวกเขาที่มีชื่อว่า “It’s ShuShu Time” สามารถฟังได้ผ่านทาง YouTube Spotify และ Apple Music โดยเพลงนี้ ได้รับการเขียนและสร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กไทยอายุระหว่าง 5-12 ปี รับฟังโดยเฉพาะ
  ความคิดในการสร้างสรรค์เพลงสำหรับเด็กไทยกลุ่มอายุนี้ มาจาก มร. เควิน โรเท่น ชาวเบลเยี่ยมที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งตระหนักว่าแทบจะไม่มีเพลงภาษาไทยที่ผลิตขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ในประเทศไทยได้ฟังเลย ขณะที่ มร.ญาน เดคอมเบล นักแต่งแพลงเด็กในตำนานที่มีประสบการณ์การทำงานเพลงในรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กมาแล้วมากกว่า 15 ปี ทั้งในประเทศเบลเยียมและฮอลแลนด์ มีแนวคิดเหมือนกับเขาเช่นเดียวกัน อีกทั้งมร.ญาณ ยังมีประสบการณ์ในการพัฒนาเนื้อหาซีรีย์สำหรับเด็กและการแสดงสดอีกมากมาย ซึ่งในภายหลังมร.ญาณได้มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับวง ShuShu

​มร. ญาน เดคอมเบล ได้ร่วมงานกับ คุณ พิมพ์ลักษณ์ เวสสวัสดิ์ หรือ “ใหม่” นักร้องและนักแสดงผู้เข้ารอบสุดท้ายจากรายการเรียลลิตี้โชว์ X- Factor ซึ่งได้กลายมาเป็นผู้ประสานงานและหัวหน้าวง ShuShu ในที่สุด พวกเขาได้ทำการตกผลึกแนวคิดและก่อตั้งวงเกิร์ลกรุ๊ปสำหรับเด็กวงแรกของไทยขึ้นมา ส่วนที่มาที่ไปของชื่อวงนั้น คุณใหม่ ได้คิดชื่อวงขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ จากการวางหูโทรศัพท์ด้วยคำว่า “ชูชู ไว้คุยกันใหม่นะ"


​วง ShuShu ประกอบไปด้วยสาวไทย 3 คน ได้แก่ เอิร์น(E1) เอิ้น(E2) และ เพิร์ล (P1) พวกเธอศึกษาด้านดนตรีและศิลปะการแสดงในระดับมหาวิทยาลัยและเข้าร่วมวง ShuShu หลังจากผ่านการออดิชั่นคัดเลือก โดยจุดสนใจหลักของวงนี้คือการทำเพลงและมิวสิควิดีโอ แต่พวกเธอก็มีแผนที่จะทำละคร เพลง ภาพยนตร์ รวมไปถึงรายการทีวีอีกด้วย
​“เราต้องการสร้างบางอย่างที่จะทำให้เด็กไทยชื่นชอบ” มร. เควิน โรเท่น กล่าว “หลังจากที่ซิงเกิ้ลแรกถูกปล่อยออกมา เราก็ตื่นเต้นและอยากเห็นปฏิกิริยาของผู้ฟังที่มีต่อเพลงนี้ เราตั้งใจที่จะเรียนรู้จากความคิดเห็นและปรับปรุงเนื้อหาของเรา มันเป็นงานที่น่าสนใจ เรากำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ใหม่ที่แทบจะไม่มีใครเคยทำมาก่อน เราไม่มีอะไรที่ใช้อ้างอิงเลย เพราะไม่เคยมีวงดนตรีไทยสำหรับเด็กมาก่อน ดังนั้นเราจึงเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจนี้ มันเป็นความท้าทาย แต่ก็เป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เช่นกันในการสร้างสรรค์ดนตรีดีๆ ที่จะทำให้เด็ก ๆ มีความสุข”

​“การเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเด็ก ๆ ด้วยงานที่เราทำ คือความรู้สึกที่ดีที่สุดในโลก” มร. ญาน เดคอมเบล โปรดิวเซอร์ของวง ShuShu กล่าวเสริม
ฟังเพลงแรกของวง ShuShu “It’s ShuShu Time - ถึงเวลาชูชู” ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง:

ฟังเพลงแรกของวง ShuShu “It’s ShuShu Time - ถึงเวลาชูชู” ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง:

04 สิงหาคม 2562

เริ่มแล้ว..งานมหกรรมผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ประจำปี 2562 " คืนคนดี มีคุณค่าสู่สังคม "




วันที่ 2 สิงหาคม 2562 เวลา 20.00 น. พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์จัดพิธีเปิดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ครั้งที่ 52 ประจำปี 2562  อย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด “ราชทัณฑ์แก้ไข คนไทยให้โอกาส” ณ  บริเวณสนามหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม  ระหว่างวันที่ 2-11 สิงหาคม 2562  ตั้งแต่เวลา 09.00 -21.00 นาฬิกา พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมสัมผัสพลังบวกของผู้ก้าวพลาดเพื่อร่วมเปิดโอกาส  “คืนคนดี มีคุณค่าสู่สังคม”  โดยมีนายสมศักดิ์  เทพสุทิน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน



โดยแนวคิดดังกล่าวเกิดจากการดำเนินนโยบายการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังให้กลับตนเป็นคนดี ซึ่งสนับสนุนด้านความรู้ทักษะในการประกอบวิชาชีพ และเปิดโอกาสให้ภาครัฐ และเอกชนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขผู้กระทำผิด และนำความรู้ที่ได้รับระหว่างต้องโทษ ไปประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้กับตนเอง และครอบครัวภายหลังจากพ้นโทษ
ซึ่งภายในงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ประจำปี 2562 ได้รวบรวมผลงาน และผลิตภัณฑ์จากการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังทั่วประเทศมาไว้ในงานครั้งนี้ รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้ง 10 วัน อาทิเช่น  การขับเสภา การแสดงดนตรีบรรเลงและขับร้อง โดยนำเสนอบทเพลงที่สร้างพลังใจและให้ความหวัง กิจกรรมการแสดงนาฏศิลป์ไทยประยุกต์  โขนเทิดพระเกียรติ การแสดงจินตลีลาของผู้ต้องขัง  การฝึกวิชาชีพและโชว์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

และที่พลาดไม่ได้คือ  นิทรรศการโครงการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังที่สำคัญ เช่น บูธสาธิตทักษะฝีมือการประกวดผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขังจากเรือนจำและทัณฑสถาน พร้อมจำหน่าย ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ภาพวาด งานแกะสลัก งานหัตถกรรม บูธอาหาร และเครื่องดื่มจากฝีมือผู้ต้องขังที่ผ่านการฝึกอบรม  ร้านจำหน่ายสินค้าทั้งจากหน่วยงานเครือข่าย และผู้พ้นโทษที่มีทักษะฝีมือด้านต่าง ๆ รวมกว่า 100  บูธ  ให้เลือกชม ชิม ช้อป ได้ตามอัธยาศัย ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 21.00 น. ระหว่างวันที่  2 – 11  สิงหาคม 2562  ณ บริเวณสนามหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม   ถนนงามวงศ์วาน  กรุงเทพมหานคร



พันตำรวจเอก ณรัชต์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากผลิตภัณฑ์ของผู้ต้องขังที่น่าสนใจมากมายมารวมอยู่ในงานแล้ว ยังมีการเปิดตัวเว็บไซต์ http://correctshop.online แพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์จากฝีมือผู้ต้องขังไว้ให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งบ้าน งานศิลปะ เครื่องประดับ ของที่ระลึก เสื้อผ้า สินค้าเกษตรไป จนถึงอาหารหลากหลายเมนู ฯลฯ  ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวจะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ จากกรมราชทัณฑ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง  จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมสนับสนุนซื้อผลิตภัณฑ์ และให้กำลังใจผู้ก้าวพลาดที่ได้ตั้งใจกลับตนเป็นคนดี เพื่อไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก พร้อมขอโอกาสให้พวกเขาเหล่านี้ได้รับการยอมรับ และสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขต่อไป

03 สิงหาคม 2562

เปิดตัว “THE SKIN DOCTORS” สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ “

THE SKIN DOCTORS เปิดตัวสาขา เซ็นทรัลเวิร์ล
“ GRAND OPENING SHOP THE SKIN DOCTORS MIRACLE  OF TIMELESS BEAUTY”


The Skin Doctors
สถาบันอันดับหนึ่งในเมืองไทย ที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลทุกปัญหาผิวหน้าแบบ 360 องศา กับมาตราฐานระดับสากล ที่มุ่งมั่นคิดค้นนวัตกรรมที่ทันสมัย และล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีมาโดยตลอด จึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ยืนหยัดมายาวนานกว่า 10ปี ปัจจุบันมีสาขาทั่วกรุงเทพ และต่างจังหวัด 13 สาขา และ The Skin Doctors  เซ็นทรัลเวิลด์ ได้เปิดตัวอีกครั้งในพื้นที่กว้างขวาง
โดยมี คุณทูน หิรัญทรัพย์ ,คุณเอร์ธ สายสว่าง ,คุณมารุต สาโรวาท ให้เกียรติมาร่วมเปิดสาขาและ
บอกเล่าเรื่องราวความงามคงความอ่อนเยาว์ พร้อมได้รับเกียรติจากเซเลเบตี้มากมายมาร่วมงาน ด้วย
The Skin Doctors เซ็นทรัลเวิลด์ ได้เปิดตัวอีกครั้งในพื้นที่กว้างขวาง เติมความชุ่มชื้น ปรับผิวหน้ากระจ่างใส ฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์



แม้มีเวลาน้อยก็สวยได้ และมั่นใจปลอดภัยกับสุดยอดนวัตกรรมการดูแลผิวหน้าและชะลอวัยที่อาจารย์อ้อไว้วางใจมามากกว่า 10 ปี ด้วยปัญหาผิวพรรณของแต่ละคนแตกต่างกัน The skin doctors จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่พร้อมจะช่วยดูแล ทุกปัญหาผิว โดยไม่ต้องทนเจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น เราทุ่มทุนการวิจัยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อผลลัพธ์สูงสุด อย่างแท้จริง และอัพเดตนวัตกรรมไฮเทคสมัยใหม่ ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อมทีมแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาผิวโดยเฉพาะ ตรวจวิเคราะห์ และเช็กสภาพผิวหน้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อระบุปัญหาผิวหน้าได้อย่างแม่นยำ ทั้งปัญหา ริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ ความหย่อนคล้อยของรูปหน้า ที่สามารถประมวลผลออกมาให้เห็นเป็นองศา และจัดโปรแกรมเฉพาะบุคคลตามปัญหา และความต้องการของแต่ละคน ด้วยโปรแกรมและนวัตกรรมที่หลากหลายทั้งเทคโนโลยียกกระชับ ปรับรูปหน้า ลดริ้วรอยร่องลึก

คุณณัชชา ศุภอุดมฤกษ์ Senior Manager The Skin Doctor เปิดเผยว่า สำหรับงาน Grand Opening
ในวันนี้ เป็นการเปิดสาขาที่ครบวงจรที่ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม  โดยสวยทั้งจากภายนอกสู่ภายใน เนื่องจากเรามีทั้ง Skin ดูแลผิวหน้า และสุขภาพภายในสู่ภายนอก Holistic มีสูตรการให้วิตามิน 14 สูตรหลัก และสำหรับผู้ที่กลัวการให้วิตามินผ่าน IV ก็จะมีการให้วิตามินผ่าน IM ก็คือ เป็นมัดกล้ามเนื้อสำหรับคนที่กลัว
คุณณัชชา ศุภอุดมฤกษ์ Senior Manager The Skin Doctor 
ด้วยปัญหาผิวพรรณของแต่ละคนแตกต่างกัน The skin doctors จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่พร้อมจะช่วยดูแล ทุกปัญหาผิว  โดยไม่ต้องทนเจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น เราทุ่มทุนการวิจัยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อผลลัพธ์สูงสุด อย่างแท้จริง และอัพเดตนวัตกรรมไฮเทคสมัยใหม่ ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อมทีมแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาผิวโดยเฉพาะ  ซึ่ง Skin Doctor เปิดมา 10 ปีแล้ว มีสาขาทั่วกรุงเทพ และต่างจังหวัด 13 สาขา ปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านความงามออกมามาก แต่เรามั่นใจว่า อุปกรณ์เช่น เครื่องหน้าเรามั่นใจว่าล้ำมากกว่าที่อื่น และ Holistic ของเราจะมีคุณหมอเฉพาะทาง เวชศาสตร์ฟื้นฟูและชะลอวัย ดูแลโดยตรง เช่นเดียวกับคุณหมอ ด้าน Skin ก็จะแยกกัน”

คุณนางฟ้า Angel Angel Senior Manager

ด้าน คุณนางฟ้า Angel Angel Senior Manager  เปิดเผยว่า หลังจากที่เซ็นทรัลเวิลด์โดนไฟไหม้ ส่งผลกระทบให้ที่นี่ค่อนข้างเยอะ แต่วันนี้ต้องการจะบอกว่า The Skin Doctor เราพร้อมแล้วสำหรับการให้บริการลูกค้า The Skin Doctor เป็นสถาบันดูแลผิวหน้าแบบครบวงจร เมื่อสิบปีที่แล้วเราเป็นตัวแทนนำเข้าผลิตภัณฑ์ก่อน แล้วจึงจัดตั้งเป็นรูปแบบคลีนิค คลินิกของเราจะดูแลครบวงจร ตั้งแต่ผิวหนัง ภายในภายนอก รวมถึงศาสตร์ Holistic แพทย์ทางเลือก  เวลาไม่สบาย ไปหาหมอทั่วไปก็จะให้ยารักษาที่ปลายเหตุ แต่สำหรับศาสตร์แพทย์ทางเลือก เป็นเทรนด์ของโลกปัจจุบันที่ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ของเรา ดูแลลูกค้าจากข้างในสู่ข้างนอก


The Skin Doctors พร้อมช่วยดูแลปัญหาผิวหน้าในทุกรายละเอียด และสามารถเช็กความเปลี่ยนแปลงได้ทั้งก่อนและหลังทำ ผ่านเทคโนโลยีพิสูจน์ความแตกต่าง 360 องศา เป็นอีกทางเลือกใหม่ที่ทันสมัย ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ ชะลอวัย ปลอดภัย ไม่พึ่งศัลยกรรม








วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2562 “ GRAND OPENING SHOP THE SKIN DOCTORS MIRACLE OF TIMELESS BEAUTY” ณ บริเวณชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์


​The Skin Doctors พร้อมให้บริการอย่างอบอุ่นแก่ทุกท่าน
ช่องทางติดต่อ ปรึกษาและสอบถามเพิ่มเติมFacebook:​theskindoctors
Inbox https://goo.gl/kp1Wgc
Line: https://line.me/R/ti/p/%40theskindoctors
Call Center: 02-696-1122 (จ-ศ เวลา 09.00 - 18.00 น.)


02 สิงหาคม 2562

“LEGEND SIAM PATTAYA”


นายนิสิต จันทร์สมวงศ์   อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน  เป็นประธานในพิธีเปิดงานการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ในพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “LEGEND SIAM PATTAYA” อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 


โดยมีคุณศิริญา เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เลเจนด์สยาม พัทยาคณะผู้บริหาร พช. และผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ  ณ LEGEND SIAM PATTAYA อำเภอบางละมุง 
จังหวัดชลบุรี



ในการนี้อธิบดีฯ ได้กล่าวเชิญชวนให้มาเยี่ยมชมงาน และอุดหนุนสินค้าจากชุมชน นอกจากจะได้เลือกซื้อสินค้าที่ดีมีคุณภาพและมาตรฐานจากทั่วประเทศแล้ว ยังได้มีส่วนช่วยกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย พร้อมกล่าวถึง LEGEND SIAM PATTAYA เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติดังนั้นการได้มาจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP จึงเป็นเรื่องที่ดีและสมควรดำเนินการเป็นอย่างยิ่ง เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดที่สำคัญอีกด้วย



โดยการจัดงานดำเนินการระหว่างวันที่ ๒๗ กรกฎาคม - ๔ สิงหาคม ๒๕๖๒ รวมจำนวน ๙ วัน กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมงาน เป็น OTOP Trader จำนวน ๔๑ จังหวัด  ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จำนวน ๓ ราย และ OTOP ชวนชิม จำนวน ๘ ราย 

สินค้าที่มาจำหน่ายในงาน อาทิ โอ่งมังกร ผ้าจกคูบัว จากจังหวัดราชบุรี, เบญจรงค์บ้านดอนไก่ดี จังหวัดสมุทรสาคร, ผัดหมี่โคราช ผ้าไหมปักธงชัย  จังหวัดนครราชสีมา, ผ้าหม้อห้อม เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก จังหวัดแพร่และครกหินอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี